- หน้าแรก
- สุภาพบุรุษจอมปลอมแห่งราชวงศ์หมิง
- 166 - ฆ่าม้าเพื่อข่มขู่
166 - ฆ่าม้าเพื่อข่มขู่
166 - ฆ่าม้าเพื่อข่มขู่
166 - ฆ่าม้าเพื่อข่มขู่
คอกม้าในจวนฉินตั้งอยู่ด้านหลังครัว บ่าวในจวนถือคบเพลิงนำทาง ฉินฉานเดินไปยังคอกม้าท่ามกลางการรายล้อมของบ่าวไพร่
คนเลี้ยงม้าที่รับหน้าที่ให้อาหารและขับม้า ทรุดตัวนั่งอยู่กับพื้น สะอึกสะอื้นด้วยศีรษะที่ก้มต่ำ ร่างกายสั่นสะท้านอย่างรุนแรงบ่งบอกถึงความหวาดกลัวในใจอย่างลึกล้ำ
ฉินฉานทรุดตัวลง นัยน์ตาจับจ้องไปยังพื้นคอกม้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด กับม้าแดงคล้ำที่นอนแน่นิ่งท่ามกลางกองฟาง ร่างเริ่มแข็งเกร็ง
ม้าตัวนี้ธรรมดายิ่งนัก ถูกตู้เอี้ยนเลือกซื้อมาจากตลาดตะวันตกของเมืองหลวงด้วยตนเอง นางชอบสีแดงคล้ำเป็นพิเศษ ส่วนเรื่องสายพันธุ์ ความเร็ว หรือความทนทาน นางไม่เคยใส่ใจ อุปนิสัยสตรีมักซื้อของด้วยใจ ไม่คำนึงถึงคุณสมบัติใดๆ ฉินฉานเอ็นดูนาง นางชอบสิ่งใดก็ตามใจก็เพียงพอ
ม้าตายมานานแล้ว บาดแผลที่คอเป็นแผลเดียว แต่ลึกและแม่นยำ คนลงมือเห็นได้ชัดว่าเป็นผู้ชำนาญเรื่องม้า มีดเดียวฟันเส้นเลือดใหญ่ที่คอขาด ม้าแดงคล้ำยังไม่ทันร้องก็ล้มลงแน่นิ่ง จนคนเลี้ยงม้าตื่นขึ้นมาตอนกลางคืนเพื่อเติมหญ้าในรางจึงพบเข้า
ซากม้าค่อยๆ เย็นเฉียบลง เช่นเดียวกับร่างกายของฉินฉานที่เย็นเฉียบเช่นกัน ดวงตาของเขาทอแสงคมกริบราวเหยี่ยว
"มาดีแล้ว ดี!" ฉินฉานจ้องศพม้า พลางพึมพำเย็นชา
เขารู้อยู่แล้วว่าพวกนั้นหากใช้ไม้อ่อนไม่ได้ผล ก็ต้องใช้ไม้แข็ง เพียงแค่ไม่คิดว่าพวกนั้นจะตอบสนองเร็วและรุนแรงถึงเพียงนี้
การฆ่าม้าในจวนฉินเป็นการข่มขู่อย่างเปิดเผยโดยไม่ต้องปิดบังอีกต่อไป
ใบหน้าของฉินฉานมืดมน เขานั่งยองๆ ข้างคอกม้าโดยไม่กล่าววาจาใดๆ
ดวงตางามของตู้เอี้ยนแทบจะพ่นไฟออกมา นางมองม้าแดงคล้ำที่ตนรักนอนจมกองเลือดด้วยสายตาเจ็บปวด น้ำตาคลอเบ้า พลางเงยหน้ากู่เสียงโกรธเกรี้ยว
"ใครเป็นคนทำเรื่องเลวทรามไร้หัวใจเช่นนี้? มีดีนักก็ออกมาสู้กับข้าสักตั้ง! ฆ่าแค่ม้าตัวหนึ่งนับว่าเก่งอันใดกัน!"
หัวหน้าคนดูแลบ้านยืนอยู่ข้างๆ ถอนใจอย่างเศร้าสร้อย
"นายท่าน ฮูหยิน ตอนนี้ยังเป็นยามดึก ประตูเมืองปิดแล้ว ต้องรอถึงยามเม่าเปิดประตูเมืองก่อน บ่าวจะเข้าเมืองไปแจ้งความที่ศาลซุ่นเทียนฟู่..."
ฉินฉานส่ายหน้าเบาๆ
"ไม่ต้องแจ้งความ เรื่องนี้ข้าจะจัดการเอง"
ฉินฉานรู้ดีว่าเบื้องหลังเรื่องนี้ซ่อนเร้นอันตรายถึงชีวิต การแจ้งความก็แค่เรื่องตลก
...
รุ่งเช้า ยามเม่า ฉินฉานนำกลุ่มองครักษ์เสื้อแพรไม่กี่นายเข้าเมือง เรียกตัวติงซุ่นและเหล่าสหายเก่าอีกกลุ่มจากกองพันในเมืองใน แล้วมุ่งตรงไปยังจวนโส่วหนิงโหว
ระหว่างทาง ฉินฉานเรียกหนึ่งในสหายมากระซิบสั่งบางอย่าง แล้วคนนั้นก็รีบวิ่งตรงไปยังทิศตะวันออกซึ่งเป็นตำหนักของไท่จื่อ
บ่าวในจวนโหวมองคนด้วยสายตาดูถูก ไม่ยอมให้ฉินฉานเข้าไป แถมไม่ยอมรายงานด้วยซ้ำ
ฉินฉานส่งสัญญาณตาให้ติงซุ่น ติงซุ่นเตะประตูข้างของจวนโหวจนเปิดกระเด็น แล้วทุกคนก็ย่างสามขุมเข้าไปอย่างไม่แยแส
ภายในจวนโหวปั่นป่วนทันที บ่าวไพร่และองครักษ์จำนวนมากกรูออกมาจากทุกทิศทาง เผชิญหน้าอย่างตึงเครียดกับกลุ่มของฉินฉาน
"ข้าน้อย ฉินฉาน ขุนนางตำแหน่งขุนพลขององครักษ์เสื้อแพร ได้รับพระบัญชาให้มาคุ้มกันโส่วหนิงโหว ขอให้ท่านโหวออกมาพบ" ฉินฉานกล่าวเย็นชา
ไม่นานนัก โส่วหนิงโหว จางเหอหลิง เดินออกมายังลานหน้า ใบหน้าเขายังแสดงอาการง่วงงุน ราวกับพึ่งตื่นนอน
"เป็นเจ้า? มาที่นี่ทำไม?" โส่วหนิงโหวถามอย่างไม่พอใจ
แม้ยังงัวเงียแต่ก็ยังจำได้ว่าคนตรงหน้าคือขุนพลตัวเล็กๆ ที่เคยมีปากเสียงกับเขา คนที่ในจวนมีสาวใช้สองคนหน้าตางามยิ่ง
ฉินฉานยกมือคารวะ กล่าวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
"ข้าน้อยมาตามพระบัญชา มาคุ้มครองความปลอดภัยของท่านโหว..."
โส่วหนิงโหวตะลึง
"ฮ่องเต้ให้เจ้ามาคุ้มครองข้า? นี่มันหมายความว่าอย่างไร?"
ฉินฉานยิ้มพลางทอดถอนใจ
"ในเมื่อถึงกับต้องส่งองครักษ์เสื้อแพรมาปกป้องท่านโหว เกรงว่าตอนนี้ท่านโหวกำลังตกอยู่ในอันตรายยิ่งนัก..."
"ไร้สาระ! ข้ามีอันตรายอะไร!"
"เรื่องนั้นข้าไม่รู้ ข้าเพียงแค่ทำตามพระบัญชา"
โส่วหนิงโหวหรี่ตาลงอย่างแคบ
"ข้าได้ยินว่าเจ้ากำลังสอบสวนคดีเกลือปลอม คิดจะเริ่มจากตัวข้าหรือ? ข้าบอกไว้เลยนะ ฮ่องเต้กับฮองเฮาล้วนพระราชทานอภัยโทษแก่ข้าแล้ว เจ้าคิดให้ดีๆ ก่อนจะคิดผิด"
ฉินฉานยิ้มสุภาพ ยกมือคารวะอีกครั้ง
"ข้าน้อยไม่กล้าหรอก ท่านโหวเชิญวางใจ ข้าน้อยมาเพียงเพื่อคุ้มกันท่านเท่านั้น เว้นแต่ท่านจะเชื้อเชิญเป็นการส่วนตัว ข้าถึงจะกล้าลงมือ..."
โส่วหนิงโหวไม่เชื่อสายตา มองฉินฉานด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน
"อยู่ดีๆ ข้าจะมีอันตรายอะไร? เจ้าคิดจะหลอกใช้ราชโองการเพื่อกลั่นแกล้งข้าใช่หรือไม่? คนมา! เตรียมรถม้า ข้าจะเข้าเฝ้า!"
ฉินฉานขยับหลีกทาง
"เชิญท่านโหว"
...
หน้าประตูเฉิงเทียนเหมิน ฉินฉานกับติงซุ่นยืนสงบนิ่ง มองตามแผ่นหลังของโส่วหนิงโหวที่เข้าไปในพระราชวัง ฉินฉานยิ้มเย็น
"ใต้เท้า ขอโทษที่ถามตรงๆ...ราชโองการ...ท่านได้มาจริงๆ ใช่ไหม?" ติงซุ่นถามอย่างไม่มั่นใจ
"น่าจะ...ได้นะ" ฉินฉานฝืนยิ้ม
"ว่าอย่างไรนะ ‘น่าจะได้’? ท่านพูดไม่มั่นใจเลย!" คำพูดของฉินฉานทำให้ติงซุ่นหมดความมั่นใจอย่างสิ้นเชิง
"หากไท่จื่อไปถึงทันเวลา ราชโองการก็น่าจะตามมาทัน"
"แต่...ทำไมเราต้องมาคุ้มครองโส่วหนิงโหวคนเช่นนั้นด้วย?" ติงซุ่นเกาศีรษะ "ข้าได้ยินมาว่าม้าของท่านเมื่อคืนถูกฆ่า ใช่เขาทำหรือไม่?"
"ไม่น่าจะใช่ โส่วหนิงโหวในคดีเกลือปลอมตอนนี้ถูกจับตาจากคนมากมาย เขาคงไม่กล้าทำเรื่องบ้าบิ่นขนาดนั้น"
ติงซุ่นเหมือนเข้าใจทันที
"อ๋อ! ท่านจะคอยจับผิดเขาเพื่อสาวไปยังพวกพ่อค้าโกงแล้วลากพวกมันทั้งหมดออกมาใช่หรือไม่..."
"ผิดแล้ว หากเขาโผล่ขึ้นมาในคดีแล้ว ฝ่ายตรงข้ามไม่มีทางกล้าติดต่อกับเขาอีก พวกเรายืนเฝ้าอยู่ก็คงไม่แม้แต่จะได้กลิ่นกระต่าย แล้วจะมีที่ไหนให้ดักจับ?"
ติงซุ่นอึ้งไป ก่อนจะพยายามเข้าใจอีกรอบ
"อ้อ! เพราะท่านมีเรื่องบาดหมางกับเขาในอดีต จึงอยากใช้โอกาสนี้เอาคืนเขาใช่ไหม?"
"ก็ผิดอีกนั่นแหละ ข้าเองก็หัวหมุนกับคดีเกลือปลอมจนไม่มีเวลาไปสะสางกับคนไร้ค่าเช่นนั้น"
ติงซุ่นไม่ยอมแพ้ พยายามเดาอีก
"ต้องเกี่ยวกับคดีเกลือปลอมแน่ๆ!"
"ผิดอีกเช่นเคย คดีเกลือปลอมเขย่าเมืองหลวงก็จริง แต่โส่วหนิงโหวได้รับอภัยโทษไปแล้ว ไม่เกี่ยวข้องอีก จนแทบไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว..."
ปึก!
ติงซุ่นถึงกับทรุดลงไป คุกเข่าจับหัวตัวเองอย่างคนสิ้นหวัง
"ท่านขุนพล ทำไมต้องทำขนาดนี้ด้วย?"
"ติงไป๋หู่ ทำไมเจ้าต้องคุกเข่าด้วย?"
"ท่าน! ข้าน้อยคิดไม่ออกจริงๆ ว่าท่านกำลังคิดอะไรอยู่! ขอร้อง บอกข้าทีเถอะ ท่านคิดจะทำอะไรกันแน่?"
ฉินฉานทอดถอนใจ มองไปยังประตูวังที่ทาด้วยยางไม้แดงจากระยะไกล น้ำเสียงเศร้าหมอง
"เมื่อคืนม้าของข้าถูกฆ่า..."
"แล้วอย่างไรต่อ?"
"ข้าไม่สบายใจเอาเสียเลย..."
"แล้วอย่างไรอีก?"
"ก็เลย...วันนี้ข้ามาคุ้มครองโส่วหนิงโหว"
ติงซุ่นแทบบ้า
"เกี่ยวอะไรด้วย?!"
"ก็เกี่ยวสิ..." ฉินฉานยิ้มเย็นยะเยือก "ข้าจะหาโอกาสเหมาะๆ อย่างถูกต้องตามกฎหมาย...หักขาเจ้าหมอนั่นเสียหน่อย ข้ารู้สึกอึดอัดเมื่อใด...ก็ไม่ชอบเห็นใครมีความสุขนัก"
ติงซุ่น: "…………"
"…แล้วก็จัดการคดีเกลือปลอมไปพร้อมกันด้วย"
……….