เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 ประกาศตามหาคน

บทที่ 2 ประกาศตามหาคน

บทที่ 2 ประกาศตามหาคน


"กลับบ้านเหรอครับ แต่อาการของพ่อผม..." หลี่เหวินเจี๋ยเหลือบมองหลี่ฟู่ พูดด้วยความกังวลและรู้สึกติดใจ

"เมื่อครู่หมอดูแล้ว เขาแค่เจ็บที่ขาเล็กน้อย ไม่ได้เป็นอะไรมาก กลับไปหาพวกยาสมุนไพรมาพอกเดี๋ยวก็หาย ถ้าพวกคุณยังอยู่ที่โรงพยาบาลต่อ เกรงว่าแผลจะยิ่งหายยาก รีบไปเถอะ" หมอชรากล่าว

"เสี่ยวเจี๋ย ถ้าอย่างนั้นเรากลับกันเถอะ ในเมื่อใช้แค่ยาสมุนไพรก็หายได้ ไม่เห็นจะต้องมาเสียเงินที่โรงพยาบาลโดยใช่เหตุเลย" พอได้ยินหมอพูดแบบนั้น หลี่ฟู่ก็เริ่มอยากจะกลับขึ้นมาทันที

อันที่จริงสิ่งที่หลี่ฟู่กังวลที่สุดไม่ใช่เรื่องเงิน แต่เป็นเรื่องที่เมื่อครู่หลี่เหวินเจี๋ยเอาอิฐฟาดหัวอีกฝ่าย พวกนั้นคงไม่ยอมจบเรื่องง่ายๆ แน่ หากยังอยู่ที่โรงพยาบาลต่อไป ก็มีโอกาสสูงที่จะถูกแก้แค้น

"พ่อครับ เรื่องเงินไม่ต้องห่วง ผมจะหาทางเอง ผมแค่กลัวว่าอาการของพ่อจะเรื้อรัง" หลี่เหวินเจี๋ยพูด

"ถ้าพวกคุณยังจะอยู่ที่นี่ต่อ อาการอาจจะยิ่งหนักขึ้น หมอเตือนได้เท่านี้ จะไปหรือไม่ไปก็แล้วแต่พวกคุณแล้วกัน" เมื่อเห็นว่าหลี่เหวินเจี๋ยไม่ค่อยจะฟังคำแนะนำ แถมยังดูหัวทื่อ หมอชราจึงเริ่มไม่พอใจ

ที่เขาพูดไปก็เพราะทนดูไม่ได้ หากอีกฝ่ายไม่ฟัง ยังดึงดันจะหาเรื่องใส่ตัว เขาก็ช่วยอะไรไม่ได้และคงไปยุ่งเกี่ยวมากกว่านี้ไม่ได้เช่นกัน

"คุณหมอ ขอบคุณครับ งั้นพวกเรา...กลับกันดีกว่า" แม้หลี่เหวินเจี๋ยจะเป็นห่วงอาการของหลี่ฟู่ แต่เขาก็ไม่ใช่คนหัวดื้อ ในเมื่อที่นี่เป็นถิ่นของอีกฝ่าย การอยู่ต่อไปอาจให้ผลตรงกันข้าม กลับไปรักษาที่บ้านก่อนน่าจะดีกว่า

หลี่เหวินเจี๋ยกับหลี่เหวินอิงประคองหลี่ฟู่ออกจากโรงพยาบาล ก่อนจะเรียกรถสามล้อถีบเพื่อส่งหลี่ฟู่กลับบ้าน

ในปี 1992 ที่อำเภอถ่าซานยังไม่มีรถแท็กซี่ หรือแม้กระทั่งรถประจำทาง บนถนนหนทางมีเพียงรถลากเท่านั้นที่สามารถใช้บริการได้

พอกลับถึงบ้าน หลังจากจัดแจงให้หลี่ฟู่นอนลงบนเตียงเรียบร้อย หลี่เหวินเจี๋ยก็ทำท่าจะออกจากบ้าน

"เสี่ยวเจี๋ย นายจะไปไหน" หลี่เหวินอิงวิ่งตามออกมา

"พี่ อยู่ดูแลพ่อนะ ผมจะไปตามหมอบ้านมาดูอาการก่อน ว่าใช้แค่ยาสมุนไพรจะหายจริงหรือเปล่า"

"นายรู้ด้วยเหรอว่าหมอบ้านอยู่ที่ไหน" หลี่เหวินอิงถามอย่างสงสัย

"ผมรู้ พี่เฝ้าบ้านไปนะ เดี๋ยวผมกลับมา" หลี่เหวินเจี๋ยทิ้งท้ายไว้แค่นั้น แล้วก็เดินสาวเท้าจากไป

หลี่เหวินอิงมองแผ่นหลังของหลี่เหวินเจี๋ยพลางเกาหัว เธอไม่เข้าใจเลยว่าหลี่เหวินเจี๋ยที่ปกติไม่เคยทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน จู่ๆ จะไปรู้ได้อย่างไรว่าหมอบ้านอยู่ที่ไหน

แน่นอนว่าหลี่เหวินเจี๋ยย่อมรู้ดี แถมยังเคยไปตามหมอคนนี้มารักษาพ่อตาของตัวเองด้วยซ้ำ เพียงแต่นั่นเป็นเรื่องในชาติก่อน ตอนนั้นพ่อตาของเขาล้มกระดูกหักจนแพทย์แผนปัจจุบันรักษายาก พอมีคนแนะนำ เลยไปตามหมอบ้านคนหนึ่งที่อยู่แถบชนบทมา

หมอบ้านคนนั้นมาดูอาการเพียงครู่เดียวก็กลับไปเตรียมยาสมุนไพรที่ไม่รู้จักชื่อมาจำนวนหนึ่ง แถมยังทำเฝือกไม้ไผ่มาให้อีกด้วย หลังจากพอกยาและเข้าเฝือกให้พ่อตาของเขาระยะหนึ่ง ท่านก็สามารถกลับมาเดินได้จริงๆ

ดังนั้นครั้งนี้ หลี่เหวินเจี๋ยจึงตั้งใจจะไปตามหมอบ้านคนเดิม

หลังจากเดินไปเกือบชั่วโมง ในที่สุดหลี่เหวินเจี๋ยก็มาถึงบ้านของหมอบ้านคนนั้น ซึ่งปกติแล้วมีอาชีพรับจ้างตอนหมูตอนวัว

หมอบ้านคนนี้ก็แซ่หลี่เช่นกัน ชื่อว่าหลี่ผิงหลัว แต่ไม่ได้เป็นญาติกับครอบครัวของหลี่เหวินเจี๋ยแต่อย่างใด

หลี่ผิงหลัวรู้สึกงุนงงกับการมาถึงของหลี่เหวินเจี๋ย เขาไม่รู้จักเด็กคนนี้ แล้วทำไมจู่ๆ ถึงบุกมาที่บ้านแล้วยืนกรานให้เขาไปดูอาการบาดเจ็บที่ขาของพ่อให้ได้

ในเมื่อหลี่เหวินเจี๋ยย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ไม่มีทางจัดการไม่ได้ เขาจึงกุเรื่องขึ้นมาอย่างแนบเนียน แล้วหยิบเงินออกมาอีกยี่สิบหยวน

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเชื่อคำพูดของหลี่เหวินเจี๋ย หรือเห็นแก่เงินยี่สิบหยวนกันแน่ หลี่ผิงหลัวจึงหยิบกล่องยาใบเล็กแล้วเดินตามหลี่เหวินเจี๋ยไป

ในปี 1992 เงินยี่สิบหยวนไม่ใช่จำนวนน้อยๆ ต้องเข้าใจก่อนว่าในปีนั้นเงินเดือนโดยเฉลี่ยของเมืองหมิงจูซึ่งเป็นมหานครอันดับหนึ่งของประเทศยังอยู่ที่เพียง 356 หยวนเท่านั้น ส่วนในอำเภอถ่าซานยิ่งน้อยกว่านั้นมาก

ทั้งสองคนเดินไปเรื่อยๆ พอผ่านหัวสะพานผู่หลิน ก็เห็นคนจำนวนมากกำลังมุงดูประกาศที่แปะอยู่บนเสาไฟฟ้า

"หืม บนนั้นเขียนว่าอะไรน่ะ ไปดูด้วยดีกว่า" หลี่ผิงหลัววัยสี่สิบกว่ายังคงรักษาธรรมเนียมของคนทั่วไปที่ชอบมุงดูเรื่องสนุก ในเมื่อคนอื่นๆ กำลังดูกันอยู่ เขาก็ต้องขอเข้าไปดูด้วยคน

"หมอหลี่ พ่อผมยังรอให้คุณไปดูอาการอยู่นะครับ" หลี่เหวินเจี๋ยเอ่ยเตือน

"ฮ่าๆ แค่นาทีเดียว ขอฉันดูแวบหนึ่ง ไม่เสียเวลาหรอกน่า" หลี่ผิงหลัวหัวเราะอย่างไม่ใส่ใจ และไม่ว่าหลี่เหวินเจี๋ยจะเห็นด้วยหรือไม่ เขาก็หิ้วกล่องยาใบเล็กของตัวเองเบียดเข้าไปในฝูงชน

หลี่เหวินเจี๋ยไม่สนใจเรื่องน่าสนุกแบบนี้เลยสักนิด สิ่งเดียวที่เขาสนใจในตอนนี้คืออาการบาดเจ็บของพ่อ

ก่อนที่หลี่เหวินเจี๋ยจะแต่งงาน หลี่ฟู่ไม่ได้แสดงความรักต่อเขามากนัก อย่างน้อยนั่นก็เป็นสิ่งที่หลี่เหวินเจี๋ยเข้าใจมาตลอด แต่พอได้แต่งงานและมีลูก เขาก็เริ่มเข้าใจการกระทำของพ่อขึ้นมาบ้าง

อันที่จริง หลี่ฟู่เพียงแค่แสดงความห่วงใยต่อสองพี่น้องในแบบฉบับของผู้เป็นพ่อนั่นเอง เพียงแต่วิธีการนั้นไม่ได้เปิดเผยชัดเจนหรือลึกซึ้งกินใจก็เท่านั้น

หลี่ผิงหลัวยังนับว่ารักษาสัญญา เขาบอกว่านาทีเดียวก็คือนาทีเดียวจริงๆ ไม่กี่สิบวินาทีต่อมา เขาก็กลับมาอยู่ข้างๆ หลี่เหวินเจี๋ย

"นึกว่าเรื่องอะไร ที่แท้ก็แค่ประกาศตามหาคน" หลี่ผิงหลัวพูดเหมือนกำลังอธิบายให้หลี่เหวินเจี๋ยฟัง แต่ก็คล้ายกับกำลังพูดกับตัวเองอย่างเยาะหยัน

"แค่ประกาศตามหาคน ทำไมถึงมีคนมุงดูเยอะขนาดนั้นล่ะครับ" หลี่เหวินเจี๋ยถามขณะเดินไปพร้อมกับหลี่ผิงหลัวมุ่งหน้ากลับบ้าน

"ก็เพราะว่าคนที่ติดประกาศคือจางหัวหัว เศรษฐีอันดับหนึ่งของถ่าซานน่ะสิ ลูกสาวของเขาหายตัวไปที่ถนนซื่อฟางสองวันแล้ว เขาเลยติดประกาศตามหาคน ใครที่ช่วยหาลูกสาวจนเจอหรือให้เบาะแสได้ จะให้รางวัลห้าหมื่นหยวน ขนาดตำรวจกับตัวเขายังหาไม่เจอ แล้วจะให้พวกเราไปทำอะไรได้" หลี่ผิงหลัวพูดขณะเดิน

"เดี๋ยวนะครับ เมื่อกี้คุณบอกว่านั่นเป็นประกาศตามหาลูกสาวของจางหัวหัวเหรอครับ เด็กหายไปสองวันแล้ว?" หลี่เหวินเจี๋ยหยุดเดินกะทันหันแล้วถามด้วยความประหลาดใจ

"ใช่สิ เป็นอะไรไป"

"รอผมแป๊บนึงนะครับ" หลี่เหวินเจี๋ยไม่ตอบคำถามของหลี่ผิงหลัว แต่กลับออกวิ่งไปยังเสาไฟฟ้าต้นนั้นทันที

"เมื่อกี้ยังรีบร้อนให้ฉันไปดูอาการพ่อมันอยู่เลย ตอนนี้กลับรีบยิ่งกว่าฉันซะอีก" หลี่ผิงหลัวมองแผ่นหลังของหลี่เหวินเจี๋ยพลางพูดอย่างดูแคลน

หลี่เหวินเจี๋ยเบียดเข้าไปในฝูงชนแล้วอ่านประกาศนั้นอีกครั้ง มันเป็นอย่างที่หลี่ผิงหลัวพูดจริงๆ นอกจากนี้ บนประกาศยังมีเบอร์โทรศัพท์สำหรับติดต่อทิ้งไว้ด้วย และรางวัลห้าหมื่นหยวนก็ถูกเน้นด้วยตัวอักษรที่หนาและใหญ่เป็นพิเศษ

พอเห็นประกาศตามหาคนฉบับนี้ ในใจของหลี่เหวินเจี๋ยพลันรู้สึกตึงเครียดและกระสับกระส่ายขึ้นมาทันที

"หมอหลี่ รบกวนคุณไปที่บ้านผมก่อนได้ไหมครับ ที่อยู่ผมบอกไปแล้วเมื่อครู่ อยู่ที่แฟลตบริษัทก่อสร้าง ตึกสาม ชั้นหนึ่ง พอไปถึงพี่สาวผมจะออกมาต้อนรับเอง ผมมีธุระด่วนต้องไปทำสักครู่" หลี่เหวินเจี๋ยวิ่งกลับมาหาหลี่ผิงหลัวแล้วดึงแขนเขาไว้

พูดจบ เขาก็หันหลังแล้ววิ่งเข้าไปในซอยเล็กๆ ข้างสะพานผู่หลิน

"เฮ้ เฮ้ นายจะไปไหนน่ะ"

"ผมมีธุระด่วน เดี๋ยวกลับมาครับ คุณไปที่บ้านผมก่อนเถอะ" หลี่เหวินเจี๋ยตะโกนตอบโดยไม่หันกลับมา แล้วยังคงวิ่งต่อไปข้างหน้า

จบบทที่ บทที่ 2 ประกาศตามหาคน

คัดลอกลิงก์แล้ว