- หน้าแรก
- ลูกศิษย์ของข้าล้วนมีความลับเบื้องหลังที่ซ่อนเร้น
- บทที่ 61 หรือว่าของดีจะตกมาจากฟ้าได้?
บทที่ 61 หรือว่าของดีจะตกมาจากฟ้าได้?
บทที่ 61 หรือว่าของดีจะตกมาจากฟ้าได้?
ชื่อเจิ้งหยางใช้การกระทำบอกกับจี้ผิงเซิงว่า คนกับคนนั้นไม่อาจนำมาเปรียบเทียบกันได้ ของอย่างนักวิชาการ ไม่ว่าจะอยู่ในโลกใบไหน ก็สามารถใช้สติปัญญาของตนเองเพื่อบุกเบิกเส้นทางใหม่ได้เสมอ
น้ำ = H2O
แต่ที่นี่
พลังวิญญาณ = สรรพสิ่ง
ตอนนี้จี้ผิงเซิงมีความรู้สึกหนึ่ง ต่อให้โยนระเบิดนิวเคลียร์ให้เขาลูกหนึ่ง ชื่อเจิ้งหยางก็สามารถใช้ค่ายกลย่อยสลายมันให้กลายเป็นพลังวิญญาณได้ นี่อาจจะเป็นสิ่งที่เรียกว่ายอดฝีมือกระมัง
จี้ผิงเซิงจ้องเขม็งไปยังชื่อเจิ้งหยาง อ้ำอึ้งอยู่เนิ่นนานจึงจะเค้นออกมาจากปากได้สองคำ
"ยอดเยี่ยม!"
เจ้าสามารถเลี้ยงปลาบนต้นไม้ได้แล้ว ข้าจะยังพูดอะไรได้อีก? ยอดเยี่ยมก็สิ้นเรื่องแล้ว
จี้ผิงเซิงกล่าวขอโทษชื่อเจิ้งหยางในใจ ขอโทษ สมองพิการไม่ใช่เจ้า แต่เป็นข้าเอง
ณ จุดนี้ การประลองยุทธ์ครั้งใหญ่ของสำนักซ่างชิงครั้งแรกก็ถือว่าจบลงอย่างแท้จริง จี้ผิงเซิงได้รับชัยชนะเป็นช่วงๆ ด้วยสถิติชนะสองแพ้สอง
"เจ้าสำนักขอรับ ก้าวแรกของข้านี้น่าจะถือว่าสำเร็จแล้วใช่หรือไม่ขอรับ?"
ชื่อเจิ้งหยางมองสีหน้าที่เปลี่ยนแปลงไปมาไม่หยุดของจี้ผิงเซิง กล่าวอย่างลังเล
"สำเร็จ...กระมัง?" สายตาของจี้ผิงเซิงล่องลอย ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่แน่ใจอยู่บ้าง
"เช่นนั้นต่อไปควรจะทำอย่างไร เจ้าสำนักโปรดชี้แนะด้วยขอรับ!"
ชื่อเจิ้งหยางกล่าวอย่างตื่นเต้น ดวงตาสาดประกายแสง ทุกสิ่งเริ่มต้นได้ยากเสมอ เขาสัมผัสได้แล้วว่า ตนเองจะยิ่งเดินไปบนเส้นทางที่ถูกต้องไกลออกไปเรื่อยๆ!
"ทำอย่างไรน่ะรึ?" จี้ผิงเซิงกล่าวอย่างงุนงง
"ใช่แล้ว ต่อไปควรจะทำอย่างไร?"
เขางุนงงมาก เจ้ามาถามข้าว่าทำอย่างไร แล้วข้าจะไปรู้มาจากที่ไหนกัน ไป่ตู้รึ?
จี้ผิงเซิงใช้ของที่เห็นผ่านๆ มาบนอินเทอร์เน็ตมาหลอกล่อชื่อเจิ้งหยาง แต่เขาคาดไม่ถึงเลยว่า ชื่อเจิ้งหยางจะสามารถคิดค้นมันออกมาได้อย่างผิดฝาผิดตัว!
เขาเคยพูดว่าต้องกำจัดส่วนที่ไม่ดีออกไปแล้วเลือกเก็บแต่ส่วนที่ดีที่สุดจึงจะได้ข้าววิญญาณที่ดีขึ้น แล้วชื่อเจิ้งหยางก็สร้างข้าววิญญาณผสมข้ามสายพันธุ์ออกมาได้ เขาเคยพูดว่าของวิเศษของแดนทะเลมารโกลาหลเหตุใดจึงจะปลูกในราชวงศ์ต้าเหยียนไม่ได้ แล้วชื่อเจิ้งหยางก็เลี้ยงปลาบนต้นไม้ได้
เขายังจะพูดอะไรอีก?
ไม่กล้าพูดอะไรแล้ว ไม่กล้าพูดแล้ว ขืนพูดไปอีกคงจะต้องถูกสวรรค์ลงทัณฑ์แล้ว
"ทำอย่างไรหรือขอรับ? ทำอย่างไรหรือขอรับ?" ชื่อเจิ้งหยางยังคงซักไซ้ต่อไป
ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่าทำอย่างไร!
จี้ผิงเซิงสิ้นหวังในใจ พี่ชาย นี่มันไม่ใช่นิยายแนวทำฟาร์มนะ! พวกเราไม่คุยเรื่องพวกนี้แล้ว กลับสู่หนทางที่ถูกต้องกันดีหรือไม่?
ภายใต้การซักไซ้อย่างต่อเนื่องของชื่อเจิ้งหยาง จี้ผิงเซิงฝืนยิ้มออกมา กล่าวอย่างหยั่งเชิง "หรือว่า เจ้าจะลองป้อนเมล็ดพืชให้ปลากินดู ดูสิว่าตอนที่มันวางไข่ จะสามารถออกลูกเป็นผลไม้ได้หรือไม่"
(ปลา: พ่องงงง)
"นี่..." สีหน้าของชื่อเจิ้งหยางแข็งทื่อไป หัวเราะแห้งๆ
"ปลาจะออกลูกเป็นผลไม้ได้อย่างไรขอรับ อันหนึ่งเป็นสัตว์อีกอันเป็นพืช นี่มันไม่เป็นจริงนะขอรับ!"
มาถึงขั้นนี้แล้วเจ้าเพิ่งจะมาพูดเรื่องความเป็นจริงกับข้างั้นรึ?
เจ้ากล้าชี้ไปที่ปลาบนต้นไม้ แล้วลองถามมโนธรรมของตนเองในใจ ดูสิว่านี่มันคือความเป็นจริงรึ จี้ผิงเซิงพูดประโยคนี้แล้วก็ไม่กล้าพูดมากอีก
เขาตบบ่าของชื่อเจิ้งหยาง กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "เปลี่ยนสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ เปลี่ยนสิ่งที่ไม่เป็นจริงให้เป็นจริง ข้าเชื่อว่าเจ้าทำได้!"
ถึงแม้ปากเขาจะพูดเช่นนั้น แต่ในใจกลับไม่เชื่อว่าชื่อเจิ้งหยางจะสามารถทำให้ปลาออกลูกเป็นผลไม้ได้
เจ้าใช้พลังวิญญาณโกงเลี้ยงปลาบนต้นไม้ได้ข้ายอมรับ แต่การแยกสายพันธุ์ทางการสืบพันธุ์ที่ข้ามหมวดหมู่ใหญ่เช่นนี้ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะสามารถใช้พลังวิญญาณจัดการได้!
การให้สัตว์ออกลูกเป็นพืช มันช่างเป็นไปไม่ได้ยิ่งกว่าการให้ผู้ชายคลอดลูกเสียอีก
ครั้งนี้ น่าจะทำให้ชื่อเจิ้งหยางสงบเสงี่ยมไปได้นานกระมัง จี้ผิงเซิงคิดในใจ
เขาไม่เชื่อว่าจะทำได้ แต่ชื่อเจิ้งหยางกลับเชื่อ
"เปลี่ยนสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ เปลี่ยนสิ่งที่ไม่เป็นจริงให้เป็นจริง" ชื่อเจิ้งหยางพึมพำเบาๆ หนึ่งครั้ง แววตาที่งุนงงกลับมาแน่วแน่อีกครั้ง พยักหน้าอย่างหนักแน่น
"ทราบแล้วขอรับเจ้าสำนัก ข้าจะไม่ทำให้ความไว้วางใจของท่านต้องสูญเปล่าอย่างแน่นอน!"
ก็แค่ทำให้ปลาออกลูกเป็นผลไม้มิใช่รึ? ข้าไม่เพียงแต่จะทำให้ปลาออกลูกเป็นผลไม้ แต่ข้ายังจะทำให้ปลาออกลูกเป็นสมุนไพรวิญญาณอีกด้วย!
(ปลา: พ่องงงง)
"เจ้าก็พยายามเข้าล่ะ อนาคตของสำนักซ่างชิงก็ฝากไว้ที่เจ้าแล้ว"
จี้ผิงเซิงให้กำลังใจอีกสองสามประโยค พูดจบก็เตรียมจะหันหลังเดินจากไป ไม่ใช่ว่ารังเกียจว่าชื่อเจิ้งหยางน่ารำคาญ ก็แค่รู้สึกว่าตอนที่พูดคุยแล้วถูกปลาแถวหนึ่งจ้องมองมันค่อนข้างจะอึดอัด
"ขอรับ ขอบคุณเจ้าสำนักที่ชี้แนะ" ชื่อเจิ้งหยางกล่าวด้วยใบหน้าที่ซาบซึ้ง
"ข้ากลับล่ะ"
จี้ผิงเซิงโบกมืออย่างหมดอาลัยตายอยาก มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่จะกลับเรือน แต่เขายังไม่ทันเดินไปได้สองก้าว ก็กลับหยุดลงอีกครั้ง
"เจ้าอย่าเพิ่งรีบร้อนทำเรื่องพวกนี้ มีเรื่องสำคัญเร่งด่วนเรื่องหนึ่งต้องให้เจ้าไปทำ" จี้ผิงเซิงหันไปพูดกับชื่อเจิ้งหยาง
พอได้ยินว่าเป็นเรื่องสำคัญ สีหน้าของชื่อเจิ้งหยางก็เคร่งขรึมขึ้น คารวะอย่างนอบน้อม
"เจ้าสำนักโปรดสั่งการ" ชื่อเจิ้งหยางเวอร์ชันคนที่เป็นเครื่องมือออนไลน์มาแล้ว
จี้ผิงเซิงกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง "เจ้าจงใช้ชื่อของสำนักซ่างชิงเดินทางไปยังจวนของรองเจ้าเมืองหวังแห่งเมืองเป่ยหยวนหนึ่งเที่ยว"
สำนักซ่างชิงยังมีหน้ามีตาด้วยรึ?
ชื่อเจิ้งหยางคิดในใจโดยไม่รู้ตัว หากไม่ใช่เพราะเขากลั้นไว้ได้เร็วก็คงจะพูดออกมาแล้ว
"ไปที่จวนของรองเจ้าเมืองหวัง แล้วอย่างไรต่อหรือขอรับ?"
จี้ผิงเซิงหน้าดำทะมึนกล่าว "ถามเขาว่าเงินเล่า หอพิรุณโปรยถูกไล่ไปหลายวันแล้ว เหตุใดรางวัลจากการปราบมารยังไม่ให้ข้า หรือว่าเขาจะฮุบไว้คนเดียว!"
แค่เรื่องนี้รึ?
ชื่อเจิ้งหยางตอบกลับ "ทราบแล้วขอรับเจ้าสำนัก เดี๋ยวข้าจะไปถามดู"
ตัวตนของตนเองถูกเปิดโปงให้รองเจ้าเมืองหวังรู้แล้ว เขาไม่เชื่อหรอกว่ารองเจ้าเมืองหวังจะยอมล่วงเกินเขาเพื่อหินวิญญาณเพียงน้อยนิด
"และอีกอย่าง..."
จี้ผิงเซิงแสดงสีหน้าลังเล เขาไม่รู้ว่าควรจะพูดดีหรือไม่ หยุดไปสองวินาทีแล้วก็ยังคงพูดออกมา
"ตอนนี้ข้าไม่ควรจะอยู่ระดับวังชีวิตขั้นสูงสุดแล้วรึ กำลังจะก้าวเข้าสู่ระดับห้าธาตุเพื่อหลอมรวมกายาห้าธาตุแล้ว แต่ตอนนี้ในถุงเงินก็ขัดสนซื้อแก่นแท้ห้าธาตุไม่ไหว เจ้าลองถามรองเจ้าเมืองหวังดูว่าพอจะให้ยืมได้บ้างหรือไม่"
ตอนนี้ในมือของเขามีเพียงหยกมรกตเซียนซ่อนกายที่แฝงไว้ด้วยแก่นแท้แห่งธาตุไม้หนึ่งชิ้น ยังขาดอีกสี่ธาตุ ของแพงไม่ต้องพูดถึง ขอยืมเงินสักหน่อยซื้อแก่นแท้ห้าธาตุระดับวิญญาณมาใช้แก้ขัดไปก่อนก็ได้
ชื่อเจิ้งหยาง: "..."
ยืมเงิน ท่านจะให้ข้า องค์ชายสี่แห่งราชวงศ์ต้าเหยียนผู้สูงศักดิ์ไปยืมเงินรึ?
ชื่อเจิ้งหยางมองจี้ผิงเซิงด้วยสีหน้าพูดไม่ออก ในใจถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า เจ้าสำนัก ท่านช่างเลือกคนได้ถูกจริงๆ ไปหารองเจ้าเมืองหวังเพื่อยืมเงิน หากเปลี่ยนเป็นคนอื่นคงจะยืมไม่ได้แน่ แต่เขาต้องทำได้แน่นอน แถมยังไม่ต้องเสียดอกเบี้ยไม่ต้องมีหลักประกันอีกด้วย
"ยืมเท่าไหร่ขอรับ"
ชื่อเจิ้งหยางถามโดยตรง ให้ยืมเงินน่ะเป็นไปไม่ได้หรอก ชาตินี้เป็นไปไม่ได้ที่จะไปขอยืมเงินคนอื่น เขาคิดไว้แล้ว ต้องการเท่าไหร่เขาหาเวลาเอาไปให้จี้ผิงเซิงโดยตรงก็สิ้นเรื่อง
"หินวิญญาณหลายหมื่นก้อนก็พอ ซื้อแก่นแท้ห้าธาตุระดับวิญญาณมาใช้แก้ขัดไปก่อนก็ได้" จี้ผิงเซิงกล่าวอย่างสบายๆ
"เช่นนั้นไม่ได้นะขอรับ!" ชื่อเจิ้งหยางได้ยินก็ตะโกนออกมาโดยไม่รู้ตัว กล่าวด้วยสีหน้าร้อนรน "ใช้แก่นแท้ระดับวิญญาณหลอมรวมกายาห้าธาตุ พอถึงตอนที่ทลายวัง ร่างกายจะไม่สามารถทนทานต่อพลังงานที่มากเกินไปได้เลยนะขอรับ! เช่นนั้นก็ไม่มีอนาคตแล้ว!"
"เจ้าสำนัก ท่านจะยอมแพ้ไม่ได้นะขอรับ!"
จี้ผิงเซิงหน้าดำทะมึน "ข้าจะมีวิธีอะไรได้ ข้าก็อยากจะใช้แก่นแท้ห้าธาตุระดับเต๋าหลอมรวมกายาห้าธาตุ แต่ไม่มีเงินซื้อ ยากจนน่ะ!"
ชื่อเจิ้งหยางกล่าวโน้มน้าวอย่างจริงใจ "หากไม่มีก็รอไปก่อนขอรับ รออีกหน่อยก็ยังได้"
"รออะไร?" จี้ผิงเซิงเหลือบมองค้อน กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ "ข้ารอ แล้วแก่นแท้ห้าธาตุระดับเต๋าห้าชนิดจะตกลงมาจากฟ้าได้รึไง?"
นี่... ดวงตาของชื่อเจิ้งหยางพลันสว่างวาบขึ้นมา
นี่ดูเหมือนจะไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้นะ!