- หน้าแรก
- ก้าวแรกสู่บัลลังก์เจ้าสัว
- บทที่ 1 มีอะไรก็มาลงที่ฉัน
บทที่ 1 มีอะไรก็มาลงที่ฉัน
บทที่ 1 มีอะไรก็มาลงที่ฉัน
"หลี่เหวินเจี๋ย นายจะเดินเร็วหน่อยไม่ได้หรือไง มัวโอ้เอ้อยู่นั่นแหละ บอกแล้วไงว่าพ่อถูกรถชน เราต้องรีบไปโรงพยาบาลประชาชน" หลี่เหวินอิงเดินอย่างร้อนรนอยู่บนถนน พอหันกลับไปก็เห็นหลี่เหวินเจี๋ยเดินคอตกตามหลังอยู่ห่างๆ สี่ห้าเมตร จึงโมโหขึ้นมา
ไม่ใช่ว่าหลี่เหวินเจี๋ยไม่เป็นห่วงที่พ่อถูกรถชน แต่ประเด็นคือในหัวของเขายังคงมึนงงอยู่ ความจริงแล้วตัวเขากำลังขับรถอยู่บนทางด่วนตอนที่ฝนตกหนัก จนรถเสียหลักไปชนเข้ากับรถบรรทุกคันใหญ่ ทันใดนั้นก็มีสายฟ้าฟาดลงมา...แล้วเขาก็กลับมาอยู่บนเตียงเล็กๆ ที่เคยนอนตอนเรียนมัธยมต้นปีหนึ่งเมื่อปี 92
ยังไม่ทันตั้งสติได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ลุงหลิวที่อยู่ข้างบ้านก็มาบอกว่า พ่อของเขา...หลี่ฟู่...ถูกมอเตอร์ไซค์ชนตรงใต้ต้นไม้ใหญ่ และถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลประชาชนแล้ว
พอได้ยินดังนั้น พี่สาวอย่างหลี่เหวินอิงก็ร้อนใจจนดึงหลี่เหวินเจี๋ยให้ลุกขึ้น แล้วรีบมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลประชาชนทันที
"อ้อ งั้นเรารีบไปกันเถอะ" หลี่เหวินเจี๋ยตอบกลับตามสัญชาตญาณแล้วส่ายหัว 'เอาเถอะ เรื่องที่กลับมาเป็นเด็กได้ยังไงค่อยคิดทีหลัง ตอนนี้รีบไปดูอาการของพ่อก่อนสำคัญกว่า'
พอเร่งฝีเท้า สองพี่น้องหลี่เหวินเจี๋ยกับหลี่เหวินอิงก็เริ่มออกวิ่งเหยาะๆ
เส้นทางไปโรงพยาบาลประชาชนต้องผ่านบริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ ตอนที่เดินผ่าน หลี่เหวินเจี๋ยตั้งใจสังเกตที่พื้น แต่เมื่อไม่เห็นรอยเลือดอะไร เขาจึงค่อยวางใจลงได้บ้าง
จากสามแยกใต้ต้นไม้ใหญ่เลี้ยวขวาไปหนึ่งร้อยเมตรก็คือโรงพยาบาลประชาชนอำเภอถ่าซาน
พอถึงหน้าโรงพยาบาลประชาชน หลี่เหวินอิงกำลังจะไปสอบถามหมอว่าหลี่ฟู่ถูกส่งไปแผนกไหน แต่หลี่เหวินเจี๋ยกลับดึงเธอไว้แล้วลากไปที่แผนกฉุกเฉิน
หลี่เหวินเจี๋ยรู้ดีว่าโดยทั่วไปแล้วผู้ป่วยที่บาดเจ็บแบบนี้เมื่อถูกส่งมาโรงพยาบาล ที่แรกที่ต้องไปก็คือแผนกฉุกเฉิน
พอเดินอ้อมตึกผู้ป่วยนอก หลี่เหวินเจี๋ยก็เห็นหลี่ฟู่ใช้ไม้เท้าพยุงตัวพลางโต้เถียงกับหนุ่มสาวคู่หนึ่งอยู่ใต้ชายคา
"จะบอกให้นะ อย่าคิดมาตบทรัพย์ฉัน อย่าแม้แต่จะคิด ตอนนี้คุณก็ดูปกติดีทุกอย่างแล้วนี่ ฉันอุตส่าห์พามาส่งโรงพยาบาลก็นับว่ามีน้ำใจมากแล้ว ยังจะให้ชดใช้เงินอีกเหรอ ฝันไปเถอะ" ชายหนุ่มอายุราวๆ ยี่สิบปีที่สวมเสื้อเชิ้ตลายดอกชี้นิ้วใส่หน้าหลี่ฟู่พร้อมกับพูดอย่างหยิ่งผยอง
"สภาพแบบนี้เรียกว่าปกติดีหรือ หมอบอกแล้วว่าฉันต้องนอนโรงพยาบาลอีกสองสามวัน แล้วกางเกงของฉันก็ถูกรถพวกคุณเกี่ยวจนขาด ทำไมถึงจะไม่ชดใช้เงินให้สักหน่อยล่ะ ฉันไปตบทรัพย์พวกคุณตรงไหน พูดจามีเหตุผลหน่อยได้ไหม" หลี่ฟู่ทำหน้าขมขื่น พูดด้วยท่าทางโซซัดโซเซ
"ไม่ต้องมาพูดมาก จะโทษก็โทษตัวเองนั่นแหละที่เดินไม่ดูทาง เห็นมอเตอร์ไซค์ของเรามาแต่ไกลทำไมไม่หลบ สือโถว เราไปกันเถอะ! อยากจะฟ้องก็ไปฟ้องเลย อยากได้เงินก็รอให้ฟ้องชนะก่อนแล้วค่อยว่ากัน" ผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ โบกมือปัดๆ ใส่หลี่ฟู่อย่างไม่ไยดี แล้วควงแขนชายที่ชื่อสือโถวเตรียมจะจากไป
"พวกคุณทำแบบนี้ไม่ได้นะ จะเดินจากไปเฉยๆ แบบนี้ได้ยังไง" หลี่ฟู่รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจและสิ้นหวัง คำพูดที่เอ่ยออกมาจึงแฝงไปด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน
หนุ่มสาวคู่นั้นไม่สนใจเขาเลยสักนิด ยังคงหัวเราะคิกคักแล้วเดินออกไป
รอบๆ มีคนมุงอยู่หลายคน แต่ก็แค่ยืนชี้ชวนกันวิพากษ์วิจารณ์อยู่ห่างๆ ไม่มีใครคิดจะยื่นมือเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย
"หยุดนะ ถ้าไม่จ่ายค่าเสียหายก็อย่าหวังว่าจะไปไหนได้" ในตอนนั้นเองหลี่เหวินเจี๋ยก็กระโจนพรวดออกมาขวางทางคู่รักคู่นั้นไว้
ไม่ว่าชาติที่แล้วจะเป็นอย่างไร หรือตอนนี้จะตัวคนเดียวไร้ที่พึ่งหรือไม่ แต่เมื่อเห็นพ่อถูกรังแกต่อหน้าต่อตา หลี่เหวินเจี๋ยไม่มีทางปล่อยผ่านไปเฉยๆ แน่นอน
"เสี่ยวเจี๋ย นาย..." หลี่เหวินอิงยืนข้างๆ หลี่เหวินเจี๋ยอย่างประหม่า เตรียมจะห้ามเขา
"พี่ ไปดูแลพ่อเถอะ" พูดจบหลี่เหวินเจี๋ยก็ผลักหลี่เหวินอิงไปทางหลี่ฟู่ทันที
"โย่ ขนขึ้นครบรึยังวะ ไอ้เด็กเหลือขอโผล่มาจากไหน อยากจะเป็นฮีโร่ก็ดูสารรูปตัวเองซะก่อนว่ามีปัญญาหรือเปล่า" เจ้าสือโถวนั่นเหลือบมองหลี่เหวินเจี๋ยอย่างดูถูก พลางสบถด่าและเยาะเย้ยถากถาง
"เขาเป็นพ่อของผม ผมไม่ได้อยากเป็นฮีโร่อะไรทั้งนั้น แต่พวกคุณจะจากไปอย่างไม่มีความรับผิดชอบแบบนี้ไม่ได้" หลี่เหวินเจี๋ยยืนหยัดอยู่ตรงนั้น ยืดอกพูดอย่างเด็ดเดี่ยว
"ให้ตายสิ ที่แท้ก็ลูกแหง่นี่เอง ฮ่าๆๆๆ พวกกูจะไปแล้ว ถ้าแน่จริงก็มากัดกูสิ" สือโถวต้องการจะโชว์ฟอร์มต่อหน้าแฟนสาว จึงหัวเราะอย่างลำพองใจแล้วเดินเข้ามาหาหลี่เหวินเจี๋ย
"เสี่ยวเจี๋ย อย่าไปทะเลาะกับพวกเขาเลย อย่างมากก็แค่แจ้งตำรวจ..." หลี่ฟู่ซึ่งเป็นห่วงว่าหลี่เหวินเจี๋ยจะเสียเปรียบ พอเห็นสถานการณ์เช่นนั้นจึงพูดออกมาอย่างร้อนใจ
เพียงแต่ตอนนี้คำพูดของหลี่ฟู่ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด ไม่มีใครยอมถอยหรือยอมแพ้แน่นอน
ชายหนุ่มคนนั้นดูถูกหลี่เหวินเจี๋ยตั้งแต่แรก เขาอายุมากกว่าหลายปี จึงไม่คิดว่าเด็กอย่างหลี่เหวินเจี๋ยจะทำอะไรเขาได้จริง
ทว่า คนที่ประมาทมักจะต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบเสมอ
ตอนที่เขาเดินมาถึงตรงหน้าและกำลังจะผลักหลี่เหวินเจี๋ยให้ล้มลงนั่นเอง หลี่เหวินเจี๋ยกลับกระโดดขึ้นมา ในมือของเขาปรากฏเศษอิฐครึ่งก้อนขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
"ป้าบ!" เศษอิฐครึ่งก้อนในมือของหลี่เหวินเจี๋ยฟาดเข้าที่ศีรษะของชายหนุ่มคนนั้นอย่างจัง
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้ชายหนุ่มคนนั้นร้องโอดโอยลั่น พร้อมกับกุมหัวแล้วทรุดตัวลงนั่งยองๆ ส่วนหญิงสาวก็ไม่คาดคิดว่าหลี่เหวินเจี๋ยจะโหดเหี้ยมขนาดนี้ เธอตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนตะลึงมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
"เห็นอิฐฟาดลงไปแล้วยังไม่รู้จักหลบอีกนะ" หลี่เหวินเจี๋ยถ่มน้ำลายพลางย้อนคำพูดของอีกฝ่ายกลับไป จากนั้นก็จ้องเขม็งไปที่ผู้หญิงคนนั้น "วันนี้ถ้าไม่จ่ายค่าเสียหาย เราได้เห็นดีกันแน่"
อย่าเห็นว่าหลี่เหวินเจี๋ยอายุน้อยและรูปร่างไม่ใหญ่โต แต่ท่าทีที่พร้อมจะสู้ตายของเขาก็ทำให้ผู้หญิงคนนั้นหวาดกลัวได้จริงๆ โดยเฉพาะเมื่อเห็นเลือดไหลทะลักออกจากศีรษะของแฟนหนุ่ม ท่าทีแข็งกร้าวของเธอก็พลันอ่อนลงไปกว่าครึ่ง
ก็อย่างที่เขาว่ากัน พวกเก่งแต่กร่างมักจะกลัวพวกบ้าบิ่น และพวกบ้าบิ่นก็มักจะกลัวพวกที่สู้ไม่คิดชีวิต
"ฉันมีเงินแค่นี้แหละ เอาไปสิ" หญิงสาวล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าอย่างเก้ๆ กังๆ หยิบเงินออกมากำหนึ่งแล้วโยนให้หลี่เหวินเจี๋ยอย่างไม่เต็มใจ ดูแล้วน่าจะราวๆ หลายสิบหยวน
หลี่เหวินเจี๋ยก้มลงเก็บเงิน ส่วนหญิงสาวก็รีบเข้าไปพยุงแฟนหนุ่มของเธอ "สือโถว เป็นยังไงบ้าง ไปเร็ว รีบเข้าไปให้หมอดูหน่อย"
"ไอ้หนู เรื่องวันนี้ยังไม่จบแค่นี้แน่ มึงรอก่อนเถอะ" สือโถวเดินไปได้สองก้าวก็ปาดคราบเลือดที่หางตา แล้วหันมาจ้องหลี่เหวินเจี๋ยเขม็งพร้อมกับข่มขู่
"ก็รออยู่แล้ว มีอะไรก็มาที่ฉันนี่" หลี่เหวินเจี๋ยชูเศษอิฐในมือขึ้นพลางพูดด้วยท่าทีไม่ยอมแพ้
"พ่อหนุ่ม พวกเธออย่าเพิ่งให้พ่อนอนโรงพยาบาลเลย รีบพากลับบ้านไปเถอะ เจ้านักเลงคนนั้นเป็นหลานชายของผู้อำนวยการโรงพยาบาลเรา ขืนยังอยู่ที่นี่ต่อ มีแต่จะเสียเปรียบ" หลังจากทั้งคู่หายลับไปตรงหัวมุมแผนกฉุกเฉิน หมอสูงวัยในเสื้อกาวน์สีขาวคนหนึ่งก็เดินออกมา แล้วกระซิบกับหลี่เหวินเจี๋ยและหลี่ฟู่