เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 38 พี่น้องมีภัย

บทที่ 38 พี่น้องมีภัย

บทที่ 38 พี่น้องมีภัย


"ถ้านายไม่เชื่องั้นฉันก็ช่วยอะไรไม่ได้แล้ว ยังไงฉันก็แค่มาบอกสถานการณ์ให้ฟังว่าเป็นแบบนี้ ฉันมันไร้ความสามารถ นายเองก็อย่ามาโทษฉันเลย ฉันก็แค่ตำรวจตัวเล็กๆ พลังอำนาจมีจำกัดมาก" ตำรวจหนุ่มดื่มไปอีกครึ่งแก้วก็วางแก้วเหล้าลง ดูท่าจะกลับแล้ว

พี่เฝิงรีบดึงเขาไว้ "โอ๊ย ฉันจะไปโทษนายทำไมล่ะน้องชาย นั่งก่อนสิ เรามาดื่มกันต่ออีกหน่อย ดื่มเสร็จแล้วเราไปอาบน้ำที่เมิ่งปาลีกัน"

"ไปอาบน้ำที่เมิ่งปาลีเหรอ ร้านนายเพิ่งจะโดนไฟไหม้ไปเอง ยังจะต้องมาเลี้ยงอีก แบบนี้มันไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นะ" ตำรวจหนุ่มทำทีเป็นปฏิเสธอย่างเสแสร้ง

"ไม่มีอะไรดีไม่ดีหรอก พี่ชายทำธุรกิจมาตั้งหลายปี แค่ไปอาบน้ำไม่เห็นจะเป็นปัญหาเลย แล้วอีกอย่าง ทางอำเภอก็มีแผนจะสร้างถนนฉีฝูขึ้นมาใหม่ ถึงตอนนั้นจะแบ่งหน้าร้านให้พวกเรา" พี่เฝิงตบอกพูด

"โฮ่ งั้นก็เรื่องร้ายกลายเป็นดีแล้วสิ ถนนฉีฝูสร้างใหม่ นั่นมันก็ไม่เหมือนเดิมแล้วนะ ฮ่าๆ"

ตอนนี้หลี่เหวินเจี๋ยมีสิทธิ์ในการจัดการเงินหลายหมื่นหยวนแล้ว แต่เขายังไม่ได้คิดว่าจะลงทุนอะไรดี อีกอย่าง สิ่งแรกที่เขาต้องทำในตอนนี้ก็ไม่ใช่การลงทุนทำธุรกิจ แต่เป็นการกลับไปเรียนที่โรงเรียน

วันนี้ต้องไปลงทะเบียนเรียนที่โรงเรียน ตอนที่ออกจากบ้าน หลี่ฟู่ยังคิดว่าการบ้านปิดเทอมของหลี่เหวินเจี๋ยยังทำไม่เสร็จ แต่พอหลี่เหวินอิงเอามาจากมือของหลี่เหวินเจี๋ยแล้วเปิดดู พวกเขาก็พบว่าการบ้านของหลี่เหวินเจี๋ยไม่เพียงแต่ทำเสร็จทั้งหมดแล้ว แต่ลายมือยังเรียบร้อย ทุกข้อที่มองเห็นก็ทำถูกหมด

"เป็นไงล่ะ ยอมรับไหม" พอออกจากบ้าน หลี่เหวินเจี๋ยพูดกับหลี่เหวินอิงอย่างภาคภูมิใจ

"ชิ ฉันก็สงสัยอยู่ว่าใครให้แกลอกมาล่ะ" หลี่เหวินอิงก็ปากแข็ง ไม่ยอมรับ

"ฮ่าๆ จะสงสัยหรือไม่สงสัยก็เรื่องของพี่ ความจริงมันพิสูจน์ได้ดีกว่าคำพูดอยู่แล้ว ยังไงต่อจากนี้ไป ถ้าพี่มีอะไรไม่เข้าใจเรื่องเรียนก็มาถามได้ทุกเมื่อ ฉันจะอธิบายให้ฟัง" หลี่เหวินเจี๋ยไม่ได้รับผลกระทบจากคำพูดของหลี่เหวินอิง ทั้งยังยังคงมองโลกในแง่ดีและมั่นใจต่อไป

"แกอยู่ชั้นต่ำกว่าฉันอีกนะ ให้มาถามแกเหรอ ถามแกสู้ไม่ถามอะไรเลยยังจะดีกว่า แกอย่าคิดว่าตัวเองโชคดี หาเงินจากการทำธุรกิจมาได้หน่อยเดียวแล้วจะเหลิงนะ ฉันจะบอกให้ เรื่องนั้นกับการเรียนมันคนละเรื่องกัน ต่อให้คนไม่รู้หนังสือก็ทำมาค้าขายหาเงินได้ แต่ถึงเวลากลับสอบไม่ผ่าน" หลี่เหวินอิงดูถูกความอวดดีของหลี่เหวินเจี๋ย

"อืม ที่พี่พูดก็มีเหตุผลอยู่ เรื่องนี้ฉันยอมรับ พูดแล้วไม่ทำก็แค่ท่าดีทีเหลว ทำแล้วไม่พูดก็แค่คนโง่เง่า ยังจำพนันของเราได้ไหม"

"จำได้ จำได้สิ รอให้แกสอบได้ที่หนึ่งก่อนค่อยมาพูดเถอะ" หลี่เหวินอิงพูดตอบส่งๆ ไป

จนถึงตอนนี้หลี่เหวินอิงก็ยังไม่เชื่อว่าหลี่เหวินเจี๋ยจะสามารถสอบได้ที่หนึ่ง ก็เพราะไม่เชื่อนี่แหละเธอถึงได้พนันกับหลี่เหวินเจี๋ย เพราะเธอรู้สึกว่าตัวเองชนะแน่นอน

หลี่เหวินเจี๋ยกับหลี่เหวินอิงเรียนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมหมายเลขสองของอำเภอถ่าซานด้วยกัน โรงเรียนแห่งนี้ในอำเภอถ่าซานถือเป็นโรงเรียนอันดับสอง เมื่อเทียบกับโรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่งของอำเภอแล้วถือว่าด้อยกว่ามาก

ในระดับมัธยมต้น ความแตกต่างอาจจะยังไม่ชัดเจนนัก แต่ในระดับมัธยมปลาย ความแตกต่างนั้นชัดเจนมาก

ทุกปีนักเรียนที่สอบได้คะแนนสูงสุดของอำเภอถ่าซานก็มาจากโรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่งทั้งนั้น ไม่ต้องพูดถึงการสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ ส่วนใหญ่ก็มาจากโรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่งเช่นกัน

ถ้าจำไม่ผิด โรงเรียนมัธยมหมายเลขสองทุกครั้งจะได้กินแต่เศษอาหารที่เหลือจากโรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่ง ถ้าโชคดีหน่อยก็จะได้เข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำสองสามคนและมหาวิทยาลัยทั่วไปสิบถึงยี่สิบคน

ตอนที่โชคไม่ดีก็เหลือแค่สิบกว่าคนที่ได้เข้ามหาวิทยาลัยระดับสองระดับสามมาประดับบารมี

ที่โรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่งแข็งแกร่ง สถานการณ์ก็คล้ายๆ กับที่อื่น นั่นก็คือในเรื่องของการคัดเลือกนักเรียน โรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่งชนะไปแล้วกว่าครึ่ง

ไม่ว่าจะสอบเข้ามัธยมต้นหรือมัธยมปลาย นักเรียนที่ได้คะแนนสูงๆ โรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่งก็จะรับเข้าเรียนก่อน ผู้ปกครองเองก็จะตั้งเป้าหมายให้ลูกเข้าโรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่ง ส่วนนักเรียนที่เรียนไม่เก่งสอบเข้าโรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่งไม่ได้ ก็จะไปใช้ชีวิตไปวันๆ ที่โรงเรียนมัธยมหมายเลขสอง

จากบ้านของหลี่เหวินเจี๋ยเดินไปโรงเรียนมัธยมหมายเลขสองใช้เวลาประมาณสิบสี่ถึงสิบห้านาที

หลังจากที่หลี่เหวินเจี๋ยกับหลี่เหวินอิงเข้าไปลงทะเบียนเรียนในโรงเรียนแล้ว พวกเขาทั้งสองคนก็กลายเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่สองและมัธยมศึกษาปีที่สามอย่างเป็นทางการ

ครูเฉินหงเหมย ครูประจำชั้นเป็นครูสอนภาษาจีน เธอตรวจการบ้านปิดเทอมของหลี่เหวินเจี๋ยแล้วต้องมองเขาอย่างประหลาดใจ "การบ้านพวกนี้เธอทำเองเหรอ"

"ครูเฉินครับ แน่นอนว่าเป็นผมทำเองครับ รับประกันของแท้แน่นอน" หลี่เหวินเจี๋ยยิ้มอย่างมั่นใจและหนักแน่น

"การบ้านที่เธอทำฉันคุ้นเคยดีนะ ถูกผิดยังไม่ต้องพูดถึง แค่ลายมือที่เธอเขียนฉันจะจำไม่ได้เหรอ เธอกล้าพูดไหมว่าลายมือพวกนี้เป็นของเธอ" ครูเฉินหงเหมยยังคงแสดงท่าทีสงสัย

"ครูเฉินครับ แค่สามวันก็ต้องมองกันใหม่แล้วนะครับ ช่วงปิดเทอมผมก็ฝึกคัดลายมืออยู่ครับ คัดตามแบบของผังจงหัว พอฝึกคัดแล้วก็ต้องมีผลงานบ้างสิครับ" หลี่เหวินเจี๋ยโกหกไปเรื่อยเปื่อย

ครูเฉินหงเหมยยังคงไม่เชื่อ มองสำรวจหลี่เหวินเจี๋ยขึ้นๆ ลงๆ ด้วยสายตาแปลกๆ

"เธอ คัดบทความเรื่อง "จากสวนสมุนไพรไปสู่ห้องหนังสือซานเว่ย" ให้ฉันหนึ่งรอบ ไปคัดที่นั่น ใช้กระดาษจดหมายแผ่นนี้"

เพื่อพิสูจน์ว่าคำพูดของหลี่เหวินเจี๋ยเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ครูเฉินหงเหมยหยิบหนังสือเรียนภาษาจีนชั้นมัธยมศึกษาปีที่หนึ่งมาจากโต๊ะทำงาน แล้สุ่มเปิดบทความของหลู่ซวิ่นบทหนึ่งให้เขาคัดลอก

หลี่เหวินเจี๋ยยักไหล่ ครูให้คัดก็คัดไปสิ ถ้ารู้แต่แรกว่าเขียนเรียบร้อยแล้วจะมาสร้างปัญหาแบบนี้ สู้เขียนหวัดๆ ไปเลยยังจะดีกว่า

การลงทะเบียนเรียนเทอมใหม่ต้องให้ครูประจำชั้นตรวจการบ้านก่อน พอเห็นว่าผ่านถึงจะให้ลงทะเบียนได้

เพื่อนร่วมชั้นของหลี่เหวินเจี๋ยที่มาทีหลังสองสามคนเดินเข้ามาในห้องพักครู พอเห็นหลี่เหวินเจี๋ยกำลังเขียนหนังสืออยู่ที่นั่นก็นึกว่าทำการบ้านไม่เสร็จแล้วโดนทำโทษ แต่ละคนต่างเอามือปิดปากแล้วแอบหัวเราะเยาะเขา

สำหรับเสียงหัวเราะเยาะของเพื่อนสองสามคนนั้น หางตาของหลี่เหวินเจี๋ยเหลือบไปเห็นอยู่ แต่เขาก็เลือกที่จะไม่สนใจ ตั้งใจคัดลอกหนังสือต่อไป

ไม่นาน บทความเรื่อง "จากสวนสมุนไพรไปสู่ห้องหนังสือซานเว่ย" ก็ถูกหลี่เหวินเจี๋ยคัดลอกออกมาแล้ว

ครูเฉินหงเหมยรับมาดู พบว่าเป็นลายมือเดียวกันกับการบ้านปิดเทอมจริงๆ นอกจากจะประหลาดใจแล้ว เธอก็ทำได้เพียงให้หลี่เหวินเจี๋ยลงทะเบียนเรียน

ยามมองดูแผ่นหลังของหลี่เหวินเจี๋ยที่เดินออกจากห้องพักครูไป ครูเฉินหงเหมยก็ยังคงรู้สึกมึนงงอยู่ เจ้าเด็กนี่ทำไมรู้สึกเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยกันนะ?

ตามกำหนดการ พวกเขาจะลงทะเบียนเรียนตอนเช้า ตอนบ่ายจะมาที่โรงเรียนเพื่อทำความสะอาดและรับหนังสือเรียน

ดังนั้นหลังจากที่ลงทะเบียนเรียนแล้ว หลี่เหวินเจี๋ยเลยเดินออกไปนอกโรงเรียน แต่พอเดินมาถึงบันไดด้านล่างของอาคารมัธยมต้น หลี่เหวินเจี๋ยกลับเห็นเงาของหยวนเหว่ยเพื่อนสนิทของตน และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายกำลังมีเรื่อง

เพราะว่าหยวนเหว่ยถูกคนสามคนล้อมอยู่ที่มุมกำแพง เพื่อนของตัวเองกำลังมีภัย หลี่เหวินเจี๋ยจะไม่มีทางยืนดูอยู่เฉยๆ แน่

"พวกแกทำอะไรกัน เอ๊ะ สือจวินจวิน พวกแกมาขวางทางหยวนเหว่ยทำไม?" ด้วยเหตุนั้นเอง หลี่เหวินเจี๋ยก้าวเดินเข้าไป

ผลคือหลี่เหวินเจี๋ยพบว่าในบรรดาสามคนที่ล้อมหยวนเหว่ยอยู่นั้น มีคนหนึ่งคือสือจวินจวิน น้องชายของสือเสี่ยวหัว พวกเขาเรียนอยู่รุ่นเดียวกัน เพียงแต่ว่าหลี่เหวินเจี๋ยกับหยวนเหว่ยเรียนอยู่ห้องสาม ส่วนสือจวินจวินเรียนอยู่ห้องสอง

"ไม่เกี่ยวกับแก ไสหัวไปให้พ้น" สือจวินจวินมองหลี่เหวินเจี๋ยแวบหนึ่งแล้วโบกมือ

ตัวตนของสือจวินจวินนั้นหลี่เหวินเจี๋ยรู้จักดี อย่างไรเสียในชาติก่อนพี่ชายของอีกฝ่ายก็เคยเป็นพี่เขยของหลี่เหวินเจี๋ย ทั้งสองครอบครัวมักไปมาหาสู่กันอยู่บ่อยๆ

จบบทที่ บทที่ 38 พี่น้องมีภัย

คัดลอกลิงก์แล้ว