เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1379—1380: อยู่ต่อ (สองตอนรวมกัน)

บทที่ 1379—1380: อยู่ต่อ (สองตอนรวมกัน)

บทที่ 1379—1380: อยู่ต่อ (สองตอนรวมกัน)


ทั้งสนามเงียบกริบไปเพียงชั่ววินาที จากนั้นเสียงฮือฮาก็ระเบิดขึ้นราวกับคลื่นซัดกระหน่ำ

แม้ว่าในศึกชิงจ้าวสัตว์อสูรระดับสูงสุดแกร่งจะเคยมีการแข่งขันที่จบเร็วมาก่อน แต่บรรดาคนดูและสัตว์อสูรที่นี่ก็ล้วนติดตามการแข่งขันมาตั้งแต่เริ่มต้น ทุกคนต่างมีภาพรวมคร่าวๆ เกี่ยวกับพลังของภูติเร้นเมฆา และรู้ว่ามันมักจะเจอศึกหนักขึ้นเรื่อยๆ ในรอบหลังๆ

แค่เมื่อวาน มันก็เกือบแพ้แล้วด้วยซ้ำ

แต่พยัคฆ์สายฟ้าดาวอัสนีในวันนี้ แข็งแกร่งกว่าคู่ต่อสู้เมื่อวานของภูติเร้นเมฆาเยอะมาก แต่กลับถูกเล่นงานจนแทบไม่ได้โต้กลับเลย ภายใต้คำสั่งของเฉียวซาง

“นี่แหละคือระดับของผู้ฝึก B อย่างแท้จริง น่ากลัวชะมัด…”

“ฉันแทบไม่เชื่อเลยว่าภูติเร้นเมฆาในวันนี้กับเมื่อวานจะเป็นตัวเดียวกัน”

“ที่แท้ภูติเร้นเมฆามีลักษณะเฉพาะตัวอย่างแรงกดดันแบบนี้ด้วย แล้วเมื่อวานตอนที่เจอแมงป่องแยกร่าง ทำไมมันไม่ใช้ล่ะ?”

“ความต่างระหว่างมีผู้ฝึกกับไม่มีผู้ฝึกนี่มันสุดโต่งจริงๆ…”

“ว่าแต่…หรือว่าพยัคฆ์สายฟ้าดาวอัสนีตั้งใจออมมือกันแน่นะ? อยู่ๆ ก็ยืนเฉยยอมให้ภูติเร้นเมฆาโจมตีได้ง่ายๆ”

“ก็เห็นๆ อยู่ว่าตอนเห็นสีของกลุ่มดาว มันถึงกับยืนค้างไปเลย นายไม่เห็นเหรอว่าหน้ามันช็อกแค่ไหนตอนนั้น?”

“ไม่เห็นเลยอ่ะ ฉันมัวแต่มองกลุ่มดาวอยู่น่ะสิ…”

“รู้สึกเลยว่าพอมีผู้ฝึกคอยสั่งการ ภูติเร้นเมฆาก็เหมือนมีหลักยึด ทำให้เก่งขึ้นเป็นเท่าตัวเลย”

“เจี๋ยวเจี๋ยว”

สัตว์อสูรคล้ายตะขาบตัวหนึ่งร้องขึ้น แสดงความเห็นว่าถ้ามันมีผู้ฝึกระดับ B มาคุม มันก็คงเก่งขึ้นเยอะเหมือนกัน

“กวานกวาน~”

สัตว์อสูรคล้ายคางคกตัวข้างๆ เสริมทันที บอกว่าตัวไหนก็เก่งขึ้นได้ทั้งนั้น ถ้าได้ผู้ฝึกระดับ B มาช่วยสั่งการ

โซนแขกรับเชิญ

พิธีกรเรียกสติกลับมาแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“เป็นการแข่งที่ฝ่ายหนึ่งโดนไล่บดขยี้จริงๆ การสั่งการของเฉียวซางไม่มีแม้แต่คำสั่งที่สูญเปล่า และภูติเร้นเมฆาก็ทำตามได้เป๊ะทุกจุด”

เธอนึกถึงหน้าที่ตัวเอง แล้วพูดต่อ “เชิญคุณเลนนาร์ดให้ความเห็นเกี่ยวกับการแข่งขันนี้ค่ะ”

เลนนาร์ดพูดด้วยน้ำเสียงชื่นชม

“คำสั่งของเฉียวซางเฉียบคมมากครับ เริ่มจากให้ภูติเร้นเมฆาใช้ทักษะเสน่ห์เพื่อชิงความได้เปรียบ หลังจากนั้นก็ใช้ประกายเวทมนตร์โจมตีตรงๆ และเหมือนเธอจะรู้ว่ามันยังไม่พอจะจบเกม เธอก็สั่งให้ภูติเร้นเมฆากลายเป็นสายลมหายตัวทันที เพื่อป้องกันการตอบโต้”

“พยัคฆ์สายฟ้าดาวอัสนีที่มองไม่เห็นคู่ต่อสู้ ต้องใช้แยกร่างเพื่อลดโอกาสโดนโจมตี แต่เฉียวซางก็สั่งให้ภูติเร้นเมฆาใช้แรงกดดันโจมตีในขณะที่ยังไม่เผยตัว ทำให้ร่างแยกทั้งหมดสลาย จากนั้นโจมตีปิดฉากทันที”

เขาหยุดนิดหนึ่ง แล้วเสริมด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ

“การแข่งขันนี้ทำให้ผมรู้ว่าตัวเองยังมีอะไรต้องเรียนรู้อีกมากจริงๆ ครับ”

“ดูเหมือนคุณเลนนาร์ดจะได้แรงบันดาลใจเยอะเลยนะคะ” พิธีกรหันไปทางอีกฝั่ง “แล้วผีหลอกน้ำตาเทียมล่ะ มีความคิดเห็นยังไงบ้าง?”

“เว่ยคู…”

“เว่ยคู…”

ผีหลอกน้ำตาเทียมร้องขึ้นสองครั้งด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

เสียงในหูฟังของพิธีกรแปลออกมาทันที เธอฟังจบแล้วพูดว่า

“ถูกต้องค่ะ สาเหตุหลักที่พยัคฆ์สายฟ้าดาวอัสนีแพ้เร็วขนาดนี้ ก็คือเพราะช่วงเริ่มต้นของการแข่งขันมันยังไม่สามารถตั้งสติได้ สีของกลุ่มดาวระดับ B ทำให้มันทั้งตกใจและหวาดกลัวมากเกินไป ถ้ามันได้สติเร็วกว่านี้ แล้วตระหนักว่าการแข่งขันเริ่มแล้วจริงๆ บางทีผลลัพธ์อาจไม่จบเร็วขนาดนี้ก็ได้”

“หวังว่าในการแข่งรอบต่อไป ถ้ามีสัตว์อสูรป่าตัวไหนต้องเจอกับเฉียวซางอีก จะสามารถสลัดความเกรงกลัวผู้ฝึกระดับ B ทิ้งไป แล้วแสดงศักยภาพที่แท้จริงออกมาได้นะคะ”

“เว่ยคู~”

ผีหลอกน้ำตาเทียมส่งเสียงขึ้นมาอีกครั้ง

พิธีกรได้ยินเสียงแปลจากหูฟังแล้วก็ยิ้มก่อนจะช่วยแปลให้ว่า

“ทุกคนอย่าลืมนะ นอกจากระดับของผู้ฝึกสัตว์อสูรแล้ว ระดับของพวกเธอน่ะ เท่ากันหมดเลย!”

พอได้ยินแบบนี้ บรรดาสัตว์อสูรป่าทั้งบนอัฒจันทร์และในโซนผู้เข้าแข่งขันต่างก็ส่งเสียงตะโกนตอบรับด้วยสีหน้าฮึกเหิมกันถ้วนหน้า

พิธีกรพูดต่อว่า

“ก่อนอื่น เรามาร่วมแสดงความยินดีกับผู้เข้าแข่งขันเฉียวซางกันก่อนค่ะ ที่คว้าชัยชนะในการแข่งขันครั้งนี้!”

ท่ามกลางเสียงเชียร์และสายตาชื่นชมมากมาย เฉียวซางหันไปมองทางที่ซุนเป่านั่งอยู่

แม้ระยะจะห่างไกล แต่ด้วยสายตาอันเฉียบคมของเธอ ก็สามารถสบตากับซุนเป่าได้อย่างแม่นยำ

“ซุนซุน~”

ซุนเป่ารู้ทันที ดวงตาเปล่งแสงสีฟ้าออกมา

ในวินาทีถัดมา ร่างของเฉียวซางและชิงเป่าก็หายไปจากสนามและปรากฏตัวในเขตผู้เข้าแข่งขันแทน

ทันทีที่พวกเธอปรากฏตัวขึ้น สายตาของผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดก็หันมาจับจ้องกันหมด

เสน่ห์กลิ่นสาบตอนแรกดูตื่นเต้นดีใจ แต่พอนึกถึงสีของกลุ่มดาวของอีกฝ่ายก็ชะงักไปทันที

“ชิงชิง~”

ชิงเป่าลอยไปยืนข้างๆ ซุนเป่า แล้วยกหัวขึ้นเล็กน้อย สีหน้าดูสดใสอย่างกับเพิ่งอาบน้ำเสร็จ

“ซุนซุน” ซุนเป่ายกนิ้วโป้งให้หนึ่งทีอย่างรู้หน้าที่ พร้อมกับส่งเสียงชมเชย

เฉียวซางเดินกลับมานั่งที่เดิม แล้วก็เห็นมังกรรากฐานนั่งอยู่ข้างๆ จึงถามขึ้นว่า

“พวกแกมาทำอะไรตรงนี้?”

ระหว่างที่พูด มังกรน้อยอสนีก็คลานขึ้นมาบนตัวเธอเงียบๆ แล้วส่งสายตาไม่เป็นมิตรใส่มังกรรากฐาน

แต่มังกรรากฐานจ้องมองแต่เฉียวซาง สีหน้าเต็มไปด้วยความซับซ้อน ราวกับมีอะไรอยากพูดแต่พูดไม่ออก

จังหวะนั้นเอง มิเคลล่าที่เพิ่งวางสายโทรศัพท์ก็พูดขึ้นว่า

“ไม่ดูแข่งต่อแล้ว กลับกันก่อนดีกว่า”

“เกิดอะไรขึ้นคะ?” เฉียวซางถาม

“ราชามังกรบอกว่าจะไปหาฉันที่บ้านพัก ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างทาง” มิเคลล่าตอบเรียบๆ

เฉียวซางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แล้วยิ้ม “ราชามังกรไม่มีเงินอีกแล้วเหรอคะ?”

มิเคลล่าหันมายิ้มขำๆ ใส่ “เปล่าหรอก มันมีเรื่องจะมาคุยด้วยน่ะ”

“โอเคค่ะ” เฉียวซางพยักหน้าโดยไม่มีข้อโต้แย้ง “งั้นก็ไปกันเลยค่ะ”

ว่าจบก็ตั้งท่ารอให้ไอพ่นเบิกฟ้าพาทุกคนวาร์ปออกจากสนาม

แต่จู่ๆ…

“โม่โม่!”

เสียงหนึ่งดังขึ้นขัดจังหวะ

เฉียวซางหันไปตามเสียง ก็เห็นมังกรเร้นลึกที่เคยเจอมาก่อน

ดวงตามันส่องประกายวาววับ สีหน้ากระตือรือร้น ไม่มีวี่แววของท่าทีขัดใจแบบตอนก่อนเลย

“โม่โม่!”

มังกรเร้นลึกวิ่งมาหาเฉียวซางอย่างร่าเริง ก่อนจะส่งเสียงเรียกอีกทีด้วยน้ำเสียงเป็นมิตรสุดๆ

มังกรรากฐานมองมันด้วยสีหน้าประหลาด

“ซุนซุน~”

ซุนเป่าส่งเสียงขึ้นมาอีกครั้ง

มันบอกว่าหัวหน้าเผ่ากำลังจะไปหาพวกเราที่บ้าน มังกรเร้นลึกเลยอยากติดไปด้วย

“โม่โม่~”

มังกรเร้นลึกพยักหน้าแรงๆ ยืนยันว่าใช่เป๊ะเลย

มิเคลล่ายังคงทำหน้านิ่งเหมือนเดิม เหมือนไม่แปลกใจกับการเปลี่ยนท่าทีของมังกรเร้นลึกเลยสักนิด

เฉียวซางพูดขึ้น

“ฉันจำได้ว่าแกยังไม่ได้แข่งเลยนี่นา?”

“โม่โม่~”

มังกรเร้นลึกทำหน้าเหมือนซาบซึ้งใจสุดๆ พร้อมกับร้องตอบว่า

ไม่คิดเลยว่าเธอจะจำได้ว่ามันยังไม่ได้แข่ง!

มังกรรากฐานพอได้ยินน้ำเสียงแบบนั้น ก็เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง แล้วหันไปมองมังกรเร้นลึกด้วยสายตาไม่อยากเชื่อเต็มแรง…

“ซุนซุน~”

ซุนเป่าช่วยแปลให้

สิ่งที่มังกรเร้นลึกพูดเมื่อกี้นี้ หมายความตามนั้นจริงๆ เหรอ? ทำไมรู้สึกว่าไม่เหมือนกับท่าทีตอนแรกของมันเลย… เฉียวซางชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ที่รู้ก็เพราะว่ายังแข่งไปไม่กี่รอบเองนี่”

“โม่โม่”

มังกรเร้นลึกร้องตอบกลับด้วยสีหน้าจริงจัง

พอได้ยินแบบนั้น มังกรรากฐานก็ทำหน้าช็อกทันที เหมือนคนที่เพิ่งรู้ว่าตัวเองมองคนผิดมาตลอด

ซุนเป่าเองก็อึ้งไปเหมือนกัน ก่อนจะช่วยแปลออกมาช้าๆ

“ซุนซุน~”

มันบอกว่าถ้าพวกเราต้องรีบกลับ มันยินดีจะถอนตัวจากการแข่งขันเพื่อกลับไปพร้อมกันเลย

ถอนตัว?

เฉียวซางทำหน้าเหลอหลาแล้วหันไปมองมังกรเร้นลึกเพื่อยืนยัน

“แกพูดว่าถอนตัวจริงเหรอ?”

“โม่โม่”

มังกรเร้นลึกพยักหน้าแรงๆ แบบไม่ลังเลแม้แต่น้อย

ถ้าได้ทำสัญญากับผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ B ที่อายุแค่ 17 แบบนี้ การแข่งอะไรนั่นมันก็ไม่สำคัญแล้ว

นี่มันมีธุระอะไรกันแน่นะ ถึงได้รีบร้อนอยากกลับไปหาราชามังกรขนาดนี้ เฉียวซางหันไปมองมิเคลล่าแล้วพูดว่า

“งั้นเรารอให้มังกรเร้นลึกแข่งให้เสร็จก่อนแล้วค่อยกลับพร้อมกันดีไหม ยังไงซะราชามังกรกว่าจะไปถึงที่นั่นก็น่าจะอีกพักใหญ่ ส่วนไอพ่นเบิกฟ้าจะพาเราข้ามพิกัดมิติกลับก็กินเวลาแค่แป๊บเดียวเอง”

มังกรเร้นลึกได้ยินแบบนั้นก็ทำหน้าปลื้มสุดๆ คราวนี้ดูแล้วปลาบปลื้มจริง ไม่เหมือนก่อนหน้านี้ที่แกล้งทำ

มิเคลล่าพยักหน้าน้อยๆ “ได้”

มีเฉียวซางอยู่ด้วย ต่อให้เธอกลับช้าไปหน่อย ราชามังกรก็คงไม่กล้าหงุดหงิดอะไร

ช่วงเวลาต่อมา เฉียวซางก็นั่งดูการแข่งขันไปเรื่อยๆ ขณะที่มังกรเร้นลึกก็นั่งข้างๆ เธอ คุยกับเธอบ้างนิดๆ หน่อยๆ โดยมีซุนเป่าช่วยแปลเป็นระยะ

มังกรรากฐานมองดูมังกรน้อยอสนีที่อยู่บนตัวเฉียวซาง แล้วทำหน้าเศร้าเงียบๆ

ในขณะเดียวกัน

บริเวณที่นั่งแถวหลังสุดของโซนผู้เข้าแข่งขัน

สัตว์อสูรพืชที่ทั่วตัวมีหนามแหลมกำลังมองแผ่นหลังของเฉียวซางอยู่ มันเอียงคอแล้วร้องถามด้วยความสงสัย

“ซี้ซี้?”

เธอคือคนที่แกอยากทำสัญญาด้วยใช่ไหม? ถึงได้จ้องอยู่ไม่ละสายตาแบบนั้น?

“เม่ยเม่ย…”

เสน่ห์กลิ่นสาบส่งเสียงเศร้าลงทันที

อืม แต่ตอนนี้…ไม่อยากแล้ว

“ซี้ซี้?”

เจ้าดอกไม้หนามทำหน้าฉงน แล้วร้องถามอีกรอบ

ทำไมล่ะ? มันจำได้นะว่าแกลงแข่งรอบนี้เพราะอยากให้มนุษย์คนนั้นเห็นความสามารถของแกไม่ใช่เหรอ?

“เม่ยเม่ย…”

เสน่ห์กลิ่นสาบตอบเบาๆ

ตอนนั้นมันยังไม่รู้ว่าเธอเป็นผู้ฝึกระดับ B แกลองคิดดูสิ…ผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ B จะยอมทำสัญญากับมันเหรอ…

“ซี้ซี้…”

ดอกไม้หนามนิ่งเงียบไปพักหนึ่ง ไม่รู้จะพูดปลอบยังไงดี

แม้มันจะไม่เคยเจอผู้ฝึกระดับ B โดยตรง แต่ก็รู้ดีว่าผู้ฝึกในระดับนั้น เวลาจะเลือกทำสัญญากับใคร ก็ล้วนแต่เลือกสัตว์อสูรหายากแทบทั้งนั้น ไม่ใช่แบบที่ใครก็ไม่อยากเลือกอย่างเสน่ห์กลิ่นสาบ

“ซี้ซี้…”

เจ้าดอกไม้หนามจู่ๆ ก็รู้สึกว่า ตัวเองกับเสน่ห์กลิ่นสาบนั้น น่าสงสารพอกัน มันยื่นอุ้งมือออกไป ตบหลังเสน่ห์กลิ่นสาบเบาๆ เหมือนจะปลอบ

“เม่ยเม่ย!”

แต่ทันทีที่อุ้งมือที่เต็มไปด้วยหนามสัมผัสโดน เสน่ห์กลิ่นสาบก็ร้องลั่นอย่างเจ็บปวด

เจ้าดอกไม้หนามตกใจจนรีบดึงอุ้งมือกลับทันที มันหันไปมองฝ่ามือที่เต็มไปด้วยหนามของตัวเอง แล้วก็ได้แต่เงียบ…

หนึ่งชั่วโมงต่อมา

ที่บ้านพัก

เฉียวซาง มิเคลล่า และพวกสัตว์อสูรอย่างหยาเป่าปรากฏตัวขึ้นกลางห้องนั่งเล่นโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย

“โม่โม่!”

ทันทีที่พวกเธอปรากฏตัวขึ้น ก็มีเสียงตะโกนอันตื่นเต้นดังมาจากด้านนอก

เฉียวซางหันไปมอง ก็เห็นราชามังกร กำลังบินพุ่งตรงมาจากลานฝึกกลางแจ้ง สีหน้ามันเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

“โม่โม่”

“โม่โม่”

มังกรรากฐานกับมังกรเร้นลึกร้องทักทายมันพร้อมกัน

ราชามังกรพยักหน้าให้พวกมัน แล้วก็รีบตรงเข้ามาหาเฉียวซาง สายตามันวาววับ มองเธอจากหัวจรดเท้าแบบไม่กะพริบ

มองฉันทำไมแบบนั้น เฉียวซางรู้สึกอึดอัดอยู่ในใจ ก่อนจะเอ่ยทักไปว่า “สวัสดีค่ะ ราชามังกร”

“โม่โม่!”

ราชามังกรเปลี่ยนลุคจากตอนไปครั้งแรกที่ดูจริงจังและน่าเกรงขาม กลายเป็นรอยยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตร พร้อมทั้งร้องเสียงอ่อนโยนออกมา

เฉียวซางถึงกับทำหน้าเหวอไปเลย

ก็ครั้งก่อนที่มันจากไปยังดูมีปัญหากันอยู่นิดๆ ทำไมจู่ๆ ถึงกลายมาเป็นแบบนี้ได้ล่ะ? พูดตามตรง มันแปลกชอบกล…

เธออดไม่ได้ที่จะเหลือบมองอาจารย์มิเคลล่า

มิเคลล่าไอกระแอมหนึ่งที แล้วพูดขึ้นว่า

“ไม่ใช่เธอบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับฉันหรอกเหรอ?”

“โม่โม่?”

ราชามังกรหันมามองเธอ พร้อมส่งเสียงตอบ

“ใช่ เธอพูดแบบนั้นแหละ” มิเคลล่าพยักหน้าเบาๆ

“โม่โม่!”

ราชามังกรหันกลับมามองเฉียวซางอีกครั้ง ดวงตายิ่งร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ

มังกรน้อยอสนีที่อยู่ใกล้ๆ เหมือนจะเริ่มจับสังเกตได้ สีหน้ามืดลงทันที แต่พอนึกถึงคำสัญญาที่ผู้ฝึกสัตว์อสูรของตัวเองเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ มันก็พยายามอดทนไม่ทำอะไร

บรรยากาศตอนนั้นเริ่มอึดอัดขึ้นเล็กน้อย

ซุนเป่าลอยไปทางข้างๆ แล้วถอดวงแหวนออก ก่อนจะหยิบเมล็ดแตงโมมากำหนึ่งขึ้นมาเคี้ยวกรุบกรอบ

“ชิงชิง~”

ชิงเป่าร้องขึ้น

ซุนเป่ายื่นเมล็ดแตงให้ทันที แล้วทั้งคู่ก็นั่งกินกันไปแบบชิลๆ ราวกับดูละครหลังข่าวกลางบ้าน

เฉียวซางที่โดนจ้องจนรู้สึกขนลุก ต้องรีบหาทางถอย จึงพูดขึ้นว่า

“งั้นฉันขอตัวไปพาหยาเป่ากับพวกไปฝึกก่อนดีกว่า ไม่รบกวนพวกอาจารย์คุยกันนะคะ”

ว่าแล้วเธอก็เตรียมจะเดินไปทางลานฝึกกลางแจ้ง

“โม่โม่!”

แต่ทันใดนั้น มังกรเร้นลึกก็ร้องออกมาอย่างร้อนรน มันหันไปมองราชามังกรแล้วส่งเสียงเหมือนจะเร่งว่า รีบบอกได้แล้ว!

“โม่โม่”

ราชามังกรเคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับเงาวูบหนึ่ง มันขวางทางเฉียวซางไว้ก่อนจะส่งเสียงเรียกด้วยท่าทีจริงจัง

เฉียวซางหันไปมองมิเคลล่าโดยสัญชาตญาณ

แต่มิเคลล่ากลับไม่พูดแปลอะไร เพียงแต่หันไปพูดกับราชามังกรว่า

“ก่อนหน้านี้ฉันส่งข้อความไป ทำไมไม่ตอบ?”

“โม่โม่”

ราชามังกรกลอกตาใส่เธอ พร้อมทำสีหน้าเหมือนจะบอกว่า นี่มันเวลาจะพูดเรื่องนั้นเหรอ แล้วก็ส่งเสียงเรียกอีกทีว่า รีบแปลสิ!

ให้ตายเถอะ นี่มันสีหน้าอะไรของมันเนี่ย มิเคลล่าแทบจะขนลุกขึ้นมาทั้งตัว แต่ก็ยังคงรักษาหน้านิ่งไว้แล้วแปลอย่างเรียบๆ ว่า

“ราชามังกรบอกว่า อยากให้เธอลองพิจารณาเรื่องสัญญาอีกครั้งน่ะ”

เฉียวซางนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนที่สมองจะประมวลผลแล้วเข้าใจทันทีว่าทำไมมังกรเร้นลึกกับราชามังกรถึงได้เปลี่ยนท่าทีไวขนาดนี้

เพราะพวกมันรู้แล้วว่าระดับผู้ฝึกสัตว์อสูรของเธอคือระดับ B

เสน่ห์ของฉันนี่มันน่ากลัวจริงๆ เฉียวซางถอนหายใจในใจ แล้วฝืนกลั้นยิ้ม ก่อนจะพูดอย่างเด็ดขาดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า

“ขอโทษนะ เรื่องที่ควรพูด ฉันพูดไปหมดแล้วตั้งแต่ครั้งก่อนแล้วค่ะ”

กงเป่าที่อยู่ด้านข้าง เหลือบมองผู้ฝึกของตัวเองอย่างเงียบๆ

มังกรรากฐานที่เงียบมาตลอด แสดงสีหน้าประมาณว่า รู้อยู่แล้วเชียวว่าจะเป็นแบบนี้…

มังกรเร้นลึกหันไปมองราชามังกรด้วยสีหน้าร้อนรน

“โม่โม่”

แต่ราชามังกรกลับไม่โกรธเหมือนตอนคราวก่อนเลย เสียงที่เปล่งออกมายังเรียกได้ว่า…อ่อนโยนอย่างเหลือเชื่อ

มิเคลล่ามุมปากกระตุกนิดหน่อยก่อนจะพูดว่า

“มันบอกว่า ไม่เป็นไร เธอค่อยๆ คิดก็ได้”

อะไรกันเนี่ย ฉันปฏิเสธชัดเจนขนาดนี้แล้วยังไม่ยอมเลิกอีกเหรอ เฉียวซางกำลังจะพูดอะไรต่อ

แต่ราชามังกรก็ร้องออกมาอีกครั้ง

“โม่โม่”

มิเคลล่าชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะตีหน้านิ่งแล้วถามย้ำ “เมื่อกี้เธอพูดว่าจะมาอยู่ที่นี่?”

หา? ราชามังกรจะมา อยู่ที่นี่?

เฉียวซางถึงกับอึ้งไปชั่วครู่

“โม่โม่”

ราชามังกรพยักหน้ารับอย่างมั่นใจ

มิเคลล่าทำหน้าปวดหัวทันที แล้วถามต่อว่า

“แล้วเผ่าที่เธอดูแลอยู่นั่นล่ะ จะทำยังไง?”

“โม่โม่”

ราชามังกรหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี บอกว่าจัดการไว้หมดแล้ว ทุกวันจะมีเด็กๆ ในเผ่าผลัดกันมาเยี่ยมแทน

มิเคลล่ากระตุกหางตาแรงกว่าเดิม แล้วถามเพื่อความชัดเจน “หมายความว่าจากนี้ไปทุกวันจะมีพวกลูกหลานเธอโผล่มาที่นี่งั้นเหรอ?”

“โม่โม่”

ราชามังกรพยักหน้าแรงๆ

มันคิดแผนไว้แล้ว ทุกวันส่งมังกรฝึกหัด หรือมังกรรากฐานมาบ้านนี้

มันไม่เชื่อหรอกว่าจะไม่มีตัวไหนเลยที่เข้าตา ผู้ฝึกสัตว์อสูรอายุ 17 ระดับ B คนนี้

นี่มันเป็นพรสวรรค์ระดับเทพ!

ถึงจะตกรอบในศึกชิงถ้วยอวกาศรอบแรกเลย มันก็มั่นใจว่าเธอมีโอกาสกลับมาแข่งรอบหน้าได้อีกครั้งหรือสองครั้ง!

คิดถึงตรงนี้ ราชามังกรก็ยิ่งมั่นใจเข้าไปอีกว่าจะอยู่ที่นี่ต่อแน่นอน

“โม่โม่!”

มังกรเร้นลึกได้ยินแผนของราชามังกรแล้ว ตาเป็นประกาย รีบร้องทันทีว่า งั้นวันนี้มันขออยู่เป็นเพื่อนหัวหน้าด้วยนะ!

ราชามังกรหันมามองมันด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความ…เอือมระอา

ตัวเองก็ระดับสูงแล้ว ใครเขาจะมาทำสัญญาด้วยง่ายๆ แบบนี้กันล่ะ อยู่ไปก็เปลืองเวลา เปลืองโควต้าเปล่าๆ

แต่เพราะอยู่ต่อหน้าเฉียวซาง มันก็ไม่ได้พูดความคิดในใจออกมา เพียงแค่หันไปมองมังกรรากฐานที่ยังเงียบอยู่ แล้วส่งเสียงเบาๆ

“โม่โม่”

แกก็อยู่เป็นเพื่อนฉันด้วยแล้วกัน

......

พรุ่งนี้จะกลับมาลงแบบก่อนหน้าแล้วนะครับ คือลง 4 ตอน ตั้งแต่เวลา 17.00 เป็นต้นไป แล้วเว้นระยะห่างตอนละ 2 นาที เมื่อวานกับวันนี้ขอฟาร์มเอนเกจหน่อยครับ :)

จบบทที่ บทที่ 1379—1380: อยู่ต่อ (สองตอนรวมกัน)

คัดลอกลิงก์แล้ว