เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39 เรื่องชกต่อย

บทที่ 39 เรื่องชกต่อย

บทที่ 39 เรื่องชกต่อย


สือจวินจวินเป็นพวกนักเลงหัวไม้ ผลการเรียนแย่กว่าหลี่เหวินเจี๋ยเสียอีก เวลาอยู่ที่โรงเรียน ถ้าไม่รังแกคนนี้ก็ไปรังแกคนนั้น ทั้งอุปกรณ์การเรียนไปจนถึงเงินค่าขนมเล็กๆ น้อยๆ ของเขาก็ได้มาด้วยวิธีนี้

ถ้าเป็นคนอื่น หลี่เหวินเจี๋ยคงไม่ใส่ใจ เพราะถ้าไม่ใช่เรื่องของตัวเอง เขาก็เลือกที่จะไม่เข้าไปยุ่ง

แต่พอเป็นหยวนเหว่ย หลี่เหวินเจี๋ยไม่มีทางนิ่งดูดายอย่างแน่นอน

"หยวนเหว่ยเป็นเพื่อนฉัน พวกนายมารังแกเขา จะให้ฉันนิ่งเฉยได้ยังไง" หลี่เหวินเจี๋ยเดินเข้าไปตรงกลางแล้วยืนเคียงข้างหยวนเหว่ย

หยวนเหว่ยถูกสือจวินจวินกับพวกอีกสองคนล้อมไว้ ตอนแรกเขาคิดว่าวันนี้คงต้องยอมเสียเปรียบแน่แล้ว ถึงขนาดเตรียมใจที่จะยอมอ่อนข้อให้ด้วยซ้ำ

แต่แล้วหลี่เหวินเจี๋ยก็ปรากฏตัวขึ้น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แค่มีหลี่เหวินเจี๋ยยืนอยู่ข้างๆ หยวนเหว่ยก็รู้สึกเหมือนมีที่พึ่งพิง ทั้งความมั่นใจและความกล้าพลันเพิ่มขึ้นมา

"ไอ้เวรนี่ จะไม่ยุ่งไม่ได้หรือไงวะ ฉันว่าแกเองก็อยากเจ็บตัวเหมือนกันสินะ" พอเห็นว่าหลี่เหวินเจี๋ยไม่ไว้หน้ากัน สือจวินจวินก็ฉุนกึก

"สือจวินจวิน พูดจาให้มันดีๆ หน่อย ถ้ายังปากหมาอีก ฉันไม่เกรงใจแกแน่" หลี่เหวินเจี๋ยทำหน้าเครียด พลางเอ่ยเตือนเสียงจริงจัง

"ฮ่าๆๆๆ ไม่เกรงใจเหรอ พวกแกได้ยินไหม มันบอกว่าจะไม่เกรงใจฉันว่ะ ฮ่าๆๆๆ" คำเตือนของหลี่เหวินเจี๋ยกลายเป็นเรื่องตลกในสายตาของพวกเขา

ปกติแล้วคนกลุ่มนี้มักทำตัวเป็นอันธพาลอยู่ในโรงเรียน มีแต่พวกเขาที่คอยรังแกคนอื่น น้อยคนนักที่จะกล้ามาพูดจาโอหังต่อหน้าพวกเขาแบบนี้

"แล้วจะเอายังไงวะ ไอ้เวรเอ๊ย คิดว่าพวกฉันเล่นแกแล้วจะมีใครมาคุ้มหัวหรือยังไง?" พอหัวเราะเสร็จ หม่าเฉียงที่อยู่ข้างสือจวินจวินก็ทำท่าเป็นนักเลง พลางถกแขนเสื้อขึ้นข่มขู่

นักเรียนของโรงเรียนมัธยมหมายเลขสองผลการเรียนไม่ดี แต่เรื่องวุ่นวายในโรงเรียนกลับมีอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะหนีเรียนหรือชกต่อย ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร

คนอย่างสือจวินจวินกับหม่าเฉียงไม่เคยคิดจะเรียนต่ออยู่แล้ว เป้าหมายของพวกเขาก็แค่เรียนให้จบมัธยมต้นสามปีเป็นพอ

ยิ่งไปกว่านั้น คนประเภทนี้ยังคิดว่าการได้เป็นหัวโจกในโรงเรียนเป็นเรื่องที่เท่มาก และยังเป็นวิธีหนึ่งที่ใช้ดึงดูดความสนใจจากนักเรียนหญิงได้

ทันทีที่หม่าเฉียงสบถจบ สีหน้าของหลี่เหวินเจี๋ยกลับยิ่งเคร่งเครียด

ขณะที่คนอื่นยังไม่ทันตั้งตัว หลี่เหวินเจี๋ยก็ยกขาเตะอัดเข้าไปที่หม่าเฉียงอย่างแรง

เพราะไม่ทันได้เตรียมตัว ลูกเตะที่ไม่คาดคิดของหลี่เหวินเจี๋ยเลยส่งหม่าเฉียงลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้ากับพื้น

ในเมื่อหลี่เหวินเจี๋ยเป็นฝ่ายลงมือก่อน แน่นอนว่าคนอื่นย่อมไม่ยืนดูอยู่เฉยๆ โดยเฉพาะสือจวินจวินกับเมิ่งเจียวที่ยังไม่ได้พูดอะไร

"ไอ้เวร!" สือจวินจวินกับเมิ่งเจียวสบถก่อนจะพุ่งเข้าใส่หลี่เหวินเจี๋ย

อันที่จริงถ้าพูดถึงส่วนสูง ทั้งสือจวินจวินและเมิ่งเจียวก็ไม่ได้สูงไปกว่าหลี่เหวินเจี๋ย แต่เมิ่งเจียวเป็นเด็กอ้วนที่ตัวแน่น ส่วนสือจวินจวินก็รูปร่างกำยำ

ในบรรดาสามคนนี้ มีเพียงหม่าเฉียงที่ตัวสูงหน่อย ซึ่งก็ไล่เลี่ยกับหลี่เหวินเจี๋ย

พอเตะหม่าเฉียงไปแล้ว เขาก็รู้ดีว่าสือจวินจวินกับเมิ่งเจียวต้องไม่ยืนดูอยู่เฉยๆ และต้องลงมือตามมาแน่ ดังนั้นเขาจึงเตรียมตั้งรับอยู่แล้ว

แต่สองหมัดย่อมยากจะสู้สี่มือ สองคนนั้นระดมหมัดเข้าใส่หลี่เหวินเจี๋ย ถึงแม้เขาจะชกสวนไปโดนอีกฝ่ายได้หนึ่งหมัด แต่ตัวเองก็เลี่ยงไม่พ้นที่จะโดนกลับมาอย่างน้อยหนึ่งครั้งเช่นกัน

โชคยังดีที่ข้างๆ ยังมีหยวนเหว่ยอยู่ เขาตะลึงไปเพียงครู่เดียวก็รู้ทันทีว่าควรทำอะไร

จะให้หลี่เหวินเจี๋ยออกหน้ารับมือแทน ส่วนตัวเองกลับยืนหดหัวเป็นเต่าก็คงใช้ไม่ได้

หยวนเหว่ยจึงพุ่งเข้าไปใช้แขนรัดคอเมิ่งเจียวจากด้านหลังทันที

หยวนเหว่ยอาจตั้งใจจะทุ่มเมิ่งเจียวให้ล้ม แต่ถึงอีกฝ่ายจะตัวไม่สูง ทว่าช่วงล่างกลับมั่นคงมาก เขาไม่เพียงทุ่มอีกฝ่ายไม่สำเร็จ แต่ยังถูกเมิ่งเจียวหันกลับมากอดรัดเอาไว้

แต่การที่หยวนเหว่ยเข้ามาร่วมวงก็ถือว่ามีประโยชน์มาก อย่างน้อยก็ช่วยแบ่งเบาภาระให้หลี่เหวินเจี๋ย ทำให้เขาต้องรับมือกับสือจวินจวินแค่คนเดียว ทำให้เรื่องง่ายขึ้นเยอะ

พอสือจวินจวินต่อยเข้าที่หน้าอกของหลี่เหวินเจี๋ยหนึ่งหมัด เขาก็ถูกอีกฝ่ายคว้าผมกระชากลงมาอย่างแรง ก่อนที่หมัดจากมืออีกข้างจะระดมใส่ศีรษะของสือจวินจวินไม่ยั้ง

เจ้าสือจวินจวินคนนี้ดันทำตัวเลียนแบบพวกนักเลงไว้ผมยาว คราวนี้เลยเข้าทางหลี่เหวินเจี๋ยพอดี

แน่นอนว่าผมของสือจวินจวินไม่ได้ยาวมากนัก สั้นกว่าของเฉินฮ่าวหนาน แต่ก็ยาวพอๆ กับหลินจื้ออิ่งที่กำลังโด่งดังในตอนนั้น

*เฉินฮ่าวหนาน และหลินจื้ออิ่ง เป็นชื่อดาราจีนในยุคนั้น

ในสถานการณ์คนน้อยสู้คนมากเช่นนี้ หลี่เหวินเจี๋ยต้องลงมืออย่างไม่ปรานี

แต่ในขณะที่หลี่เหวินเจี๋ยกำลังอัดสือจวินจวินอย่างหนักนั้นเอง หม่าเฉียงที่ล้มอยู่ก็ลุกขึ้นมาจากพื้นได้แล้ว

พอถูกหลี่เหวินเจี๋ยเตะจนล้มกลิ้ง หม่าเฉียงโกรธจัด ยิ่งเห็นหลี่เหวินเจี๋ยกำลังสู้กับสือจวินจวินอยู่ก็ยิ่งเดือดดาล เขาจึงยกขาขึ้นแล้วเตะเข้าที่ก้นของหลี่เหวินเจี๋ยอย่างแรงหนึ่งที

ลูกเตะนี้ทำให้หลี่เหวินเจี๋ยถึงกับเซ ถ้าไม่ได้กระชากผมของสือจวินจวินเพื่อใช้เป็นหลักยึดไว้ เขาคงล้มไปแล้ว

แต่ถึงอย่างนั้น หลี่เหวินเจี๋ยก็ยังไม่ยอมปล่อยผมของสือจวินจวิน มือหนึ่งยังคงดึงผมของอีกฝ่ายไว้ ขณะที่ยกขาเตะสวนไปทางหม่าเฉียง

ผลลัพธ์คือเกิดภาพที่น่าขันขึ้นมาภาพหนึ่ง หยวนเหว่ยกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับเมิ่งเจียวจนกลิ้งไปมา ส่วนหลี่เหวินเจี๋ยก็จิกผมกดหัวสือจวินจวินไว้พลางแลกเท้ากับหม่าเฉียง เป็นการเตะมาทีเตะกลับไปที ยากจะบอกได้ว่าใครเป็นฝ่ายได้เปรียบ

ในสถานการณ์นี้ คนที่เสียเปรียบที่สุดย่อมเป็นสือจวินจวินอย่างไม่ต้องสงสัย

พอถูกดึงผม หนังศีรษะของเขาก็เจ็บจนแทบบรรยายไม่ถูก เขายกมือขึ้นพยายามแกะมือของหลี่เหวินเจี๋ยออกอย่างสุดแรง แต่ไม่ทำยังจะดีกว่า เพราะยิ่งแกะ หนังศีรษะก็ยิ่งเจ็บแสบ

พอแกะมือของหลี่เหวินเจี๋ยไม่ออก สือจวินจวินเลยทำได้เพียงใช้เล็บข่วนและทุบตีไปตามแขนและลำตัวของหลี่เหวินเจี๋ย

แต่ทุกครั้งที่เขาตีหลี่เหวินเจี๋ย หลี่เหวินเจี๋ยก็จะตอบโต้ด้วยการเขย่าศีรษะของเขาแรงขึ้น ใช้เส้นผมของเขาเป็นที่ระบายอารมณ์

พวกเขาชุลมุนกันอยู่แบบนี้ราวสามสี่นาที ก็มีคนเข้ามาห้าม

อย่างไรเสียนี่ก็เป็นพื้นที่ในโรงเรียน ไม่ใช่ทุ่งนากลางทุ่ง ต่อให้นักเรียนคนอื่นที่มุงดูจะไม่ยื่นมือเข้าช่วย แต่ครูที่เดินผ่านไปมาก็ต้องเข้ามาจัดการอยู่ดี

"ทำอะไรกันน่ะ หยุดเดี๋ยวนี้เลย ปล่อยกันได้แล้ว ได้ยินไหม ทั้งเธอ แล้วก็เธอด้วย! เพิ่งเปิดเทอมกันแท้ๆ ก็มาก่อเรื่องชกต่อยกันแล้ว อยากให้เรียกผู้ปกครองมารับกลับบ้านใช่ไหม"

คนที่เข้ามาห้ามคือครูผู้ชายที่สอนวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่หนึ่ง

ทั้งดึงทั้งห้ามปรามประกอบกับคำขู่ของครู ในที่สุดเด็กหนุ่มทั้งห้าคนก็ยอมแยกออกจากกัน

"ฮือๆๆ หลี่เหวินเจี๋ย ไอ้เวรเอ๊ย เรื่องนี้อย่าคิดว่ามันจะจบง่ายๆ" พอนึกว่าหลี่เหวินเจี๋ยปล่อยมือแล้วสือจวินจวินจะถอนหายใจอย่างโล่งอก ใครจะไปคิดว่าเจ้าหมอนี่จะคลำหัวตัวเองแล้วร้องไห้โฮออกมา

หลี่เหวินเจี๋ยก้มลงมองมือตัวเอง ก็เห็นว่ายังมีเส้นผมติดอยู่หนึ่งกระจุก ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันถูกดึงมาจากศีรษะของสือจวินจวิน

หลี่เหวินเจี๋ยสะบัดผมในมือทิ้งลงพื้น "ถ้าแกยังปากหมาด่าคนอื่นอีก ฉันก็จะอัดแกอีก"

"เก่งกันนักใช่ไหมหา แต่ละคนเนี่ย ควบคุมอารมณ์กันไม่ได้แล้วใช่ไหม? บอกมาว่าอยู่ห้องไหนกันบ้าง ฉันจะไปตามครูประจำชั้นมาเรียกผู้ปกครองพวกเธอ"

จบบทที่ บทที่ 39 เรื่องชกต่อย

คัดลอกลิงก์แล้ว