- หน้าแรก
- สุภาพบุรุษจอมปลอมแห่งราชวงศ์หมิง
- 276 - แผนพิฆาตของหวังเยว่
276 - แผนพิฆาตของหวังเยว่
276 - แผนพิฆาตของหวังเยว่
276 - แผนพิฆาตของหวังเยว่
เมื่อทราบว่าเม่าปิน แม่ทัพองค์รักษ์เสื้อแพร ถอยหนีไปเทียนจินเพียงเพราะคำพูดเดียวของหวังเยว่ ภายในกรมพิธีกรรม เสียงหัวเราะแหลมสูงของหวังเยว่ก็สะท้อนก้องไปทั่ว
ทุกอย่างพร้อมแล้ว!
การแสดงทางฝั่งบุ๋นจบลงแล้ว ถึงเวลาของการแสดงฝ่ายบู๊ ตงฉ่างถึงเวลาลงมือ
ยามดึกในพระราชวัง คำสั่งจากกรมพิธีกรรมได้ถูกส่งออกมาผ่านช่องประตูที่ปิดสนิท
ในโถงใหญ่ของตงฉ่าง เปลวเทียนลุกโชติช่วง เหล่าหัวหน้า เจ้าหน้าที่สืบสวน และบรรดาทหารหน่วยพิเศษในชุดเสื้อคลุมสีน้ำตาลและหมวกกลม ยืนถือดาบเหล็กเรียงแถวในลานนอกโถง ความเงียบงันกลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายสังหาร ดวงตาของทุกคนแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย คล้ายกำลังรอฟังคำสั่งหรือรอใครบางคน
เสียงฆ้องสามทีดังมาจากกำแพงด้านนอก ถึงยามจื่อแล้ว
เสียงฝีเท้าจำนวนหนึ่งดังแว่วมาจากที่ไกลๆ ในความเงียบของลานหน้าโถงใหญ่ เปรียบเสมือนเสียงกลองกระแทกหัวใจของทุกคนอย่างหนักหน่วง
ทหารหน่วยพิเศษผู้หนึ่งยกกระดาษคำสั่งขึ้นสูง วิ่งพลางตะโกนว่า “เจ้ากรมมีคำสั่ง ตงฉ่างลงมือจับกุมคนร้าย!”
หัวหน้าตงฉ่าง หยางเฉวียน รับคำสั่งไปตรวจสอบ แล้วเงยหน้าขึ้นกล่าวกับทุกคนด้วยสีหน้าเย็นชา
“แบ่งพันคนจู่โจมจวนฉินที่ชานเมือง พันคนบุกหน่วยย่อยองค์รักษ์เสื้อแพรในเมืองหลวง พันคนคุมเส้นทางประตูวัง หากใครขัดขืน ฆ่าไม่ละเว้น! ออกเดินทาง!”
“น้อมรับคำสั่งเจ้ากรม!”
…
ยามจื่อสามเคอ (เที่ยงคืนสี่สิบห้านาที) ประตูเมืองฝั่งตะวันตกของเมืองหลวงค่อยๆ เปิดเป็นช่องเล็กๆ หนึ่งช่อง หน่วยพิเศษของตงฉ่างกรูออกมา มุ่งหน้าไปยังจวนฉินที่ชานเมือง
พร้อมกันนั้น หน่วยย่อยขององค์รักษ์เสื้อแพรในเมืองก็เกิดเพลิงไหม้อย่างรุนแรง
ภัยถึงชีวิตใกล้เข้ามาทุกขณะ
...
จวนฉิน
ติงซุ่นนำผู้คุ้มกันกว่าสองร้อยนายรักษาการณ์รอบจวน เพื่อปกป้องฉินฉานและครอบครัวของเขา ติงซุ่นนำหน้าไม้ยิงซ้ำหลายชุดที่โรงช่างจัดสรรให้กับองค์รักษ์เสื้อแพรมาใช้ทั้งหมด
เมื่อภายนอกและภายในบ้านมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายร้อยคนล้อมไว้อย่างเข้มงวด ถึงแม้ตู้เอี้ยนจะช้าสักเพียงใด นางก็รู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้น เวลานี้นางยืนอยู่กับฉินฉานในลานหน้าบ้าน สีหน้าประกอบไปด้วยความตื่นตระหนกไม่สบายใจ
“ท่านพี่... มีคนคิดจะทำร้ายท่านอีกแล้วหรือ?”
ฉินฉานฝืนยิ้มตึงๆ ในใจ เขาเคยตั้งใจจะให้ภรรยาได้มีบ้านที่สงบสุข แต่คำอธิษฐานเรียบง่ายเช่นนี้ กลับเหมือนจะยากเหลือเกิน ไม่ว่าจะพยายามหลีกเลี่ยงปัญหาสักเพียงใด ปัญหาก็ยังตามหาเขาไม่หยุดหย่อน และครั้งนี้ ดูจะร้ายแรงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ที่ผ่านมา
“ใช่ ขอโทษนะ เอี้ยนเอ๋อ พี่ก่อเรื่องอีกแล้ว...ไม่สิ ควรพูดว่าเรื่องร้ายมันเป็นฝ่ายมาหาท่านพี่เองต่างหาก” ฉินฉานทอดถอนใจ สีหน้าฉายชัดถึงความรู้สึกผิด
ตู้เอี้ยนมองเขาอย่างกังวล “ร้ายแรงมากหรือ?”
ฉินฉานพยักหน้า “ใช่ ร้ายแรงมาก”
“ร้ายแรงแค่ไหน?”
“ก็เหมือนเจ้าพบเมื่อวานว่าตัวเองเอวหนาไปหน่อยนั่นแหละ”
สีหน้าตู้เอี้ยนเปลี่ยนไปทันที “ถึงขั้นร้ายแรงขนาดนั้นเลยหรือ...”
ฉินฉานทอดถอนใจ “พวกเราเป็นสามีภรรยาที่เข้าใจกันดีจริงๆ ข้าพูดนิดเดียว เจ้าก็เข้าใจแล้ว ใช่ เป็นเรื่องถึงชีวิตจริงๆ”
ตู้เอี้ยนฝืนยิ้ม “ท่านพี่ ทำไมปัญหาถึงชอบตามหาท่านอยู่เรื่อย?”
ฉินฉานยิ้มเจื่อน “ข้าว่าปัญหาก็เหมือนสตรีที่หลงรักจนหัวปักหัวปำ ชอบเกาะติดบุรุษรูปงามอย่างข้า ยิ่งไล่ก็ยิ่งตามไม่เลิก... รูปงามเป็นบาปหรือ? ทั้งหมดนี่ล้วนเป็นเจตนาฟ้าดิน”
ตู้เอี้ยนไม่สบอารมณ์ เงื้อมมือทุบเขาทีหนึ่ง “สถานการณ์ขนาดนี้ ยังจะพูดจาเหลวไหลได้อีกนะ!”
ฉินฉานกางแขนรวบตู้เอี้ยนเข้ามากอด สูดกลิ่นหอมอ่อนของดอกกุ้ยฮวาบนเส้นผมของนางอย่างอ้อยอิ่ง เสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด “เอี้ยนเอ๋อ ขอโทษ ข้าทำให้เจ้าต้องเดือดร้อน”
ตู้เอี้ยนซบอยู่ในอ้อมแขนของเขา ราวกับแมวที่กำลังงีบตา หลับตาพริ้มพลางพึมพำอย่างอ่อนหวาน “ท่านพี่ พวกเรายังมีเวลาอีกหลายสิบปีให้กอดรัดพันเกี่ยวกันอยู่นะ ใครกล้ามาทำลายวันเวลาของเรา... ข้าจะฆ่ามันเอง”
ในดวงตางามคู่นั้น พลันฉายแววสังหารอันคมกริบวาบขึ้นชั่วพริบตา ก่อนจะกลายเป็นความง่วงเหงาอีกครั้ง นางหาวหวอดยาว สูดกลิ่นคุ้นเคยจากร่างของฉินฉานอย่างเงียบงัน ชื่นชมความสงบที่หาได้ยากยิ่งนี้
สองสามีภรรยายืนกอดกันแนบแน่นอยู่กลางลานบ้าน
เสียงฟิ้วฟิ้วฟิ้ว!
นอกลาน เสียงลูกเกาทัณฑ์พุ่งฉีกอากาศดังขึ้นต่อเนื่อง จากนั้นเสียงตะโกนโห่ร้องก็โถมเข้ามาราวภูเขาถล่มทะลักมาจากทุกทิศ
ติงซุ่นวิ่งกระเซอะกระเซิงเข้ามาในลานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “นายท่าน ตงฉ่างเปิดฉากโจมตีพวกเราแล้ว! ข้างนอกล้อมไว้ด้วยทหารพิเศษเป็นพันคน แต่ละคนดูท่าทางพร้อมฆ่าแบบไม่เลือกหน้า!”
ฉินฉานตกตะลึง ร่างชาวาบเย็นเฉียบจนเหงื่อเย็นเปียกเสื้อ
ตู้เอี้ยนตกใจกลัวเมื่อได้ยินเสียงสู้รบและเสียงกรีดร้องจากนอกลาน ใบหน้างดงามซีดเผือด จากนั้นไม่รู้เอาความกล้ามาจากไหน คว้ามีดจากมือของติงซุ่น แล้วตะโกนลั่นว่า “อาจารย์ลุง!” จากนั้นวิ่งตรงไปยังประตูหน้าจวนโดยไม่หันหลังกลับ
ร่างของเย่จิ้นเฉวียนปรากฏออกมาดั่งภูตผี ก่อนจะพุ่งวูบผ่านไปดั่งพายุ ไม่เห็นการเคลื่อนไหวใดๆ ของแขนขา ทว่าในพริบตาก็ไปยืนอยู่ที่หน้าประตูจวนแล้ว
แม้แต่ฉินฉานที่ใจหนักอึ้งเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ก็อดอ้าปากค้างไม่ได้
นี่…ยังจะใช่ยอดฝีมือคนเดียวกับที่เคยถูกตู้เอี้ยนฟาดหน้าติดพื้นเป็นประจำอยู่หรือ?
...
เพลิงที่โหมไหม้สถานีองค์รักษ์เสื้อแพรในเมืองหลวงนั้น สาดแสงสีแดงสว่างไปทั่วฟากฟ้า
ทหารกองรักษาการณ์ร้อยกว่าชีวิตภายในถูกสังหารล้มลงทีละคนด้วยน้ำมือของทหารตงฉ่างที่ลงมืออย่างโหดเหี้ยม
คราวนี้มิใช่การปะทะธรรมดา แต่เป็นการสังหารจริงจัง พวกทหารตงฉ่างไม่มีความลังเลในการฟันแทง ทุกดาบล้วนหมายเอาชีวิต
เปลวไฟลุกโชนมากขึ้นทุกที เสียงกรีดร้องของเหล่าทหารองค์รักษ์เสื้อแพรก็ค่อยๆ เบาลงเรื่อยๆ
…
หลี่เอ้อพาภรรยาและลูกของติงซุ่น พร้อมทั้งจินหลิว มาหลบซ่อนในบ้านหลังเล็กๆ ซอมซ่อหลังหนึ่ง ซึ่งเดิมเคยเป็นบ้านของทหารนายหนึ่ง
เมื่อเมื่อทหารพันกว่าคนจากตงฉ่างกรูเข้าสถานีองค์รักษ์เสื้อแพรและสังหารทหารไปมากมาย หลี่เอ้อและบรรดานายร้อยอีกไม่กี่คนก็ฉวยจังหวะต่อสู้ฝ่าวงล้อมออกมา พาครอบครัวของติงซุ่นและจินหลิวมาหลบในบ้านหลังนี้
ภรรยาของติงซุ่นอุ้มลูกน้อย พร้อมกับจินหลิวหดตัวอยู่มุมบ้าน สีหน้าหวาดกลัวจนขาวซีด
หลี่เอ้อแนบหูที่ขอบประตู ฟังเสียงจากภายนอกอย่างเงียบงัน คืนนี้จะเป็นศึกชุลมุนที่ยืดเยื้อ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะก่อเรื่องใหญ่โตแค่ไหน ไม่ว่าในวันพรุ่งนี้คณะมหาอักษรจะได้รับคำร้องเรียนจากเหล่าเสนาขุนนางมากเท่าใด ทว่า…คืนนี้ คือฝันร้ายขององค์รักษ์เสื้อแพร หวังเยว่ดูท่าจะลงมือไม่ไว้หน้า มุ่งกำจัดฉินฉานกับติงซุ่นและบรรดาผู้ภักดีให้สิ้น
“คือว่า…ท่านหลี่เจ้าคะ” เสียงของจินหลิวดังแผ่วเบาจากมุมบ้าน
หลี่เอ้อชะงัก รีบหันมาแสดงความเคารพ “แม่นางจิน มีอะไรจะตรัส โปรดว่ามาเถิด”
ในฐานะรองหัวหน้าองค์รักษ์เสื้อแพรในเมืองหลวง เขาย่อมรู้ดีถึงความสัมพันธ์ระหว่างฉินฉานกับจินหลิว เพียงแต่เขาไม่เคยเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของฉินฉาน และยังคงเคารพจินหลิวอย่างยิ่ง
ตลอดช่วงที่ผ่านมา คนทั้งสถานีต่างให้ความเคารพจินหลิวอย่างเต็มที่ จนทำให้นางรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก
จินหลิวปัดเส้นผมข้างขมับอย่างไม่เป็นธรรมชาติ เอ่ยว่า “ท่านหลี่เจ้าคะ…มีโจรร้ายบุกเข้าเมืองหลวงหรือ?”
หลี่เอ้อหลุดหัวเราะ “เมืองหลวงของต้าหมิงเราจะมีโจรบุกได้อย่างไร? คนที่คิดทำร้ายพวกเรา...คือคนจากตงฉ่าง”
………..