เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 60 ตกตะลึงไปหมื่นปี

บทที่ 60 ตกตะลึงไปหมื่นปี

บทที่ 60 ตกตะลึงไปหมื่นปี


จี้ผิงเซิงนึกถึงประโยคหนึ่งขึ้นมา ปีศาจอยู่ในใจ เขาคาดไม่ถึงเลยว่า ชื่อเจิ้งหยางผู้ซื่อสัตย์และจริงใจจะทำเรื่องที่น่ารังเกียจเช่นนี้ออกมาได้

ปลาคาร์ปพวกนั้น ก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่สดใสตัวหนึ่งนะ! กลับต้องมาตายอย่างน่าอนาถด้วยน้ำมืออันโหดเหี้ยมของชื่อเจิ้งหยาง จะเอาไปต้ม ทอด ย่าง หรือตุ๋น มันไม่หอมกว่ารึ? ข้าไม่ได้กินเนื้อมานานแล้วนะ

จี้ผิงเซิงชี้ไปยังปลาคาร์ปที่เสียบอยู่บนต้นไม้ ถามด้วยใบหน้าที่มืดครึ้ม

"เจ้าทรมานพวกมันเช่นนี้ คิดจะทำอะไรกันแน่?"

เขาต้องการจะหยั่งเชิงดูว่าชื่อเจิ้งหยางมีแนวโน้มที่จะเข้าสู่ด้านมืดหรือไม่ หากพบเค้าลางที่ไม่ถูกต้องเมื่อใด ก็จะให้เขาไปเก็บตัวสำนึกผิดทันที

"หา?" ชื่อเจิ้งหยางชะงักไปเล็กน้อย "ข้าทำตามคำชี้แนะของท่านเจ้าสำนักนะขอรับ"

จี้ผิงเซิง: "???"

ไม่ๆๆ ข้าไม่ได้วิปริตถึงเพียงนั้น อย่าพูดมั่วๆ

จี้ผิงเซิงกล่าวอย่างพูดไม่ออก "ข้าไปบอกให้เจ้าเอาปลาไปเสียบบนต้นไม้ตั้งแต่เมื่อไหร่?"

ชื่อเจิ้งหยางกล่าวตามความจริง "ครั้งก่อนหลังจากที่เจ้าสำนักได้ขยายความรู้ขั้นสูงเกี่ยวกับศาสตร์แห่งการผสมข้ามสายพันธุ์ให้ข้าแล้ว ข้าก็คิดมาโดยตลอดว่าจะทำอย่างไรจึงจะสามารถปลูกสมุนไพรวิญญาณที่เป็นเอกลักษณ์ของแดนทะเลมารโกลาหลในราชวงศ์ต้าเหยียนได้"

"แต่การจะเริ่มทดลองโดยใช้สมุนไพรวิญญาณตั้งแต่แรกก็ดูจะฟุ่มเฟือยเกินไป ดังนั้นจึงเปลี่ยนมาเป็นของขึ้นชื่ออีกอย่างหนึ่งของแดนทะเลมารโกลาหล นั่นก็คือปลา"

"อืม" หลังจากจี้ผิงเซิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็พยักหน้า ความเข้าใจจนถึงตอนนี้ยังไม่มีปัญหาอะไร แดนทะเลมารโกลาหลนอกจากเกาะเจ็ดสิบแปดเกาะแล้ว ก็เหลือแต่ทะเล ในทะเลก็ย่อมต้องมีปลาเยอะเป็นธรรมดา

ชื่อเจิ้งหยางกล่าวต่อไป "หากนำปลาของแดนทะเลมารโกลาหลมาเลี้ยงในทะเลสาบของราชวงศ์ต้าเหยียน นั่นก็ไม่มีประโยชน์อันใด"

"ดังนั้นข้าจึงทำการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยตามตัวอย่างที่เจ้าสำนักเคยยกไว้ก่อนหน้านี้ โดยการนำปลาไปปลูกไว้บนต้นไม้"

"อืม...เดี๋ยวนะ!"

จี้ผิงเซิงกำลังจะชมว่าความคิดของเขาชัดเจนดี แต่พอคิดดูอีกทีก็ไม่ถูกต้องแล้ว กล่าวด้วยใบหน้างุนงง

"ตัวอย่างอะไรของข้าที่จะทำให้เจ้าเอาปลาไปปลูกบนต้นไม้ได้?"

"ก็ที่ท่านบอกว่าให้ปลูกผลชาดในดิน ให้ปลูกดอกบัวบนต้นไม้อย่างไรเล่าขอรับ!" ชื่อเจิ้งหยางกล่าว

จี้ผิงเซิง: "..."

จี้ผิงเซิงหน้าดำทะมึน มองชื่อเจิ้งหยางด้วยสายตาที่เหมือนกับมองคนปัญญาอ่อน

นี่มันวงจรความคิดแบบไหนของเจ้ากัน! ผลชาดคืออะไร พืช ดอกบัวคืออะไร พืช ปลาคืออะไร สัตว์ พืชกับสัตว์มันจะเหมือนกันได้อย่างไร? ศาสตร์แห่งการผสมข้ามสายพันธุ์ให้ข้ามหมวดหมู่ย่อยก็แล้วไปเถอะ แต่นี่เจ้าถึงกับคิดจะข้ามหมวดหมู่ใหญ่เลยรึ?

ชื่อเจิ้งหยางเห็นสีหน้าของจี้ผิงเซิง ในใจก็อดไม่ได้ที่จะกระวนกระวายใจ เอ่ยถามอย่างระมัดระวัง

"ข้าทำผิดไปรึขอรับ?"

จี้ผิงเซิงถอนหายใจ "ผิดมหันต์เลยล่ะ"

สมองของชื่อเจิ้งหยางว่างเปล่าไปหมด เขาครุ่นคิดมาตั้งนานกว่าจะคิดแนวทาง ‘นำปลาไปปลูกบนต้นไม้’ นี้ออกมาได้ คาดไม่ถึงว่าจะผิดโดยสิ้นเชิง

"ผิดที่ตรงไหนกันแน่ขอรับ?" ชื่อเจิ้งหยางพึมพำกับตนเองหนึ่งครั้ง

ทันใดนั้นในสมองก็มีแสงสว่างวาบขึ้น ดวงตาสาดประกายกล่าว "หรือว่าจะต้องนำปลาไปปลูกในดินขอรับ?"

นี่จะต้องมีวงจรความคิดที่หลุดโลกเพียงใดถึงจะพูดคำพูดเช่นนี้ออกมาได้

จี้ผิงเซิงตบบ่าของชื่อเจิ้งหยาง กล่าวปลอบใจ "ไม่เป็นไร ทำงานวิจัยก็เป็นเช่นนี้แหละ อย่างมากก็แค่ล้มกระดานแล้วเริ่มใหม่"

ความพยายามหลายวัน ถูกจี้ผิงเซิงปฏิเสธด้วยคำพูดเพียงสองสามประโยค

ชื่อเจิ้งหยางค่อนข้างจะยอมรับไม่ได้ กล่าวแย้ง "ขอคำชี้แนะจากเจ้าสำนักด้วยขอรับ ว่าแท้จริงแล้วมันผิดที่ตรงไหน"

เมื่อเห็นชื่อเจิ้งหยางแสดงสีหน้าไม่ยอมรับ จี้ผิงเซิงก็แทบจะหลุดหัวเราะออกมา

เอาเถอะ เจ้าสำนักผู้นี้จะชี้แนะเจ้าสักหน่อย นำเจ้ากลับมาจากเส้นทางที่ผิดพลาด

เขาก็กลัวว่าชื่อเจิ้งหยางจะหมกมุ่นไปแล้ว วันนี้สามารถนำปลาไปปลูกบนต้นไม้ได้ พรุ่งนี้ไม่แน่ว่าจะเอาอะไรไปเสียบบนต้นไม้อีก เขาไม่อยากจะมีวันที่ต้องไปถอนโหย่วคุนออกจากต้นไม้หรอกนะ

เอ๊ะ? ปลูกโหย่วคุนลงไปหนึ่งตัว หากสามารถปลูกโหย่วคุนออกมาได้สองตัว ก็เท่ากับได้กำไรมิใช่รึ?

ความคิดนี้เพิ่งจะผุดขึ้นมาในสมองของจี้ผิงเซิง เขาก็รีบสลัดมันทิ้งไปทันที ตัวเดียวก็รับมือจะแย่แล้ว หากมาอีกหนึ่งครอกสำนักซ่างชิงก็ไม่ต้องสงบสุขกันแล้ว

ปากบอกว่าจะชี้แนะชื่อเจิ้งหยาง แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี จะยังคงใช้เรื่องไร้สาระก่อนหน้านี้มาหลอกล่อต่อไปก็ไม่ได้

จี้ผิงเซิงขมวดคิ้วครุ่นคิด หลังจากเรียบเรียงคำพูดแล้วจึงกล่าว "ก่อนอื่น เจ้าต้องเข้าใจว่าสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งจะสามารถดำรงอยู่ได้ภายใต้เงื่อนไขอะไร พืชและสัตว์มีเงื่อนไขในการดำรงชีวิตที่แตกต่างกัน"

"และมีเพียงสิ่งมีชีวิตที่รอดชีวิตเท่านั้น จึงจะสามารถทำการวิจัยในขั้นต่อไปได้"

"ยกตัวอย่างเช่น การปลูกดอกบัวบนต้นไม้ ดอกบัวมีชีวิตรอดและออกดอกบัวดอกใหม่ออกมา นั่นจึงจะสามารถทำการวิจัยในขั้นต่อไปได้"

หยุดไปครู่หนึ่ง จี้ผิงเซิงจิ้มไปที่ศีรษะของชื่อเจิ้งหยาง กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์

"ใช้สมองพิการๆ ของเจ้าคิดดูให้ดีๆ ปลาที่ปลูกบนต้นไม้มันจะมีชีวิตอยู่ได้รึ?"

ทว่า คำพูดประโยคต่อไปของชื่อเจิ้งหยาง กลับแทบจะทำให้เขาตกใจ

"อยู่ได้สิขอรับ!"

ชื่อเจิ้งหยางกล่าวด้วยใบหน้าสงสัย "ปลาที่ปลูกบนต้นไม้เหตุใดจะมีชีวิตอยู่ไม่ได้เล่าขอรับ?"

ยังจะเถียงอีก!

จี้ผิงเซิงโกรธจนหัวเราะออกมา เขาชี้ไปยังปลาตายเป็นแถวบนต้นไม้ น้ำเสียงสูงขึ้น กล่าวอย่างโมโห

"ปลาพวกนี้ถูกแดดเผาจนกลายเป็นปลาเค็มไปแล้ว จะมีชีวิตอยู่ได้ยังไงเล่า!"

"โอ้ พวกนั้นเป็นผลงานที่ล้มเหลวขอรับ"

ชื่อเจิ้งหยางกล่าว เขาพาจี้ผิงเซิงเดินไปทางขวาสองสามก้าว วนไปยังด้านหลังของต้นไม้ใหญ่ ชี้ไปยังด้านบน กล่าวอย่างซื่อสัตย์

"เจ้าสำนักท่านดูสิ นี่ไม่ใช่ว่ายังมีชีวิตอยู่ดีหรอกรึขอรับ?"

"ข้าว่าสมองเจ้าเสียไปแล้วแน่ๆ หากปลาจะมีชีวิตอยู่บนต้นไม้ได้ ข้าจะเอาปลาเค็มพวกนั้นทั้งหมด..."

จี้ผิงเซิงแสดงสีหน้าโกรธเล็กน้อย พลางด่าชื่อเจิ้งหยาง พลางเงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัว

วินาทีต่อมา ลำคอของเขาราวกับเป็นใบ้ไปแล้ว คำพูดในปากก็พลันหยุดชะงักลง สีหน้าบนใบหน้าก็พลันแข็งทื่อในทันที แปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วยิ่งนัก เผยสีหน้าที่บิดเบี้ยวและน่าขันออกมา

"ขะ...ขะ...ข้า...บ้าเอ๊ย!"

จี้ผิงเซิงเบิกตากว้างโพลง ราวกับได้เห็นภาพที่เหนือจินตนาการ สีหน้าตกตะลึงอย่างยิ่งยวด คำหยาบคายหลุดออกจากปากในทันที

เขาเห็นอะไร?

ปลาแถวหนึ่งถูกปลูกอยู่บนต้นไม้ ร่างกายที่บิดไปมาไม่หยุดและฟองอากาศที่ผุดออกมาจากปาก บอกให้เขารู้ว่านี่คือปลาเป็น กระทั่ง ในขณะที่จี้ผิงเซิงมองมา ปลาเป็นแถวนั้นยังพร้อมใจกันหันหน้ามามองเขาอีกด้วย น่าขนลุกอย่างยิ่ง

จี้ผิงเซิงค่อนข้างจะไม่เชื่อ ขยี้ตาของตนเองอย่างแรง แล้วมองไปอีกครั้ง คนหนึ่งคนกับปลาหนึ่งแถวต่างจ้องตากันนิ่งอยู่อย่างนั้น

สวรรค์! ข้าเห็นอะไรไป? ปลาถูกปลูกไว้บนต้นไม้ก็ยังมีชีวิตอยู่ได้รึ?

จี้ผิงเซิงหันไป ก็เห็นชื่อเจิ้งหยางที่มีใบหน้าสงบนิ่ง เอ่ยถามอย่างระมัดระวัง

"เจ้าคือพระเจ้ารึ?"

"พระเจ้าคืออะไรหรือขอรับ?" ชื่อเจิ้งหยางกล่าวอย่างสงสัย

"ไม่ ไม่มีอะไร"

จี้ผิงเซิงนวดศีรษะที่ปวดตุบๆ ของตน สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วพ่นออกมา ทำซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้งจึงจะสงบความตกตะลึงในใจลงได้ ข้าอยู่มาสองชาติภพยังไม่เคยเห็นเรื่องที่พิลึกพิลั่นเช่นนี้มาก่อน ช่างทำให้เจ้าสำนักของเจ้าตกตะลึงไปหนึ่งหมื่นปีจริงๆ

ตอนนี้ในสมองของจี้ผิงเซิงสับสนอลหม่านไปหมด อดไม่ได้ที่จะถามด้วยความประหลาดใจ

"เจ้าทำได้อย่างไรกันแน่?"

ชื่อเจิ้งหยางกล่าวอย่างซื่อสัตย์ "หลังจากข้านำปลาไปปลูกในต้นไม้แล้ว ก็วางค่ายกลรวบรวมวิญญาณไว้ใต้ต้นไม้ เพื่อให้พลังวิญญาณธาตุไม้โดยรอบรวมตัวกันเข้ามาในต้นไม้"

"จากนั้นก็ใช้ค่ายกลเปลี่ยนวิญญาณ เปลี่ยนพลังวิญญาณธาตุไม้ให้กลายเป็นพลังวิญญาณธาตุน้ำ พอได้รับการบำรุงจากพลังวิญญาณธาตุน้ำแล้ว ปลาพวกนี้ก็ย่อมจะมีชีวิตอยู่รอดได้"

"ง่ายมากเลยใช่หรือไม่ขอรับ?"

จบบทที่ บทที่ 60 ตกตะลึงไปหมื่นปี

คัดลอกลิงก์แล้ว