- หน้าแรก
- สุภาพบุรุษจอมปลอมแห่งราชวงศ์หมิง
- 45 - เป็ดสามขา
45 - เป็ดสามขา
45 - เป็ดสามขา
45 - เป็ดสามขา
อย่าหาว่าฉินฉานรังแกบัณฑิตเลย บางทีท่าทีหลงตัวเองโดยไม่รู้ตัวของพวกมีการศึกษานี่มันก็น่าหมั่นไส้อยู่เหมือนกัน…เขาแค่ลงโทษเล็กน้อยเท่านั้นเอง
เรื่องรอให้ฉินฉานทำยังมีอีกมาก ขั้นต่อไปคือเขียนหนังสือต่อ ... ไซอิ๋ว ต้องรีบปิดต้นฉบับ แล้ว
ความฝันในหอแดง ล่ะ? ถึงเวลาปรากฏตัวหรือยัง? คราวนี้จะลงนามด้วยชื่อจริง หากโด่งดังเมื่อไร เขาจะไปเสพสุขแบบถังอิ๋นบ้าง! กินเปล่า ดื่มเปล่า นอนเปล่า ก่อนกลับยังได้ตังค์แถมอีก!
“พี่ฉิน อย่าเพิ่งไป!” ถังอิ๋นร้องเรียก
ฉินฉานหันกลับมา ... ถ้าหมายจะพูดเรื่องยี่สิบตำลึง เขาก็พร้อมจะต้มให้บ้าไปเลย
ดีที่พี่ถังเมาแล้วความจำไม่ดีกว่าปลาทองเท่าไหร่ แค่เจ็ดลมหายใจ เรื่องเงินคงลืมหมดแล้ว
“พี่ฉิน ข้าเพิ่งรู้วันนี้เอง ว่าเจ้าถูกถอดจากตำแหน่งบัณฑิต…ก็เพราะหญิงสาวผู้หนึ่ง ข้าเลื่อมใสมากจริงๆ” ถังอิ๋นประนมมือทำความเคารพ พูดโซเซ
ฉินฉานเบิกตากว้าง ... ความทรงจำตรงนี้ของเขาเป็นหลุมดำพอดี กำลังอยากรู้เรื่องอยู่พอดี ไม่คาดว่าถังอิ๋นจะรู้!
“พี่ถังรู้จากที่ใด?”
“น้องเสี่ยวหงจากพินชุ่ยกวน บอกข้า…”
พินชุ่ยกวน…คงเป็นชื่อหอนางโลม? เสี่ยวหงก็คงเป็นเด็กนั่งดริ๊งค์?
“รบกวนพี่ถังเล่าให้ละเอียด”
“เสี่ยวหงบอกว่า หลายเดือนก่อน มีบัณฑิตแซ่ฉินคนหนึ่งแวะเวียนมาที่หอพวกนางบ่อยขึ้นทุกวัน ตกหลุมรักหญิงสาวนาม ‘จินลิ่ว’ ซึ่งเป็นหญิงงามมีเกียรติในหอ แต่บุตรชายเจ้าเมืองถง ‘ถงอิงหลง’ หลงรักนางข้างเดียว อยากรับนางเป็นอนุ จินลิ่วไม่ยอม”
“บังเอิญวันนั้นบัณฑิตฉินอยู่ในหอด้วย ทั้งสองก็เลยทะเลาะกันใหญ่ ฉินฉานไม่รู้ไปคว้าอะไรมา ฟาดใส่อกของถงอิงหลงจนกระอักเลือด สุดท้ายก็เลยถูกถอดจากบัณฑิต ถงเจินจะจับขัง โชคดีที่เพื่อนร่วมสอบยื่นฎีกาช่วยไว้ได้ แล้วจินลิ่วก็ไปคุกเข่าหน้าจวน ขอร้องไม่ให้ลงโทษหนัก”
“ถงเจินกลัวเสียงประชาชน เลยให้แค่จ่ายเงินชดเชย…หลังจากนั้น จินลิ่วก็กลัวจะเป็นภาระของฉินฉาน เลยไถ่ตัวเองจากหอ แล้วจากเมืองไปเงียบๆ จนป่านนี้ก็ยังไม่รู้หายไปไหน…”
ฉินฉานอ้าปากค้าง
ถังอิ๋นมองเขาด้วยสายตาชื่นชมยิ่งนัก “เพียงเพราะหญิงงาม ยอมขัดขวางผู้มีอำนาจ พี่ฉินช่างเป็นยอดบุรุษผู้กล้า ข้าช่างละอายใจเสียจริง”
ฉินฉานเหงื่อแตกเต็มหน้าผาก
ร่างก่อนของข้าทำไมมันน้ำเน่าได้ขนาดนี้วะ…
เขากำลังคิดว่าจะเลียนแบบ*หลินไต้อวี้ในนิยายดีหรือไม่ หยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวขึ้นมา แล้วไอเลือดดำใส่สักหยด เพื่อเพิ่มอารมณ์เศร้าโศกเสียใจ…
(นางเอกเรื่องความฝันในหอแดง)
ถังอิ๋นถอนหายใจ “คนส่วนใหญ่มองว่าการเสพสตรีในหอนางโลมคือความสำราญ แต่น้อยคนจะเข้าใจว่าพวกนางก็เป็นคนที่ถูกโลกทอดทิ้ง ที่ว่าหอนางโลมชอบคนมีพรสวรรค์นั้น ผิดถนัด ที่แท้นางกลับรักคนมี ‘ใจ’ ยิ่งกว่า หงเฟิงหลบหนีในราตรี ลวี่จูโดดตึก…เพราะอะไร? เพราะคำว่า ‘ความจริงใจ’ ทั้งนั้น พรสวรรค์น่ะ มันก็แค่เปลือกสวยหรูภายนอก…”
เขามองฉินฉานตาวาววับ “พี่ฉิน เจ้าเป็นคนดังในหอพินชุ่ยกวนแล้วนะ เรื่องเจ้าตบะแตกเพราะจินลิ่วนั้น พวกนางยังพูดถึงไม่ขาดปาก พากันอยากชวนเจ้าขึ้นเตียง…”
ฉินฉานตาเป็นประกายทันที “พูดง่ายๆ ก็คือ…ข้าสามารถกินเปล่า ดื่มเปล่า นอนเปล่า?”
“เอ่อ…ใช่แน่นอน”
“แล้วมีค่าตอบแทนไหม?”
“เอ่อ…เจ้าคงไม่ต้องจ่ายอะไรเลย…”
“แล้วพวกนาง…จะให้ข้าเป็นค่าตัวแทนหรือไม่?”
ถังอิ๋นหนังตากระตุก “ก็…อาจจะ…นะ…”
ฉินฉานแหงนหน้าครุ่นคิด
“…ก็พอเป็นทางหารายได้ได้อยู่ เสียแต่ว่า…อาจจะหน้าด้านไปนิด”
เขาตบบ่าอีกฝ่าย สีหน้าซับซ้อนดั่งคนมีเรื่องหนักในใจ น้ำเสียงเคร่งขรึม “ขอข้าคิดดูก่อนแล้วกัน…”
ฉินฉานสุดท้ายก็ตัดใจตัดเส้นทางทำเงินนี้ทิ้ง
บางครั้งเขาก็แอบเกลียดตัวเองที่หน้าไม่หนาพอ หากว่าเขาเรียนรู้จากถังป๋อหู่บ้าง ทุกครั้งที่เข้าไปในหอคณิกา กิน ดื่ม นอน แล้วแสร้งทำเป็นไม่รู้ว่าเหล่าสตรีแอบยัดเงินให้ จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม
กลับออกมาด้วยท่าทางมึนเมา หลับไปหนึ่งตื่น ตื่นขึ้นมาก็แสร้งทำเป็นลืมหมดสิ้น คิดว่าเงินนั้นเก็บได้ข้างทาง ไม่กระทบศักดิ์ศรี ไม่ทำลายความละอายใจ ครั้งหน้าก็ยังสามารถทำท่าทางเย่อหยิ่งเสมือนหงส์สูงศักดิ์เดินเข้าไปในหอคณิกาได้อีก...
น่าเสียดาย ฉินฉานกลับเป็นคนขี้อายอย่างยิ่ง...ก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนให้คำจำกัดความนี้กับเขา
สำหรับหญิงงามชื่อจินลิ่วผู้นั้น ไม่รู้ว่านางไปที่ใดแล้ว จากคำบอกเล่าของถังอิ๋น เขารู้สึกว่านางเป็นสตรีที่ดีคนหนึ่ง นางเคยคุกเข่าไม่ยอมลุกอยู่หน้าจวนผู้ว่าฯ เพื่อเขา ถือว่ามีน้ำใจลึกซึ้ง แม้วิญญาณของฉินฉานคนก่อนจะหายไปแล้ว แต่หากวันหน้าได้พบกับนางอีก ก็จำต้องตอบแทนน้ำใจนี้อย่างสมควร
ชีวิตยังคงดำเนินอย่างเรียบง่าย ถือว่าดีทีเดียว ไม่ขาดแคลนเรื่องเงินทอง อาหาร เครื่องนุ่งห่ม แม้ไม่มีชื่อเสียงหรือตำแหน่งในราชสำนัก แต่ก็ใช้ชีวิตได้อย่างอิสระสุขสบาย ชาวบ้านธรรมดาย่อมมีความสุขแบบของชาวบ้านธรรมดา
น่าเสียดาย ชีวิตที่ดีเช่นนี้ผ่านไปได้ไม่กี่วัน ตู้เอี้ยนแม่นางตัวแสบผู้นั้นก็ถูกปล่อยตัวพ้นโทษแล้ว
เรื่องที่สตรีตระกูลตู้ปฏิเสธการแต่งงานในครั้งนั้นก็ถูกผู้คนลืมเลือนไปตามกาลเวลา ดูเหมือนตู้หงจะเห็นว่าสถานการณ์คลี่คลายลงแล้ว เช่นนี้การขังบุตรีคนโปรดไว้ทั้งวันทั้งคืนก็รู้สึกไม่สบายใจนัก จึงปล่อยนางออกมา
ปากก็บอกห้ามนางออกจากเรือนชั้นในของจวนผู้ว่าฯ แต่ตู้เอี้ยนจะฟังหรือ? พอบิดาหันหลังกลับ นางก็รีบร้อนพุ่งตัวออกมาทันที
เมื่อตู้เอี้ยนยกเท้าถีบประตูห้องฉินฉานอย่างคึกคัก ฉินฉานก็รู้ในทันทีว่า...วันคืนลำบากของตนเริ่มขึ้นแล้ว
“พ้นโทษแล้วหรือ?”
“อื้ม!” ตู้เอี้ยนพยักหน้าด้วยความตื่นเต้น
“ข้างในได้ปรับปรุงตัวดีหรือไม่?”
“ได้!”
“ถูกปล่อยออกมาแล้ว มีความสุขหรือไม่?”
“สุข!”
“เจ้าสุข ข้าก็สุข...ถ้าไม่มีอะไรเจ้ากลับไปก่อนนะ ข้าต้องทำงานหาเงิน”
ตู้เอี้ยนหน้าแดง หยิบถุงเงินปักลายอันประณีตออกมายื่นให้เขา “ตอนเราเพิ่งรู้จักกัน ถุงเงินของเจ้าถูกขโมยไปมิใช่หรือ? ช่วงที่ข้าถูกกักตัวอยู่ในเรือน ข้าเลยปักถุงเงินให้เจ้า...อย่ารังเกียจก็แล้วกัน”
ฉินฉานรับมาแล้วมองดู ก่อนหัวเราะลั่น “ไยปักเป็นเป็ดอ้วนสองตัว? เฮ้อ? ทำไมตัวหนึ่งมีสามขา พ่อแม่มันเป็นพี่น้องกันหรืออย่างไร?”
หัวเราะมากเกินเหตุ ชั่วพริบตาเดียวฉินฉานก็ถูกตู้เอี้ยนยกขึ้นกลางอากาศด้วยมือเดียว
“นั่นมันยวนยางเล่นน้ำ ไม่ใช่เป็ดอ้วน! เจ้าชั่ว เจ้าจงใจล้อข้าใช่หรือไม่?” ตู้เอี้ยนเผยสีหน้าเหี้ยมเกรียม
………..