- หน้าแรก
- ก้าวแรกสู่บัลลังก์เจ้าสัว
- บทที่ 39 เรื่องชกต่อย
บทที่ 39 เรื่องชกต่อย
บทที่ 39 เรื่องชกต่อย
สือจวินจวินเป็นพวกนักเลงหัวไม้ ผลการเรียนแย่กว่าหลี่เหวินเจี๋ยเสียอีก เวลาอยู่ที่โรงเรียน ถ้าไม่รังแกคนนี้ก็ไปรังแกคนนั้น ทั้งอุปกรณ์การเรียนไปจนถึงเงินค่าขนมเล็กๆ น้อยๆ ของเขาก็ได้มาด้วยวิธีนี้
ถ้าเป็นคนอื่น หลี่เหวินเจี๋ยคงไม่ใส่ใจ เพราะถ้าไม่ใช่เรื่องของตัวเอง เขาก็เลือกที่จะไม่เข้าไปยุ่ง
แต่พอเป็นหยวนเหว่ย หลี่เหวินเจี๋ยไม่มีทางนิ่งดูดายอย่างแน่นอน
"หยวนเหว่ยเป็นเพื่อนฉัน พวกนายมารังแกเขา จะให้ฉันนิ่งเฉยได้ยังไง" หลี่เหวินเจี๋ยเดินเข้าไปตรงกลางแล้วยืนเคียงข้างหยวนเหว่ย
หยวนเหว่ยถูกสือจวินจวินกับพวกอีกสองคนล้อมไว้ ตอนแรกเขาคิดว่าวันนี้คงต้องยอมเสียเปรียบแน่แล้ว ถึงขนาดเตรียมใจที่จะยอมอ่อนข้อให้ด้วยซ้ำ
แต่แล้วหลี่เหวินเจี๋ยก็ปรากฏตัวขึ้น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แค่มีหลี่เหวินเจี๋ยยืนอยู่ข้างๆ หยวนเหว่ยก็รู้สึกเหมือนมีที่พึ่งพิง ทั้งความมั่นใจและความกล้าพลันเพิ่มขึ้นมา
"ไอ้เวรนี่ จะไม่ยุ่งไม่ได้หรือไงวะ ฉันว่าแกเองก็อยากเจ็บตัวเหมือนกันสินะ" พอเห็นว่าหลี่เหวินเจี๋ยไม่ไว้หน้ากัน สือจวินจวินก็ฉุนกึก
"สือจวินจวิน พูดจาให้มันดีๆ หน่อย ถ้ายังปากหมาอีก ฉันไม่เกรงใจแกแน่" หลี่เหวินเจี๋ยทำหน้าเครียด พลางเอ่ยเตือนเสียงจริงจัง
"ฮ่าๆๆๆ ไม่เกรงใจเหรอ พวกแกได้ยินไหม มันบอกว่าจะไม่เกรงใจฉันว่ะ ฮ่าๆๆๆ" คำเตือนของหลี่เหวินเจี๋ยกลายเป็นเรื่องตลกในสายตาของพวกเขา
ปกติแล้วคนกลุ่มนี้มักทำตัวเป็นอันธพาลอยู่ในโรงเรียน มีแต่พวกเขาที่คอยรังแกคนอื่น น้อยคนนักที่จะกล้ามาพูดจาโอหังต่อหน้าพวกเขาแบบนี้
"แล้วจะเอายังไงวะ ไอ้เวรเอ๊ย คิดว่าพวกฉันเล่นแกแล้วจะมีใครมาคุ้มหัวหรือยังไง?" พอหัวเราะเสร็จ หม่าเฉียงที่อยู่ข้างสือจวินจวินก็ทำท่าเป็นนักเลง พลางถกแขนเสื้อขึ้นข่มขู่
นักเรียนของโรงเรียนมัธยมหมายเลขสองผลการเรียนไม่ดี แต่เรื่องวุ่นวายในโรงเรียนกลับมีอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะหนีเรียนหรือชกต่อย ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร
คนอย่างสือจวินจวินกับหม่าเฉียงไม่เคยคิดจะเรียนต่ออยู่แล้ว เป้าหมายของพวกเขาก็แค่เรียนให้จบมัธยมต้นสามปีเป็นพอ
ยิ่งไปกว่านั้น คนประเภทนี้ยังคิดว่าการได้เป็นหัวโจกในโรงเรียนเป็นเรื่องที่เท่มาก และยังเป็นวิธีหนึ่งที่ใช้ดึงดูดความสนใจจากนักเรียนหญิงได้
ทันทีที่หม่าเฉียงสบถจบ สีหน้าของหลี่เหวินเจี๋ยกลับยิ่งเคร่งเครียด
ขณะที่คนอื่นยังไม่ทันตั้งตัว หลี่เหวินเจี๋ยก็ยกขาเตะอัดเข้าไปที่หม่าเฉียงอย่างแรง
เพราะไม่ทันได้เตรียมตัว ลูกเตะที่ไม่คาดคิดของหลี่เหวินเจี๋ยเลยส่งหม่าเฉียงลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้ากับพื้น
ในเมื่อหลี่เหวินเจี๋ยเป็นฝ่ายลงมือก่อน แน่นอนว่าคนอื่นย่อมไม่ยืนดูอยู่เฉยๆ โดยเฉพาะสือจวินจวินกับเมิ่งเจียวที่ยังไม่ได้พูดอะไร
"ไอ้เวร!" สือจวินจวินกับเมิ่งเจียวสบถก่อนจะพุ่งเข้าใส่หลี่เหวินเจี๋ย
อันที่จริงถ้าพูดถึงส่วนสูง ทั้งสือจวินจวินและเมิ่งเจียวก็ไม่ได้สูงไปกว่าหลี่เหวินเจี๋ย แต่เมิ่งเจียวเป็นเด็กอ้วนที่ตัวแน่น ส่วนสือจวินจวินก็รูปร่างกำยำ
ในบรรดาสามคนนี้ มีเพียงหม่าเฉียงที่ตัวสูงหน่อย ซึ่งก็ไล่เลี่ยกับหลี่เหวินเจี๋ย
พอเตะหม่าเฉียงไปแล้ว เขาก็รู้ดีว่าสือจวินจวินกับเมิ่งเจียวต้องไม่ยืนดูอยู่เฉยๆ และต้องลงมือตามมาแน่ ดังนั้นเขาจึงเตรียมตั้งรับอยู่แล้ว
แต่สองหมัดย่อมยากจะสู้สี่มือ สองคนนั้นระดมหมัดเข้าใส่หลี่เหวินเจี๋ย ถึงแม้เขาจะชกสวนไปโดนอีกฝ่ายได้หนึ่งหมัด แต่ตัวเองก็เลี่ยงไม่พ้นที่จะโดนกลับมาอย่างน้อยหนึ่งครั้งเช่นกัน
โชคยังดีที่ข้างๆ ยังมีหยวนเหว่ยอยู่ เขาตะลึงไปเพียงครู่เดียวก็รู้ทันทีว่าควรทำอะไร
จะให้หลี่เหวินเจี๋ยออกหน้ารับมือแทน ส่วนตัวเองกลับยืนหดหัวเป็นเต่าก็คงใช้ไม่ได้
หยวนเหว่ยจึงพุ่งเข้าไปใช้แขนรัดคอเมิ่งเจียวจากด้านหลังทันที
หยวนเหว่ยอาจตั้งใจจะทุ่มเมิ่งเจียวให้ล้ม แต่ถึงอีกฝ่ายจะตัวไม่สูง ทว่าช่วงล่างกลับมั่นคงมาก เขาไม่เพียงทุ่มอีกฝ่ายไม่สำเร็จ แต่ยังถูกเมิ่งเจียวหันกลับมากอดรัดเอาไว้
แต่การที่หยวนเหว่ยเข้ามาร่วมวงก็ถือว่ามีประโยชน์มาก อย่างน้อยก็ช่วยแบ่งเบาภาระให้หลี่เหวินเจี๋ย ทำให้เขาต้องรับมือกับสือจวินจวินแค่คนเดียว ทำให้เรื่องง่ายขึ้นเยอะ
พอสือจวินจวินต่อยเข้าที่หน้าอกของหลี่เหวินเจี๋ยหนึ่งหมัด เขาก็ถูกอีกฝ่ายคว้าผมกระชากลงมาอย่างแรง ก่อนที่หมัดจากมืออีกข้างจะระดมใส่ศีรษะของสือจวินจวินไม่ยั้ง
เจ้าสือจวินจวินคนนี้ดันทำตัวเลียนแบบพวกนักเลงไว้ผมยาว คราวนี้เลยเข้าทางหลี่เหวินเจี๋ยพอดี
แน่นอนว่าผมของสือจวินจวินไม่ได้ยาวมากนัก สั้นกว่าของเฉินฮ่าวหนาน แต่ก็ยาวพอๆ กับหลินจื้ออิ่งที่กำลังโด่งดังในตอนนั้น
*เฉินฮ่าวหนาน และหลินจื้ออิ่ง เป็นชื่อดาราจีนในยุคนั้น
ในสถานการณ์คนน้อยสู้คนมากเช่นนี้ หลี่เหวินเจี๋ยต้องลงมืออย่างไม่ปรานี
แต่ในขณะที่หลี่เหวินเจี๋ยกำลังอัดสือจวินจวินอย่างหนักนั้นเอง หม่าเฉียงที่ล้มอยู่ก็ลุกขึ้นมาจากพื้นได้แล้ว
พอถูกหลี่เหวินเจี๋ยเตะจนล้มกลิ้ง หม่าเฉียงโกรธจัด ยิ่งเห็นหลี่เหวินเจี๋ยกำลังสู้กับสือจวินจวินอยู่ก็ยิ่งเดือดดาล เขาจึงยกขาขึ้นแล้วเตะเข้าที่ก้นของหลี่เหวินเจี๋ยอย่างแรงหนึ่งที
ลูกเตะนี้ทำให้หลี่เหวินเจี๋ยถึงกับเซ ถ้าไม่ได้กระชากผมของสือจวินจวินเพื่อใช้เป็นหลักยึดไว้ เขาคงล้มไปแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้น หลี่เหวินเจี๋ยก็ยังไม่ยอมปล่อยผมของสือจวินจวิน มือหนึ่งยังคงดึงผมของอีกฝ่ายไว้ ขณะที่ยกขาเตะสวนไปทางหม่าเฉียง
ผลลัพธ์คือเกิดภาพที่น่าขันขึ้นมาภาพหนึ่ง หยวนเหว่ยกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับเมิ่งเจียวจนกลิ้งไปมา ส่วนหลี่เหวินเจี๋ยก็จิกผมกดหัวสือจวินจวินไว้พลางแลกเท้ากับหม่าเฉียง เป็นการเตะมาทีเตะกลับไปที ยากจะบอกได้ว่าใครเป็นฝ่ายได้เปรียบ
ในสถานการณ์นี้ คนที่เสียเปรียบที่สุดย่อมเป็นสือจวินจวินอย่างไม่ต้องสงสัย
พอถูกดึงผม หนังศีรษะของเขาก็เจ็บจนแทบบรรยายไม่ถูก เขายกมือขึ้นพยายามแกะมือของหลี่เหวินเจี๋ยออกอย่างสุดแรง แต่ไม่ทำยังจะดีกว่า เพราะยิ่งแกะ หนังศีรษะก็ยิ่งเจ็บแสบ
พอแกะมือของหลี่เหวินเจี๋ยไม่ออก สือจวินจวินเลยทำได้เพียงใช้เล็บข่วนและทุบตีไปตามแขนและลำตัวของหลี่เหวินเจี๋ย
แต่ทุกครั้งที่เขาตีหลี่เหวินเจี๋ย หลี่เหวินเจี๋ยก็จะตอบโต้ด้วยการเขย่าศีรษะของเขาแรงขึ้น ใช้เส้นผมของเขาเป็นที่ระบายอารมณ์
พวกเขาชุลมุนกันอยู่แบบนี้ราวสามสี่นาที ก็มีคนเข้ามาห้าม
อย่างไรเสียนี่ก็เป็นพื้นที่ในโรงเรียน ไม่ใช่ทุ่งนากลางทุ่ง ต่อให้นักเรียนคนอื่นที่มุงดูจะไม่ยื่นมือเข้าช่วย แต่ครูที่เดินผ่านไปมาก็ต้องเข้ามาจัดการอยู่ดี
"ทำอะไรกันน่ะ หยุดเดี๋ยวนี้เลย ปล่อยกันได้แล้ว ได้ยินไหม ทั้งเธอ แล้วก็เธอด้วย! เพิ่งเปิดเทอมกันแท้ๆ ก็มาก่อเรื่องชกต่อยกันแล้ว อยากให้เรียกผู้ปกครองมารับกลับบ้านใช่ไหม"
คนที่เข้ามาห้ามคือครูผู้ชายที่สอนวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่หนึ่ง
ทั้งดึงทั้งห้ามปรามประกอบกับคำขู่ของครู ในที่สุดเด็กหนุ่มทั้งห้าคนก็ยอมแยกออกจากกัน
"ฮือๆๆ หลี่เหวินเจี๋ย ไอ้เวรเอ๊ย เรื่องนี้อย่าคิดว่ามันจะจบง่ายๆ" พอนึกว่าหลี่เหวินเจี๋ยปล่อยมือแล้วสือจวินจวินจะถอนหายใจอย่างโล่งอก ใครจะไปคิดว่าเจ้าหมอนี่จะคลำหัวตัวเองแล้วร้องไห้โฮออกมา
หลี่เหวินเจี๋ยก้มลงมองมือตัวเอง ก็เห็นว่ายังมีเส้นผมติดอยู่หนึ่งกระจุก ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันถูกดึงมาจากศีรษะของสือจวินจวิน
หลี่เหวินเจี๋ยสะบัดผมในมือทิ้งลงพื้น "ถ้าแกยังปากหมาด่าคนอื่นอีก ฉันก็จะอัดแกอีก"
"เก่งกันนักใช่ไหมหา แต่ละคนเนี่ย ควบคุมอารมณ์กันไม่ได้แล้วใช่ไหม? บอกมาว่าอยู่ห้องไหนกันบ้าง ฉันจะไปตามครูประจำชั้นมาเรียกผู้ปกครองพวกเธอ"