- หน้าแรก
- ก้าวแรกสู่บัลลังก์เจ้าสัว
- บทที่ 40 เรื่องเกิดเพราะเงิน
บทที่ 40 เรื่องเกิดเพราะเงิน
บทที่ 40 เรื่องเกิดเพราะเงิน
ภายใต้การห้ามปรามของครูสอนภาษาอังกฤษคนนั้น หลี่เหวินเจี๋ยกับพวกของสือจวินจวินถึงยอมสงบศึก ไม่ได้มีเรื่องชกต่อยกันอีก ทว่าความขัดแย้งและความบาดหมางครั้งนี้ได้ฝังรากลึกลงไปแล้ว คงไม่จบลงง่ายๆ อย่างแน่นอน
"ทำไมพวกนั้นถึงมาดักนาย นายไปมีเรื่องอะไรกับพวกมันรึเปล่า" พอเรื่องชกต่อยจบลง หลี่เหวินเจี๋ยกับหยวนเหว่ยก็พากันมานั่งลงใต้ต้นอู๋ถงใหญ่สองสามต้นที่อยู่ด้านหลังอาคารเรียนมัธยมต้น
ตอนนี้สภาพของหยวนเหว่ยดูทุลักทุเลพอสมควร เสื้อผ้าเนื้อตัวมอมแมมไปหมด หลี่เหวินเจี๋ยช่วยปัดฝุ่นให้อยู่นานก็ยังไม่สะอาดดี
ส่วนหลี่เหวินเจี๋ยมีเพียงรอยเท้าสองสามรอยบนกางเกง ซึ่งเป็นร่องรอยจากการแลกเท้ากับหม่าเฉียง
นอกจากนั้น บนมือของหลี่เหวินเจี๋ยยังมีรอยเล็บข่วนอยู่สองสามรอย ส่วนบนใบหน้าก็มีรอยแดงเป็นปื้น ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นร่องรอยที่ได้มาระหว่างชุลมุน
โชคดีที่เป็นแค่บาดแผลเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรร้ายแรง
"ฉันไม่ได้ไปหาเรื่องพวกเขาสักหน่อย เมื่อกี้ฉันไปซื้อของที่หน้าประตูโรงเรียน แล้วพวกเขาสามคนเห็นว่าฉันมีเงิน ก็เลยเข้ามาดักทางเพื่อจะไถเงินฉัน พอฉันไม่เต็มใจ พวกเขาก็เลยคิดจะใช้กำลัง" หยวนเหว่ยตอบ
"อ้อ ที่แท้ก็จะมาไถเงินนายนี่เอง หยวนเหว่ย จำไว้ว่าอย่าแสดงให้ใครรู้ว่ามีเงินติดตัวเยอะ คราวหลังอย่าพกเงินเยอะขนาดนี้ โดยเฉพาะอย่าให้คนอื่นเห็น ไม่อย่างนั้นจะต้องเจอเรื่องแบบนี้อีกแน่" พอเข้าใจเรื่องราวแล้ว หลี่เหวินเจี๋ยก็เอ่ยเตือน
"ฉัน... แต่จะให้มีเงินแล้วไม่ใช้เลยก็ไม่ได้นี่นา เอาเป็นว่าฉันจะฟังนายแล้วกัน ต่อไปจะระวังให้มากขึ้น โอ๊ย... วันนี้มีเรื่องกับพวกนั้นไปยกหนึ่ง พวกนั้นคงไม่ยอมจบง่ายๆ แน่"
"ไม่จบง่ายๆ แน่ คนอื่นฉันไม่รู้ แต่คนอย่างสือจวินจวินเป็นพวกเจ้าคิดเจ้าแค้น แค่คิดจะหลบก็คงหลบไม่พ้น มีแต่ต้องเตรียมรับมือตามสถานการณ์เท่านั้น" หลี่เหวินเจี๋ยพยักหน้าเห็นด้วย
"แล้วถ้าพวกเขาดักฉันตอนเลิกเรียนระหว่างทางกลับบ้านจะทำยังไงล่ะ ฉันสู้พวกนั้นไม่ได้หรอกนะ" หยวนเหว่ยเอ่ยอย่างกังวล
"เรื่องนี้ขอฉันคิดดูก่อน... งั้นนายก็ลองเปลี่ยนเส้นทางกลับบ้านดูสิ อย่าใช้เส้นทางเดิม ถ้าพวกนั้นดักรอนายสักสองครั้งแล้วไม่เจอ เดี๋ยวก็คงเลิกไปเอง" หลี่เหวินเจี๋ยเสนอความคิดที่ไม่ค่อยจะเข้าท่าเท่าไหร่นัก
"แต่พอถึงสะพานผู่หลินแล้ว ทางกลับบ้านฉันก็มีอยู่เส้นทางเดียวนะ"
"แถวนั้นก็ใกล้จะถึงหมู่บ้านหยวนเจียไจ้ของนายแล้วไม่ใช่เหรอ ยังจะกลัวอะไรอีก บนถนนเส้นนั้นต้องมีคนในหมู่บ้านของนายผ่านไปมาบ้างแหละน่า ถ้าไม่ได้จริงๆ นายก็นัดคนในหมู่บ้านที่เรียนที่นี่ให้กลับบ้านพร้อมกันสิ"
"เออจริงด้วย ที่นายพูดก็เป็นวิธีที่ดีนะ ในหมู่บ้านฉันมีหลายคนที่เรียนอยู่โรงเรียนมัธยมหมายเลขสอง เดี๋ยวฉันจะลองไปชวนพวกเขาดู ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็คงต้องใช้เงินซื้อใจพวกเขาหน่อย"
"ฮิๆ เจ้านี่รู้จักใช้เงินแก้ปัญหาแล้วนี่นา การใช้เงินนับว่าเป็นวิธีที่ได้ผลจริงๆ นั่นแหละ ที่เขาว่ามีเงินก็จ้างผีโม่แป้งได้" หลี่เหวินเจี๋ยยิ้มกว้าง
"ถ้าอย่างนั้นปัญหาของฉันก็พอจะแก้ด้วยวิธีนี้ได้ แล้วของนายล่ะ ถ้าพวกนั้นเล่นงานฉันไม่ได้ ก็ต้องหันไปเล่นงานนายแทนแน่ๆ" หยวนเหว่ยวกกลับมาเป็นห่วงหลี่เหวินเจี๋ย
"ไม่ว่าพวกเขาจะเล่นงานนายได้หรือไม่ ก็ต้องมาหาเรื่องฉันอยู่ดี แต่นายไม่ต้องห่วงทางนี้หรอก ฉันรู้ว่าต้องทำยังไง"
"นายจะทำยังไงล่ะ บอกฉันหน่อยสิ" หยวนเหว่ยถามด้วยความอยากรู้
"ฮ่าๆ ก็เหมือนกับนายนั่นแหละ ใช้เงินไง สมัยนี้มีไม่กี่เรื่องหรอกที่เงินแก้ปัญหาไม่ได้ แล้วไอ้เรื่องที่ใช้เงินแก้ได้น่ะ เขาไม่เรียกว่าปัญหาหรอก" หลี่เหวินเจี๋ยยิ้มอย่างมีเลศนัย
หลี่เหวินเจี๋ยไม่ได้มีวรยุทธ์ ฝีไม้ลายมือก็ธรรมดา ในสถานการณ์ที่กำลังเป็นรอง การปะทะซึ่งๆ หน้ามีแต่จะทำให้ตัวเองเสียเปรียบ
แต่ที่หลี่เหวินเจี๋ยบอกว่าจะใช้เงินแก้ปัญหาก็ไม่ใช่ความจริงทั้งหมด ถ้าแค่รับมือกับเด็กเหลือขออย่างพวกสือจวินจวินยังต้องใช้เงิน แล้วถ้าเจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่านี้จะทำอย่างไร
เพียงแต่บางเรื่อง หลี่เหวินเจี๋ยไม่สามารถบอกหยวนเหว่ยต่อหน้าได้ก็เท่านั้น
ฝั่งของหลี่เหวินเจี๋ยกับหยวนเหว่ยกำลังปรึกษากันถึงวิธีป้องกันตัว ส่วนอีกฝั่ง พวกของสือจวินจวินก็กำลังวางแผนว่าจะเอาคืนอย่างไร
"ไอ้เวรเอ๊ย วันนี้แม่งโคตรเสียหน้าเลย พวกเราสามคนรุมสองคน แต่ดันเอาชนะไม่ได้"
บนพื้นหญ้ารกข้างโซนเล่นปิงปอง สือจวินจวินคลำศีรษะตัวเองพลางพูดออกมาด้วยความโมโห
วันนี้คนที่ดูแย่ที่สุดก็คือเขา ไม่เพียงแต่บาดเจ็บหนักที่สุด แต่ตอนหลังยังร้องไห้อีกต่างหาก นับว่าเสียหน้าอย่างแรง
แน่นอนว่าตอนนี้สือจวินจวินจะไม่ยกเรื่องที่ตัวเองร้องไห้ขึ้นมาพูด และเขาก็ไม่อนุญาตให้ใครพูดถึงด้วยเช่นกัน ราวกับว่ามันได้กลายเป็นส่วนที่อ่อนไหวที่สุดในใจของเขาไปแล้ว
"ฉันประกบไปแล้วคนหนึ่ง ส่วนอีกคนพวกนายสองคนรับผิดชอบเองนะ" เมิ่งเจียวกล่าว
ความหมายโดยนัยก็คือ ที่เสียหน้าก็เพราะพวกเขาสองคนไม่ได้เรื่องนั่นเอง
"เมิ่งเจียว พูดแบบนี้ก็ไม่ถูกสิวะ คนที่นายจัดการน่ะอ่อนที่สุดแล้ว ถ้าเปลี่ยนเป็นฉันก็จัดการได้เหมือนกัน" หม่าเฉียงเถียงอย่างไม่ยอม
"แต่พวกนายเล่นสองต่อหนึ่งไม่ใช่รึไง แล้วอีกอย่าง ทำไมนายถึงโดนเตะทีเดียวล้มได้ล่ะ ปกติไม่ได้เก่งนักหรือยังไง" เมิ่งเจียวโต้กลับอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน
"ก็แค่ไม่ทันระวัง ปล่อยให้แผนชั่วของไอ้ห่านั่นได้ผล พอตอนหลังที่แลกเท้ากันตั้งหลายที มันก็ไม่ได้เปรียบอะไรเลยนี่"
"พวกนายสองคนเลิกทะเลาะกันเองได้แล้ว ตอนนี้เราต้องมาคุยกันว่าจะเอาคืนยังไง เรื่องนี้ยอมทนไม่ได้ แล้วพวกนายทนได้รึไง ยังไม่ทันจะได้ไปเอาคืนศัตรู ก็ดันมาตีกันเองซะแล้ว ไม่อายบ้างเหรอ" สือจวินจวินเห็นลูกน้องสองคนทำท่าจะทะเลาะกัน ก็รีบตะโกนห้ามเสียงดัง
"จะทนได้ยังไง สองปีมานี้พวกเรายังไม่เคยเสียท่าให้ใครยับขนาดนี้มาก่อนเลย สือจวินจวิน หรือว่านายจะไปตามพี่ชายมา" หม่าเฉียงพูดเสริม
พี่ชายที่หม่าเฉียงพูดถึง ไม่ใช่สือเสี่ยวหัว แต่เป็นสือเสี่ยวเฉียง
สือเสี่ยวเฉียงอายุน้อยกว่าสือเสี่ยวหัวหนึ่งปี เมื่อก่อนก็เคยเรียนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมหมายเลขสองเช่นกัน แต่ถูกไล่ออกไปแล้วเพราะก่อเหตุทะเลาะวิวาทอย่างรุนแรง
การที่สือจวินจวินทำตัวกร่างในโรงเรียนมัธยมหมายเลขสองได้ขนาดนี้ ก็มีความเกี่ยวข้องกับสือเสี่ยวเฉียงค่อนข้างมาก
เวลาที่เขาไปหาเรื่องใครแล้วสู้ไม่ได้ก็จะไปฟ้องสือเสี่ยวเฉียง หลายคนก็เพราะเกรงใจสือเสี่ยวเฉียงนี่แหละ ถึงไม่ค่อยกล้ามีเรื่องกับสือจวินจวิน
"พี่ชายฉันไปทำงานต่างเมืองแล้ว อีกอย่าง แค่พวกเราสามคนยังจัดการสองคนนั่นไม่ได้ ยังจะให้ไปเรียกพี่ชายฉันมาอีก ไม่รู้สึกอายบ้างรึไง หรือพวกนายคิดว่าเราสู้พวกมันไม่ได้จริงๆ วันนี้ก็แค่พลาดไปหน่อย ถ้ามีคราวหน้า ฉันจะอัดพวกมันสองคนให้ยับเลยคอยดู" สือจวินจวินพูดอย่างปากแข็ง
"แต่ในโรงเรียนลงมือไม่สะดวก ช่วงนี้โรงเรียนค่อนข้างเข้มงวด" เมิ่งเจียวกล่าว
"ในโรงเรียนไม่ได้ก็ไปดักตอนเลิกเรียนสิ พวกเราไปดักทาง ดักได้คนไหนก็ซัดคนนั้น สามรุมหนึ่ง มันจะไปพลาดได้ยังไง" สือจวินจวินพูดพลางเด็ดใบหญ้าทิ้ง
"เออจริงด้วย เราดักทีละคนก็ได้ ฉันว่าเราเริ่มจากไอ้หลี่เหวินเจี๋ยนั่นก่อนเลย พอดักมันได้เมื่อไหร่ ฉันจะเตะก้นมันให้บานแน่" หม่าเฉียงพยักหน้าเห็นด้วย
หม่าเฉียงยังคงฝังใจกับลูกเตะของหลี่เหวินเจี๋ย และอยากแก้แค้นใจจะขาด
"ไม่ ต้องเล่นงานไอ้หยวนเหว่ยก่อน เรื่องวันนี้มันเริ่มมาจากมัน อีกอย่างไอ้ลูกเต่านั่นมีเงินติดตัวเยอะ เราไปจัดการมันก่อน ถือโอกาสไถเงินมาใช้สักหน่อยแล้วค่อยว่ากัน" สือจวินจวินไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของหม่าเฉียง