- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 1388: เสน่ห์ไม้หวาน
บทที่ 1388: เสน่ห์ไม้หวาน
บทที่ 1388: เสน่ห์ไม้หวาน
“ชิงชิง!”
ชิงเป่ารีบคว้าแขนเสื้อเธอไว้แน่น ร้องออกมาเสียงดัง
เฉียวซางหันกลับมา มองมันพลางยิ้มขำ
“ไม่ป่วยแล้วเหรอ?”
“ชิงชิง…”
พอรู้ว่าโดนจับได้ ชิงเป่าก็เลิกแกล้งทันที ทำหน้าหงอยแล้วร้องเสียงเบา บอกว่าที่จริงแล้ว…มันแค่ไม่อยากฝึกเรื่องทนกลิ่นเหม็นต่างหาก
เฉียวซางไม่พูดอะไร
“ชิงชิง”
“ชิงชิง…”
ชิงเป่าร้องเรียกเบาๆ สองครั้ง พยายามออดอ้อนผู้ฝึกของตัวเองอีกครั้ง
สัตว์อสูรที่ปล่อยกลิ่นเหม็นได้ขนาดนั้นก็มีไม่เยอะ ถ้าครั้งหน้าต้องแข่งอีก เจอคู่ต่อสู้แบบนั้นอีก ก็แค่ส่งซุนเป่าหรือคนอื่นลงไปแทนก็ได้…
“แต่ว่าในการแข่งบางประเภท คู่ต่อสู้เราไม่รู้ล่วงหน้าหรอกนะ” เฉียวซางพูดด้วยน้ำเสียงใจเย็น “แกลืมแล้วเหรอว่า ตอนแข่งระดับภูมิภาคเมื่อก่อนยังไง?”
“ชิงชิง…”
ชิงเป่าอยากจะเถียงว่า ในการแข่งแบบนั้น คู่ต่อสู้ก็มักจะรู้ล่วงหน้าอยู่แล้ว ถ้ารู้ว่าคู่ต่อสู้ใช้กลิ่นเหม็นก็แค่ไม่ส่งมันลงก็จบ
แต่พอคิดอีกที ถ้าพูดแบบนี้ออกไป มันจะดูเป็นตัวแสบ คิดเยอะ ขี้เกียจ ก็เลยต้องหุบปากให้แน่น แล้วตีหน้าเศร้าแทน
เฉียวซางพูดต่อ “อยากแข็งแกร่งก็ต้องพยายามฝึกเพื่อกลบจุดอ่อนของตัวเอง แกลองคิดดูสิ ถ้าในอนาคตต้องกลับไปอาณาเขตลึกลับ แล้วเจอกับปักษาปีกโบราณกับวิหคศีตละอีก พวกมันรู้อยู่แล้วว่าแกแพ้อะไร แล้วจงใจพาแกไปสู้ในที่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นล่ะ?”
ชิงเป่าชะงักไปเล็กน้อย แล้วเริ่มคิดตามอย่างจริงจัง
เฉียวซางพูดต่อ “อย่างหยาเป่าจุดอ่อนคือป้องกันไม่เก่ง มันเลยฝึกสร้างเกราะจากไฟตั้งแต่ต้นๆ หรือลู่เป่าที่ปกติเป็นพวกรักสะอาดมาก แค่เห็นสิ่งสกปรกในน้ำยังไม่ไหว แต่พอเป็นเรื่องการแข่งขัน มันก็ยอมพุ่งตัวลงไปในบ่อน้ำพิษโดยไม่ลังเล”
“แล้วก็ซุนเป่า ตอนที่เราโดนสัตว์อสูรที่ใช้ทักษะปิดกั้นมิติเล่นงานตอนอยู่ในป่า เราแทบออกมาไม่ได้เลย โชคดีที่ซุนเป่ามีทักษะผนึกที่สามารถทำให้ฝ่ายตรงข้ามใช้ท่าเดิมไม่ได้อีก มันเลยฝึกหนักเรื่องปิดกั้นมิติและผนึก เพื่อให้เวลาเจอเหตุการณ์แบบนั้นอีก ก็จะรับมือได้ดีขึ้น”
เธอเว้นจังหวะนิดหนึ่งแล้วพูดต่อ “ส่วนฉันกับกงเป่า เส้นทางวิวัฒนาการของกงเป่าคือวิวัฒนาการสายสัมพันธ์ทั้งหมด ซึ่งมันมีข้อดีเยอะ แต่ข้อเสียก็หนักเหมือนกัน เพราะในการต่อสู้ ถ้ากงเป่าโดนโจมตี ฉันก็จะเจ็บไปด้วย”
“เพราะแบบนั้น ฉันต้องฝึกหนักในเรื่องการป้องกัน เพื่อลดผลกระทบจากจุดอ่อนนี้ให้ได้มากที่สุด”
“ชิงชิง…”
ชิงเป่าฟังอย่างนิ่งๆ สีหน้าดูอึ้งๆ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ได้ยินเรื่องพวกนี้
เฉียวซางพูดจริงจัง “ที่ฉันพูดทั้งหมดก็แค่จะบอกว่า การค้นพบจุดอ่อนของตัวเองไม่ใช่เรื่องแย่ มันเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำ เพราะเราจะได้ตั้งหน้าฝึกมันให้กลายเป็นจุดแข็ง แล้วพอถึงเวลา คนอื่นก็จะไม่สามารถใช้มันมาโจมตีเราได้”
สัตว์อสูรหลายตัวแพ้เพราะโดนวิเคราะห์ทะลุจุดอ่อน แล้วถูกโจมตีแบบเจาะจงจุดนั้นซ้ำๆ จนแพ้ไป
ชิงเป่าฟังจบ คิดอยู่สองวินาที แล้วพยักหน้าแรงๆ อย่างมุ่งมั่น
“ชิงชิง!”
มันคิดผิดไปแล้ว มันจะฝึก! มันจะกำจัดจุดอ่อนให้ได้!
เฉียวซางยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ
“งั้นแกลองฝึกด้วยตัวเองไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะไปหาเพื่อนซ้อมให้”
“ชิงชิง!”
ชิงเป่าพยักหน้า แล้วลอยไปยังพื้นที่ฝึกฝั่งหนึ่ง เริ่มฝึกท่าม่านหมอกพลางตาทันที
เฉียวซางเดินไปยังเงาไม้ไม่ไกลนัก หยิบมือถือขึ้นมา กำลังจะโหลดแอปหาคู่ฝึก
บนดาวนภาเพลิงมีแอปสำหรับหาคู่ซ้อมแบบบริการถึงบ้านเยอะมาก สามารถเลือกได้ตามเงื่อนไขที่ต้องการ นัดเวลาได้เลย และผู้ฝึกกับสัตว์อสูรที่รับงานก็ติดต่อได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาไปประกาศที่ศูนย์ฝึกอสูรให้ยุ่งยาก
แต่ในขณะนั้นเอง เธอก็ได้ยินเสียงกริ่งดังมาจากฝั่งห้องนั่งเล่น
อาจารย์มิเคลล่าอยู่ที่ห้องนั่งเล่น…เฉียวซางเลยไม่ได้สนใจเสียงกริ่ง ก้มหน้าลงโหลดแอปต่อ
แต่ไม่นานนัก เสียงของอาจารย์มิเคลล่าก็ดังขึ้นใกล้ๆ
“เฉียวซาง มาหาเธอน่ะ”
หาฉัน?
เฉียวซางเงยหน้าขึ้นอย่างงงๆ เห็นอาจารย์มิเคลล่ายืนอยู่ใต้ชายคา ข้างๆ เธอมีสัตว์อสูรตัวหนึ่งยืนอยู่
ร่างกายสูงประมาณหนึ่งเมตร สีชมพูอมแดง มีแผงดอกไม้เป็นกลีบๆ ล้อมรอบช่วงคอ รูปร่างเพรียว แขนขาเรียวยาว สวมอุปกรณ์ปรับขนาดสีขาว
ทั้งที่อยู่ห่างกันตั้งหลายสิบเมตร แต่พอมันปรากฏตัว กลิ่นหอมหวานก็ลอยมากับสายลมแตะจมูกทันที
นี่มัน…เสน่ห์ไม้หวาน?
เฉียวซางจำมันได้ในทันที
“เม่ยเม่ย!”
ยังไม่ทันเธอจะพูดอะไร เสน่ห์ไม้หวาน ตัวนั้นก็รีบวิ่งเข้ามาอย่างดีใจ พร้อมส่งเสียงเรียกเธอ
เฉียวซางมองมัน ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“แกคือ…เสน่ห์กลิ่นสาบ?”
“เม่ยเม่ย!”
เสน่ห์ไม้หวานพยักหน้ารัวๆ ก่อนจะร้องตอบกลับด้วยความดีใจสุดขีด
เฉียวซางอึ้งไปทั้งตัว ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึงและงุนงง มีเพียงความคิดเดียววนเวียนอยู่ในหัว ว้าว เสน่ห์กลิ่นสาบวิวัฒนาการแล้วจริงๆ ด้วย!!
นับจากตอนที่เธอเจอมันครั้งสุดท้าย นี่มันยังไม่ถึงสองชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ!
แถมมันยังวิวัฒนาการเป็นเสน่ห์ไม้หวานอีกต่างหาก!
“เม่ยเม่ย?”
เสียงของเสน่ห์ไม้หวานดังขึ้น ดึงสติของเธอกลับมา เฉียวซางลังเลเล็กน้อยก่อนจะถามว่า
“วิวัฒนาการนี่ เป็นเพราะสิ่งที่ฉันพูดใช่ไหม?”
“เม่ยเม่ย!”
เสน่ห์ไม้หวานพยักหน้าแรงๆ อย่างดีใจ
จริงด้วยเหรอ… เฉียวซางทั้งดีใจแทนมัน และก็ช็อคกับความเร็วในการวิวัฒนาการของมันไปพร้อมกัน
ตอนที่อยู่ในสนามแข่ง เธอเห็นแววตาของเสน่ห์กลิ่นสาบเวลาหลบสายตาเธอ มันเต็มไปด้วยความรู้สึกต่ำต้อย นั่นแหละถึงเป็นเหตุผลที่เธอตัดสินใจซื้อช่อดอกไม้ไปให้หลังจบการแข่งขัน
เธอเคยคิดอยู่บ้างว่ามันอาจจะได้รับแรงใจแล้วค่อยๆ มั่นใจขึ้น จนในอนาคตวิวัฒนาการเป็นรูปร่างที่มันต้องการ…
แต่ไม่เคยคิดเลยว่าจะเร็วขนาดนี้!
คำพูดของเธอมีพลังขนาดนั้นเลยเหรอ เฉียวซางรู้สึกหัวว่างเปล่าไปพักหนึ่ง
“ชิงชิง?”
เสียงเรียกของชิงเป่าดังขึ้น มันหยุดฝึกแล้วลอยเข้ามาใกล้ มองเสน่ห์ไม้หวานจากหัวจรดเท้า แล้วก็ยื่นจมูกออกไปดม กลิ่นหอมกระจายชัดเจน
หน้าตาชิงเป่าเต็มไปด้วยความตกใจ ก่อนจะร้องว่า
เจ้านี่คือเสน่ห์กลิ่นสาบที่แข่งกับมันเมื่อเช้านี้จริงดิ?
มันได้ยินบทสนทนาทั้งหมดก่อนหน้านี้แล้ว
“เม่ยเม่ย”
เสน่ห์ไม้หวานยิ้มกว้าง แล้วพยักหน้า
“ชิงชิง!”
ชิงเป่าลอยเข้าไปใกล้ สูดกลิ่นอีกทีแล้วร้องเบาๆ
ตอนนี้หอมมากเลย…
“เม่ยเม่ย~”
เสน่ห์ไม้หวานหัวเราะเบาๆ อย่างสดใส
“ชิงชิง?”
“แล้วแกมาหาที่นี่ทำไมเหรอ?”
“เม่ยเม่ย!”
เสน่ห์ไม้หวานหันไปมองเฉียวซาง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ชิงชิง”
ชิงเป่าหันมามองเฉียวซางด้วยสีหน้าทึ่งและเคารพ พร้อมพูดว่า
มันบอกว่ามาเพื่อขอบคุณ ถ้าไม่ได้คำพูดกับช่อดอกไม้นั่นของเธอ มันก็คงไม่ได้วิวัฒนาการเป็นรูปร่างนี้
“ไม่หรอกๆ” เฉียวซางรีบพูด “ที่แกจะวิวัฒนาการได้ก็เพราะตัวแกเองต่างหาก”
เธอยิ้มพลางเสริมว่า
“อย่าลืมนะ ว่าเงื่อนไขในการวิวัฒนาการเป็นเสน่ห์ไม้หวาน ต้องอาศัยความเชื่อมั่นในตัวเองล้วนๆ”
เสน่ห์ไม้หวานหน้าแดงนิดๆ แล้วอยู่ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ มันร้องอย่างจริงจัง
“ชิงชิง?”
ชิงเป่าถึงกับทำหน้าตกใจ ยังไม่แปลออกมาทันที
“เม่ยเม่ย…”
เสน่ห์ไม้หวานดูรู้สึกผิด
หน้าชิงเป่าเริ่มบึ้งขึ้น ลมแรงเริ่มพัดรอบตัวมันอย่างควบคุมไม่อยู่
เฉียวซางรีบถาม
“มันพูดว่าอะไรน่ะ?”
“ชิงชิง!”
ชิงเป่าตอบด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
มันบอกว่าอยากขอโทษ ที่ก่อนหน้านี้ดอกไม้ที่เธอเคยให้ มันไม่ได้มีไว้ให้เปล่าๆ แต่แอบแฝงเจตนาจับตาดูเธอ เพราะมันอยากรู้จักตัวตนของเธอมากขึ้น หวังจะได้ทำพันธสัญญากับเธอ แล้วที่ไปสมัครแข่งก็เพราะรู้ว่าเธอลงแข่งเหมือนกันก็เลยตามไป…
“อะไรนะ?”
เฉียวซางเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
“เม่ยเม่ย!”
เสน่ห์ไม้หวานมองเธอด้วยแววตาจริงใจ สื่อถึงคำขอโทษที่ออกมาจากใจจริง
ชิงเป่ายังโกรธอยู่ สีหน้าดุดัน แต่ลมรอบตัวก็ค่อยๆ สงบลง
“ชิงชิง”
มันพูดต่อ
มันบอกว่า ตอนนี้มันรู้แล้วว่าทำผิด และไม่ได้คิดจะทำพันธสัญญาอะไรอีกต่อไปแล้ว แต่ถ้ามีอะไรให้ช่วยเมื่อไหร่ก็เรียกใช้ได้ตลอดเลย
“เม่ยเม่ย”
เสน่ห์ไม้หวานพยักหน้ารับอย่างจริงจัง
“ชิงชิง”
ชิงเป่าช่วยแปลต่อ
มันบอกว่า ทักษะในการเฝ้าติดตามใครแบบเงียบๆ ของมันเก่งมากเลยนะ ไม่เคยโดนใครจับได้เลย
แม้แต่อาจารย์มิเคลล่ายังไม่เคยรู้เลย…
เฉียวซางเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนสายตาเป็นประกายขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“พอดีเลย ฉันมีบางอย่างที่อยากให้แกช่วยอยู่พอดี”