เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 34 - หนอนเข็มทอง

บทที่ 34 - หนอนเข็มทอง

บทที่ 34 - หนอนเข็มทอง


บทที่ 34 - หนอนเข็มทอง

หน้าประตูเรือนเล็ก

ต้นสนหยกครามเขียวชอุ่มชุ่มชื้นสองต้นยืนตระหง่าน ต้นสนสูงตระหง่านแผ่พลังปราณเจือจางแผ่ออกมา ทำให้มันดูมีกลิ่นอายแห่งปราณมากกว่าต้นไม้ทั่วไป

ลูกสนขนาดใหญ่และอวบอิ่มจำนวนหนึ่ง ห้อยหัวอยู่ท่ามกลางหมู่สนที่หนาทึบ พอจะมองเห็นได้อย่างเลือนราง

เฉินอันยืนอยู่ใต้ต้นไม้ เงยหน้ามองลูกสนบนหัว ใบหน้าอันเกลี้ยงเกลาของเขาฉายแววพึงพอใจ

เวลาผ่านไปอีกหนึ่งปี ก็ถึงฤดูเก็บเกี่ยว ลูกสนสุกเต็มที่แล้ว

พืชปราณระดับหนึ่งทั่วไปล้วนผ่านการเพาะเลี้ยงมาหลายชั่วอายุคน ทำให้ระยะเวลาเติบโตเต็มที่สั้นกว่าพืชปราณที่เติบโตตามธรรมชาติอย่างมาก โดยทั่วไปพืชปราณขั้นต่ำจะสุกภายในสามเดือน พืชปราณขั้นกลางต้องใช้เวลาครึ่งปี

แต่ลูกสนนี้เป็นต้นไม้ที่เขาบังเอิญอัพเกรดมันจนกลายเป็นพืชปราณ ไม่เหมือนกับพืชปราณระดับหนึ่งขั้นต่ำชนิดอื่น ไม่ได้ผ่านการเพาะเมล็ดพันธุ์อย่างพิถีพิถัน หรือคัดเลือกสายพันธุ์มาโดยเฉพาะ จึงเป็นธรรมดาที่มันจะสุกปีละครั้ง

[เก็บเกี่ยวลูกสนคุณภาพสมบูรณ์แบบหนึ่งลูก ได้รับทักษะไม้คราม]

เฉินอันสนใจเพียงลูกสนคุณภาพสมบูรณ์แบบเท่านั้น แม้จะได้แก่นไม้ครามและแก่นแท้สนหยกครามมาด้วย แต่ความสนใจทั้งหมดของเขาอยู่ที่เคล็ดวิชา ไม่ได้ใส่ใจผลเก็บเกี่ยวอื่นมากนัก

ขณะที่ความเข้าใจและประสบการณ์ของทักษะไม้ครามหลั่งไหลเข้ามาในใจ ความเข้าใจในเคล็ดวิชาของเฉินอันก็ลึกซึ้งขึ้นอีกหลายส่วน ใบหน้าของเขาเปี่ยมไปด้วยความพึงพอใจ

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด การส่งมอบเคล็ดวิชาก็หยุดลง

เฉินอันเงยหน้ามองลำต้นที่ว่างเปล่า ส่ายหัวเล็กน้อยอย่างผิดหวัง

ครั้งนี้ไม่สามารถทำให้ทักษะไม้ครามเลื่อนขั้นเป็นระดับบรรลุขั้นสูงสุดได้ ดูท่าคงต้องรอจนถึงปีหน้าอีกครั้ง

แต่ด้วยความเข้าใจที่ได้รับมามากมาย ทำให้ทักษะไม้ครามระดับบรรลุขั้นต้นของเขาราบรื่นและคล่องแคล่วมากขึ้น ส่งผลให้ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรเพิ่มขึ้นไม่น้อย

เขตรวจสอบสถานะของต้นไม้ทั้งสอง ร่ายวิชารวบรวมปราณให้พวกมันอย่างละหนึ่งครั้ง ก่อนจะเก็บลูกสนที่อยู่บนพื้นขึ้นมา แล้วหมุนตัวจากไป

ระหว่างทางกลับ เขาบังเอิญพบกับเฉินเม่าซิน

"เฉินอัน เจ้าไม่ไปดูแลพืชปราณ มัวมาเดินเตร็ดเตร่อะไรอยู่ข้างนอก"

"ข้าออกมาเก็บลูกสนสักหน่อย กะว่าจะเอาไปคั่วกิน"

เฉินอันเดินทอดน่องสบายอารมณ์ ไม่มีความรู้สึกเร่งรีบของการแย่งชิงปุ๋ยปราณเลยแม้แต่น้อย

"นี่มันเวลาไหนแล้ว เจ้ายังมีกะใจมากินของพรรค์นี้อีกหรือ พวกเราต้องพยายามให้มากขึ้นหน่อย ต้องโค่นเจ้าเฒ่าสองคนนั้นให้ได้"

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอคติที่มีต่อเฉินหลุนและเฉินโหย่วเลี่ยงหรือไม่ เฉินเม่าซินถึงกับกำหมัดแน่น ท่าทางดูเหมือนกำลังกัดฟันกรอด

"จะทำสวนกับบำเพ็ญเพียรตลอดเวลาก็ไม่ได้ ต้องผ่อนคลายบ้างเป็นครั้งคราว"

เฉินอันหยิบลูกสนคุณภาพดีเยี่ยมออกมาสองสามลูก ยื่นส่งไป "กินเม็ดสนหน่อยสิ นี่เป็นผลจากพืชปราณขั้นต่ำเชียวนะ ช่วยดับร้อนในได้"

เฉินเม่าซินเหลือบมองเฉินอันอย่างไม่สบอารมณ์ ไม่ได้ยื่นมือไปรับ แต่กลับถามด้วยเสียงทุ้ม "สำหรับการประลองครั้งนี้ เจ้ามั่นใจแค่ไหน"

"ไม่กล้าพูดว่าชนะแน่นอน แต่อย่างน้อยก็มั่นใจอยู่หลายส่วนล่ะนะ"

"ตกลงว่ากี่ส่วน" เฉินเม่าซินเริ่มสนใจ

"ประมาณห้าส่วนกระมัง" เฉินอันตอบอย่างถ่อมตัว

"ชิชะ"

เฉินเม่าซินมองเฉินอันขึ้นๆ ลงๆ เดินวนรอบตัวเขาสองรอบ

"ทำอะไรของเจ้า ข้าชักจะเวียนหัวแล้วนะ"

"เจ้าเด็กนี่ อายุยังน้อยแต่ลมปากไม่น้อยเลยนะ เฉินหลุนนอกจากดัชนีดาบทองเกิงจะร้ายกาจอยู่บ้าง เรื่องการเพาะปลูกพืชปราณเขาสองคนก็แค่ห้าสิบห้าสิบเท่านั้น เจ้ากล้าบอกว่าตัวเองมั่นใจถึงห้าส่วนเลยหรือ"

เฉินเม่าซินเอาแต่ว่าคนอื่นว่าอวดอ้างว่าอาวุโส แต่ตัวเขากลับทำท่าทางเหมือนผู้ใหญ่สั่งสอนเสียเอง

เฉินอันส่ายหัว ไม่ได้ถือสาอะไร วันหน้าย่อมได้เห็นผลลัพธ์กันอยู่แล้ว

เขาไม่ได้โต้เถียงอะไร คุยสัพเพเหระกับอีกฝ่ายสองสามประโยค ก็ตั้งใจจะจากไป

"อย่าเพิ่งไป" เฉินเม่าซินเรียกเฉินอันไว้

"เม็ดสนรสชาติเป็นยังไง ให้ข้าลองชิมสักสองสามเม็ดสิ"

เฉินอันกลับมาบำเพ็ญเพียรเงียบๆ ในถ้ำพำนักเป็นเวลาสามเดือน

พืชปราณในไร่เติบโตอย่างงดงาม ระดับพลังก็เพิ่มขึ้นอย่างมั่นคง

ในวันนี้ เฉินโหย่วเลี่ยงก็มาเยี่ยมเยือนโดยไม่คาดฝัน

เฉินอันเปิดค่ายกลโซ่ทองมุมหนึ่ง ต้อนรับอีกฝ่ายเข้ามา

"พี่ชายมาหาข้าถึงที่นี่ ไม่ทราบว่ามีธุระอันใดหรือ"

เขาไม่ได้ติดต่อกับอีกฝ่ายบ่อยนัก ทั้งสองคนจึงไม่ได้สนิทสนมกันมาก

แต่มารยาทในการต้อนรับแขกก็ขาดไม่ได้ เฉินอันนำชาปราณออกมาชงเป็นพิเศษ ทั้งสองนั่งดื่มชาที่โต๊ะหินหน้าถ้ำพำนัก

นี่เป็นชาปราณขั้นต่ำที่สุด ในตระกูลก็มีคนเพาะปลูก แหล่งผลิตอยู่ที่ตระกูลตัวเอง ราคาย่อมไม่แพงนัก หินปราณไม่กี่ก้อนก็ซื้อได้หนึ่งชั่งแล้ว

เฉินโหย่วเลี่ยงจิบชาคำหนึ่ง พลางยิ้มกล่าว "ไม่มีอะไรมาก ครั้งก่อนที่น้องชายช่วยข้ากำจัดด้วงเขี้ยวปฐพี ช่วงนี้พี่ชายมัวแต่ยุ่งๆ เลยยังไม่ได้มาขอบคุณ"

พูดพลาง เขาก็หยิบซองชาซองหนึ่งออกมา ยื่นส่งไป

"ชาใจสงบ"

เฉินอันได้กลิ่นหอมที่คุ้นเคย ก็เอ่ยชื่อออกมา เขาเคยดื่มที่บ้านของผู้เฒ่ารองสองสามถ้วย

ชาใจสงบเป็นพืชปราณระดับหนึ่งขั้นสูง ในตระกูลเฉินมีเพียงผู้เฒ่ารองเท่านั้นที่ปลูกได้ ปกติแล้วหาได้ไม่ง่ายนัก

"น้ำใจเล็กน้อย น้องชายอย่าได้ปฏิเสธ"

"เช่นนั้นผู้น้อยก็ขอรับไว้"

เฉินอันเห็นท่าทางจริงใจของอีกฝ่าย ก็รับไว้

อยู่ตระกูลเดียวกัน ยังไงก็ต้องพบหน้ากันอยู่แล้ว การไปมาหาสู่ย่อมเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

"ชาของเจ้านี่ธรรมดาๆ แต่พอดื่มเข้าไปกลับมีรสชาติไม่เลว คล้ายกับชาใจสงบอยู่บ้าง"

เฉินโหย่วเลี่ยงดื่มไปอีกถ้วย เผยสีหน้าสงสัย

"ข้าใช้น้ำพุจากภูเขาด้านหลังชง รสชาติเลยดีขึ้นหน่อย"

อันที่จริง ชานี้ เฉินอันใช้น้ำฝนจากวิชาฝนปราณระดับสมบูรณ์ชงขึ้นมา

ไม่ว่าจะใช้หุงข้าวปราณหรือชงชา ผลลัพธ์ก็ไม่ด้อยไปกว่าน้ำพุปราณบางแห่งเลย

เฉินโหย่วเลี่ยงไม่ได้ซักไซ้ต่อ เพียงแค่ยิ้มแล้วกล่าว "รสชาติไม่เลว ขออีกกาได้หรือไม่"

"ย่อมได้ พี่ชายรอสักครู่"

เฉินอันยกกาน้ำชาขึ้น เดินเข้าไปในถ้ำพำนัก เขาตุนน้ำไว้เต็มถังใหญ่เพื่อเตรียมไว้ใช้งาน

เมื่อเห็นอีกฝ่ายจากไป เฉินโหย่วเลี่ยงก็ยิ้มเยาะ โบกมือสะบัดจุดสีเหลืองสองสามจุดไปยังไร่ปราณข้างๆ มันตกลงไปในดินและหายไป

หลังจากนั้น เขาก็จิบชาในถ้วยต่อไป ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

หลังจากที่เฉินอันกลับมา ทั้งสองก็ดื่มชาต่อ

พวกเขาต่างก็รู้ดี ไม่ได้พูดคุยเรื่องพืชปราณเลย พูดเพียงเรื่องสัพเพเหระในตระกูลเท่านั้น

จนกระทั่งดื่มชาไปสองกา เฉินโหย่วเลี่ยงจึงกล่าวลาจากไป

หลังจากออกมาจากที่พักของเฉินอัน เฉินโหย่วเลี่ยงไม่ได้กลับไปที่บ้านของตน แต่กลับเดินทางไปยังที่พักของเฉินหลุน

"เจ้ามาทำอะไร"

เฉินหลุนยืนขวางทางเข้าค่ายกล มองอีกฝ่ายอย่างระแวดระวัง

เฉินโหย่วเลี่ยงยิ้มเล็กน้อย หยิบชาใจสงบซองหนึ่งออกมา "ช่วงนี้ข้าเพิ่งจะได้ชาใจสงบจากผู้เฒ่ารองมาสองสามชั่ง เลยแวะมาดื่มชาเป็นเพื่อนเจ้า"

เหลือบมองซองชา เฉินหลุนก็หัวเราะเยาะ "ข้ายังมีธุระ วันหน้าค่อยว่ากัน"

พูดจบ เขาก็หันหลังกลับเข้าไปในค่ายกล

ใบหน้าของเฉินโหย่วเลี่ยงพลันมืดครึ้ม บีบชาใจสงบในมือจนแหลกละเอียด

"หึ ไม่ว่าจะใช้วิธีไหน ข้าก็ต้องชนะเจ้าให้ได้"

สำหรับเฉินเม่าซิน เฉินโหย่วเลี่ยงไม่ได้สนใจเลย ที่เขากังวล มีเพียงเฉินอันและเฉินหลุนสองคนเท่านั้น

หลังจากที่เฉินโหย่วเลี่ยงจากไป เฉินอันก็เก็บถ้วยชา ตรวจสอบพืชปราณอีกครั้ง ไม่พบสถานะผิดปกติ จึงกลับเข้าไปในถ้ำพำนักเพื่อวาดอักขระยันต์ต่อ

นับตั้งแต่ที่ยันต์อสรพิษอัคคีสร้างผลงานในคราวก่อน เขาก็เตรียมยันต์ชนิดนี้ไว้ตลอดเวลา เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน

หลังจากที่ใช้เวลาไปหลายวัน ยันต์ก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ แต่กระดาษยันต์ในมือเขากลับค่อยๆ หมดลง

เมื่อไม่มีแหล่งที่มาของกระดาษยันต์ เฉินอันก็พลันคิดถึงวันที่เฉินต้าจ้วงยังอยู่

เพียงแต่การเดินทางครั้งนี้อันตรายอย่างยิ่ง ไม่รู้ว่าเจ้าหมอนั่นจะรอดชีวิตกลับมาได้หรือไม่

ดูท่าทาง คราวหน้าคงต้องปลูกหม่อนรากปฐพีเพิ่มอีกหน่อยแล้ว

เขาเก็บเกี่ยวความชำนาญของเคล็ดวิชามาได้อีกระลอก ถึงแม้ทักษะไม้ครามจะไม่เลื่อนขั้นเป็นระดับบรรลุขั้นสูงสุด แต่การโคจรพลังก็ลื่นไหลเป็นธรรมชาติมากขึ้น ประสิทธิภาพในการดูดซับพลังปราณก็สูงขึ้นเล็กน้อย

เฉินอันกลืนยาบำรุงปราณคุณภาพดีเยี่ยมลงไปหนึ่งเม็ด ดื่มด่ำอยู่กับการบำเพ็ญเพียรจนลืมเลือนเวลา

สามวันต่อมา

ในยามเช้า เฉินอันตรวจสอบพืชปราณตามปกติ

[หญ้าใบกระดองเต่า พืชปราณระดับหนึ่งขั้นกลาง ปัจจุบันสถานะไม่ค่อยดีนัก ในลำต้นมีหนอนเข็มทอง กำลังดูดกินพลังปราณของต้นพืช โปรดกำจัดโดยเร็วที่สุด]

หนอนเข็มทอง

เฉินอันประหลาดใจอย่างมาก เมื่อวานยังดีๆ อยู่เลย ไฉนเช้านี้ถึงมีหนอนเข็มทองได้เล่า

เขไม่มีเวลามาคิดเล็กคิดน้อย ร่ายกระบี่ปราณกลายไหมในทันที แทรกซึมเข้าไปในลำต้นของหญ้าใบกระดองเต่า สำรวจอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อหาตำแหน่งเจอแล้ว ก็ขับไล่หนอนสีทองตัวเล็กๆ ที่อยู่ข้างในออกมา

หนอนตัวนั้นเป็นสีทอง ลำตัวเรียวยาว แบ่งเป็นปล้องๆ สิบกว่าปล้อง

หนอนเข็มทอง หรืออีกชื่อหนึ่งคือ หนอนปล้อง มันชอบชอนไชเข้าไปในลำต้นของพืชเพื่อดูดกินพลังปราณเป็นที่สุด

หนอนชนิดนี้มักจะชอนไชจากรากใต้ดินขึ้นมาสู่ลำต้น ภายนอกต้นพืชจึงไม่มีร่องรอยการถูกเจาะ ปกติแล้วจึงค้นพบได้ยาก

แถมมันยังวางไข่ได้เก่งกาจมาก หากไม่สามารถกำจัดได้ทันท่วงที เพียงไม่กี่เดือนก็สามารถแพร่ระบาดจนเกิดเป็นภัยพิบัติได้

แววตาของเฉินอันพลันคมกริบ นิ้วมือยิงกระบี่ปราณออกไป สังหารตัวการที่ทำร้ายพืชปราณจนแหลกละเอียด กลายเป็นปุ๋ยให้แก่ไร่ปราณ

เขาเดินสำรวจไปรอบๆ ไร่ปราณ พบว่ามีพืชปราณถึงห้าต้นที่โดนเล่นงาน

เขาร่ายดัชนีดาบทองเกิง ไม่ปล่อยให้รอดไปแม้แต่ตัวเดียว

หลังจากกำจัดหนอนเสร็จ เฉินอันก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก โชคดีที่เขาสามารถตรวจสอบสถานะของพืชปราณได้แบบเรียลไทม์ จึงสามารถป้องกันไว้ก่อนได้ ไม่เช่นนั้น หากรอจนหนอนเข็มทองเติบโตกว่านี้ แล้วไปวางไข่จำนวนมากใต้ดิน เขาก็คงจะรับมือกับหายนะครั้งนี้ได้ยาก

เฉินอันเริ่มสงสัยที่มาของหนอนเข็มทอง

มีค่ายกลคุ้มครองอยู่ ไม่น่าจะมีหนอนปราณใดๆ บุกรุกเข้ามาได้

ยิ่งไปกว่านั้น ช่วงนี้เขาก็ไม่ได้ติดต่อกับใครเลย นอกจากเฉินเม่าซินและเฉินโหย่วเลี่ยง

และคนที่เคยมาที่ไร่ปราณของเขา ก็มีเพียงเฉินโหย่วเลี่ยงคนเดียวเท่านั้น

เฉินอันโกรธจนแทบคลั่ง "เจ้าเฒ่านี่กล้ามาเล่นงานข้าลับหลัง ข้าอุตส่าห์ชงชาปราณต้อนรับเจ้าอย่างดี คราวหน้าถ้ามาอีก ข้าจะชงปุ๋ยปราณให้เจ้าดื่ม"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 34 - หนอนเข็มทอง

คัดลอกลิงก์แล้ว