เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

115 - เภทภัยจากหญิงงาม

115 - เภทภัยจากหญิงงาม

115 - เภทภัยจากหญิงงาม


115 - เภทภัยจากหญิงงาม

เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความร้อนใจของหัวหน้าคนรับใช้ปรากฏขึ้นที่หน้าประตูที่ว่าการกองพัน เขาเขย่งเท้าตะโกนลั่น “นายท่าน! นายท่านอยู่หรือไม่?”

ฉินฉานขมวดคิ้วแน่น หัวใจพลันเกิดลางร้ายบางอย่าง รีบเดินออกไปรับ

เมื่อหัวหน้าคนรับใช้เห็นฉินฉานก็มีสีหน้าดีใจอย่างมาก รีบร้อนกล่าว “นายท่าน! ไม่ดีแล้ว! บ้านเรามีเรื่องใหญ่!”

“เกิดอะไรขึ้น?”

หัวหน้าคนรับใช้กระทืบเท้าด้วยความร้อนใจแล้วกล่าวว่า “วันนี้ฮูหยินพาเหลียนเย่วกับเหลียนซิงออกไปเดินเล่นในตลาด กลับบังเอิญถูกโส่วหนิงโหวเห็นเข้า ท่านโหวเห็นเหลียนเย่วกับเหลียนซิงรูปงาม ทั้งยังเป็นฝาแฝด จึงชอบใจนัก อยากจะขอซื้อตัวทั้งสองกลับไปที่จวนโหว ฮูหยินไม่ยอม ทั้งสองฝ่ายจึงจากกันด้วยความไม่พอใจ”

หยุดเล็กน้อยจึงกล่าวต่อไปว่า “ใครจะรู้ว่าโส่วหนิงโหวกลับส่งคนแอบสะกดรอยตาม จนกระทั่งฮูหยินพาเหลียนเย่วกับเหลียนซิงกลับถึงบ้านได้ไม่นาน เขาก็พาคนใช้ที่หยาบช้ามาเคาะประตูบ้าน หวังจะใช้กำลังบังคับซื้อเหลียนเย่วกับเหลียนซิงไป ฮูหยินโกรธมาก จึงให้คนไปจัดการพวกมันเสียยกหนึ่ง โส่วหนิงโหวโกรธจัด จึงไปตามคนจากกรมซุ่นเทียนมาล้อมบ้านไว้ หวังจะจับตัวฮูหยินเข้าคุก แต่ก็ไม่กล้าลงมือ ตอนนี้กำลังยืนประจันหน้ากันอยู่หน้าบ้าน นายท่าน ท่านรีบกลับไปดูเถอะ!”

ฉินฉานได้ยินดังนั้นราวกับเสียงระเบิดดังในหัว โทสะพวยพุ่งขึ้นมาทันที

“เรียกคนไปกับข้า!” ฉินฉานตะโกนก้องพลางชี้ไปที่บรรดานายทหารในลาน นายทหารเหล่านั้นต่างรีบวิ่งกลับไปยังที่ว่าการของตนอย่างรวดเร็ว

เรื่องนี้ร้อนนัก ฉินฉานไม่อาจใส่ใจพิธีรีตองใดๆ กับจูโฮ่วจ้าวอีก เพียงแต่โค้งคำนับอย่างลวกๆ แล้วรีบจ้ำตามหัวหน้าคนรับใช้กลับบ้านทันที

ภายในลาน จูโฮ่วจ้าวนั่งอยู่บนแท่นหินใหญ่ ริมฝีปากมีรอยยิ้มปรากฏเล็กน้อย “โส่วหนิงโหวหรือ? ฮึๆ นั่นก็น้าของข้าเองไม่ใช่หรือ? เหตุใดถึงทะเลาะกันได้ล่ะ? ต้าหยง พวกเราไปดูเรื่องสนุกกันเถอะ”

โส่วหนิงโหว(พระยาโส่วหนิง) แซ่จาง นามว่าจางเฮ่อหลิง เป็นน้องชายของจางฮองเฮา เป็นน้องภรรยาของฮ่องเต้หงจื้อ นับเป็นญาติสนิทของราชสำนักโดยแท้

ตั้งแต่โบราณกาลมา ขอเพียงเกี่ยวข้องเป็นญาติกับฮ่องเต้ ต่อให้เดินบนถนนก็ย่อมเดินอวดเบ่งขวางทางได้เสมอ

โส่วหนิงโหวผู้นี้ยิ่งใช้สิทธินั้นอย่างถึงที่สุด ไม่ว่าจะเป็นข่มเหงชายหญิง แย่งชิงที่ดิน ยึดบ้านช่อง พฤติกรรมเลวร้ายมีให้เล่ากันไม่รู้จบ ความอหังกาของเขาจนได้ฉายาว่า

“แม้แต่ผียังหลีกทาง” แห่งเมืองหลวง

เขายังมีน้องชายอีกคนคือเจี้ยนชางป๋อ(หลวงแห่งเจี้ยนชาง) จางเอียนหลิง ทั้งคู่มีนิสัยเหมือนกัน เป็นที่รู้กันในเมืองหลวงว่า "สองอสุรกายแห่งราชสำนัก"

แน่นอนว่าขุนนางตรวจสอบและเหล่าขุนนางผู้กล่าวตักเตือนของต้าหมิงนั้นไม่ใช่พวกกินเปล่า บันทึกตักเตือนที่ส่งถึงโต๊ะของฮ่องเต้หงจื้อนั้นสูงท่วมหัว ถึงกับเคยมีผู้กล่าวตักเตือนกลางท้องพระโรงน้ำตานองหน้าเพื่อราชสำนักและราษฎร

ทว่าโชคร้ายที่ฮองเฮามีเพียงพระองค์เดียว ตระกูลของฮองเฮาก็มีเพียงน้องชายสองคนนี้ ซึ่งฮ่องเต้ทรงรักใคร่ตั้งแต่เยาว์วัย แม้ฮ่องเต้จะตั้งใจลงโทษหลายครั้ง แต่เพียงฮองเฮากระซิบหวานบนหมอนในคืนนั้น วันรุ่งขึ้นก็เป็นอันแน่ใจได้ว่าจะ “เก็บไว้พิจารณาภายหลัง” เช่นเดิม

เพราะความลำเอียงของฮองเฮา สองอสุรกายตระกูลจางนี้ก็ยิ่งเหิมเกริม เคยถึงกับปิดประตูห้องแล้วสรุปกันเองว่า แม้แต่ขุนทางทัดทานที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอริของคนพวกเขายังทำอะไรไม่ได้ พวกเขาก็คง “ไร้เทียมทาน” แล้ว หากมัวแต่เดินขวางถนนก็คงไม่เท่พอ ควรลอง “นอนขวางถนน” ดูสักที…

ครานี้ฉินฉานโชคร้ายสุดๆ เพราะเขาดันไปยุ่งเกี่ยวกับคนที่เก่งเรื่องอวดเบ่งที่สุดในเมืองหลวง แม้แต่ขุนทางทัดทานยังจัดการไม่ได้ ฉินฉานเองก็ไม่รู้ว่าจะมีวิธีใดรับมือ

ระหว่างทางกลับบ้าน บรรดานายทหารใต้อำนาจของฉินฉานเริ่มทยอยมาสมทบกัน เหมือนลำธารน้อยรวมกันเป็นสายน้ำใหญ่ ใกล้ถึงหน้าบ้านก็มีรวมกันเกือบหนึ่งร้อยคน ไม่มีข้อสงสัยใดว่า ติงซุ่นคือคนที่นำขบวนออกหน้า ส่วนคนอื่นๆ ซึ่งล้วนเกิดและเติบโตในเมืองหลวง เมื่อได้ยินว่าฮูหยินของนายท่านไปมีเรื่องกับโส่วหนิงโหว สีหน้าพวกเขาก็ล้วนลังเล หวาดๆ กลัวๆ แต่เพราะเกรงใจฉินฉาน จึงต้องกัดฟันตามมา มีเพียงติงซุ่นที่ดูร่าเริงราวกับเรื่องนี้ไม่น่าเกรงขามอะไรนัก ผู้นี้ดูท่าว่าจะไม่รู้จักโส่วหนิงโหวเลย

ฉินฉานรู้สึกพอใจอย่างมาก นี่แหละคือคนที่เขาต้องการ...ผู้กล้าผู้ไร้ความหวาดกลัว

เขาร้อนใจยิ่งนัก เดินเร็วราวกับติดปีก ติงซุ่นใช้ฝักกระบี่ตบไหล่ชาวบ้านที่ขวางทางให้หลีก ทางที่เขาเดิน ผู้คนที่โดนผลักล้วนมีสีหน้าไม่พอใจ แต่พอเห็นเครื่องแบบ “ปลาบิน” ของพวกเขา ก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยปาก ต่างก็รีบเปิดทางให้

ด้านหลัง ฉินฉานนำหน้าเหล่านายทหาร ส่วนจูโฮ่วจ้าวและกู่ต้าหยงเดินตามมาอย่างสบายๆ พูดคุยเล่นหัวไปตลอดทาง

เมื่อมาถึงหน้าบ้าน พบว่ามีข้าทาสมากมายล้อมอยู่หน้าประตู ขุนนางจากกรมซุ่นเทียนสองสามนายถือเหล็กและกุญแจมืออยู่ในมือ แต่กลับลังเลไม่กล้าเข้าไป ประตูบ้านถูกปิดสนิท ข้าทาสของจวนโหวที่อยู่ข้างนอกตะโกนด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายล้นปาก

ฉินฉานขมวดคิ้ว สีหน้ายิ่งขรึมกว่าก่อนหน้า

เรื่องนี้ดูจะร้ายแรงกว่าที่เขาคิดไว้มาก โส่วหนิงโหวเห็นได้ชัดว่าไม่คิดจะปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆ ไม่เช่นนั้นคงไม่ส่งคนมาก่อเรื่องใหญ่เช่นนี้

ติงซุ่นเห็นว่าฉินฉานสีหน้าไม่ดี เขาเองก็โกรธจัด จึงคำรามลั่น วิ่งนำหน้าพุ่งชนข้าทาสสองคนกระเด็น แล้วถีบขุนนางจากกรมซุ่นเทียนล้มไปอีกสองคน

เหล่านายทหารเห็นฉินฉานยืนนิ่งสีหน้าเย็นชา ติงซุ่นออกมือแล้ว ก็เข้าใจความหมายของเจ้านาย ต่างลังเลอยู่ชั่วครู่ สุดท้ายก็กัดฟันคว้าฝักกระบี่พุ่งเข้าลุย ในพริบตา ข้าทาสและขุนนางสองสามคนก็โดนซัดจนร้องโหยหวนเสียงดังสนั่น

ติงซุ่นตบมือแล้วถุยน้ำลายใส่พื้นอย่างแรง พลางตะโกน “จับไว้! ไอ้พวกไม่เจียมตัว คิดจะหือกับพวกเรากองกำลังองค์รักษ์เสื้อแพร หัวขาดยังน้อยไป!”

ข้าทาสที่โดนกดอยู่กับพื้นถึงจะบอบช้ำใบหน้าเขียวช้ำปูดบวม แต่กลับไม่แสดงความกลัวแม้แต่น้อย ยกหน้าขึ้นจ้องฉินฉานแล้วยังหัวเราะเยาะออกมา

ฉินฉานยกมือห้ามติงซุ่น เดินไปข้างหน้าข้าทาสผู้นั้นแล้วกล่าวด้วยเสียงนุ่มนวล “ข้าไม่คิดจะเอาเรื่อง เจ้าไปบอกโส่วหนิงโหวให้หน่อย เรื่องวันนี้ไม่ว่าใครผิดใครถูก ถือว่าจบลงตรงนี้เถิด”

ข้าทาสได้ยินคำของฉินฉานที่แฝงความถอย ก็ยิ่งได้ใจ หัวเราะเยาะพลางว่า “เจ้ากล้าทำร้ายข้าทาสของท่านโหว คิดว่าจบง่ายๆ ได้หรือ?”

ฉินฉานสูดหายใจลึก อดกลั้นอีกครั้งกล่าวว่า “ข้ายินดีจ่ายเงินชดใช้”

“รับไม่ได้ ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร ต่อให้เป็นขุนนางขั้นใด เรื่องนี้ก็ไม่มีทางจบ จวนโส่วหนิงโหวไม่ใช่พวกกินนิ่ม เว้นแต่...”

“เว้นแต่สิ่งใด?” สีหน้าฉินฉานเริ่มตึงเครียด

ข้าทาสเหลือบมองไปทางประตูบ้าน แล้วใบหน้าที่บวมช้ำก็ยกยิ้มชั่วร้ายขึ้น “เว้นแต่เจ้าจะยกคู่แฝดในบ้านเจ้าให้จวนโหว เรื่องนี้ถึงจะจบได้”

ฉินฉานก็ยิ้มด้วย สีหน้ายิ้มแย้มผิดเวลา แต่เขาก็ยังยิ้มออกมา ต้องนับถือความใจเย็นของตนเอง

“นี่เป็นความคิดของเจ้า หรือของเจ้านายเจ้า?”

ข้าทาสผู้นั้นก็ไม่โง่ ยักไหล่พร้อมหัวเราะ “เจ้านายของข้าเป็นผู้ที่เคร่งครัดต่อกฎหมาย มีหรือจะทำเรื่องต่ำช้าเช่นนี้ แน่นอนว่าพวกข้าในฐานะบ่าวต้องแบ่งเบาภาระแทนท่านโหว…”

เพี๊ยะ!

ฉินฉานลงมือตบหน้าข้าทาสผู้นั้นอย่างแรง

เขาเกลียดความวุ่นวาย แต่หากเรื่องวุ่นวายหลีกเลี่ยงไม่ได้ เขาก็จะเลือกเผชิญหน้าอย่างไม่เกรงกลัว

ติงซุ่นที่กดอารมณ์ไว้ไม่ไหวมาตั้งแต่ต้น ครั้นเห็นเจ้านายลงมือเองก็ไม่ลังเลอีกต่อไป คว้าคอเสื้อข้าทาสคนนั้นแล้วตบหน้ารัวเป็นพายุ ฟันกระเด็น เลือดสาด

ข้าทาสผู้นั้นกลับใจแข็ง กัดฟันไม่ส่งเสียงคราง ไม่รู้ว่าจวนโส่วหนิงโหวฝึกคนมาอย่างไร ช่างเหมาะจะไปแนวหน้าเผชิญศึกกับพวกต๋าต๋าเสียจริง

จูโฮ่วจ้าวยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลด้านหลังฉินฉาน สีหน้ายิ้มแย้ม เมื่อเห็นข้าทาสถูกตบ ก็ยิ่งดีใจ ชูกำปั้นอย่างฮึกเหิม อยากลงมือเองเสียด้วยซ้ำ ไม่แม้แต่จะคิดเลยว่าคนที่โดนตบคือบ่าวของจวนท่านน้าตนเอง

“ดีมาก...ขอบคุณท่านฉินที่เมตตาตบ! ข้าจะจำบุญคุณนี้ไว้!” ข้าทาสผู้นั้นใบหน้าเต็มไปด้วยเลือด ริมฝีปากบวมจนพูดยาก แต่ก็ยังตะโกนเสียงดัง

…………

จบบทที่ 115 - เภทภัยจากหญิงงาม

คัดลอกลิงก์แล้ว