- หน้าแรก
- เทพบอลสายเกรียน: ผมนี่แหละ ควาเรสม่า!
- บทที่ 12: ฉันจะอัดหมอนั่นให้จมดิน
บทที่ 12: ฉันจะอัดหมอนั่นให้จมดิน
บทที่ 12: ฉันจะอัดหมอนั่นให้จมดิน
บทที่ 12: ฉันจะอัดหมอนั่นให้จมดิน
เหมือนกับว่าถูกพลังจิตของริคาร์โด้ ควาเรสม่าควบคุมไว้ โรช่าจึงมาหยุดยืนเคียงข้างเขาตอนที่ทั้งสองทีมเข้าแถวก่อนเริ่มเกม ใบหน้าแสยะยิ้มอย่างมั่นอกมั่นใจราวกับถือไพ่เหนือกว่า
“แกนี่เอง? ไอ้เศษขยะที่โดนบาร์ซ่าถีบหัวส่งน่ะ?”
“ถ้าเป็นฉันนะ ฉันคงไม่มีหน้ากลับมาเหยียบสนามฟุตบอลอีกหรอก!”
“วันนี้ฉันจะลบแกให้หายไปจากสนามให้ดู หวังว่าแกจะไม่ร้องไห้ตอนนั้นนะ มันจะดูน่าอายเกินไป!”
“แต่เอาเถอะ... แกอายมาพอแล้วล่ะ ต่อให้อายอีกสักหน่อยก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง ฮ่าๆๆ!”
ว่าแล้วเจ้าโรช่าก็เดินกลับไปยังตำแหน่งตัวเอง พร้อมกับรอยยิ้มกึ่งเยาะกึ่งยั่วประสาท
“เหี้ยเอ๊ย…” ควาเรสม่าได้แต่สบถในใจ แค่เราคิดในใจไปหมาด ๆ เองว่า ถ้ามีใครมาหาเรื่อง เดี๋ยวเราจะจัดให้หนัก ๆ หน่อย แล้วดูสิ! แม่งมาจริงด้วย!
เอาวะ ไม่ต้องพูดเยอะ เจ็บคอ—จัดมัน!
ขณะที่เขาหลุบตาลง นึกขึ้นได้ว่าสถานการณ์ตรงหน้าไม่ต่างจากฉากในนิยายพล็อตเลอะเทอะทั่วไป—ที่พระเอกเพิ่งจีบนางเอกได้ไม่นาน ก็มีตัวร้ายเดินมาขู่ให้เลิกยุ่ง บอกให้รู้จักที่ต่ำที่สูง
แน่นอนว่าพวกตัวร้ายพรรค์นี้ มักจบไม่สวยเสมอ…
ไม่ตายก็หมดอนาคต บางทีโดนพระเอกเปิดเผยความลับ ชนิดฉี่แทบราดเก้าอี้ กลายเป็นตัวตลกในเรื่องแบบไม่มีใครจดจำชื่อ
ก็เข้าใจแหละว่านี่มันชีวิตจริงไม่ใช่นิยาย แต่เราว่านะ… ไอ้หมอนี่แม่งโง่เกินกว่าจะรู้ตัวว่าตัวเองคือ “ตัวประกอบชั้นสาม” ที่เกิดมาเพื่อโดนตบหน้ากลางเรื่อง
และถ้าพูดตามจริง โรช่าไม่ใช่นักเตะที่ควาเรสม่าจะจดจำได้เลยในชีวิตก่อนหน้านี้ หมอนี่ไม่ได้อยู่ในทีมชาติโปรตุเกสด้วยซ้ำ เผลอ ๆ เล่นแค่พอประทังชีวิตไปวัน ๆ ด้วยซ้ำไป
แกรับอาสาจะปิดฉันให้เงียบเหรอ? จะทำให้ฉันร้องไห้คาสนามเนี่ยนะ?
ฝันไปเถอะ ฉันไม่เคยได้ยินหรอกว่าใครปิดปากใครจนร้องไห้ในสนามได้ ส่วนมากก็มีแต่โดนเลี้ยงหลบจนเสียฟอร์มแล้วน้ำตาไหลซะมากกว่า
เอาเหอะ งั้นเรามาดูกันว่า... สุดท้ายใครกันแน่ที่จะเป็นคนร้องไห้!
เสียงนกหวีดจากผู้ตัดสินเป่าเริ่มเกมโปรตุเกส ซูเปอร์คัพ เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
ฝั่งปอร์โต้ได้เขี่ยบอลก่อน ฟาบิอาโน่จ่ายต่อให้เดลเล่ ก่อนจะส่งบอลกลับหลังให้แนวรับ เตรียมขึ้นเกมรุกทันที ขณะเดียวกัน บรรดาแนวรุกก็พากันวิ่งบุกตะลุยเข้าครึ่งสนามของเบนฟิก้าอย่างรวดเร็ว
โค้ชเดลเนรีไม่ได้เล่นเกมรับ เขาประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งว่าจะเดินหน้าเต็มสูบ แม้ตอนนี้เขาจะเริ่มรู้สึกแอบเสียดายอยู่บ้างก็ตาม แต่ก็จำต้องกัดฟันเดินหน้าต่อไป
วาเลนเต้ แบ็กซ้ายของทีม สาดบอลยาวจากแดนหลัง ทะลุข้ามกลางสนามไปยังฝั่งซ้าย ส่งตรงไปยังดีเอโก้ ทว่าดาวเตะบราซิเลียนรายนี้ดันแพ้ลูกชนของเปไรร่า แบ็กขวาจอมแกร่งของเบนฟิก้า ทำให้บอลหลุดจากเท้าและเสียการครองบอล
เบนฟิก้าไม่รอช้า โต้กลับทันที!
แม้ว่าจะพูดกันตามศักยภาพ ปอร์โต้ดูเหนือกว่าบนกระดาษ แต่ปัญหาคือแผนใหม่ของเดลเนรียังไม่เข้าที่เข้าทาง การประสานงานระหว่างนักเตะยังขลุกขลัก ทำให้ช่วงต้นเกมเป็นฝ่ายเบนฟิก้าที่ควบคุมเกมได้ดีกว่าเสียด้วยซ้ำ
ควาเรสม่าไม่ได้ถอยลงไปช่วยเกมรับ นั่นเป็นคำสั่งจากโค้ชเดลเนรี เขาต้องการให้ปีกตัวจี๊ดรายนี้เก็บแรงไว้ใช้ในจังหวะเปลี่ยนเกม
แต่ปัญหาก็คือ... ควาเรสม่ายังแทบไม่ได้สัมผัสบอลเลย
โรช่านั้นตามประกบเขาไม่ปล่อย ชนิดที่แทบไม่ได้มีส่วนร่วมกับเกมรับของทีมตัวเองด้วยซ้ำ ตอนนี้เจ้านั่นยังหันมาเย้ยเขาด้วยเสียงหัวเราะหยัน
"ไม่รู้โค้ชคิดอะไร ถึงสั่งให้ฉันตามประกบแกตลอดทั้งเกม แต่ก็ดี ฉันจะถือโอกาสพักผ่อนไปด้วยเลย แบบนี้ก็เข้าทางสิ!”
ควาเรสม่าเหลือบตามองอีกฝ่ายเหมือนเห็นตัวตลกเดินเข้ามากลางรายการ
เขาพอเดาออก ว่าโรช่าคงเป็นพวกปากเสียประจำสนาม พวกที่ชอบยั่วโมโหคู่แข่ง หวังจะทำให้หลุดสมาธิ ถ้าได้ผล ก็นับเป็นกำไร
แต่เขาไม่ใช่คนที่จะตกหลุมพรางง่าย ๆ แบบนั้น
ควาเรสม่าไม่ได้ถือสา เพราะคนอย่างโรช่า ไม่คู่ควรให้เขาเสียเวลาหรอก
เขามีศัตรูที่คู่ควรจะต่อกรอยู่แล้ว—โรนัลดินโญ่... กาก้า... และในอนาคต คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ ลิโอเนล เมสซี่!
มีคนเห่าใส่... ก็แค่เหยียบให้จมพื้นก็พอ!
“หวังว่าเดี๋ยวแกยังจะหัวเราะได้อยู่นะ...” ควาเรสม่ายิ้มนิดหนึ่ง แต่อยู่ในรอยยิ้มนั้นมีแต่แววเหยียดหยามและการดูแคลนล้นเปี่ยม
โรช่าชะงัก... จ้องเขม็งไปที่ควาเรสม่า
ทำไมหมอนี่ไม่โกรธ?
ในข้อมูลที่เขาได้มาก่อนเกมบอกว่า ควาเรสม่าเป็นพวกอารมณ์ร้อนง่าย โดนยั่วนิดเดียวก็ปรี๊ดแตก แต่นี่อะไร?
นิ่งเป็นน้ำแข็งขนาดนี้... หรือหมอนี่ไปปลดปล่อยมาก่อนเกมแล้ว?
น่าประหลาดชะมัด!
“ได้ข่าวว่าแกเป็นพวกยิปซีใช่มั้ย แล้วพ่อของแกก็ทิ้งพวกแกไปตั้งแต่เด็ก ฉันอยากรู้นะว่าแม่ของแกหาเลี้ยงครอบครัวยังไง?”
คำพูดนั้น... เหมือนสายฟ้าฟาดกลางใจ!
ใบหน้าของควาเรสม่ามืดลงทันที สายตาวาวโรจน์ดั่งสัตว์ร้ายจวนจะขย้ำเหยื่อ
สองมือกำแน่นจนเส้นเลือดปูดพอง สีหน้าเปลี่ยนเป็นโกรธเกรี้ยวราวกับปีศาจจากขุมนรก
ในวินาทีนั้น โรช่ารู้สึกเหมือนตัวเองไม่ได้ยืนต่อหน้าคน แต่ยืนอยู่ต่อหน้าปีศาจที่พร้อมจะฉีกเขาเป็นชิ้น ๆ
เขา... พูดข้ามเส้นไปแล้ว!
คำพูดของโรช่าไม่ต่างอะไรกับการกล่าวหาว่าแม่ของควาเรสม่าเป็นโสเภณี ซึ่งในความจริง แม่ของควาเรสม่าเป็นหญิงยิปซีที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนเลี้ยงลูกด้วยตัวคนเดียวมาตลอดชีวิต ไม่มีอะไรน่าภูมิใจไปกว่านั้น และเขาจะไม่มีวันยอมให้ใครดูถูกแม่ของเขาเด็ดขาด!
ถ้าไม่มีใครห้ามไว้... หมัดของควาเรสม่าคงจะฝังอยู่กลางหน้าของโรช่าไปแล้ว แต่เป็นฟาบิอาโน่ที่กระโจนเข้ามาโอบตัวไว้ทัน!
“ปล่อยฉัน! ฉันจะอัดไอ้เวรนั่นให้ยับ!!!”
ควาเรสม่าดิ้นรน พยายามจะหลุดจากการล็อกของเพื่อนร่วมทีม พร้อมกับตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด
ผู้ตัดสินวิ่งเข้ามาห้ามอย่างเร่งด่วน ขณะที่ทั้งสองทีมก็กรูเข้ามาชุลมุน โรช่าถูกเพื่อนร่วมทีมกันตัวไปไกล ก่อนที่เรื่องจะบานปลายไปมากกว่านี้
ผู้ตัดสินเรียกทั้งสองคนมาว่ากลางสนาม ไม่สนใจว่าความจริงเกิดอะไรขึ้น เขาแค่ต้องการให้เกมเดินต่อไป
โรช่าพยักหน้าเงียบ ๆ ดวงตาหลบเลี่ยง—เขาเริ่มรู้สึกเสียใจแล้ว... เพราะควาเรสม่าตอนเดือดขึ้นมา มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลย
ขณะที่ควาเรสม่าไม่ได้พูดอะไรสักคำ... เพียงแค่ส่งสายตานิ่งเย็นเฉียบไปยังอีกฝ่าย
ก่อนที่... รอยยิ้มเย็นยะเยือกจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
รอยยิ้มที่แม้แต่ปีศาจยังต้องกลัว...
(โปรดติดตามตอนต่อไป!)