- หน้าแรก
- สุภาพบุรุษจอมปลอมแห่งราชวงศ์หมิง
- 173 - โต้กลับ (กลาง)
173 - โต้กลับ (กลาง)
173 - โต้กลับ (กลาง)
173 - โต้กลับ (กลาง)
เสียงฝีเท้าปนเปกันดังมาจากปลายตรอกอีกด้าน ยิ่งใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
โส่วหนิงโหวหันซ้ายแลขวาด้วยความตกใจ เห็นฉินฉานยืนอยู่ข้างๆ ตาเบิกโพลงราวกับจมน้ำแล้วพบเชือก หันไปคว้าแขนฉินฉานแน่น
"ขุนพลฉิน ช่วยข้าด้วย! เจ้าไม่เคยพูดหรือว่าฮ่องเต้มีพระบัญชาให้เจ้าคุ้มกันข้า? พระองค์ทรงเฉลียวฉลาดจริงๆ ตอนนี้มีคนลอบสังหารข้าแล้ว เจ้าต้องปกป้องข้าให้ได้!"
ฉินฉานพยักหน้าแรง สีหน้าจริงจัง
"ท่านโหววางใจ ความปลอดภัยของท่านคือหน้าที่ของข้า ข้าจะปกป้องท่านด้วยชีวิต..."
โส่วหนิงโหวเพิ่งแสดงสีหน้าซาบซึ้งใจได้แว้บเดียว ใครจะคิดว่าอยู่ดีๆ สีหน้าฉินฉานก็เปลี่ยนไป น้ำเสียงก็เปลี่ยนด้วย
"เดี๋ยวก่อน ตอนนี้เวลาอะไรแล้ว?"
องครักษ์ข้างๆ คำนับตอบ
"นายท่าน บัดนี้เพิ่งผ่านยามอิ้ว"
ฉินฉานทำหน้าราวกับเสียดาย หันไปมองโส่วหนิงโหว
"ท่านโหวจำได้ไหมว่า องครักษ์เสื้อแพรมีหน้าที่ดูแลท่านถึงแค่ก่อนยามอิ้วเท่านั้น? หลังจากนั้นเป็นหน้าที่ขององครักษ์จวนโหว..."
โส่วหนิงโหวอึ้งไป ตอบงงๆ
"เจ้า...หมายความว่าอย่างไร?"
ฉินฉานแหงนมองท้องฟ้ามืดครึ้ม เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"หมายความว่า...หมดเวลางานแล้ว ท่านโหว...ดูแลตัวเองด้วย! พวกเรา ถอย!"
ว่าจบฉินฉานก็พาเหล่าคนของตนวิ่งหายไปอย่างกับลมพัด
โส่วหนิงโหวยืนตะลึงจ้องตามทางที่ฉินฉานจากไป ลมหนาวพัดวูบ หัวใจของท่านโหวเย็นเฉียบ...
ไม่นาน เสียงฝีเท้าของมือสังหารดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ โส่วหนิงโหวได้สติสะดุ้งเฮือก เงยหน้ามอง เห็นกลุ่มคนสวมหน้ากากดำในชุดดำวิ่งตรงเข้ามา มีดในมือแวววาวเย็นเยียบ
โส่วหนิงโหวดีดตัวขึ้นราวแมวโดนเหยียบหาง ถลกชายเสื้อวิ่งสุดชีวิต พลางตะโกนด้วยความอัดอั้น
"ไอ้คนสารเลว! กล้าทิ้งข้าแล้วหนี พวกเจ้าเป็นคนหรือสัตว์กันแน่! ไม่! ไม่ใช่คน! เป็นสัตว์! ช่วยด้วย......"
ไม่รู้วิ่งไปนานเท่าไร มือสังหารยิ่งไล่ก็ยิ่งใกล้ โส่วหนิงโหวแทบรู้สึกได้ถึงความเย็นเฉียบของคมดาบ
คนที่ร่างกายอ่อนแอจากสุราและนารีทั้งปี วิ่งอย่างไรก็ไม่พ้นพวกมือสังหาร ไม่นานก็ถูกไล่จนตามทัน
โส่วหนิงโหวสิ้นหวังสุดขีด สุดท้ายทรุดตัวลงกลางถนน ร้องไห้โฮ
"ขอร้องล่ะ ใครก็ได้ช่วยข้าที! ข้ายอมจ่ายเงินแสนตำลึง!"
"เจ้าพูดเองนะ อย่าลืมจ่ายล่ะ!"
เสียงของฉินฉานดังขึ้นไม่รู้มาจากไหน เขากลับมาแล้ว แถมพาองครักษ์เสื้อแพรตามมาด้วย ตะโกนคำรามเข้าปะทะกลุ่มมือสังหาร
โส่วหนิงโหวผ่านความเป็นความตายมาได้ทั้งตัวสั่นทั้งอ่อนแรง ไม่กล้าต่อว่าที่ฉินฉานทิ้งเขาไว้เมื่อครู่เลย เข้ากอดขาฉินฉาน ร้องไห้ฟูมฟาย
"เจ้ากลับมาแล้ว! เมื่อกี้ทำไมถึงทิ้งข้า? คราวหน้าอย่าทำแบบนั้นอีกนะ"
ฉินฉานเห็นน้ำตาน้ำมูกที่เลอะเต็มขากางเกงตัวเองแล้วก็อดขยะแขยงไม่ได้ ขาสะบัดสองสามทีไล่เหมือนไล่เหา แล้วถอนหายใจหนักๆ
"ท่านโหวเอ๋ย...หากวันหนึ่งท่านตายไป ก็ต้องเป็นเพราะความน่าสมเพชของตัวเองนี่แหละ"
ในยามที่ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย โส่วหนิงโหวไม่กล้าต่อปากต่อคำกับวาจาเสียดแทงของฉินฉานอีก เขาเป็นคนขี้ขลาดโดยแท้ และขี้ขลาดย่อมไม่มีทางทะเลาะกับฟางเส้นสุดท้ายที่จะช่วยชีวิตตนได้ ในตอนนี้ฉินฉานพูดอะไรก็ถูกทั้งนั้น
บรรดาทหารองค์รักษ์เสื้อแพรกำลังปะทะกับเหล่ามือสังหารอย่างดุเดือด ท่ามกลางความมืด โส่วหนิงโหวมองอะไรไม่ชัด ได้ยินเพียงเสียงกระบี่กระทบทวนดังแกร่งกร่าง ตามด้วยเสียงกรีดร้องอันสยดสยอง เสียงเหล่านั้นทำเอาใจเขาหดเกร็ง ไม่รู้ว่าใครได้เปรียบกันแน่
"ฉินฉาน...ขุนพลฉิน เรา...เราหนีเถอะ!"
ฉินฉานเหล่มองเขา "หากข้าทิ้งสหายร่วมรบที่กำลังสู้ตายหนีไปก่อน เช่นนั้นข้ายังเป็นคนอยู่หรือ?"
"เจ้าก็เพิ่งทิ้งข้าไว้แล้วหนีมาก่อนหน้านี้ไม่ใช่หรือ?" โส่วหนิงโหวกล่าวอย่างเจ็บแค้น
"ดังนั้น ข้าจึงตัดสินใจกลับมาใหม่"
ในความมืด ลูกเกาทัณฑ์เย็นเฉียบลูกหนึ่งพุ่งออกจากที่ไม่รู้ที่มา เฉียดหนังศีรษะของโส่วหนิงโหวไปอย่างฉิวเฉียด
โส่วหนิงโหวถึงจุดแตกแล้ว เขากรีดร้องอย่างเสียสติ
"ข้าไม่สน! เจ้าต้องพาข้าหนีก่อนให้ได้ ฉินฉาน ข้าเป็นโส่วหนิงโหว เป็นน้องแท้ๆ ของฮองเฮา เป็นญาติราชวงศ์ของฮ่องเต้ หากข้าเป็นอะไรไป ฮ่องเต้กับฮองเฮาไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!"
ฉินฉานกลับไม่โกรธ จ้องเขาแล้วกล่าว
"ท่านแน่ใจจะหนี?"
"แน่นอน!"
"ดี เช่นนั้นเราหนีเถอะ" ฉินฉานตอบตกลงอย่างง่ายดาย ไม่สนใจการต่อสู้ที่โหดร้ายข้างหน้าอีกแล้ว รีบลากโส่วหนิงโหววิ่งหนีออกไป
ฉินฉานรู้สึกมาโดยตลอดว่าตนเองเป็นคนพูดง่ายเสียยิ่งกว่าอะไร
ทั้งสองจึงหันหลังให้กับสมรภูมิ ปล่อยให้ผู้ใต้บังคับบัญชากับมือสังหารฟาดฟันกันอยู่เบื้องหลัง วิ่งหนีออกมาโดยสิ้นศักดิ์ศรี
การหลบหนีครั้งนี้ไม่ต่างจากการทิ้งความละอายไว้เบื้องหลังโดยสิ้นเชิง ฉินฉานดูสงบเสมือนกำลังจ็อกกิ้งหลังมื้ออาหาร ขณะที่โส่วหนิงโหวกลับสะบัดเหงื่อเย็นเต็มหน้าผาก วิ่งเซไปมาและกรีดร้องขอความช่วยเหลือเป็นระยะ
ไม่รู้วิ่งมานานเท่าใด ขณะที่โส่วหนิงโหวรู้สึกว่าตนพ้นภัยแล้ว และถอนหายใจเฮือกหนึ่งด้วยความโล่งใจ จู่ๆ ก็เกิดเหตุขึ้นอีกครั้ง
ตรงทางแยกสุดถนน ปรากฏเงาดำของมือสังหารสี่ห้าคน พวกเขาเหมือนรู้อยู่แล้วว่าโหวจะหนีมาทางนี้ ยืนรออย่างสงบ พอเห็นสองคนวิ่งมา พวกเขาก็ชักอาวุธออกแล้วพุ่งเข้าหา
โส่วหนิงโหวแทบเป็นบ้า!
ฐานะน้องฮองเฮาของเขาไม่ต่างอะไรกับเรื่องตลกต่อหน้ามือสังหาร เห็นชัดว่าพวกนั้นไม่ใส่ใจสถานะนี้เลย ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนไก่ในเขียง
"ขุนพลฉิน! ข้าฝากชีวิตไว้กับเจ้าแล้ว หากเจ้าช่วยข้าไว้ได้ ข้าจะกราบทูลฝ่าบาทเพื่อเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้เจ้าแน่นอน..." ใบหน้าของโส่วหนิงโหวซีดเผือด น้ำมูกน้ำตาไหลอาบหน้า
ฉินฉานเบิกตาโตแล้วกล่าวอย่างร้อนรน
"ท่านโหว ข้าเป็นเพียงบัณฑิตที่ผันตัวมาเป็นทหาร ขอท่านอย่ากดดันข้า ต่างคนต่างเอาตัวรอดเถอะ!"
พูดจบก็หมอบลงกับพื้นอย่างรู้เวลา แล้วชี้ไปยังโส่วหนิงโหว
"ข้าไม่ใช่โส่วหนิงโหว!"
มือสังหารที่ปิดหน้าตาไว้ล้วนเผยสายตาอำมหิต หันมามองตามนิ้วฉินฉาน เห็นโส่วหนิงโหวหมอบอยู่หน้าซีดเผือด พวกเขาพากันหัวเราะเหี้ยมเกรียม ก่อนชักดาบพุ่งเข้าใส่
"โลกนี้ช่างต่ำทรามยิ่งนัก!" โส่วหนิงโหวเปล่งวาจาประณามโลกใบนี้อย่างสุดเวทนา จากนั้น...ก็หลับตายอมรับชะตากรรม
หนึ่งในมือสังหารฟันหลังเข่าของโหวอย่างแรงด้วยสันดาบ
แครก!
เสียงกรีดร้องดังลั่น หนึ่งขาของโหวหักบิดผิดรูป เห็นชัดว่าหมดสภาพแล้ว
ราวกับซักซ้อมกันมาก่อน ทันทีที่ขาโหวหัก รถม้าคันหนึ่งพุ่งตัดหน้าออกมาอย่างฉับไว ขวางระหว่างโหวกับมือสังหาร
องค์รักษ์เสื้อแพรคนหนึ่งเปิดม่านรถอย่างร้อนรนแล้วยื่นมือออกมา
"ท่านขุนพล! ท่านโหว! รีบขึ้นรถ!"
………..