เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

14 - ตัวอัปรีย์!

14 - ตัวอัปรีย์!

14 - ตัวอัปรีย์!


14 - ตัวอัปรีย์!

ถังอิ๋นผู้โดนฉินฉานตะล่อมจนไม่รู้เหนือใต้ เดินละเมอออกจากห้อง สภาพเหมือนคนหลงฝัน ปากพึมพำบทกลอนของตนเองอย่างหลงใหล

มุมปากฉินฉานเผยรอยยิ้มอีกครั้ง

ธุรกิจการพิมพ์หนังสือนี่กำไรงามนัก เพียงไม่กี่บทกวี ก็กวาดเงินมาสามร้อยตำลึง การร่วมมือกับถังอิ๋นนี่เห็นทีจะมีอนาคตไกล ควรขยับขยายความร่วมมือให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ออกบทกวีไปแล้ว ต่อไปจะออกอะไรดีล่ะ?

สี่สุดยอดวรรณกรรมยังไม่ถือกำเนิดแน่ๆ ตอนนี้เฉาเสวี่ยฉินคงยังเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวในร่างปู่ของปู่ของเขา ส่วน** อู๋เฉิงเอินก็คงเพิ่งแต่งงาน?

(*บัณฑิตราชวงศ์ชิงผู้ประพันธ์ความรักในหอแดง) (**ผู้ประพันธ์ไซอิ๋ว)

หรือลองเอา จินผิงเหมย(บุปผาในกุณฑีทอง เป็นนิยายอีโรติก) ออกมาเลยดีไหม? อ้างว่าเป็นผลงานของยอดอัจฉริยะถังอิ๋น นำไปตีพิมพ์เผยแพร่ทั่วหล้า...แต่อาจจะทำให้พี่ถังติดฉายาว่าหนุ่มสำส่อน

แต่พอคิดอีกที ถังป๋อหู่ก็ชำนาญในการวาดภาพอีโรติกอยู่แล้ว ดูเหมือนเดิมก็เป็นหนุ่มสำส่อนอยู่แล้วไม่ใช่หรือ?

แต่งจินผิงเหมยขึ้นมา ก็แค่เพิ่มสีสันในภาพลักษณ์เดิมเท่านั้นเอง อย่างไรก็คนอื่นรับกรรม เงินข้าได้

บัณฑิตกล่าวไว้ว่า สุภาพบุรุษไม่ยืนใต้กำแพงง่อนแง่น (ไม่ยืนอยู่ในจุดที่อันตราย)

ฉินฉานเป็นสุภาพบุรุษ เพราะฉะนั้น ให้พี่ถังไปยืนใต้กำแพงแทนแล้วกัน

ขณะที่กำลังฝันหวานถึงความร่ำรวย เสียงกระแอมเบาๆ ดังขึ้นในห้องเงียบ

ฉินฉานตกใจแทบวิญญาณหลุด พอมองชัดๆ ก็อึ้ง “เจ้ามาจากไหน?”

ใบหน้างามของตู้เอี้ยนเขียวคล้ำ กำหมัดแน่น

ทำไมคนผู้นี้พอเปิดปากแล้วทำให้อยากใช้กำลังใส่นักนะ?

“ข้า-นั่ง-อยู่-ตรง-นี้-ตั้ง-แต่-แรก!” ตู้เอี้ยนพูดทีละคำด้วยเสียงเย็นเฉียบ

ฉินฉานนึกๆ ดู ก็จริงอย่างที่นางว่า

หรือว่าสตรีนางนี้ไม่มีตัวตนกระนั้น?

“เจ้ายังไม่กลับอีกหรือ?”

ตู้เอี้ยนตวัดดวงตาขวางใส่ “เจ้าเสือกอะไร!”

ฉินฉานแค่นยิ้ม ในเมื่อข้าจ่ายเงินค่าเช่าห้อง แล้วเจ้าบุกเข้ามา ข้ายังไม่มีสิทธิ์ถามอีกหรือ?

ตู้เอี้ยนหยิบหนังสือบทกวีที่ถังอิ๋นลืมไว้ พลิกดูไปพลาง ดวงตาเริ่มเบิกกว้างทีละน้อย ราวกับบทกวีในเล่มมีมนตร์สะกด นางค่อยๆ อ่านอย่างละเอียด ปากขยับเบาๆ คล้ายกำลังลิ้มรสบทกวีอย่างลึกซึ้ง บางครั้งเงยหน้าขึ้นมองฉินฉานด้วยสายตาแปลกประหลาดและซับซ้อน

หัวใจฉินฉานสะท้าน สายตานั้นทำให้เขาขนลุก

เนิ่นนาน ตู้เอี้ยนก็ปิดหนังสือ ริมฝีปากคลี่ยิ้มอย่างมีเลศนัย

“บทกวีในเล่มนี้เป็นของถังอิ๋นทั้งหมด?”

“แน่นอน ข้าเป็นคนจดไว้”

“ทุกบท?”

“ใช่”

ตู้เอี้ยนปรายตามองปกหนังสือ สีหน้าเยือกเย็น “ปีหงจื้อที่สิบสาม ถังอิ๋นพัวพันคดีโกงข้อสอบ สร้างความเดือดดาลให้ราชสำนัก ขุนนางใหญ่อย่างหลี่ตงหยางสอบสวนด้วยตนเอง ถังอิ๋นจึงถูกถอดยศ ไม่อาจรับราชการชั่วชีวิต นับแต่นั้นชีวิตตกต่ำ จมปลักในสุราและหญิงงาม เรื่องนี้ทุกคนล้วนรู้ดี...”

“เรื่องของเขาเกี่ยวอะไรกับข้า?”

ตู้เอี้ยนยิ้มบาง “ขอเชิญท่านฉินฟังให้จบ แล้วเจ้าจะรู้ว่ามันเกี่ยวแน่นอน…”

“หลังจากถังอิ๋นถูกถอดยศ ภรรยาก็ทนความยากจนไม่ไหว ทะเลาะกันแล้วหนีไป ถังอิ๋นใช้ชีวิตลำพังในซูโจว หาเลี้ยงชีพด้วยการขายบทความและภาพวาด รายได้จากหนังสือล้วนใช้สำเริงสำราญ เขาใช้ชีวิตอย่างมัวเมา ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แนวบทกวีของเขาเปลี่ยนไปมาก แม้จะยังมีวรรณศิลป์ แต่เต็มไปด้วยถ้อยคำเหน็บแนมโลก บางทีก็ประชดราชสำนัก ด่าขุนนางผู้ใหญ่ แต่เพราะถังอิ๋นเป็นยอดอัจฉริยะที่ไร้พิษสง ราชสำนัก หน่วยจินอีเว่ย(องครักษ์เสื้อแพร) และหน่วยลับตงฉ่าง(สำนักตะวันออก)จึงไม่คิดจะเอาผิดกับเขา ปล่อยให้ระบายความคับข้องไป”

ฉินฉานถอนหายใจยาว “ชีวิตล้มเหลวจนต้องใช้เป็นอุทาหรณ์เลยนะ ข้าน่าจะจดไว้เตือนใจตัวเองทุกวัน...”

แววตาตู้เอี้ยนเปล่งประกายคล้ายมีน้ำใสซึม

“และต่อไปนี้...เกี่ยวกับเจ้าล่ะ” ตู้เอี้ยนหรี่ตา สายตาคมกริบ “...จากประวัติของถังอิ๋นที่พานพบมาในช่วงปีหลังๆ เจอทั้งหายนะและความผิดหวัง ทั้งคนและกลอนล้วนเปลี่ยนแปลง เจ้ายังคิดว่าเขาจะสามารถแต่งกลอนละเอียดอ่อนละมุนใจอย่าง ‘หากเพียงครั้งแรกที่พบเจอกัน’ หรือ ‘กลีบดอกไม้ร่วงไม่ใช่ไร้ใจ’ ได้หรือ?”

ใบหน้าฉินฉานกระตุก ปิดปากแน่น

ตู้เอี้ยนยังไม่หยุด นางเปิดหนังสือชี้ไปที่กลอนหนึ่ง แล้วกล่าวพร้อมรอยยิ้มเย็น “ข้าคิดว่าคงมีเพียง ‘คนว่าข้าบ้าเพี้ยนเสียสติ’ เท่านั้น ที่ยังมีกลิ่นอายของถังอิ๋นอยู่บ้าง ส่วนบทอื่นๆ อีกนับสิบบทที่คู่ควรจารึกในประวัติศาสตร์ ผู้แต่งที่แท้...คือเจ้าใช่หรือไม่? ถังอิ๋นคือบัณฑิตทื่อๆ แม้มีพรสวรรค์แต่ไม่ได้มีจิตใจลึกซึ้งถึงขนาดนั้น คนบางคนอาจหลอกเขาได้...แต่จะหลอกทั้งโลกไม่ได้หรอกนะ”

ฉินฉานเม้มปากแน่น เหงื่อผุดเต็มหน้าผากโดยไม่รู้ตัว

ตู้เอี้ยนจ้องเขาเขม็ง อย่างเนิ่นนาน แล้วถอนหายใจเบาๆ “ท่านฉิน เจ้าผู้มีพรสวรรค์เหนือฟ้า ไยต้องปิดบังซ่อนเร้นด้วย? เจ้ากลัวอะไรกันแน่?”

ตัวอัปรีย์!

สตรีผู้นี้คือตัวอัปรีย์โดยแท้!

ฉินฉานเหงื่อไหลชุ่มเย็นเฉียบ นี่แหละคือผลลัพธ์ของการประมาทผู้คนในยุคโบราณ แต่ไหนแต่ไรเขาคิดว่าทุกอย่างแนบเนียนไร้ช่องโหว่ กลับกลายเป็นว่าถูกนางจับพิรุธได้อย่างง่ายดาย

สวรรค์ช่างไม่ยุติธรรม มีคำกล่าวว่า “แข็งแรงแต่โง่เขลา” แล้วเหตุใดสตรีตรงหน้านี้ทั้งร่างกายกำยำสมบูรณ์และสติปัญญายังเฉียบคมเกินคาด?

คนกับปีศาจย่อมต่างเส้นทาง ข้าไม่ควรข้องแวะกับนาง...

ฉินฉานเม้มปากแน่น มองสบตากับตู้เอี้ยนอย่างไม่สะทกสะท้าน

แววตาของตู้เอี้ยนใสสะอาดดั่งแอ่งน้ำใส มองลึกลงไปไม่เห็นตะกอนใดๆ

นางเล่นกลอน รวมบทกวีป๋อหู อยู่ในมือ กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนสายลม

“ตั้งใจพักในโรงเตี๊ยมเดียวกับถังอิ๋น จากนั้นก็อ้างว่าขอประลองบทกวี หลอกเขาดื่มเหล้าจนเมามาย แล้วฉวยโอกาสจดบันทึกบทกวีอันเลิศล้ำสิบกว่าบทลงไป หลอกบัณฑิตเมาขาดสติคนนั้นเซ็นเอกสาร แล้วก็เอากลอนทั้งหมดที่ลงชื่อถังอิ๋นไปตีพิมพ์ จำหน่ายในนามยอดอัจฉริยะถังอิ๋น ผลก็คือถังอิ๋นได้ชื่อเสียงลอยๆ ส่วนท่าน...คุณชายฉิน ก็ได้ผลประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วย...อืม? คุณชายฉิน ข้าแค่เดาเล่นๆ ไม่ทราบเดาถูกหรือไม่?”

ฉินฉาน “…”

อยากฆ่านางปิดปากเสียจริงๆ…

ตู้เอี้ยนยิ้มหวานดุจดอกไม้แรกแย้ม “คุณชายฉิน ไม่พูดอะไร นี่คือยอมรับแล้วใช่หรือไม่? ข้ายอมรับเลยว่าท่านนี่มีฝีมือเหลือเกิน คนเช่นท่าน ไปที่ใดย่อมไม่มีวันยากจน”

ฉินฉานเงียบอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจู่ๆ ก็ลุกขึ้นเดินออกไปทางประตู พลางพึมพำเบาๆ “ผู้หญิงคนนี้พูดอะไรเยอะแยะ ข้ากลับฟังไม่รู้เรื่องเลยสักคำ...หรือว่านางบ้าไปแล้ว?”

กล่าวจบ ร่างของฉินฉานก็หายลับไปนอกประตู

…………..

จบบทที่ 14 - ตัวอัปรีย์!

คัดลอกลิงก์แล้ว