- หน้าแรก
- ข้าจะทำสวนจนเป็นเซียน
- บทที่ 40 - เมล็ดพันธุ์เทวะลงดิน
บทที่ 40 - เมล็ดพันธุ์เทวะลงดิน
บทที่ 40 - เมล็ดพันธุ์เทวะลงดิน
บทที่ 40 - เมล็ดพันธุ์เทวะลงดิน
เมื่อเวลาล่วงเลยไป พืชปราณในไร่ของเฉินอันก็เจริญงอกงามเต็มที่
หญ้าหิ่งห้อยเขียวให้ผลผลิตเป็นยาบำรุงปราณคุณภาพสมบูรณ์แบบยี่สิบแปดเม็ด คุณภาพดีสิบเก้าเม็ด และเป็นยาคุณภาพธรรมดาเพียงห้าเม็ด
ตามคำขอของผู้เฒ่ารอง ปริมาณของใบกระดองเต่าก็เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เมื่อรวมกับพืชปราณอื่นๆ ก็ช่วยเพิ่มระดับความชำนาญในวิชาอาคมและยันต์ของเฉินอันขึ้นอีกระลอก
ทว่ามันก็ยังห่างไกลจากขั้นสมบูรณ์แบบอยู่บ้าง
หากไม่มีอะไรผิดพลาด ด้วยอัตราพืชปราณคุณภาพสมบูรณ์แบบเกือบครึ่งหนึ่งของเขา ขอเพียงเก็บเกี่ยวอีกสักหนึ่งหรือสองฤดูกาลก็น่าจะเพียงพอแล้ว
หลังจากการเก็บเกี่ยว เฉินอันก็หยิบเมล็ดพันธุ์ออกมาตามสัดส่วนการเพาะปลูกเดิม
เขาร่ายวิชาชักนำปฐพี หลุมดินเล็กๆ ก็ปรากฏขึ้นทีละหลุม
เฉินอันค่อยๆ ฝังเมล็ดพันธุ์ลงไปในดินทีละเมล็ด
โบกมือรวบรวมเมฆฝนก้อนหนึ่ง หยาดฝนเม็ดเท่าเมล็ดถั่วก็โปรยปรายลงมา ชะล้างดินและเมล็ดพันธุ์ที่เพิ่งหว่านลงไปให้ชุ่มชื้น
เมื่อมองดูดินในไร่ปราณที่มีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เฉินอันก็รู้สึกปลาบปลื้มใจ ความพยายามของเขาไม่สูญเปล่าจริงๆ
ขอเพียงหว่านปุ๋ยปราณอีกสักสองครั้ง เรื่องไร่ปราณขั้นสูงก็จะลุล่วงโดยสมบูรณ์
หลังจากจัดการธุระที่นี่เสร็จสิ้น เฉินอันก็รวบรวมใบกระดองเต่าและนำไปส่งให้ท่านผู้เฒ่ารอง
นี่คือพืชปราณที่ตระกูลหวังต้องการ ส่วนตระกูลหวังก็มีปุ๋ยปราณที่ตระกูลเฉินต้องการ ทั้งสองฝ่ายต่างได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการ ถือเป็นการพึ่งพาอาศัยกัน
โชคยังดีที่เรื่องปุ๋ยปราณของตระกูลหวังถูกปล้นในครั้งนั้นจบลงแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น และไม่ส่งผลกระทบมาถึงตระกูลเฉิน
มิฉะนั้น ไร่ปราณของเฉินหลุนและเฉินโหย่วเลี่ยงที่เพิ่งเลื่อนขั้นเป็นไร่ปราณขั้นสูง หากขาดปุ๋ยปราณไป คนที่เสียหายหนักที่สุดย่อมเป็นเฉินอัน
เมื่อมาถึงที่พักของผู้เฒ่ารอง เขาก็ใช้ใบกระดองเต่าแลกเปลี่ยนเป็นหินปราณ
ทั้งสองพูดคุยเกี่ยวกับเคล็ดลับการเพาะปลูกกันอยู่ครู่หนึ่ง เฉินอันจึงขอตัวลาจากไป
ทว่า เมื่อมองดูท่านผู้เฒ่ารองที่กำลังจิบชาอย่างสบายอารมณ์ เฉินอันก็อดนึกถึงเรื่องที่ประมุขตระกูลเฉินชิงและท่านผู้เฒ่าสี่เพิ่งประกาศปิดด่านฝึกตนไปเมื่อไม่นานนี้ไม่ได้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด
พวกเขาอยู่ในระดับฝึกปราณขั้นปลายแล้ว แต่ยังคงพยายามทะลวงระดับการบำเพ็ญเพียรอย่างหนัก หรือว่าจะเป็น... เพื่อการชำระรากฐาน
แม้จะไม่รู้ว่ายาชำระรากฐานจากถ้ำพำนักโบราณสถานตกไปอยู่ในมือผู้ใด แต่หากพวกเขาสามารถแย่งชิงผลปราณสวรรค์มาได้สักหนึ่งหรือสองผล ทุ่มเททรัพยากรอีกหน่อยเพื่อรวบรวมสมุนไพรปราณอื่นๆ แล้วตามหาปรมาจารย์ปรุงยาระดับสอง ไม่แน่ว่าอาจจะปรุงยาชำระรากฐานออกมาได้จริงๆ
เฉินอันพลันเข้าใจในบัดดล ดูเหมือนว่าการเดินทางของตระกูลเฉินในครั้งนั้น ก็ใช่ว่าจะไม่มีเก็บเกี่ยวอะไรกลับมาเลย
เพียงแต่ ไม่รู้ว่าพวกเขาได้เมล็ดพันธุ์ผลปราณสวรรค์กลับมาด้วยหรือไม่
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว สามเดือนผ่านไปในพริบตา
ในวันนี้ เฉินหย่วนเจิงกลับมาแล้ว
เฉินอันรู้ดีว่า นี่หมายความว่าปุ๋ยปราณจากตระกูลหวังถูกนำกลับมาให้เขาด้วย
ทว่าก่อนหน้านี้ พวกเขาจะมาส่งทุกๆ สี่หรือห้าเดือนครั้งหนึ่ง ครั้งนี้กลับเร็วกว่ากำหนดไม่น้อย
เมื่อไปหาเฉินหย่วนเจิง ไม่เพียงแต่จะได้รับปุ๋ยปราณเต็มถุง แต่ยังมีจดหมายจากเฉินจื่อหลานฉบับหนึ่งด้วย
ในจดหมายบอกว่า ช่วงสองปีมานี้ใบกระดองเต่าที่ตระกูลเฉินเพาะปลูกมีคุณภาพดีขึ้นเรื่อยๆ ทั้งใบหนาน้ำเยอะ สัตว์ปราณที่ตระกูลหวังเลี้ยงดูก็กินได้มากขึ้น ย่อมขับถ่ายได้มากขึ้นตามไปด้วย
ปุ๋ยปราณในครั้งนี้จึงถูกส่งมาให้เขาก่อนกำหนด
เฉินอันอมยิ้ม สองสามีภรรยาคู่นี้ ช่างรู้ความจริงๆ
เฉินอันเดินไปตามทางเล็กๆ บนภูเขาเมฆหมอก มุ่งหน้ากลับไปยังถ้ำพำนักของตน
ระหว่างทาง เขาเห็นร่างสามร่างอยู่ไกลๆ เป็นชายสองหญิงหนึ่ง กำลังเดินตรงมาอย่างเร่งรีบ
"พวกท่านกลับมาแล้ว สังหารผีร้ายตนนั้นได้หรือไม่"
ทั้งสองคนคือเฉินอวี้และเฉินเฟิงซั่วที่เดินทางไปยังแดนมนุษย์ เพื่อสังหารผีร้ายเมื่อไม่นานมานี้ ส่วนอีกคนเป็นผู้ฝึกตนวัยกลางคนของตระกูลเฉิน
เฉินอวี้สวมชุดกระโปรงยาวสีเหลืองอ่อน ขับเน้นส่วนโค้งเว้าเบื้องหน้า ยังคงงดงามชวนตะลึงเช่นเคย
เพียงแต่ ระหว่างวงคิ้วเรียวของนางกลับมีร่องรอยความเหนื่อยล้าฉายชัด ดวงตาที่เคยใสดุจสายน้ำ บัดนี้กลับมีเส้นเลือดฝอยในตาปรากฏให้เห็น
ส่วนคนอื่นๆ อีกสองคนก็ไม่ได้ดูดีไปกว่ากันนัก
เมื่อเฉินอวี้เห็นว่าเป็นเฉินอัน นางก็มองเขาด้วยสีหน้าซับซ้อน ก่อนจะประสานมือคารวะเล็กน้อย แล้วเดินมุ่งหน้าไปยังลานกว้างของตระกูลพร้อมกับสมาชิกตระกูลคนนั้น
เฉินอันรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง จึงหันไปถามเฉินเฟิงซั่ว "การเดินทางครั้งนี้ไม่ราบรื่นหรือ"
เฉินเฟิงซั่วถอนหายใจ "เจ้าไม่รู้หรอก ที่พวกเราเจอที่ไหนเลยจะเป็นผีร้าย มันคือผู้บำเพ็ญผีชัดๆ"
"ผู้บำเพ็ญผี"
เฉินอันประหลาดใจอย่างมาก ผู้บำเพ็ญผีคือผู้ฝึกตนที่สูญเสียร่างกายไปแล้ว และใช้จิตวิญญาณหันไปบำเพ็ญเพียรในวิถีแห่งผี
วิชาของผู้บำเพ็ญผีนั้นยากคาดเดา หากไม่มีวิชารับมือ ต่อให้เป็นผู้ฝึกตนระดับเดียวกันสองสามคนรุมก็ยังเอาชนะได้ยาก
"พวกข้าสามคนเสียท่าให้ผู้บำเพ็ญผีตนนั้นอย่างหนัก เกือบจะตายอยู่ที่นั่นแล้ว อ้อ ใช่ ต้องขอบคุณยันต์ที่เจ้ามอบให้ข้าด้วย มันพอจะข่มผู้บำเพ็ญผีตนนั้นได้บ้าง มิฉะนั้น ต่อให้ข้ารอดกลับมาได้ก็คงจะบาดเจ็บสาหัส"
"ในอนาคต ข้าจะตอบแทนเจ้าอย่างงามแน่นอน"
เฉินเฟิงซั่วมองเฉินอันด้วยความขอบคุณ
ยันต์อสรพิษอัคคีเป็นธาตุไฟ เป็นสิ่งที่แข็งกร้าวและเป็นหยางที่สุด ยิ่งเป็นยันต์คุณภาพสมบูรณ์แบบด้วยแล้ว ย่อมส่งผลดีในการรับมือกับผู้บำเพ็ญผีอย่างไม่ต้องสงสัย
เฉินเฟิงซั่วเพิ่งผ่านการต่อสู้ครั้งใหญ่มา แถมยังต้องเดินทางไกล เขารีบขอตัวลากลับทันทีเพื่อกลับไปพักฟื้นร่างกาย
เฉินอันครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่อีกฝ่ายเล่าให้ฟังเมื่อครู่ ก่อนจะเบะปาก
การบำเพ็ญเพียรอยู่บนเขานี่แหละดีที่สุดแล้ว จะออกไปสังหารผีร้ายอะไรนั่น หรือสำรวจถ้ำพำนักโบราณสถานอะไรอีก การที่ต้องวิ่งวุ่นไปๆ มาๆ ก็ไม่ใช่เพื่อทรัพยากรการบำเพ็ญเพียรหรอกหรือ
เมื่อกลับถึงไร่ปราณ เฉินอันก็นำปุ๋ยปราณที่เพิ่งได้มาโปรยลงไปในดิน
เขาร่ายวิชาฝนปราณ ท่ามกลางหยาดฝนที่โปรยปราย เม็ดปุ๋ยปราณก็ค่อยๆ ละลาย สุดท้ายก็ซึมซาบลงสู่ผืนดิน กลายเป็นสารอาหาร
เมื่อแน่ใจว่าไม่มีอะไรตกหล่น เขาก็กลับเข้าถ้ำพำนักเพื่อบำเพ็ญเพียรต่อ
หลังจากนั้น เขาก็จะออกมาตรวจสอบและดูแลพืชปราณทุกวัน วันละหนึ่งรอบ
ทว่า เฉินอันก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง
ความอุดมสมบูรณ์ในไร่ปราณของเขา ดูเหมือนจะมาถึงจุดเปลี่ยนบางอย่าง และกำลังเกิดการแปรสภาพอย่างรวดเร็ว
ยังไม่ถึงหนึ่งหรือสองเดือนด้วยซ้ำ มันก็เลื่อนขั้นเป็นไร่ปราณขั้นสูงแล้ว
เฉินอันยืนมองไร่ปราณขั้นสูงขนาดหนึ่งหมู่เบื้องหน้าถ้ำพำนักของตนอย่างเงียบงัน
เมื่อนับดูดีๆ ตระกูลหวังส่งปุ๋ยปราณมาให้เขาสี่ครั้ง เมื่อรวมกับครั้งนั้นของผู้เฒ่ารอง ก็เป็นห้าครั้งพอดี
บรรลุมาตรฐานขั้นต่ำในการเลื่อนขั้นเป็นไร่ปราณขั้นสูง
ทว่า ปุ๋ยปราณของผู้เฒ่ารองในครั้งนั้น ปริมาณก็น้อยกว่า คุณภาพก็ด้อยกว่า อย่างมากก็คงนับได้แค่ครึ่งครั้งเท่านั้น
หรือว่า...
เฉินอันใจกระตุก เขาร่ายวิชาชักนำปฐพี สำรวจลึกลงไปใต้ดินทันที
ตามคลื่นพลังของวิชาอาคม เขาพบว่าซากกระดูกของคนตระกูลหลิ่วทั้งสอง บัดนี้เหลือเพียงแค่เศษซากแล้ว
ร่างกายส่วนใหญ่ของพวกเขาถูกไร่ปราณดูดซึมไปจนกลายเป็นปุ๋ยไปหมดสิ้น
ดูท่าทางแล้ว อย่างมากก็คงอีกสักสองสามเดือน คนทั้งสองนี้คงจะไม่เหลือแม้แต่กาก
เฉินอันใบหน้าปรากฏความเข้าใจ "เป็นอย่างที่คิดจริงๆ คนสองคนนี้ เทียบเท่ากับปุ๋ยปราณครึ่งครั้งได้เลย"
เขายืนนิ่งอยู่นาน ก่อนจะนึกถึงเมล็ดพันธุ์เทวะนั่นขึ้นมาได้
ในเมื่อไร่ปราณเลื่อนขั้นเป็นขั้นสูงแล้ว เขาก็สามารถนำมันมาเพาะปลูกได้แล้ว
เฉินอันสูดหายใจลึก เขาไม่ได้ลงมือในทันที แต่หยิบชุดค่ายกลชุดหนึ่งออกมา
ค่ายกลนี้มีชื่อว่าค่ายกลหมอกอำพราง เป็นค่ายกลระดับหนึ่งขั้นสูง มีความสามารถในการซ่อนเร้นและลวงตา
นี่คือค่ายกลที่เฉินอันใช้หินปราณกว่าเจ็ดร้อยก้อน วานให้เฉินหลุนซื้อกลับมาให้
หากไม่ใช่เพราะหินปราณห้าร้อยก้อนที่เฉินชิงให้รางวัลเขาในตอนนั้น เฉินอันคงไม่สามารถนำหินปราณจำนวนมากขนาดนี้ออกมาได้จริงๆ
โชคดีที่มันเป็นค่ายกลลวงตา ราคาจึงค่อนข้างถูกกว่าเล็กน้อย หากเป็นค่ายกลสังหารหรือค่ายกลป้องกัน เกรงว่าราคาทะลุหลักพันไปแล้ว
แน่นอนว่า มูลค่าของพืชปราณ สมุนไพรปราณ และอุปกรณ์อาคมต่างๆ ในถุงเก็บของของเขานั้นสูงกว่าราคานี้มาก เพียงแต่เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นสงสัย เขาจึงไม่สามารถนำมันออกมาทั้งหมดในคราวเดียวได้
เฉินอันเคลื่อนที่ไปมาอยู่หน้าถ้ำพำนักอยู่พักใหญ่ จึงจะวางค่ายกลลวงตาได้สำเร็จ
หลังจากเปิดใช้งานค่ายกล ม่านหมอกสีขาวก็เริ่มแผ่ปกคลุมไปทั่วไร่ปราณ เมื่อมองจากภายนอกจะเห็นเพียงภาพเลือนรางสลัว ไม่สามารถมองเห็นสถานการณ์ใดๆ ภายในค่ายกลได้เลย
เมื่อตรวจสอบประสิทธิภาพของค่ายกลหมอกอำพรางแล้ว เฉินอันก็หยิบเมล็ดพันธุ์เทวะที่ดำทะมึนเมล็ดนั้นออกมา
เพียงแค่คิด วิชาชักนำปฐพีก็เริ่มทำงาน หลุมดินเล็กๆ ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
เฉินอันค่อยๆ บรรจงฝังมันลงไปอย่างระมัดระวัง ร่ายวิชาฝนปราณและวิชารวบรวมปราณเพื่อบำรุงเมล็ดพันธุ์ จากนั้นจึงใช้วิชาชักนำปฐพีเพื่อจัดระเบียบพลังปราณในดิน
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จสิ้น เฉินอันก็ปาดเหงื่อบนหน้าผาก รู้สึกว่ามันเหนื่อยยิ่งกว่าการดูแลไร่ปราณทั้งหมู่เสียอีก
เขาก้มลงมองเมล็ดพันธุ์เทวะที่เพิ่งฝังลงไปอย่างตั้งใจ พลันมีข้อความแถวหนึ่งปรากฏขึ้นในมโนสำนึก
[ต้นไม้อัฏฐวิเศษ ปัจจุบันเป็นระดับหนึ่งขั้นสูง ภายในเสียหายเล็กน้อย ต้องการวิชาฝนปราณและวิชารวบรวมปราณขั้นสมบูรณ์แบบในการบำรุงเลี้ยงอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาสามเดือน จึงจะสามารถฟื้นฟูได้]
เฉินอันมุมปากกระตุก สมแล้วที่เป็นเมล็ดพันธุ์เทวะ แม่มเอ๊ย ดูแลยากชะมัด
[จบแล้ว]