เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 - การจากลาและการเก็บเกี่ยว

บทที่ 28 - การจากลาและการเก็บเกี่ยว

บทที่ 28 - การจากลาและการเก็บเกี่ยว


บทที่ 28 - การจากลาและการเก็บเกี่ยว

ในวันนี้

เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรชั้นยอดของตระกูลเฉินมารวมตัวกันที่ลานตระกูล เตรียมพร้อมออกเดินทาง

ประมุขตระกูลเฉินถึงกับนำเรือเหาะของตระกูลซึ่งปกติแล้วจะไม่นำออกมาใช้โดยง่าย ออกมาด้วย

เรือเหาะสีน้ำตาลเข้มลำนี้ยาวหลายจั้ง สูงประมาณสองชั้นตึก ดูแล้วน่าจะบรรจุคนได้ไม่ต่ำกว่าสิบคน

คนในตระกูลหลายคนเพิ่งเคยเห็นมันเป็นครั้งแรก รวมถึงเฉินอันด้วย

ทุกคนมีสีหน้าตื่นเต้น คาดหวังว่าการออกเดินทางของตระกูลในครั้งนี้จะราบรื่น และเก็บเกี่ยวกลับมาเต็มลำเรือ

หากตระกูลสามารถสร้างผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างฐานเพิ่มได้อีกคนจากการเก็บเกี่ยวครั้งนี้ ตระกูลเฉินก็จะสามารถหลุดพ้นจากชะตากรรมของตระกูลระดับล่างได้ และสถานะของคนในตระกูลธรรมดาก็ย่อมจะสูงขึ้นตามไปด้วย

แม้ว่าจะไม่ได้รับส่วนแบ่งเล็กน้อยอะไรกับเขา แต่เวลาออกไปคุยโม้กับคนอื่น ก็ยังสามารถยืดอกพูดได้ว่า ตระกูลเฉินของเรามีผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างฐานถึงสองคน

"ไม่นึกเลยว่าตระกูลจะยอมนำสมบัติชิ้นนี้ออกมาใช้ ไม่รู้เลยว่าการได้นั่งอยู่บนนั้นมันจะรู้สึกอย่างไร"

ท่ามกลางฝูงชนที่มุงดู เฉินหลุนมองด้วยแววตาอิจฉา

เฉินอันหัวเราะเบาๆ พลางหยอกล้อ "อยากไปหรือ ตอนนี้เจ้ารองไปคุยกับประมุขตระกูลดูสิ เผื่อยังทัน"

"ช่างเถอะ ทำสวนมาปีแล้วปีเล่า ประสบการณ์การต่อสู้ก็แทบจะลืมเลือนไปหมดแล้ว เกรงว่าแค่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับเดียวกันโผล่มา ก็คงเอาชนะข้าได้แล้ว"

เฉินหลุนส่ายหัว เขายังประเมินความสามารถของตนเองได้ชัดเจนอยู่

"จริงสิ ได้ยินผู้เฒ่ารองบอกว่า เจ้ากำลังอัพเกรดไร่ปราณอยู่หรือ"

"อืม เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งจะใช้ปุ๋ยปราณขั้นสูงไป ใส่ปุ๋ยไปแล้วสองครั้ง ถ้าอยากจะอัพเกรดเป็นขั้นสูง คงต้องใส่อีกสักสามสี่ปครั้ง"

เมื่อพูดถึงตรงนี้ เฉินหลุนก็แสดงสีหน้าเจ็บปวดใจออกมา กัดฟันพูด "ปุ๋ยปราณขั้นสูงนี่มันแพงบ้าจริงๆ หนึ่งชั่งต้องใช้หินปราณหนึ่งก้อน ไร่ปราณหนึ่งหมู่บำรุงหนึ่งครั้งก็ต้องใช้หินปราณตั้งหนึ่งร้อยก้อน"

ก็มีแต่เขาที่ทำสวนมานานหลายปี สั่งสมสมบัติมาไม่น้อย ถึงพอจะจ่ายไหว ไม่เช่นนั้น ค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในการอัพเกรดไร่ปราณ เขาก็คงรับไม่ไหวเช่นกัน

"ระดับพลังของเจ้าเพิ่งจะอยู่แค่ฝึกปราณขั้นกลาง ไฉนถึงรีบอัพเกรดไร่ปราณนักเล่า"

เฉินอันรู้สึกสงสัย อีกฝ่ายเป็นถึงหัวหน้าของสิบสุดยอดนักทำสวน ฝีมือการทำสวนนับว่าโดดเด่น แต่ระดับพลังยังค่อนข้างต่ำ หากบุ่มบ่ามเพาะปลูกพืชปราณระดับหนึ่งขั้นสูง ก็น่าจะรับมือลำบากอยู่บ้าง

"เจ้าไม่รู้หรอก"

เฉินหลุนยิ้มอย่างมีเลศนัย

"ผู้เฒ่ารองบังเอิญได้เมล็ดดอกราตรีจันทรามายามา อยากจะเพาะพันธุ์ใหม่เพิ่ม หลังจากเรื่องนี้สำเร็จ ก็ต้องการไร่ปราณขั้นสูงเพิ่มอีก ตอนนี้ใครอัพเกรดไร่ปราณ ตระกูลจะช่วยออกให้ครึ่งหนึ่งเลย"

เฉินอันได้ยินดังนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ดอกราตรีจันทรามายาเป็นส่วนประกอบหลักในการหลอมยาปราณรวมที่ผู้บำเพ็ญเพียรขั้นปลายต้องการ หากสามารถเพาะปลูกในปริมาณมากได้ ก็น่าจะทำกำไรให้ตระกูลเฉินได้ไม่น้อยเลย

แต่เขาก็มองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าประหลาดๆ พลางกล่าว "ดอกราตรีจันทรามายาปลูกไม่ง่ายนะ ผู้เฒ่ารองมีระดับพลังสูง ปลูกรอดก็แล้วไปเถอะ แต่เจ้าจะทำได้หรือ"

"ข้าไม่ได้บอกว่าจะปลูกดอกราตรีจันทรามายาสักหน่อย ผู้เฒ่ารองให้ข้าปลูกหญ้าโลหิตปราณ ดอกฟ้าคราม แล้วก็ยาสมุนไพรอีกสองสามชนิดต่างหาก"

เฉินอันเข้าใจในทันที ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสมุนไพรปราณชนิดอื่นที่ใช้ในการหลอมยาปราณรวม ดูท่าทางผู้เฒ่ารองคงจะมุ่งเป้าไปที่ยาปราณรวมอย่างแน่นอน

ณ ยอดเขาเมฆหมอก

ท่านปู่ทวดเฉินกำลังถือจดหมายฉบับหนึ่งอยู่ในมือ ดวงตาคู่ที่ขุ่นมัวของเขาฉายแววหม่นหมอง สีหน้าเดี๋ยวบึ้งเดี๋ยวคลาย

เฉินชิงยืนนิ่งอยู่ข้างๆ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ทำได้เพียงรอให้อีกฝ่ายอ่านจดหมายให้จบอย่างเงียบๆ

"เพียะ"

"ไร้เหตุผลสิ้นดี"

ท่านปู่ทวดเฉินตบจดหมายลงบนโต๊ะอย่างแรง เคราสีดอกเลาของเขาสั่นระริกด้วยความโกรธ

"ท่านปู่ ท่านผู้อาวุโสหลี่แห่งนิกายเมฆครามส่งจดหมายมาด้วยเรื่องอันใดหรือขอรับ"

เฉินชิงรวบรวมความกล้าก้าวเข้าไปสอบถาม

"ในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ เจ้าหลี่เฟยหลงกลับเชิญผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างฐานของสี่ตระกูลใหญ่ไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์การบำเพ็ญเพียรที่นิกายเมฆคราม นี่มันเห็นได้ชัดว่าไม่ต้องการให้พวกเราเหล่าคนแก่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องถ้ำพำนักโบณานสถาน"

แม้จะสูดหายใจเข้าลึกๆ ท่านปู่ทวดเฉินก็ยังไม่สามารถระงับโทสะในใจได้ หน้าอกของเขากระเพื่อมขึ้นลงรุนแรงกว่าเดิมหลายส่วน

"หา เช่นนั้นพวกเขาไม่คิดจะฮุบทรัพยากรในถ้ำพำนักโบราณสถานไว้คนเดียวหรอกหรือ"

เมื่อได้ยินข่าวร้าย สีหน้าของเฉินชิงก็เต็มไปด้วยความเจ็บใจ

หรือว่าความปรารถนาของตระกูลเฉินที่จะผงาดขึ้นมาในครั้งนี้ จะต้องสูญเปล่าในที่สุด

หากไม่มีท่านปู่ทวดเข้าร่วม เพียงแค่ผู้อาวุโสระดับฝึกปราณชั้นที่เจ็ดและแปดไม่กี่คนของตระกูล เกรงว่าคงจะไม่ได้เปรียบอะไรนัก

"อย่าเพิ่งตื่นตระหนก นิกายเมฆครามเองก็ไม่อยากสร้างความโกรธแค้นให้กับสาธารณชน การเดินทางครั้งนี้พวกเขาคงไม่ส่งผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างฐานมาเช่นกัน อย่างมากก็คงเป็นแค่ศิษย์ระดับฝึกปราณเท่านั้น"

ปากของท่านปู่ทวดเฉินพูดเหมือนเป็นเรื่องง่าย แต่ในใจเขารู้ดีว่า นิกายเมฆครามอย่าว่าแต่ศิษย์ระดับฝึกปราณชั้นที่เก้าเลย แม้แต่ศิษย์ระดับฝึกปราณขั้นสมบูรณ์ก็ยังมีอยู่หลายคน

อย่าว่าแต่ตระกูลเฉินของเขาเลย แม้แต่ตระกูลหวังก็อาจจะต้องยืนชิดขอบ

เกรงว่าคงจะมีเพียงตระกูลสวีที่แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้น ที่พอจะต่อกรแย่งชิงได้

คราวนี้ ตระกูลเฉินคงจะหมดวาสนากับยาสร้างฐานเสียแล้ว

เขาสงบสติอารมณ์ลงอย่างยากลำบาก ก่อนจะสั่งการ "ชิงเอ๋อร์ เจ้าจงไปแจ้งผู้อาวุโสหลายๆ คนว่า การเดินทางครั้งนี้ ไม่ต้องหวังผลตอบแทนมากมาย ขอเพียงรักษากลับมาได้ก็พอแล้ว ส่วนสมบัติข้างในนั้น หยิบฉวยได้ก็เอา หยิบฉวยไม่ได้ก็ปล่อยไป เมื่อไม่มีข้าคอยคุ้มครอง ทุกอย่างต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของคนในตระกูลเป็นหลัก"

"หากมีโอกาส ก็ให้ร่วมมือกับตระกูลอื่นได้"

"ขอรับ" เฉินชิงรับคำ

เวลาผ่านไปเนิ่นนาน เรือเหาะของตระกูลก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า พุ่งทะยานจากไป ทิ้งไว้เพียงรอยหางสีขาวไว้บนท้องฟ้าเหนือภูเขาเมฆหมอก

เฉินอันเห็นเรือเหาะจากไปแล้ว ก็ตั้งใจจะเดินทางกลับเช่นกัน

แต่เมื่อเงยหน้าขึ้น เขาก็พลันเห็นลำแสงสายหนึ่งพุ่งออกจากยอดเขาเมฆหมอก

เมื่อดูจากความเร็วแล้ว ย่อมต้องเป็นท่านปู่ทวดเฉินอย่างแน่นอน

และเมื่อดูจากทิศทาง ก็เป็นทิศทางที่ตั้งของนิกายเมฆคราม

ในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ ท่านปู่ทวดจะไปนิกายเมฆครามทำไมกัน

เฉินอันยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ในใจก็พลันเกิดการคาดเดาที่ไม่ดีขึ้น

เกรงว่าคงไม่ใช่นิกายเมฆครามใช้อำนาจบาตรใหญ่ คิดจะฮุบทรัพยากรในถ้ำพำนักโบราณสถานไว้คนเดียวหรอกนะ

เฉินอันคิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจมากนัก หากเป็นเช่นนั้นจริง แม้แต่ท่านปู่ทวดก็ยังหมดหนทาง แล้วผู้บำเพ็ญเพียรระดับฝึกปราณขั้นกลางตัวเล็กๆ อย่างเขาจะทำอะไรได้

เขากลับมายังไร่ปราณ ดูแลเอาใจใส่ทุกอย่างตามปกติ

ไม่กี่วันผ่านไป พืชปราณในไร่ก็สุกเต็มที่

ครั้งนี้ เรียกได้ว่าเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่เลยทีเดียว

คุณภาพสมบูรณ์แบบสามส่วน คุณภาพดีเยี่ยมห้าส่วน ที่เหลือคือพืชปราณคุณภาพธรรมดา

ยิ่งไปกว่านั้น ในฤดูกาลนี้เฉินอันได้เลือกปลูกหญ้าหิ่งห้อยเขียวไปแล้วครึ่งหนึ่งของไร่ปราณ

ทำให้เก็บเกี่ยวยาบำรุงปราณคุณภาพสมบูรณ์แบบได้สิบหกเม็ด คุณภาพดีเยี่ยมยี่สิบเจ็ดเม็ด ที่เหลือสิบเก้าเม็ดเป็นยาคุณภาพธรรมดา

ผลเก็บเกี่ยวอื่นๆ ยังทำให้ยันต์ปฐพีทรุด วิชาเกราะเต่า และวิชาท่องกายาเทพ เลื่อนขั้นเป็นระดับบรรลุขั้นต้น ส่วนยันต์อสรพิษอัคคีก็เลื่อนขั้นเป็นระดับชำนาญ

นอกจากนี้ยังมีวัตถุดิบปราณ วัสดุทำยันต์ และอุปกรณ์อาคมอีกไม่น้อย

ทรัพยากรเหล่านี้ เพียงพอให้เขาบำเพ็ญเพียรจนถึงระดับฝึกปราณชั้นที่ห้าแล้ว

โดยเฉพาะหญ้าหนามทอง ที่ทำให้เขาได้พู่กันยันต์มาอีกสองด้าม เพียงพอให้เขาใช้ไปได้อีกนานหลายปี

ส่วนรองเท้าเหยียบเมฆาก็สะสมไว้ได้สิบกว่าคู่แล้ว เฉินอันยังคงคิดหาวิธีจัดการกับพวกมันไม่ได้

โชคยังดีที่บนตัวเขามีถุงเก็บของอยู่สามใบ ไม่เช่นนั้น เก็บเกี่ยวทรัพยากรมากมายขนาดนี้ในครั้งเดียว เขาก็ไม่รู้จะเอาไปเก็บไว้ที่ไหนเช่นกัน

ช่วยไม่ได้ ทรัพยากรเยอะเกินไปก็กลุ้มเหมือนกัน

ประเมินคร่าวๆ เพียงแค่ผลเก็บเกี่ยวในฤดูกาลนี้ แค่นำออกมาเพียงบางส่วน ก็เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในการอัพเกรดไร่ปราณแล้ว

เฉินอันคิดในใจ พลังปราณในร่างกายก็พลันปะทุขึ้นมาปกคลุมทั่วร่าง

ม่านแสงสีเหลืองอ่อนชั้นหนึ่งปรากฏขึ้นคุ้มกาย เมื่อแสงปราณไหลเวียนไปมา ก็ปรากฏเป็นลวดลายคล้ายกระดองเต่าจางๆ

เฉินอันพยักหน้าอย่างพึงพอใจ พลังป้องกันนี้ไม่เลวเลย ผู้บำเพ็ญเพียรระดับฝึกปราณชั้นที่สี่หรือห้าทั่วไปคงยากที่จะทำอะไรเขาได้

ทันใดนั้น ร่างของเฉินอันก็พลันไหววูบ ราวกับกลายร่างเป็นสายลม ในพริบตาก็วิ่งไปถึงอีกฟากหนึ่งของไร่ปราณ

ความเร็วของวิชาท่องกายาเทพ เทียบกับยันต์ท่องลมแล้ว เร็วกว่ากันไม่ใช่แค่จุดสองจุด

หากต้องเจอกับหนูสูบปราณระดับหนึ่งขั้นกลางตัวนั้นอีกครั้ง เฉินอันเชื่อว่า ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากันซึ่งๆ หน้า เขาก็สามารถจัดการมันได้อย่างแน่นอน

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 28 - การจากลาและการเก็บเกี่ยว

คัดลอกลิงก์แล้ว