- หน้าแรก
- ข้าจะทำสวนจนเป็นเซียน
- บทที่ 49 - ลูกแก้วมายา
บทที่ 49 - ลูกแก้วมายา
บทที่ 49 - ลูกแก้วมายา
บทที่ 49 - ลูกแก้วมายา
ทิศเหนือของภูเขาเมฆหมอก
ท้องฟ้าเริ่มโปรยปรายสายฝนพรำๆ
ยามนี้เป็นช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง ลมหนาวพัดม้วนหยาดฝน เฆี่ยนตีกระทบใบไม้จนเกิดเสียงดังแปะๆ
ท่ามกลางความมืดมิดยามค่ำคืน ร่างสีดำสายหนึ่งค่อยๆ ก้าวไปข้างหน้า ทิ้งรอยเท้าไว้เป็นแถวบนเส้นทางภูเขาที่ชื้นแฉะ
เฉินเจียงซินมีเกราะพลังปราณห่อหุ้มร่างกาย ลมและหยาดฝนที่พัดปะทะเข้ามาจึงมิอาจเข้าใกล้ร่างของเขาได้แม้แต่น้อย
เขาเดินมาถึงบริเวณที่โล่งกว้างแห่งหนึ่ง กวาดตามองไปรอบๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีผู้ใด
รอยยิ้มอันโหดเหี้ยมปรากฏขึ้นบนใบหน้าอันเย็นชา เขากำลูกแก้วสีขาวในมือกแน่น โบกมือส่งพลังปราณสายหนึ่งไปยังพื้นที่ว่างเบื้องหน้า ทันใดนั้นเกราะพลังปราณสีทองอร่ามก็ปรากฏขึ้นแก่สายตา
เฉินอันที่กำลังบำเพ็ญเพียรอย่างเงียบเชียบอยู่ในถ้ำพำนัก สัมผัสได้ถึงความผิดปกติของป้ายหยกค่ายกล เขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
"ดึกดื่นค่อนคืนปานนี้แล้ว ใครกันยังไม่หลับไม่นอนมาวิ่งแถวนี้"
เขาไม่รู้ว่าด้านนอกเป็นผู้ใด แต่ก็ไม่อยากออกไปพบ
จึงโยนป้ายหยกทิ้งไปด้านข้าง ไม่สนใจเสียง "ตื๊ดๆ" ที่ดังออกมาจากป้ายหยกแม้แต่น้อย
ทว่า เสียงเตือนกลับดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง และดังติดต่อกันนานถึงหนึ่งเค่อ (15 นาที)
เฉินอันหยิบป้ายหยกขึ้นมา ส่งเสียงผ่านค่ายกลออกไป "ผู้ใด"
เสียงร้อนรนสายหนึ่งดังตอบกลับมาจากป้ายหยกทันที "เป็นข้าเอง เฉินเจียงซิน"
"มีธุระอันใด"
"คืออย่างนี้ ภูเขาเมฆหมอกเกิดเรื่องขึ้น เรื่องที่ท่านประมุขตระกูลกำชับไว้เมื่อตอนกลางวันจำเป็นต้องหารือกันใหม่ ท่านจึงส่งข้ามาเชิญท่านผู้เฒ่าทุกท่านไปยังโถงประชุมใหญ่" เสียงของเฉินเจียงซินดังมาอีกครั้ง
เฉินอันขมวดคิ้วลึกยิ่งขึ้น ภูเขาเมฆหมอกเกิดเรื่อง
เขารีบเอ่ยถาม "ภูเขาเมฆหมอกเกิดเรื่องอันใด หรือว่าถูกตระกูลหลิ่วลอบโจมตี"
"ข้าเองก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก เพียงแต่ได้รับคำสั่งจากท่านประมุขตระกูล ให้มาเชิญท่าน" เสียงของเฉินเจียงซินฟังดูร้อนรนยิ่งขึ้น
เฉินอันไม่ได้สงสัยอันใด เรื่องที่ตระกูลหลิ่วจะลอบโจมตีภูเขาเมฆหมอกนั้นเขาคาดการณ์ไว้นานแล้ว ตระกูลเฉินเองก็เตรียมการป้องกันอย่างเข้มงวด ไม่คิดว่าสุดท้ายแล้วก็ยังหนีไม่พ้นเคราะห์กรรมนี้
เขาลุกขึ้นก้าวเดินออกจากถ้ำพำนัก ออกไปนอกค่ายกล
เงยหน้าขึ้นก็พบกับเฉินเจียงซิน
ยามนี้ฝนด้านนอกเริ่มตกหนักขึ้น เฉินอันจึงทำเช่นเดียวกับอีกฝ่าย ปล่อยเกราะพลังปราณออกมาป้องกันสายฝนและลมหนาวไว้ด้านนอก
"ไปเถอะ"
เฉินเจียงซินเดินนำหน้า เฉินอันเดินตามอยู่ด้านหลัง
ทั้งสองคนเดินเรียงกันไป ทิ้งรอยเท้าไว้เป็นสองแถวบนเส้นทางภูเขาที่เฉอะแฉะ
เฉินอันก้มหน้าก้มตาเดิน เขาสังเกตเห็นรอยเท้าแถวที่สาม ดูจากทิศทางแล้ว มันมุ่งหน้าไปยังถ้ำพำนักของเขา
นี่น่าจะเป็นรอยเท้าที่เฉินเจียงซินทิ้งไว้ตอนที่มาหาเขา
เพียงแต่ เฉินเจียงซินที่เดินนำอยู่ด้านหน้าไม่ได้กำลังพาเขากลับไปทางเดิม แต่กลับมุ่งหน้าไปยังอีกทิศทางหนึ่ง
"พวกเราไม่ได้จะไปลานกว้างของตระกูลหรอกหรือ นี่เจ้าจะพาข้าไปที่ใด"
ยันต์แสงทองในแขนเสื้อของเฉินอันเตรียมพร้อมแล้ว รอเพียงแค่จังหวะที่จะซัดออกไป
"ก็ไปลานกว้างของตระกูลน่ะสิ ก็อยู่ข้างหน้านี่แล้วมิใช่หรือ" เฉินเจียงซินชี้ไปยังลานเรือนขนาดใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้า
เฉินอันเริ่มสงสัย หรือว่าอีกฝ่ายไม่ได้เดินมาจากลานกว้างของตระกูล
หรือว่าเขาจะคิดมากไปเอง
ขณะที่เขากำลังยิ่งคิดยิ่งรู้สึกไม่ถูกต้อง ลังเลที่จะก้าวเดินต่อ เฉินเจียงซินก็พลันเผยสีหน้าดุร้าย หันไปตะโกนยังทิศทางด้านหลัง "ท่านพ่อ ที่นี่ก็ถึงทิศตะวันตกของภูเขาเมฆหมอกแล้ว ลงมือที่นี่เลยเถอะ"
สิ้นเสียงของเขา ภาพเบื้องหน้าของเฉินอันก็พล่ามัวไปชั่วขณะ ทิวทัศน์รอบกายแปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อเงยหน้ามองดูอีกครั้ง ที่ไหนเลยจะมีลานกว้างของตระกูล รอบกายมีเพียงก้อนหินโล่งเตียนเต็มไปหมด
นี่มันคือทิศตะวันตกของภูเขาเมฆหมอกชัดๆ
ภูเขาด้านทิศตะวันตกส่วนใหญ่เป็นโขดหิน ไม่เหมาะแก่การเพาะปลูก จึงไม่มีสมาชิกตระกูลคนใดมาอาศัยอยู่แถบนี้เลย
เขารีบหันไปมองเฉินเจียงซิน ก็เห็นในมือของอีกฝ่ายกำลังถือลูกแก้วสีขาวลูกหนึ่งอยู่ กำลังมองมาทางเขาด้วยใบหน้าเยาะเย้ย
ลูกแก้วนั้นส่องประกายหมอกจางๆ ออกมา มองดูไกลๆ ทำให้ผู้คนรู้สึกสับสนมึนงง
"ลูกแก้วมายา"
ลูกแก้วนี้เป็นอุปกรณ์อาคมขั้นสูง ผู้ใช้สามารถสร้างภาพลวงตาขึ้นได้ตามใจชอบในระยะสิบจั้งรอบกาย
แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับฝึกปราณขั้นปลายก็ยังอาจถูกมันลวงตาได้
เฉินอันเข้าใจในทันที เขาถูกอุปกรณ์อาคมชิ้นนี้ลวงตาเข้าให้แล้ว
เมื่อเห็นสถานการณ์ไม่สู้ดี เขาก็ตัดสินใจเด็ดขาดในทันที รีบแปะยันต์แสงทองให้ตัวเองหนึ่งแผ่น
วินาทีต่อมา แสงสีทองก็สว่างวาบขึ้น เกราะป้องกันสีทองอร่ามชั้นหนึ่งก็ปรากฏขึ้นห่อหุ้มร่างกายของเขาไว้
เขาหันหลังร่ายวิชาท่องกายาเทพ หนีออกไปอย่างรวดเร็ว
ยังไปได้ไม่ถึงสิบจั้ง ร่างสูงวัยสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นขวางทางเขาไว้
"ท่านผู้เฒ่าใหญ่"
เฉินอันประหลาดใจ ที่แท้ก็เป็นสองพ่อลูกคู่นี้จริงๆ
"ข้ากับท่านไม่มีบุญคุณความแค้นต่อกัน ท่านคิดจะทำอันใด"
ในมือของท่านผู้เฒ่าใหญ่กุมดาบสันดำไว้แน่น คมดาบสาดประกายเย็นเยียบออกมาเป็นระยะ
เขายิ้มเย็น "เจ้ากับข้าไม่มีความแค้นกันก็จริง แต่มีคนยอมจ่ายเงินซื้อชีวิตของเจ้า ธุรกิจที่ได้มาเปล่าๆ เช่นนี้ เจ้าว่าข้าควรจะทำหรือไม่"
ใบหน้าของเฉินอันเคร่งขรึมดุจผืนน้ำ ปกติเขาไม่ค่อยได้สุงสิงกับผู้ใด คนที่เขาเคยล่วงเกินไป หากให้คิดดูดีๆ ก็คงมีเพียงหลิ่วเจินคนเดียวเท่านั้น
เสียงแหบพร่าของเขาดังขึ้น "รับใช้คนต่างตระกูล สังหารคนในตระกูลเดียวกัน ท่านคิดจะทรยศตระกูลเฉินหรือ"
"ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้าพูดถูก พวกเราก็คือผู้ทรยศตระกูล หลังจากนี้ตระกูลเฉินจะต้องถูกล้างตระกูลอย่างแน่นอน" เฉินเจียงซินที่อยู่ด้านข้างกล่าวอย่างเหิมเกริม
เฉินอันไม่เคยคิดมาก่อนว่าอีกฝ่ายจะยอมรับออกมาอย่างเปิดเผยเช่นนี้ เขาหมดคำจะพูด
"ท่านพ่อ อย่ามัวเสียเวลาพูดจาไร้สาระกับมันเลย รีบลงมือเถอะขอรับ เผื่อช้าไปจะเกิดเรื่องไม่คาดฝัน"
สีหน้าของเฉินเจียงซินเหี้ยมเกรียม แยกเขี้ยวยิงฟัน ดวงตาที่เคยสงบนิ่ง บัดนี้กลับมีประกายแสงสีดำอันประหลาดพิลึกแวบผ่าน
สิ้นเสียงของเขา ท่านผู้เฒ่าใหญ่ก็พุ่งเข้าประชิดตัว จู่โจมเข้ามาทันที
เฉินอันซัดยันต์อสรพิษอัคคีออกไปยี่สิบแผ่นรวดเดียว โยนใส่ร่างของอีกฝ่ายทั้งหมด เปลวไฟลุกท่วมฟ้า ส่องสว่างไปทั่วทั้งบริเวณโขดหินในทันที
หลังจากนั้นเขาก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง ร่ายวิชาท่องกายาเทพ หันหลังแล้วเผ่นทันที
ท่านผู้เฒ่าใหญ่อยู่ระดับฝึกปราณขั้นแปด ฝีมือไม่ธรรมดา ไม่สามารถปะทะตรงๆ ได้ ต้องรีบไปขอกำลังเสริมที่ลานกว้างของตระกูล
"เจ้าคิดจะหนีไปไหน"
เฉินเจียงซินที่อยู่ไม่ไกลพลันโผล่ออกมา ขวางทางหนีของเขาไว้
เฉินอันมุมปากยิ้มเยาะ "ลำพังแค่เจ้า ก็คิดจะขวางข้าได้แล้วหรือ"
พูดจบ กระบี่อาคมขั้นสูงเล่มหนึ่งก็แหวกผ่านม่านฝนที่โปรยปราย คมกระบี่ทั้งสองด้านสาดประกายเย็นเยียบ พุ่งตรงไปยังลำคอของเฉินเจียงซิน
การโจมตีนี้รุนแรงยิ่งนัก เฉินเจียงซินที่อยู่เพียงระดับฝึกปราณขั้นหกหลบไม่ทัน เบื้องหน้าร่างกายมีเส้นโลหิตสายหนึ่งพาดผ่าน เลือดสดพุ่งกระฉูดออกมา
ก่อนตายใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและตกตะลึง คาดว่าคงไม่เคยคิดมาก่อนว่าอีกฝ่ายจะมีระดับการบำเพ็ญเพียรถึงขั้นปลาย
ทันใดนั้น ศีรษะของเขาก็กลิ้งหลุนๆ ตกลงมา ร่างไร้หัวล้มลงกับพื้นเสียงดังสนั่น
"ลูกข้า เจ้ากล้าฆ่าลูกข้า"
ทั่วร่างของท่านผู้เฒ่าใหญ่ดำเป็นตอตะโก เขาแยกเขี้ยวยิงฟัน ใบหน้าบิดเบี้ยวจนน่ากลัว
เฉินอันกล่าวอย่างเย็นชา "ฆ่าแล้วจะทำไม"
ยันต์อสรพิษอัคคีเป็นเพียงระดับหนึ่งขั้นกลาง แต่ยันต์อสรพิษอัคคีคุณภาพสมบูรณ์แบบนั้น ไม่ใช่สิ่งที่คิดจะรับก็รับได้ง่ายๆ
ต่อให้มันไม่สามารถทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บสาหัสได้ แต่มันก็ช่วยขัดขวางได้ครู่หนึ่ง ทำให้เฉินอันมีเวลาช่วงสั้นๆ
ท่านผู้เฒ่าใหญ่ไม่พูดพร่ำทำเพลงอีกต่อไป ควบคุมดาบสันดำพุ่งเข้าสังหารทันที
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้ฝึกตนระดับฝึกปราณขั้นปลายรุ่นใหญ่ เฉินอันไม่กล้าประมาท เขากวัดแกว่งกระบี่อาคมเบื้องหน้า ตั้งรับเป็นหลัก
และคอยซัดยันต์อสรพิษอัคคีออกไปสองแผ่นเป็นระยะ เพื่อรบกวนอีกฝ่าย
หลังจากเปลวไฟลุกท่วมฟ้า
"ฟิ้ว"
เสียงแหวกอากาศดังขึ้น วัตถุแหลมคมสิ่งหนึ่งพุ่งทะลุเกราะยันต์แสงทองของเฉินอันเข้ามา
สีหน้าของเฉินอันเคร่งเครียดขึ้น นี่คืออุปกรณ์อาคมรูปเข็มสีดำ ยาวเท่าตะเกียบแต่เล็กกว่ามาก ปลายแหลมท้ายทู่ คมกริบและเย็นเยียบ
ทว่าเข็มเล่มนี้ก็เพียงแค่เจาะทะลุเกราะยันต์เข้ามาได้แค่ส่วนปลายเท่านั้น มันก็ติดค้างอยู่ไม่ขยับเขยื้อน
เฉินอันถอนหายใจโล่งอก โชคดีที่วิชาเกราะเต่าของเขาบรรลุขั้นสมบูรณ์แบบแล้ว ควบคุมได้ดั่งใจนึก เขาสามารถซ้อนมันไว้ใต้ชั้นในของเกราะยันต์แสงทองได้อย่างสมบูรณ์แบบ ช่วยเพิ่มพลังป้องกันขึ้นอย่างมหาศาล และจากภายนอกก็มองไม่เห็นเงื่อนงำใดๆ เลย
สีหน้าของเขาเย็นชาลง ยันต์ปฐพีทรุดและยันต์อสรพิษอัคคีพุ่งออกไปเป็นขบวน ปะทะเข้ากับท่านผู้เฒ่าใหญ่ที่เพิ่งจะฝ่ากองไฟออกมา
ยันต์ระดับหนึ่งขั้นกลางไม่อาจสร้างความเสียหายร้ายแรงให้แก่อีกฝ่ายได้ แต่เมื่อมีปริมาณมากพอและคุณภาพสูงพอ การจะรับมือมันก็ต้องใช้ความพยายามไม่น้อยเช่นกัน
"เจ้าเด็กน้อย คิดว่าอาศัยลูกไม้ตื้นๆ เช่นนี้ จะจัดการข้าผู้เฒ่าได้หรือ"
เสียงอันกราดเกรี้ยวของท่านผู้เฒ่าใหญ่ดังมา เขาเหยียบอยู่บนอุปกรณ์อาคมกระสวยลมสีคราม พุ่งทะลุออกจากวงล้อมของยันต์ปราณ
[จบแล้ว]