- หน้าแรก
- ก้าวแรกสู่บัลลังก์เจ้าสัว
- บทที่ 23 ต้องสละถึงจะได้มา
บทที่ 23 ต้องสละถึงจะได้มา
บทที่ 23 ต้องสละถึงจะได้มา
“ให้ตายสิ แกเล่นอะไรของแก สองเหมาหกเหรอ เมื่อวานแกขายสองเหมาแปด วันนี้ขายสองเหมาหก แล้วจะให้คนอื่นทำมาหากินยังไงต่อ”
หลี่เหวินเจี๋ยไม่สนใจเลยว่าพวกเขาจะคิดอย่างไร ในเมื่อเขาต้องการจะบีบบังคับ ก็ต้องบีบให้ถึงที่สุด
“พวกคุณไม่ยอมขายให้ผมไม่ใช่เหรอ งั้นผมก็จะทำให้พวกคุณไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะขายให้ผม เว้นแต่พวกคุณจะยอมทิ้งเงินไป”
สมัยนี้จะมีใครยอมทิ้งเงินไปจริงๆ ล่ะ ดูชาวบ้านที่ต่อแถวสิ พอได้ยินว่าวันนี้ราคาถูกกว่าเมื่อวานอีกสองเฟิน แต่ละคนพร้อมใจกันยิ้มแย้มแจ่มใส
เมื่อวานมีคนต่อแถวแล้วซื้อไม่ได้ รู้สึกเสียดาย แต่ตอนนี้ไม่รู้สึกแล้ว กลับรู้สึกว่าได้เปรียบมาก และดีใจด้วยที่เมื่อวานซื้อไม่ทันเสียด้วยซ้ำ
"อย่าเบียดกันครับ อย่าเบียดกัน! ถ้าพวกคุณเบียดกันแบบนี้จะขายได้ยังไง หยวนเหว่ย นายเรียกคุณปู่คุณย่าพวกนั้นมาข้างหน้าสิ อย่าไปเบียดอยู่ตรงนั้นเลย ถ้าล้มลงไปจะไม่ดี"
ภายหลังความดีใจและความตื่นเต้น สถานการณ์ก็เริ่มวุ่นวายขึ้นมาทันที ทุกคนพยายามเบียดเสียดกันจนหัวแทบแตกเพื่อที่จะได้อยู่ข้างหน้าและซื้อกระดาษเงินกระดาษทองราคาถูกได้ก่อน
หลี่เหวินเจี๋ยเห็นสถานการณ์เช่นนั้น ก็ต้องรีบตะโกนเสียงดัง
ไม่มีกระดาษเงินกระดาษทองต้องเอาเข้าโกดังอีกแล้ว หยวนเหว่ยอยู่ที่โกดังก็ไม่มีอะไรทำ แต่เช้าตรู่ก็เลยมาช่วยขายของด้วย
ตรงนี้ต้องเล่าหน่อยว่า หลังจากที่หยวนเหว่ยเอาเงินหนึ่งหมื่นหยวนกลับบ้านไปแล้ว ทั้งครอบครัวต่างก็ดีใจตื่นเต้นจนนอนไม่หลับทั้งคืน
พอมีผลงานชิ้นโบแดงนี้ ตอนนี้หยวนเหว่ยก็สามารถออกไปไหนมาไหนเช้ากลับดึกได้อย่างเปิดเผย คนที่บ้านไม่เพียงแต่ไม่คัดค้านเรื่องที่เขาไปทำงานกับหลี่เหวินเจี๋ย แต่ยังสนับสนุนอย่างเต็มที่
อย่างไรเสียคนอย่างหยวนเหว่ย ที่บ้านก็ไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะเรียนเก่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วไปรับราชการ ขอแค่เขาพอมีความรู้ มีอาชีพเลี้ยงตัวเองได้ก็พอแล้ว
"เฮ้ ต้องต่อแถวก็ต่อแถวสิ ทำไมพวกเขาถึงได้ก่อนล่ะ" หลี่เหวินเจี๋ยให้หยวนเหว่ยเรียกคนชราเหล่านั้นมาข้างหน้าเพื่อให้สิทธิพิเศษ แต่ก็ถูกประท้วงขึ้นมาทันที
"พวกเขาอายุมากแล้ว ใครๆ ก็ต้องมีวันแก่กันทั้งนั้น ถ้าเกิดเบียดกันจนพวกเขาล้มลงไปจะทำยังไงล่ะ ไม่ต้องรีบร้อนหรอกน่า เดี๋ยวก็ได้กันทุกคน"
หลังจากที่หยวนเหว่ยเรียกคนชราเหล่านั้นมาข้างหน้าแล้ว หลี่เหวินเจี๋ยก็ขายให้พวกเขาก่อน
แต่ในนั้นมีคนชราสองคนที่อยากจะซื้อเพิ่มอีกหลายมัด
"คุณปู่ครับ คนหนึ่งซื้อได้อย่างมากแค่สองมัดเท่านั้น แบบนี้ทุกคนจะได้แบ่งกัน คุณปู่ซื้อไปเยอะขนาดนั้นคนเดียว คนอื่นก็จะได้น้อยลงสิครับ แล้วคุณปู่ก็เผากระดาษเยอะขนาดนั้นไม่หมดหรอก" หลี่เหวินเจี๋ยปฏิเสธคำขอของคนชราทั้งสองคน
"ทำไมจะซื้อเยอะไม่ได้ เธอก็ไม่ได้บอกไว้ก่อนนี่นา โอ้โห กว่าจะถึงคิวฉัน เธอก็ไม่ขายแล้ว แบบนี้มันหลอกลวงกันชัดๆ" ชายชราคนหนึ่งที่สวมหมวกแบบคนแก่ดูท่าทางจะอารมณ์ร้อนอยู่ไม่น้อย กลับย้อนถามหลี่เหวินเจี๋ย
"เจ็ดแปดสิบชั่งคุณจะถือไหวเหรอครับ ผมไปหลอกลวงตรงไหน ผมไม่ได้ขายให้คุณหรือไง ก็แค่หวังว่าคุณจะซื้อน้อยลงหน่อยเท่านั้นเอง" หลี่เหวินเจี๋ยทำหน้าเคร่งขรึม
"ฉันไม่สน ฉันมาแล้วเธอก็ต้องขายให้ฉันเยอะๆ สิ ฉันจะเอาแปดมัด เธอจะมายุ่งอะไรว่าฉันจะถือไหวหรือไม่ไหว นั่นมันเรื่องของฉัน"
"คุณปู่นี่ใช้ความเป็นคนแก่มาเบ่งจริงๆ เขาให้พวกคุณได้สิทธิพิเศษอยู่ข้างหน้าก็ดีแค่ไหนแล้ว คุณยังจะซื้อเยอะขนาดนั้นคนเดียวอีก แล้วคนอื่นจะทำยังไงล่ะ รีบซื้อสองมัดแล้วไปเถอะน่า อย่ามาทำให้พวกเราเสียเวลาเลย" ชายวัยกลางคนที่ต่อแถวอยู่ข้างหน้าบ่นอย่างไม่พอใจ
"ไอ้ลูกเต่า มันเรื่องอะไรของแก กูก็อยากจะซื้อเยอะหน่อย แล้วพวกแกจะทำยังไงมันเกี่ยวอะไรกับกูด้วย ถ้าไม่ขายให้กู พวกแกก็อย่าได้ซื้อเลย" ชายชราคนนี้พอโดนคนอื่นบ่น ก็เริ่มอาละวาด
พอเขาอาละวาดขึ้นมา สถานการณ์ก็ยิ่งวุ่นวายมากขึ้น เสียงด่าทอด้านล่างดังขึ้นไม่ขาดสาย หลายคนต่างก็ประณามการกระทำของชายชรา แต่ชายชรากลับไม่รู้สึกว่าตัวเองผิด กระทั่งโต้เถียงด่าทออย่างเผ็ดร้อน
หลี่เหวินเจี๋ยรู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที ตัวเองก็หวังดีแท้ๆ แต่ทำไมกลับกลายเป็นทำเรื่องร้ายไปได้
ห้ามก็ห้ามไม่ได้ จะขายต่อก็ขายไม่ได้
เขาวุ่นวายจนหัวหมุน พอหันไปก็เห็นเถ้าแก่หนุ่มที่เมื่อวานบอกว่าจะเล่นงานเขากับเจ้าของร้านอีกคนกำลังชี้ไม้ชี้มือหัวเราะร่า ท่าทีสะใจนั้นแสดงออกมาอย่างชัดเจน
หลี่เหวินเจี๋ยก็เริ่มระมัดระวังขึ้นมาทันที นี่จะไม่ใช่ว่าพวกเขาจัดฉากมาเพื่อก่อกวนโดยเฉพาะใช่ไหม?
กดราคาแข่งไม่ไหว ก็เลยหาคนมาก่อกวนและสร้างความรำคาญให้ ยิ่งคิดหลี่เหวินเจี๋ยก็ยิ่งรู้สึกว่าความเป็นไปได้นี้สูง
"อย่าทะเลาะกันเลยครับ คุณปู่ครับ มาเลยครับ ผมขายให้คุณ พวกคุณก็พูดน้อยลงหน่อยนะครับ ผมรับรองว่าพวกคุณก็ได้ของเหมือนกัน..."
ก็แค่เล่นสกปรกใช่ไหมล่ะ ได้ งั้นเรามาดูกันสักตั้ง หลี่เหวินเจี๋ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็คิดหาวิธีแก้ปัญหาออก
พอได้ยินว่าหลี่เหวินเจี๋ยยอมขายให้ ชายชราทั้งสองคนถึงเลิกโวยวาย
คนอื่นยังคงชี้ไม้ชี้มือไม่ยอม หลี่เหวินเจี๋ยต้องให้คนไปห้ามปราม
"คุณปู่ครับ พวกคุณจะเอาแค่แปดมัด หรือว่าจะซื้อเพิ่มอีกหน่อยครับ" หลี่เหวินเจี๋ยถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
"ถ้าพวกเราจะเอาเพิ่มเธอจะขายไหม"
"ขายสิครับ ทำไมจะไม่ขาย อยากได้เท่าไหร่ครับ จะเอาอีกสิบมัดยี่สิบมัดไหม" หลี่เหวินเจี๋ยไม่เพียงแต่ไม่ห้ามพวกเขาซื้อเพิ่ม แต่กลับยุยงให้พวกเขาซื้อเพิ่มอีก "ขอแค่พวกคุณถือไหว แต่ต้องตกลงกันก่อนนะว่าต้องถือไปเอง ถ้าซื้อให้คนอื่นผมก็จะไม่ขายให้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นมันจะไม่ยุติธรรมกับคนอื่นจริงๆ"
ชายชราทั้งสองคนมองไปทางเถ้าแก่สองคนนั้นแวบหนึ่ง กัดฟัน สุดท้ายคนหนึ่งก็ขอสิบมัด รวมเป็นยี่สิบมัด หนักสองร้อยชั่ง
หลี่เหวินเจี๋ยรับเงินของพวกเขามาอย่างง่ายดาย แล้วให้คนมัดกระดาษเงินกระดาษทองยี่สิบมัดให้พวกเขา
ชายชราสองคนนี้อายุมากแล้ว แต่ร่างกายยังคงแข็งแรง พวกเขาแบกกระดาษคนละสิบมัดจากไปอย่างยากลำบากจริงๆ
"เพื่อเป็นการชดเชยให้ทุกท่าน ผมจะลดราคาให้เหลือสองเหมาห้าเฟินครับ!" พอชายชราสองคนนั้นเพิ่งจะเดินจากไปไม่กี่เมตร หลี่เหวินเจี๋ยก็ประกาศลดราคาอีกครั้งเสียงดัง
"โอ้! ฮ่าๆๆๆ... ดีเลย!" พอได้ยินข่าวดีนี้ คนที่ต่อแถวอยู่ก็โห่ร้องด้วยความดีใจ
มีบางคนที่ส่งเสียงโห่เยาะเย้ยชายชราสองคนนั้นด้วยความสะใจ
"ขอบคุณนะครับ เดินช้าๆ นะครับ...โอ๊ย พวกคุณช่วยผมลดราคาแล้วนะ"
"ฮ่าๆๆๆ โวยวายกันตั้งนาน สุดท้ายตัวเองก็เสียเงินเยอะกว่า คนแบบนี้สมควรแล้ว"
"สู้ๆ นะ สู้ๆ แบกกลับบ้านแล้วรีบมาต่อแถวใหม่นะ พวกเราขายสองเจี่ยวห้าเฟิน ฮิๆ"
ส่วนชายชราทั้งสองคนนั้นหน้าแดงก่ำ ไม่รู้ว่าโกรธหรือว่าเหนื่อยกันแน่
ชั่งละสองเจี่ยวห้าเฟิน กระดาษหลายพันชั่งขายหมดเกลี้ยงในเวลาไม่นาน
ถึงแม้จะจำกัดการซื้อ แต่ก็ยังมีบางคนที่ซื้อไม่ได้
เพียงแต่ว่าคนที่ซื้อไม่ได้ก็ไม่ได้ท้อใจ จากประสบการณ์เมื่อวานกับวันนี้ พวกเขารู้สึกว่าพรุ่งนี้มาอาจจะได้ราคาที่ถูกกว่านี้อีก
การกดราคาของหลี่เหวินเจี๋ยในวันนี้ ทำให้ชายชราสองคนเหนื่อย และทำให้เถ้าแก่หลายคนโกรธ
วันนี้ พอของที่นี่ของหลี่เหวินเจี๋ยขายหมด คนที่จะกลับเข้าไปซื้อของในถนนฉีฝูยิ่งน้อยลงไปอีก หรือต่อให้มีคนไป สองเหมาห้าเฟินก็กลายเป็นราคาพื้นฐานที่พวกเขาเรียกร้อง
"หลี่เหวินเจี๋ย นายจะไม่เอากำไรแล้วเหรอ ขายขาดทุนแบบนี้ ฉันว่านายบ้าไปแล้วจริงๆ นะ ถึงจะเป็นคนดีแบบเหลยเฟิงก็ไม่มีใครทำแบบนายหรอก" ตอนเก็บร้าน หยวนเหว่ยบ่น
"ฮ่าๆ ต้องสละสิ ไม่เสียสละชัยชนะไม่เกิดนะ วางใจเถอะ ตอนบ่ายน่าจะมีผลตอบแทน"