- หน้าแรก
- ก้าวแรกสู่บัลลังก์เจ้าสัว
- บทที่ 41 หลงซานคือใคร
บทที่ 41 หลงซานคือใคร
บทที่ 41 หลงซานคือใคร
หลี่เหวินเจี๋ยช่วยหยวนเหว่ยคิดวิธีรับมือได้แล้ว ซึ่งหยวนเหว่ยเองก็เต็มใจที่จะกลับบ้านพร้อมกับเพื่อนๆ จากหมู่บ้านเดียวกันที่เรียนอยู่ที่นี่ ต่อให้ต้องเสียเงินบ้างเขาก็ยอม
ทว่าหยวนเหว่ยยังไม่ทันจะได้เตรียมการอะไร เขาก็โดนอัดเข้าเสียแล้ว
นั่นเป็นเพราะความแค้นของพวกสือจวินจวินนั้นฝังลึกเกินไป และพวกเขาก็ลงมือได้รวดเร็วเกินคาด
ในวันลงทะเบียนเรียน ช่วงบ่ายจะเป็นกิจกรรมทำความสะอาดและรับหนังสือเรียน หลังจากรับหนังสือเสร็จในบ่ายวันนั้น หยวนเหว่ยก็แบกกระเป๋าหนังสือเตรียมกลับบ้าน
แต่ยังไม่ทันจะถึงสะพานผู่หลิน หยวนเหว่ยก็ถูกสือจวินจวินกับพวกอีกสองคนดักไว้
พวกเขาสามคนไม่ได้รอดักอยู่บนถนน แต่เริ่มสะกดรอยตามหยวนเหว่ยมาตั้งแต่เดินออกจากประตูโรงเรียน
"คราวนี้จะดูซิว่าแกจะหนีไปไหนได้อีก จะดูซิว่ายังมีใครหน้าไหนมาช่วยแกได้อีกไหม" พอล้อมหยวนเหว่ยไว้ที่ริมถนนเป็นรูปสามเหลี่ยม สือจวินจวินก็ยื่นนิ้วมาจิ้มที่หน้าอกของเขา
ตอนนี้หยวนเหว่ยได้แต่เจ็บใจอยู่เงียบๆ เมื่อถูกสือจวินจวินจิ้มอกทีหนึ่ง เขาก็ถอยหลังไปหนึ่งก้าว
อยากจะหนีก็หนีไม่รอด เพราะเมิ่งเจียวขวางอยู่ด้านหลัง ส่วนหม่าเฉียงก็ดักอยู่ด้านข้าง
"พวกแก... จะทำอะไร อย่าทำเกินไปนักนะ ตกลงอยากจะทำอะไรกันแน่"
"หึ ถึงขั้นนี้แล้วยังไม่รู้อีกเหรอว่าพวกฉันอยากจะทำอะไร ฉันว่าแกไม่ได้คันแค่ตัวแล้วมั้ง สมองคงจะคันเหมือนกันใช่ไหมล่ะ ให้พวกเราช่วยเกาให้เอาไหม" สือจวินจวินพูดเย้ยหยันพลางยื่นมือไปทำท่าจะเกาหัวของหยวนเหว่ย
หยวนเหว่ยหลบตามสัญชาตญาณ แต่พอเขาเบี่ยงศีรษะหลบ มือของสือจวินจวินก็เปลี่ยนจากการเกาเป็นการตบ
"ฉันจะตบแกแล้วจะทำไม มีปัญหาอะไรไหม ยังจะมาบอกว่าอย่าทำเกินไปอีกเหรอ ฉันนี่แหละจะทำเกินไปให้ดู หึ จะทำเกินไปให้ดู..." สือจวินจวินตบหัวของหยวนเหว่ยไปพลาง เยาะเย้ยยั่วยุไปพลาง
ส่วนหม่าเฉียงกับเมิ่งเจียวได้แต่ยืนหัวเราะอยู่ข้างๆ
หยวนเหว่ยรู้ดีว่าตัวคนเดียวสู้สามคนไม่ไหว จึงทำได้เพียงหลบและปัดป้อง ไม่กล้าโต้ตอบกลับไป และเขากลัวว่าหากสวนกลับไปจะยิ่งกระตุ้นโทสะของอีกฝ่าย และถ้าโดนทั้งสามคนรุมเข้ามา เขาจะยิ่งเจ็บตัวหนักกว่าเดิม
เพียงแต่บางครั้งการรังแกเช่นนี้ ยิ่งถอยหนีและแสดงความอ่อนแอ ก็ยิ่งไม่ได้รับความเคารพหรือความเห็นใจ
ยิ่งหยวนเหว่ยแสดงท่าทีอ่อนแอ พวกสือจวินจวินก็ยิ่งเหิมเกริมและข่มเหงเขาหนักขึ้น
"เอาเงินออกมา วันนี้เป็นเพราะแกที่ทำให้พวกฉันต้องเสียหน้า แกต้องรับผิดชอบค่าเสียหาย" หลังจากตบไปสองสามฉาดจนหยวนเหว่ยได้แต่หดหัว สือจวินจวินก็เอ่ยปากไถเงินอย่างโจ่งแจ้ง
"วันนี้พวกแก... ก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่ แล้วฉันก็ไม่ได้ไปหาเรื่องพวกแกด้วย เป็นพวกแกเองที่มาตีฉันแล้วจะมาเอาเงินจากฉันได้ยังไง" หยวนเหว่ยพูดด้วยสีหน้าเจื่อน
"ไม่ต้องพล่ามมาก บอกว่าเป็นเพราะแกก็ต้องเป็นงั้น ถ้ายังพูดมากอีกจะอัดให้ตายที่นี่แหละ อย่าคิดว่าไอ้หลี่เหวินเจี๋ยจะคุ้มกะลาหัวแกได้ บอกให้เอาบุญเลยนะว่าจัดการแกเสร็จเมื่อไหร่ คราวหน้าก็ถึงตาของมัน" สือจวินจวินเตะเข้าที่ต้นขาของหยวนเหว่ย
หยวนเหว่ยไม่ได้ล้มลง แต่ก็เซไปกระแทกกับต้นไม้ริมทางด้านหลัง
"แล้ว... พวกแกจะเอาเท่าไหร่" ในเมื่อวันนี้คงหนีไม่พ้น หยวนเหว่ยจึงได้แต่ยอมรับชะตากรรม หวังว่าจะยอมเสียเงินเพื่อตัดปัญหา
"ไม่ใช่ว่าพวกเราจะเอาเท่าไหร่ แต่เป็นแกต่างหากที่มีเท่าไหร่ ฟังจากน้ำเสียงแล้ว ท่าทางจะมีติดตัวไม่น้อยสินะ ฮ่าๆ" หม่าเฉียงพูดพลางหัวเราะร่าอยู่ข้างๆ
"ไม่ ไม่มี ฉันมีไม่เยอะหรอก ในตัวฉันไม่มีเงินเลย มีแค่สองหยวนเอง" หยวนเหว่ยรีบกอดกระเป๋าหนังสือของตัวเองไว้แน่นด้วยท่าทีหวาดกลัว
หยวนเหว่ยนับว่าไม่มีประสบการณ์เอาเสียเลย ยิ่งแสดงท่าทีปกป้องแบบนี้ ก็เท่ากับยิ่งบอกให้คนอื่นรู้ว่าในกระเป๋าของเขามีของดีซ่อนอยู่ไม่ใช่หรือ?
"ฮ่าๆ สองหยวนเหรอ ไอ้เวร จะหลอกใคร ตอนเช้ายังเห็นแกมีอยู่ยี่สิบหยวนเลย ตอนนี้กล้าบอกว่ามีแค่สองหยวน แกนี่มันไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาจริงๆ เอามา เอากระเป๋ามานี่!" สือจวินจวินปรี่เข้าไปกระชากคอเสื้อของหยวนเหว่ย ส่วนมืออีกข้างก็กระชากกระเป๋าหนังสือของเขา
ในตัวของหยวนเหว่ยไม่ได้มีแค่สองหยวน หรือยี่สิบหยวน แต่มีมากถึงสองร้อยหยวน
ก็ต้องพูดว่าเขาเป็นพวกชอบอวดอยู่เหมือนกัน ตอนที่หลี่เหวินเจี๋ยให้เงินหนึ่งพันหยวน เขากลับเอาไปให้ที่บ้านแค่ห้าร้อย ส่วนที่เหลืออีกห้าร้อยแอบเก็บไว้เอง แถมยังพกเงินสองร้อยหยวนมาโรงเรียนตั้งแต่วันแรก
คงเป็นเพราะเมื่อก่อนเคยลำบากมาก พอตอนนี้มีโอกาสก็เลยอยากจะอวดเบ่งเสียหน่อย เพราะถ้าไม่เป็นแบบนี้ พวกสือจวินจวินก็คงไม่ทันสังเกตว่าเขามีเงินติดตัวเยอะ
หยวนเหว่ยไม่อยากให้เงินสองร้อยหยวนของตัวเองต้องถูกช่วงชิงไปง่ายๆ จึงกอดกระเป๋าหนังสือไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
ผลก็คือหม่าเฉียงกับเมิ่งเจียวพุ่งเข้ามาร่วมวงด้วย ทั้งสามคนไม่เพียงแต่แย่งกระเป๋าของหยวนเหว่ย แต่ยังช่วยกันรุมอัดเขาอีกหนึ่งยก แม้แต่หนังสือเรียนเล่มใหม่ที่เพิ่งได้รับมาก็ยังรักษาไว้ไม่ได้ ถูกพวกนั้นเอาไปด้วย
"นาย... ไม่สู้กลับเลยเหรอ ได้แต่ร้องไห้กลับบ้านเนี่ยนะ" วันรุ่งขึ้น พอได้ฟังเรื่องราวจากหยวนเหว่ย หลี่เหวินเจี๋ยก็โกรธจนควันออกหู
ด้านหนึ่งเขาโกรธความเลวทรามของพวกสือจวินจวิน แต่อีกด้านก็โกรธความขี้ขลาดของหยวนเหว่ย
"ก็ฉันตัวคนเดียว จะไปสู้พวกนั้นตั้งสามคนได้ยังไง" หยวนเหว่ยพูดอย่างน้อยใจ
"สู้ไม่ได้ก็ต้องสู้ แล้วอีกอย่าง ถึงสู้ไม่ได้ก็หนีสิ ฉันรู้ว่า นายจะบอกว่าโดนล้อมสามด้านเลยหนีไม่ได้ใช่ไหม แต่ยังไม่ได้ลองวิ่งฝ่าออกไปดูสักตั้งเลยแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าหนีไม่พ้น ฉันล่ะยอมใจเลยจริงๆ แล้วตอนนี้หนังสือก็ไม่มีแล้ว จะเอาอะไรเรียนดีล่ะ" หลี่เหวินเจี๋ยพูดด้วยความรู้สึกสมเพชระคนหงุดหงิด
"เดี๋ยวฉันจะไปทวงคืนจากพวกเขา" หยวนเหว่ยกล่าว
"ฉันว่าช่างเถอะ เดี๋ยวฉันไปทวงให้เอง สภาพนายไปทวงเองได้ก็แปลกแล้ว เดี๋ยวจะโดนรังแกซ้ำอีกเปล่าๆ ครูยังไม่ได้จัดที่นั่ง งั้นมานั่งกับฉันก่อนแล้วกัน อ่านหนังสือเล่มเดียวกันไปก่อน"
พอหมดคาบเรียนแรกในช่วงเช้า หลี่เหวินเจี๋ยก็พาหยวนเหว่ยไปหาสือจวินจวินที่ห้องเรียนปีสอง
ทว่านักเรียนในห้องนั้นกลับบอกหลี่เหวินเจี๋ยว่าสือจวินจวินยังไม่มาเข้าเรียน
พอไปถามหาหม่าเฉียงกับเมิ่งเจียวก็ได้ความเหมือนกัน คือทั้งสองคนก็ยังไม่มาโรงเรียน
เมื่อพวกเขาไม่มาโรงเรียนก็จนปัญญา ทำได้เพียงรอให้พวกเขามาก่อนแล้วค่อยไปทวงคืน
แต่ตลอดทั้งช่วงเช้าก็ไม่เห็นวี่แววของทั้งสามคนในโรงเรียนเลย จนกระทั่งช่วงบ่ายนั่นแหละถึงได้เห็นพวกเขา
แต่เมื่อเจอตัวทั้งสามคน หลี่เหวินเจี๋ยกลับพบว่าสภาพของพวกเขาเหมือนเพิ่งโดนโจรป่าปล้นมา แต่ละคนหน้าตาบวมปูด ฟกช้ำดำเขียว ดูทุลักทุเลเกินต้าน
"สือจวินจวิน เอาหนังสือของหยวนเหว่ยคืนมา ส่วนเงินที่พวกแกเอาไป คืนมาด้วยก็ดี" หลี่เหวินเจี๋ยไม่สนใจว่าทำไมพวกเขาถึงตกอยู่ในสภาพนี้ เขาเปิดฉากทวงของทันที
"ไม่มี อะไรก็ไม่มีทั้งนั้น ไม่มีทั้งหนังสือ ไม่มีทั้งเงิน" สือจวินจวินจ้องหลี่เหวินเจี๋ยด้วยสีหน้าราวกับมีความแค้นฝังลึกแล้วตอบกลับ
"จะไม่มีได้ยังไง กระเป๋าหนังสือของเขาก็ถูกพวกแกแย่งไปชัดๆ เรื่องเงินจะยังไม่พูดถึงก็ได้ แต่หนังสือต้องคืนให้เขา" หลี่เหวินเจี๋ยซักไซ้
"พวกแกมาหาพวกเราก็ไม่มีประโยชน์หรอก ไม่มีแล้วจริงๆ ถ้าอยากได้คืน ก็ไปหาหลงซานกับพวกของมันเอาเองสิ" หม่าเฉียงพูดแทรกขึ้นมา
"หลงซานเหรอ หลงซานคือใคร แล้วทำไมพวกเราต้องไปทวงจากเขาล่ะ?" หลี่เหวินเจี๋ยจ้องมองทั้งสามคนอย่างไม่เข้าใจ
"หม่าเฉียง จะไปพล่ามเรื่องนั้นกับมันทำไม บอกไม่มีก็คือไม่มี อยากจะทำอะไรก็เชิญ" สือจวินจวินพูดอย่างหัวเสีย