- หน้าแรก
- ลูกศิษย์ของข้าล้วนมีความลับเบื้องหลังที่ซ่อนเร้น
- บทที่ 21 สำเร็จแล้วรึ?
บทที่ 21 สำเร็จแล้วรึ?
บทที่ 21 สำเร็จแล้วรึ?
การผสมข้ามสายพันธุ์คืออะไรนั้น จี้ผิงเซิงก็อธิบายได้ไม่ดีนัก เพราะเขาก็รู้เพียงผิวเผินเท่านั้น
แต่ถึงเขาจะอธิบายไม่ได้ เขาก็เปรียบเทียบเป็นนะ!
จี้ผิงเซิงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงกล่าวว่า "เจ้ารู้จักคุนเผิงหรือไม่? สิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ที่เกิดจากการผสมพันธุ์ระหว่างปลาคุนและนกเผิงยักษ์ ก็คือสิ่งมีชีวิตที่เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์นั่นเอง"
ณ ที่ที่ห่างออกไปหลายกิโลเมตร จี้โหย่วคุนที่กำลังวิ่งอย่างรวดเร็วพลันจามออกมาหนึ่งครั้ง ร่างกายพลันรู้สึกหนาวเยือกขึ้นมา
ชื่อเจิ้งหยางกล่าวอย่างงุนงง "คุนเผิงไม่ใชหนึ่งในสิบอสูรร้ายบรรพกาลหรอกหรือขอรับ อสูรร้ายที่ฟ้าประทานมาจะเกิดจากการผสมพันธุ์ได้อย่างไร"
เอ่อ... จี้ผิงเซิงรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
ข้าไม่รู้นี่นา...
เขาคิดมาตลอดว่าคุนเผิงเป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างปลาคุนและนกเผิงยักษ์ ไม่คิดว่ามันจะมีสายเลือดที่สูงส่งถึงเพียงนี้ ต้องขออภัยในความล่วงเกินแล้ว
เขาจึงยกตัวอย่างขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง "สิ่งมีชีวิตที่เกิดจากการผสมพันธุ์ระหว่างม้าสกุณาตกและแพะแรด ก็คือสิ่งมีชีวิตที่เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์"
"นี่..." สีหน้าของชื่อเจิ้งหยางพลันน่าเกลียดขึ้นมา ในสมองของเขาลองจินตนาการภาพการผสมพันธุ์ของม้าสกุณาตกและแพะแรด ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหนาวสะท้านไปทั่วร่าง
"เจ้าสำนักขอรับ ทำเช่นนี้มันผิดหลักฟ้าดินนะขอรับ!"
"ไม่ใช่" จี้ผิงเซิงส่ายหน้า พยายามปลูกฝังหลักการที่ถูกต้องให้ชื่อเจิ้งหยางต่อไป
"นี่คือการนำจุดแข็งมาเสริมจุดอ่อน เติมเต็มซึ่งกันและกันในส่วนที่ขาดหายไป"
"ข้อดีของการผสมข้ามสายพันธุ์ก็คือ หลังจากผ่านการทดลองและจับคู่มาหลายครั้ง จะสามารถกำจัดจุดด้อยของสิ่งมีชีวิตทั้งสองชนิดออกไปทั้งหมด แล้วรวบรวมแต่จุดแข็ง ก่อเกิดเป็นสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ขึ้นมา"
พูดจบ เขาก็ตบบ่าของชื่อเจิ้งหยางอย่างจริงจัง "นี่คือเคล็ดวิชาต้องห้ามในการสร้างสรรค์สิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ อสูรวิญญาณสายพันธุ์ใหม่ หากสำเร็จชื่อเสียงจะขจรไกลไปนับหมื่นล้านปี อยู่ที่ว่าเจ้ากล้าที่จะทำหรือไม่!"
"สร้างสรรค์สิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่รึ?"
ชื่อเจิ้งหยางพึมพำกับตนเอง คำพูดเหล่านี้ของจี้ผิงเซิงดังก้องอยู่ในสมองของเขา ทำให้ดวงตาของเขาสว่างขึ้นเรื่อยๆ ราวกับได้เปิดประตูสู่โลกใบใหม่
การสร้างสรรค์สิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ ชื่อเสียงขจรไกลนับหมื่นล้านปี สิ่งล่อใจนี้มิอาจกล่าวได้ว่าเล็กน้อย ขอเพียงเป็นคนย่อมต้องหวั่นไหว หากสำเร็จขึ้นมาจริงๆ ในบรรดาร้อยสำนักปราชญ์ อาจจะมีสำนักเบ็ดเตล็ด ➀ เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งสำนักก็เป็นได้
ขณะที่จิตใจของชื่อเจิ้งหยางกำลังจมลึกลงไปเรื่อยๆ เสียงของจี้ผิงเซิงก็ดึงเขากลับมาจากภวังค์
"แน่นอนว่า เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าในตอนนี้ควรจะคิด" จี้ผิงเซิงกล่าวด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน "เจ้าไปเตรียมข้าววิญญาณหลากหลายสายพันธุ์ก่อน แล้ววิจัยข้าววิญญาณผสมข้ามสายพันธุ์ที่รวบรวมแต่จุดแข็งทั้งหมดออกมาเถอะ"
ชื่อเจิ้งหยางพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมาเฮือกหนึ่ง สีหน้ากลับมาเคร่งขรึมอีกครั้ง พยักหน้าอย่างหนักแน่น
"ทราบแล้วขอรับเจ้าสำนัก ข้าจะกลับไปที่แปลงวิญญาณเพื่อวิจัยข้าววิญญาณผสมข้ามสายพันธุ์เดี๋ยวนี้ จะไม่ทำให้ความไว้วางใจของท่านต้องสูญเปล่าอย่างแน่นอน!"
เขารู้สึกได้อย่างเลือนรางว่า ข้าววิญญาณผสมข้ามสายพันธุ์อาจจะสำเร็จขึ้นมาจริงๆ ก็ได้!
จี้ผิงเซิงมองชื่อเจิ้งหยางที่เปี่ยมไปด้วยพลังใจ อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจอย่างโล่งอกในใจ ในที่สุดก็หลอกล่อไปได้
ข้าววิญญาณผสมข้ามสายพันธุ์รึ? ก็แค่พูดไปอย่างนั้นเอง ในโลกแบบนี้ จะใช้อะไรมาสกัดยีนกัน? ใช้มือรึ?
จี้ผิงเซิงมองตามแผ่นหลังของชื่อเจิ้งหยางที่เดินจากไป จริงๆ แล้วในใจของเขาก็แอบคาดหวังอยู่เล็กน้อย คาดหวังว่าชื่อเจิ้งหยางจะสามารถสร้างข้าววิญญาณผสมข้ามสายพันธุ์ขึ้นมาได้จริงๆ เพื่อเพิ่มผลผลิตได้อย่างมหาศาล
แน่นอนว่า เขาไม่ได้ทำเพื่อแปลงวิญญาณร้อยกว่าหมู่ของสำนักตนเอง เพียงแค่อยากจะทำประโยชน์ให้กับโลกใบนี้บ้างเท่านั้นเอง
"ในที่สุดก็จัดการเจ้าพวกตัวยุ่งนี่ไปได้เสียที"
จี้ผิงเซิงมองตำหนักทองแดงโบราณที่ว่างเปล่า จิตใจก็พลันผ่อนคลายลงในทันที เขาบิดขี้เกียจยาวๆ หนึ่งครั้งแล้วจึงเดินลงมาจากบัลลังก์ศักดิ์สิทธิ์ทองคำม่วง
"กลับไปพักผ่อนดีกว่า"
และก็เพราะความคิดชั่ววูบของเขา ทำให้คนทั้งสำนักต้องวุ่นวายกันไปหมด
จิ่งมู่ซีอุ้มตำราเพลงกระบี่เก้าผิงเซิงอยู่ที่ภูเขาด้านหลังอย่างหลงใหลคลั่งไคล้
ฉีหลัวนั่งขัดสมาธิเท้าเปลือยอยู่บนตั่งนุ่ม หลอมรวมไอสีม่วงแห่งอรุณรุ่ง
จี้โหย่วคุนทำหน้าขมขื่นวิ่งรอบสำนักซ่างชิง
ส่วนชื่อเจิ้งหยางกำลังคลุ้มคลั่งอยู่กับการหลอมรวมแก่นแท้ของข้าววิญญาณสองสายพันธุ์เข้าด้วยกัน
จี้ผิงเซิงนึกว่าวันที่ไม่ต้องคอยตรวจตราความเป็นไปในแต่ละวันเช่นนี้จะดำเนินต่อไปอีกหนึ่งเดือน
แต่ในตอนเที่ยงของวันที่เจ็ด ขณะที่เขายังคงอยู่ในห้วงนิทรา ก็พลันถูกเสียงเคาะประตูที่รุนแรงปลุกให้ตื่นขึ้น
"ใครมันไร้มารยาทมาตั้งแต่เช้าตรู่กันวะ!"
จี้ผิงเซิงฝืนอารมณ์เสียตอนตื่นนอน ลุกขึ้นจากเตียงอย่างงัวเงีย ก่อนจะเดินออกจากห้องด้วยใบหน้าเคร่งขรึม
"เจ้าสำนัก! เจ้าสำนักเปิดประตูเร็วเข้าขอรับ!"
เสียงที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นยินดีดังเข้ามา
ชื่อเจิ้งหยางรึ? เขามาทำอะไร?
พอได้ยินว่าเป็นศิษย์ที่ขยันขันแข็งที่สุดของตนเอง ความโกรธของจี้ผิงเซิงก็พลันมลายหายไป เขาจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่แล้วจึงเปิดประตูออก
นอกประตู ชื่อเจิ้งหยางอยู่ในสภาพยุ่งเหยิงอย่างยิ่ง เสื้อผ้ามีทั้งเศษหญ้าและดินโคลนติดอยู่ ใบหน้าที่แดงก่ำเพราะความตื่นเต้นมีเหงื่อผุดพราย
"เสื้อผ้าหน้าผมไม่เรียบร้อย รุ่มร่ามซุ่มซ่าม นี่มันท่าทีอะไรกัน!"
จี้ผิงเซิงแผ่บารมีของเจ้าสำนักออกมา ทำหน้าขรึมพลางตำหนิ
ทว่าชื่อเจิ้งหยางกลับไม่สนใจโดยสิ้นเชิง เขากล่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้นสุดขีด
"สำเร็จแล้ว! เจ้าสำนัก ข้าทำสำเร็จแล้ว!"
จี้ผิงเซิงถามอย่างสงสัย "เจ้าทำอะไรสำเร็จ?"
น้ำเสียงของชื่อเจิ้งหยางพลันสูงขึ้นหลายส่วน "ข้าววิญญาณผสมข้ามสายพันธุ์อย่างไรเล่าขอรับ!"
"หา?"
จี้ผิงเซิงเบิกตากว้างโพลง เผยสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อออกมา ข้าไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม ข้าววิญญาณผสมข้ามสายพันธุ์สำเร็จแล้วรึ?
จี้ผิงเซิงถามด้วยสีหน้าเคลือบแคลง "ไม่ๆๆ เจ้าแน่ใจรึ?"
ริมฝีปากของชื่อเจิ้งหยางสั่นระริก เขาไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี จึงคว้าแขนของจี้ผิงเซิงแล้ววิ่งออกไปนอกเรือนทันที
"เจ้าสำนักตามข้ามา!"
ชื่อเจิ้งหยางที่อยู่ในสภาวะตื่นเต้นสุดขีดไม่ทันได้สนใจความเร็วของตนเอง วูบเดียวคนทั้งสองก็ลอยออกไปไกลหลายร้อยเมตร
"ช้าลงหน่อย ช้าลงหน่อย!"
จี้ผิงเซิงที่ถูกหิ้วลอยขึ้นไปในอากาศโดยไม่มีแรงขัดขืนได้แต่ร้องตะโกน ภาพเงาที่เคลื่อนผ่านสายตาทั้งสองข้างไปอย่างรวดเร็วบอกเขาว่า ความเร็วของเจ้าชื่อเจิ้งหยางผู้นี้ เร็วกว่าเขาถึงสิบเท่าเป็นอย่างน้อย!
เพียงไม่ถึงสองนาที พวกเขาก็มาถึงแปลงข้าววิญญาณของสำนักซ่างชิง จี้ผิงเซิงที่เท้าไม่ติดพื้นมาสองนาทีพอแตะถึงพื้น ขาก็อ่อนยวบยาบ
"เจ้าสำนักท่านดูสิขอรับ!" ชื่อเจิ้งหยางชี้ไปยังแปลงข้าววิญญาณแล้วตะโกนเสียงดัง
"ดูอะไรของเจ้าเล่า!" จี้ผิงเซิงค่อยๆ นวดขาทั้งสองข้างที่อ่อนแรงของตน กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์
สายตาของเขามองตามนิ้วของชื่อเจิ้งหยางไปยังเบื้องหน้า ทันใดนั้น สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาก็คือแสงสีทองอร่ามสุดลูกหูลูกตา
รวงข้าววิญญาณสีทองที่ทอดยาวสุดสายตากำลังอาบแสงตะวันที่แผดจ้า ดูแล้วช่างพร่างพรายบาดตา ใจกลางแสงสีทอง มีไอสีขาวสายแล้วสายเล่าลอยละล่องอยู่ในอากาศ นี่คือพลังวิญญาณอันไพศาลที่เกือบจะจับตัวเป็นรูปธรรมแล้ว
มีแต่ข้าววิญญาณ! มีแต่เงิน!
"สวรรค์!"
จี้ผิงเซิงพึมพำด้วยสีหน้าว่างเปล่า เขาหันไปมองชื่อเจิ้งหยาง ถามด้วยสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ
"นี่ไม่ใช่ข้าววิญญาณที่เพิ่งเก็บเกี่ยวไปหรอกรึ เหตุใดจึงงอกขึ้นมาอีกแล้ว? แถมยังงอกงามถึงเพียงนี้?"
ข้าววิญญาณจะเก็บเกี่ยวทุกครึ่งเดือนถึงหนึ่งเดือน แต่นี่เพิ่งจะผ่านไปกี่วันนับจากการเก็บเกี่ยวครั้งล่าสุด? ยังไม่ถึงสิบวันเลย! และเมื่อดูจากผลผลิตแล้ว ดูเหมือนว่าจะมากกว่าครั้งก่อนถึงสองสามเท่า!
ชื่อเจิ้งหยางมองจี้ผิงเซิงด้วยสายตาเคารพเลื่อมใส กล่าวอย่างตื่นเต้น "รวงข้าวชุดนี้ก็คือข้าววิญญาณผสมข้ามสายพันธุ์ที่เจ้าสำนักกล่าวถึงนั่นแหละขอรับ ผลผลิตของมันมากกว่าข้าววิญญาณธรรมดาถึงสามเท่า ความเร็วในการเจริญเติบโตก็เร็วกว่าหนึ่งเท่าตัว!"
"พวกเราทำสำเร็จแล้ว!"
ไม่ๆๆ มันจะไปเกี่ยวอะไรกับข้าเล่า เป็นเจ้าต่างหากที่ทำสำเร็จ
จี้ผิงเซิงยังคงรู้สึกมึนงงอยู่ในหัว บนใบหน้าเผยความตกตะลึงที่ยากจะปิดบัง เขาคาดไม่ถึงเลยว่า ข้าววิญญาณผสมข้ามสายพันธุ์ที่ตนเองพูดขึ้นมาส่งๆ จะถูกชื่อเจิ้งหยางทำสำเร็จขึ้นมาจริงๆ หรือ?
ไม่มีเครื่องจักร ไม่มีอุปกรณ์ ก็แค่ใช้สองมือนี่น่ะรึ?
วานผู้รู้ช่วยตอบที ว่าทำได้อย่างไร
......
➀ หมายเหตุ: เป็นการเล่นคำพ้องเสียงในภาษาจีน 杂交 (zájiāo - การผสมข้ามสายพันธุ์) กับ 杂家 (zájiā - สำนักเบ็ดเตล็ด) ซึ่งเป็นหนึ่งในร้อยสำนักปราชญ์ยุคโบราณของจีน