เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

169 - โง่จริงไม่ติงนัง

169 - โง่จริงไม่ติงนัง

169 - โง่จริงไม่ติงนัง


169 - โง่จริงไม่ติงนัง

ฉินฉานยิ้มได้กล่าวว่า “ท่านโหวไม่มีทางพูดแน่”

โส่วหนิงโหวยิ้มเยาะ “โอ้? เหตุใดเจ้ามั่นใจเช่นนั้น?”

“เพราะคดีนี้พัวพันขุนนางมากมาย ท่านโหวแม้จะทำตัวเหลวแหลก แต่ยังไม่โง่ถึงที่สุด เรื่องผลได้ผลเสียท่านโหวรู้อย่างแจ่มแจ้ง ไม่ว่าศาลใหญ่หรือกรมอาญา หรือแม้แต่องค์รักษ์เสื้อแพรมาตรวจสอบ ท่านโหวก็มีฝ่าบาทกับฮองเฮาคุ้มกัน ไม่มีใครกล้าทำอะไรท่าน ไม่มีใครเค้นคำจากปากท่านได้”

“เรื่องนี้ขุนนางร่วมคดีล้วนรู้ดี ฝ่าบาทก็รู้เช่นกัน ดังนั้นพวกเขาจึงวางใจท่าน ท่านเองก็อาศัยความโปรดปรานของฮองเฮา ฝ่าบาทจึงจนปัญญา ต่อให้เสด็จมาสอบสวนเอง ท่านก็ไม่ปริปากแม้แต่คำเดียว และข้า ก็เป็นแค่ขุนพลแห่งองค์รักษ์เสื้อแพร ตีท่านไม่ได้ ด่าท่านไม่ได้ ยิ่งไม่อาจทำอะไรได้…”

โส่วหนิงโหวแสดงท่าทีราวกับนักเลงข้างถนน ควักหูด้วยท่าทางเบื่อหน่าย “เจ้าพูดถูก ฉินฉาน ข้าแนะนำให้เจ้าทำให้ดูดี ฆ่าคนไม่กี่คนเป็นแพะรับบาปก็พอ หากเจ้าคิดจะขุดให้ถึงรากผลลัพธ์จะไม่ใช่สิ่งที่เจ้ารับไหว”

ฉินฉานกล่าวยิ้มๆ “บัดนี้เรื่องมันเลยจุดนั้นไปแล้ว ข้ากับพวกมัน ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหายไปจากโลกนี้ ไม่เช่นนั้นก็จะไม่มีใครได้นอนหลับอย่างสงบ ท่านโหว ความจริงแล้วท่านก็เหมือนข้า…”

“หมายความว่าอย่างไร?”

“พวกเขาไว้ใจท่านจริงหรือ? ลองคิดให้ดี ท่านจะกล้ามอบชีวิตของตนเองไว้ในมือคนอื่นโดยไม่ระแวงบ้างหรือไม่? ท่านคือน้องชายของฮองเฮา เป็นน้องภรรยาของฝ่าบาท แตกต่างจากคนอื่น หากตอนนี้ท่านไปที่ศาลใหญ่แล้วมอบตัว บอกความจริงเรื่องคดีเกลือ ฝ่าบาทจะทรงยินดีเป็นอย่างยิ่ง ไม่มีทางลงโทษท่านแน่นอน ส่วนคนพวกนั้น เมื่อท่านเปิดโปง พวกเขาจะเหลือชีวิตหรือ? ท่านโหว ลองนึกในใจ ท่านจะกล้ามอบชีวิตตนให้คนไม่น่าไว้วางใจเช่นนั้นหรือไม่?”

โส่วหนิงโหวอึ้งไปชั่วครู่ แล้วแค่นหัวเราะ “กลยุทธ์ยุแยงอันต่ำตม เจ้าคิดว่าข้าจะหลงเชื่อหรือ?”

ฉินฉานส่ายหน้า ถอนใจ “ขออภัยที่ต้องกล่าวตรงๆ ท่านโหวท่านคือคนที่สุขร่วมกันได้ แต่ยามทุกข์ยากกลับแบกร่วมไม่ได้ ไม่มีใครไว้ใจคนเช่นท่านอย่างแน่นอน…”

โส่วหนิงโหวหน้าเปลี่ยน “ข้าถึงกับเลวขนาดนั้นเลยหรือ?”

“ใช่ อย่าสงสัยเลย ท่านเลวมาก เหล่าขุนนางในเมืองหลวงต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกัน…”

โส่วหนิงโหวโกรธจัด ขมวดคิ้วกำหมัด ฉินฉานจ้องเขาด้วยแววตาเย็นชา “ท่านโหวอย่าลองดีกับข้า ท่านรู้ว่าข้ากล้าตอบโต้ และถ้าตอบโต้ ข้าจะฟาดจนแม้แต่ฮองเฮาก็จำท่านไม่ได้!”

โส่วหนิงโหวชะงัก เมื่อนึกถึงความโหดร้ายของฉินฉานในอดีต มือที่กำหมัดไว้ก็ค่อยๆ คลายลง

“ท่านโหว คิดดูให้ดี ฝ่าบาทส่งองค์รักษ์เสื้อแพรมาคุ้มกันท่านเพื่ออะไร? ฝ่าบาททรงหลักแหลมเด็ดขาด จะทำเรื่องไร้ประโยชน์หรือ? ท่านโหว ตอนนี้ท่านอยู่ในอันตรายแล้วแต่ยังไม่รู้ตัว น่าสงสารน่าเวทนานัก”

โส่วหนิงโหวเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วจู่ๆ ก็หัวเราะเบาๆ อย่างเย้ยหยัน “เกือบโดนเจ้าหลอกเข้าให้ คนแซ่ฉิน เจ้าใช้กลยุทธ์แยบยลหวังให้ข้าไปมอบตัว แล้วซัดทอดพวกเดียวกัน เจ้าคิดว่าข้าโง่ถึงเพียงนั้นหรือ?”

ฉินฉานส่ายหน้าหัวเราะเย็นๆ แววตาเต็มไปด้วยความเวทนา สายตานั้นทำให้โส่วหนิงโหวรู้สึกระคายตา หัวใจพลันหนักอึ้งลงเล็กน้อย

“ท่านโหวโง่จริงหรือแกล้งโง่ ไม่นานก็รู้ ข้าพูดได้เพียงเท่านี้”

กลางดึกยามจื่อ นกพิราบตัวหนึ่งบินจากลานในเรือนของจวนโหว สยายปีกมุ่งหน้าสู่ทิศใต้

ฉินฉานจ้องมองท้องฟ้ายามค่ำ ยิ้มเล็กน้อยพลางพึมพำว่า “ท่านโหวผู้นี้ ใช้การกระทำพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า…เขาโง่จริงๆ…”

คนที่มีใจคด หากใช้แผนยุแยงแม้จะเลวแค่ไหน ก็ยังได้ผลอยู่ดี

นกพิราบของโส่วหนิงโหวบินไปทางใดนั้นฉินฉานไม่สนใจ เขาเพียงต้องการรู้ว่าโส่วหนิงโหวเริ่มลังเลแล้วหรือยัง แค่นั้นก็พอฉินฉานต้องการแค่ท่าทีของโส่วหนิงโหว

ฉินฉานยืนกอดอกอยู่หน้าประตูโส่วหนิงโหว สีหน้าเหมือนยิ้มแต่ไม่ยิ้ม การบริหารบ้านเมืองก็เหมือนการต้มปลาตัวเล็ก ใช้เล่ห์เหลี่ยมก็เช่นกัน ไฟแรงไปนิดเดียวหรือเบาไปนิดเดียว รสชาติก็ผิดเพี้ยนไปหมด แผนของเขาใกล้ถึงเวลาพอดีแล้ว

ในความมืดของราตรีติงซุ่นนำเหล่าองค์รักษ์เสื้อแพรมาหาด้วยท่าทีรื่นเริง โบกมือแสดงของให้ฉินฉานอย่างภาคภูมิใจ...เป็นนกพิราบที่ตายแล้ว

รอยยิ้มของฉินฉานแข็งค้าง ใบหน้าเกร็งจนกระตุก

“ใต้เท้า เป็นลางดีจริงๆ ข้าน้อยเพิ่งยิงนกพิราบได้ที่หน้าโส่วหนิงโหว พอดีเอามาต้มกินกับเหล้าท่าน…”

ฉินฉาน “…………”

ทำไมทุกครั้งที่เขาดูสง่างามอย่างที่สุด ต้องมีใครบางคนมาทำลายบรรยากาศทุกที

ฉินฉานรู้สึกว่าตนเองอาจถูกสวรรค์สาปแช่ง ไม่ยอมให้เขาหล่อเกินเหตุ

เขาจ้องมองนกพิราบที่ตายก่อนบรรลุภารกิจด้วยความจนใจ แล้วถลึงตาใส่ติงซุ่น“เจ้ายิงมันตอนนี้หรือ?”

“ใช่ขอรับ”

“รู้หรือไม่ว่า การยิงนกพิราบตอนดึกเป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดี?”

ติงซุ่นเกาหัวอย่างเขินอาย ไม่คาดคิดว่าการประจบจะกลายเป็นการทำให้โกรธ ... ท่านขุนพลไม่ชอบกินนกพิราบหรือ?

ฉินฉานถอนหายใจ ควานหาบางอย่างใต้ขานกพิราบ แล้วดึงกระบอกไม้ไผ่เล็กๆ ออกมา ข้างในมีแผ่นกระดาษเล็กๆ เขียนข้อความไว้ว่า “ร่วมหฤหรรษ์ ร่วมทุกข์ภัย”

ฉินฉานยิ้มออกมา ในที่สุดโส่วหนิงโหวก็ยังจำคำพูดของเขาได้ดี ถึงได้เขียนข้อความแสดงความจริงใจเช่นนี้ แสดงว่าเขาเริ่มคิดถึงเจตนาที่ฮ่องเต้ส่งองค์รักษ์เสื้อแพรมาคุ้มครอง เริ่มสงสัยว่าเพื่อนร่วมขบวนการอยากฆ่าปิดปากเขาหรือไม่ จึงรีบร้อนปล่อยนกพิราบออกมา

น่าเสียดายที่นกพิราบผู้อาภัพนี้พ้นประตูโส่วหนิงโหวได้ไม่ไกลก็ถูกติงซุ่นยิงร่วง ... น่าเวทนาแท้ทั้งคนและนก…ติงซุ่นเห็นฉินฉานหยิบข้อความจากขานกพิราบก็ตกใจ ชี้นก ชี้โส่วหนิงโหว พูดตะกุกตะกัก “ท่านๆๆ โส่วหนิงโหวเขา…นกตัวนี้…คดีเกลือ…”

ฉินฉานเก็บกระดาษทันที ถลึงตาใส่ติงซุ่นอย่างดุเดือด “ไม่ต้องเจ้ามาบอก พ่อรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร”

“ท่านขอรับ นกตัวนี้เขาปล่อยจากจวนโส่วหนิงโหว มัน…”

“มันอ้วนมาก” ฉินฉานกล่าวเรียบๆ

“หา?”

“ไปต้มมัน เอามาเป็นกับแกล้ม ข้าจะกินที่นี่ หน้าประตูโส่วหนิงโหว” ฉินฉานสั่งเสียงเรียบ

“……ขอรับ”

........

เตาถ่านดินเผาร้อนระอุ หม้อดินเครือเคล้ากลิ่นหอมฉุย โรยเก๋ากี้เล็กน้อย เติมโสม พุทราแดง บำรุงเลือด บำรุงหัวใจ ทำให้หน้าใสเนียนนุ่ม ซดน้ำแกงนกพิราบอึกหนึ่ง กลิ่นหอมติดลิ้นไม่จาง…

เช้าตรู่โส่วหนิงโหวก้าวออกจากจวน เตรียมออกมาเดินยืดเส้นสาย เห็นฉินฉานกับองค์รักษ์เสื้อแพร นั่งล้อมวงดื่มเหล้าอยู่หน้าบ้าน ฉินฉานทำท่าดื่มอย่างสบายใจ ในน้ำแกงเดือดๆ มีนกพิราบที่ถูกถอนขนหมดแล้วกำลังลอยวน ดวงตายังเบิกโพลง บนพื้นตรงมุมประตู เหลือแต่ขนนกที่ดูคุ้นตากระจัดกระจายอยู่...

โส่วหนิงโหวเหลือบมองอย่างดูแคลน ก้าวออกไปได้ก้าวเดียวก็ชะงัก หันขวับกลับมา จ้องขนนกบนพื้นและนกในหม้อไม่วางตา สีหน้าค่อยๆ เปลี่ยนเป็นหม่นหมอง

……….

จบบทที่ 169 - โง่จริงไม่ติงนัง

คัดลอกลิงก์แล้ว