- หน้าแรก
- ลูกศิษย์ของข้าล้วนมีความลับเบื้องหลังที่ซ่อนเร้น
- บทที่ 30 ฝาแฝด
บทที่ 30 ฝาแฝด
บทที่ 30 ฝาแฝด
หลังจากได้ยินเสียงจากข้างใน ทั้งกี่คนก็สบตากัน ไม่มีใครก้าวเข้าไปก่อน
หลังจากยืนคุมเชิงกันอยู่หลายวินาที ในที่สุดรองเจ้าเมืองหวังก็กัดฟันเดินเข้าไปก่อน จี้ผิงเซิงและคนอื่นๆ ก็เดินตามเข้าไป
เมื่อเข้าไปในห้อง ภาพของห้องที่แตกต่างจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิงก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าพวกเขา แตกต่างจากความมืดมิดน่าขนลุกภายนอก ในห้องกลับอบอุ่นอย่างยิ่ง ทัศนียภาพค่อนข้างมืดสลัวแต่ก็ยังคงมองเห็นคนข้างในได้ชัดเจน
ทุกคนเดินเข้าไปในห้องอย่างระมัดระวัง เมื่อพวกเขามองเห็นคนข้างในชัดเจน ก็พลันตกตะลึงจนนิ่งงันไป
ในห้อง มีคนอยู่สองคน สองคนที่หน้าตาเหมือนกันทุกประการ! นั่นคือชายหนุ่มสองคนที่ดูเหมือนจะมีอายุเพียงยี่สิบปีโดยประมาณ รูปร่างผอมบาง คิ้วคมตาใส สวมชุดคลุมสีขาวให้ความรู้สึกเหมือนบัณฑิตที่อ่อนแอ แต่ก็เป็นหนึ่งในสองหนุ่มที่ดูเหมือนบัณฑิตคู่นี้ ที่เกือบจะเจาะศีรษะของจี้ผิงเซิง
"ฝาแฝดรึ?"
ทุกคนอุทานออกมา อดไม่ได้ที่จะพินิจพิเคราะห์อย่างละเอียดถี่ถ้วน ใบหน้าที่เหมือนกัน รูปร่างที่เหมือนกัน กลิ่นอายที่เหมือนกัน มองหาความแตกต่างแม้แต่น้อยก็ไม่เจอ
"ถูกต้อง" ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ชี้ไปยังคนบนเตียง กล่าวพลางยิ้ม "ข้าชื่อหลี่เฉาไห่ บนเตียงนั่นคือน้องชายของข้าหลี่เฉาเหอ ไม่ทราบว่าท่านใดคือรองเจ้าเมืองหวัง?"
คนผู้นี้ดูเหมือนจะเป็นมิตร แต่การข่มขวัญตั้งแต่แรกพบก่อนหน้านี้ ได้ประทับลึกลงไปในสมองของทุกคนแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งจี้ผิงเซิง
รองเจ้าเมืองหวังเดินไปข้างหน้าสองก้าว ประสานมือกล่าว "ข้าน้อยคือรองเจ้าเมืองเป่ยหยวน หวังซีหง ขอคารวะทูตแห่งหน่วยเพลิงชำระทั้งสองท่าน"
พี่ชายหลี่เฉาไห่ประสานมือคารวะตอบกลับเช่นกัน "ท่านหวังเกรงใจเกินไปแล้ว พวกเราพี่น้องสองคนมาถึงเมืองเป่ยหยวนหลายวันแล้วยังไม่ได้ไปเยี่ยมเยียน โปรดอภัยให้ด้วย"
รองเจ้าเมืองหวังหัวเราะแห้งๆ ตอนที่พวกท่านพี่น้องสองคนมาถึงเมืองเป่ยหยวน ก็เป็นข้ากับเจ้าเมืองที่ไปรับเอง
พี่ชายหลี่เฉาไห่รู้มารยาทเป็นอย่างดี แต่น้องชายกลับไม่เหมือนกัน หลี่เฉาเหอยังคงนอนเอกเขนกอยู่บนเตียงตามใจชอบ สองมือรองไว้ใต้ศีรษะ ทำหูทวนลมต่อคำพูดของพวกเขา
ต่อเรื่องนี้ หลี่เฉาไห่ก็ได้แต่ยิ้มขื่นๆ กล่าวถามด้วยสีหน้าสงสัย "ทุกท่านมาหากลางดึกเช่นนี้ มีธุระอันใดหรือ?"
รองเจ้าเมืองหวังลดมือลง กล่าวด้วยสีหน้าหนักอึ้ง
"พวกเราพบฐานที่มั่นของหอพิรุณโปรยแห่งมรรคาแห่งมารในเมืองเป่ยหยวน แต่เนื่องจากกำลังคนไม่เพียงพอ จึงอยากจะขอให้ทูตทั้งสองท่านยื่นมือเข้าช่วยเหลือ"
ขณะที่พูด ผู้อาวุโสหลินและจี้ผิงเซิงที่อยู่ด้านหลังของเขาต่างก็มองหลี่เฉาไห่ด้วยแววตาคาดหวัง
หากพวกท่านไม่ช่วย ลูกศิษย์ของข้าต้องตายจริงๆ แน่! ผู้อาวุโสหลินร่ำร้องในใจ
หากพวกท่านไม่ช่วย รางวัลจากการล้อมปราบมรรคาแห่งมารก็อดได้น่ะสิ แล้วที่ข้าถูกทวนนั่นเฉียดหัวไปก็สูญเปล่ามิใช่รึ? จี้ผิงเซิงบ่นพึมพำในใจ
"นี่..." หลี่เฉาไห่แสดงสีหน้าลังเล เขาก็คาดไม่ถึงว่าเป็นเรื่องเช่นนี้ อดไม่ได้ที่จะมองไปยังน้องชายหลี่เฉาเหอ
"เฉาเหอ เจ้าว่าอย่างไร?"
หลี่เฉาเหอพอได้ยินดังนั้น สีหน้าเบื่อหน่ายก็พลันหายไป เขากลิ้งตัวลุกขึ้นจากเตียง เผยสีหน้าที่สนใจใคร่รู้ออกมา
"ได้สิ น่าสนใจดีออก"
หา? หลังจากได้ยินคำตอบ ทุกคนก็ชะงักไปเล็กน้อย นี่ตกลงแล้วรึ? คนของหน่วยเพลิงชำระพูดจาง่ายดายถึงเพียงนี้เชียวรึ? หรือว่าคำร่ำลือจะเชื่อถือไม่ได้
"เช่นนั้นก็หมายความว่า..." รองเจ้าเมืองหวังดีใจอย่างยิ่ง แต่เขายังพูดไม่ทันจบ ก็ถูกหลี่เฉาเหอขัดจังหวะ
"ช่วยน่ะช่วยได้ แต่จะให้ช่วยเปล่าๆ ไม่ได้" หลี่เฉาเหอกล่าวขัดจังหวะ เขาเผยแววตาที่ไม่น่าไว้วางใจออกมา กวาดมองไปมาระหว่างพวกของจี้ผิงเซิง
"แน่นอนว่าจะไม่ให้ทูตแห่งหน่วยเพลิงชำระช่วยเปล่าๆ พวกเรายินดีที่จะออก..." รองเจ้าเมืองหวังตบอกกล่าว เขาหันกลับไปส่งสายตาให้คนทั้งกี่คน
จี้ผิงเซิงก้มหน้าลงทันที เหอะๆ ถ้าต้องออกเงินก็กลับบ้านดีกว่า
ผู้อาวุโสหลินแสดงสีหน้าลำบากใจ เขาใช้นิ้วถูไถไปมา เป็นการสื่อความหมายว่าในถุงเงินก็ขัดสนเช่นกัน
สถานการณ์พลันน่าอึดอัดใจขึ้นมาทันที อยากจะให้คนอื่นช่วย แต่ก็ไม่ยอมออกเงิน
ใบหน้าของรองเจ้าเมืองหวังพลันขมขื่นขึ้นมา หรือว่าเงินก้อนนี้จะต้องให้เขาเป็นคนออกเอง?
ขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดอยู่นั้น หลี่เฉาเหอก็พลันหัวเราะคิกคักออกมาสองครั้ง
"ข้าไม่ต้องการให้พวกท่านออกเงิน ข้าเองก็ไม่ได้ขาดเงิน"
"เช่นนั้นท่านต้องการอะไร?" รองเจ้าเมืองหวังกล่าวอย่างงุนงง
หลี่เฉาเหอไม่ได้ตอบเขาก่อน แต่หันไปมองพี่ชายที่อยู่ข้างๆ แล้วถามว่า "ก็เรื่องที่ข้าพูดเมื่อตอนเช้านั่นแหละ ได้หรือไม่?"
หลี่เฉาไห่ได้แต่พยักหน้าพร้อมรอยยิ้มขื่นๆ
หลังจากได้รับความยินยอมจากพี่ชายแล้ว หลี่เฉาเหอก็ดีใจขึ้นมาทันที เขากล่าวกับพวกของจี้ผิงเซิงว่า "ตอนที่ข้าออกไปเมื่อเช้านี้ ข้าเห็นแมวตัวหนึ่ง ชอบมากเลย"
แมวตัวหนึ่งรึ? ทุกคนสบตากัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง แล้วมันเกี่ยวอะไรกับแมววะ?
"เช่นนั้นข้าจะไปซื้อแมวตัวนั้นมาให้ท่านดีหรือไม่?" รองเจ้าเมืองหวังลองหยั่งเชิง
หลี่เฉาเหอส่ายหน้า กล่าวต่อไปว่า "แมวตัวนั้นขาวมาก นุ่มมาก แถมยังอ้วนเป็นพิเศษด้วย"
จี้ผิงเซิงพลันตาสว่าง ข้าเข้าใจแล้ว เขารีบแทรกขึ้นมาว่า "ข้าจะไปเตรียมหม้อกับเนื้อให้เดี๋ยวนี้"
หลี่เฉาเหอส่ายหน้าอีกครั้ง "ก็ยังไม่ถูก"
ขณะที่ทุกคนกำลังสงสัยอย่างยิ่งยวด หลี่เฉาเหอก็หรี่ตาทั้งสองข้างลง มองทุกคนพลางยิ้มกล่าวว่า "ข้าได้เห็นเนื้อของแมวตัวนั้นแล้ว เห็นหนังแล้ว เห็นทุกอย่างแล้ว"
"แต่ข้าไม่ได้ยินเสียงแมวร้องสักแอะ ขอถามหน่อย พวกท่านใครจะร้องให้ข้าฟังสักครั้งได้หรือไม่?"
จี้ผิงเซิง: "..."
ชื่อเจิ้งหยาง: "..."
ผู้อาวุโสหลิน: "..."
รองเจ้าเมืองหวัง: "..."
ไอ้โรคจิตบ้านี่!
ทุกคนหน้าดำทะมึน ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมชื่อเสียงของหน่วยเพลิงชำระถึงไม่ดี มีคนโรคจิตแบบนี้อยู่ ต่อให้เป็นสำนักนักบุญก็คงเสียชื่อเสียงหมด!
อยากฟังเสียงแมวร้องก็ไปหาแมวสิ จะมาหาคนทำไม แยกแยะความแตกต่างระหว่างสายพันธุ์ไม่ออกรึไง?
หลี่เฉาไห่ที่อยู่ข้างๆ ถอนหายใจแล้วกล่าว "เขาให้ข้าร้องเป็นแมวมาตลอด ข้าปฏิเสธ พวกเราสองคนก็เลยคุมเชิงกันอยู่จนถึงกลางดึกที่พวกท่านมานั่นแหละ ช่างมาได้ทันเวลาจริงๆ"
ในฐานะพี่ชาย หลี่เฉาไห่ไม่อาจห้ามปรามน้องชายได้ ทำได้เพียงเฝ้ามองอยู่ข้างๆ
ส่วนน้องชายหลี่เฉาเหอนั้น ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม มองพวกของจี้ผิงเซิงพลางกล่าวอย่างสบายๆ
"เอาเป็นว่าข้ามีข้อเรียกร้องแค่นี้แหละ พวกท่านก็จัดการกันเองแล้วกัน"
พวกเขาสี่คนแสดงสีหน้าจนปัญญา จะทำอย่างไรได้? ก็ต้องทำตามน่ะสิ
สายตาของพวกเขารวมไปอยู่ที่ร่างของผู้อาวุโสหลินก่อน ผู้อาวุโสหลินทำหน้าขรึม ดวงตาทอประกายดุดันจ้องกลับไป กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ข้าอายุปูนนี้แล้วให้มาทำเรื่องแบบนี้ ยังจะต้องการหน้าตาอยู่หรือไม่? พวกเจ้าจะบีบให้ข้าไปตายรึไง!"
ประโยคสุดท้ายนี้ เขาตะเบ็งเสียงตะโกนออกมา แทบจะเอาดาบมาจ่อคอตัวเองอยู่แล้ว
แค่ร้องเป็นแมวก็จะฆ่าตัวตายรึ? คิดว่าพวกเราโง่จริงๆ รึไง? พอถึงเวลาคอขาดบาดตาย อย่าว่าแต่เสียงแมวเลย ต่อให้ต้องร้องเป็นหมา เจ้าก็จะร้องออกมาโดยไม่ลังเลแน่!
ทุกคนพูดไม่ออก จากนั้นสายตาก็ย้ายไปยังร่างของรองเจ้าเมืองหวัง ปรากฏว่ารองเจ้าเมืองหวังแอ่นอกขึ้น ราวกับเตรียมตัวมานานแล้ว กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
"ข้าคือรองเจ้าเมืองเป่ยหยวนแห่งราชวงศ์ต้าเหยียน มีตำแหน่งราชการติดตัว เป็นตัวแทนเกียรติภูมิของราชวงศ์ต้าเหยียน ใครกล้าทำให้ข้าเสียหน้า?"
โห คนผู้นี้ช่างพูดให้ตัวเองดูดีเสียจริง เมืองเล็กๆ ในราชวงศ์ต้าเหยียนมีนับไม่ถ้วน ใครจะไปรู้จักเจ้ากัน
แต่เมื่อเขาพูดประโยคนี้ออกมาแล้ว แถมยังพูดต่อหน้าคนมากมายถึงเพียงนี้ ก็คงจะทำอะไรไม่ได้แล้ว คงจะไม่สามารถหักหน้ากันจริงๆ ได้กระมัง?
จากนั้น รองเจ้าเมืองหวังและผู้อาวุโสหลินก็มองไปยังจี้ผิงเซิงพร้อมกัน ความหมายในสายตานั้นชัดเจนโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด จี้ผิงเซิงชะงักไปเล็กน้อย แล้วพลันยิ้มออกมา
"ศิษย์ของข้าก็อยู่ด้วยนี่ พวกท่านมองข้าทำไมกัน?"
ชื่อเจิ้งหยาง: "??????"
บ้าเอ๊ย เจ้าสำนัก ท่านจะให้ข้าทำรึ?