- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 1377: ปรากฏตัว
บทที่ 1377: ปรากฏตัว
บทที่ 1377: ปรากฏตัว
“ผมอาจจะไม่เชี่ยวชาญเท่าผู้บรรยายมืออาชีพ แต่จะพยายามอย่างเต็มที่ เพื่ออธิบายการแข่งขันแต่ละการแข่งขันอย่างตั้งใจที่สุดครับ” เลนนาร์ดพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงใจ
“เว่ยคู” ผีหลอกน้ำตาเทียมยิ้มบางๆ แล้วร้องออกมาหนึ่งที
แม้จะไม่มีล่ามแปลสดในสนาม แต่บรรดาสัตว์อสูรที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ต่างก็ส่งเสียงเฮกันอย่างตื่นเต้น
หากเทียบกับตอนที่หมีรถไฟเป็นแขกรับเชิญในการแข่งขันประลองความเข้ากันของพันธสัญญาแล้ว ต้องบอกว่าผีหลอกน้ำตาเทียมดูจะเป็นขวัญใจในหมู่สัตว์อสูรมากกว่าอย่างชัดเจน
พิธีกรพูดใส่ไมค์ว่า “หลังจากการคัดเลือกที่ดุเดือดตลอดหลายวันที่ผ่านมา ตอนนี้เหลือผู้เข้าแข่งขันเพียง 64 คนสุดท้าย! ผู้เข้าแข่งขันบางคนเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูร บางคนก็เป็นสัตว์อสูรที่เข้าร่วมด้วยตัวเอง แล้วใครกันล่ะ ที่จะสามารถก้าวต่อไปสู่รอบถัดไปได้สำเร็จ!”
ในระหว่างที่เธอกำลังพูดนั้น กล้องก็แพนไปเรื่อยๆ ทั่วโซนผู้เข้าแข่งขัน
กลางสนามมีจอภาพเสมือนขนาดยักษ์ที่แสดงภาพสดให้ทุกคนในสนามได้เห็นพร้อมกัน
เมื่อกล้องส่องไปถึงโซนผู้เข้าแข่งขัน ชิงเป่าก็รีบถอดกระดาษทิชชูสองแผ่นที่ยัดจมูกไว้ออกอย่างไว แล้วหันมายิ้มหวานให้กล้องทันที
เสียงเฮเบาๆ ดังขึ้นเป็นระลอกจากบนอัฒจันทร์ ทั้งผู้ชมและสัตว์อสูรหลายตัวต่างก็โดนรอยยิ้มนั้นของชิงเป่าตกกันไปตามๆ กัน
พิธีกรพูดต่อ
“ต่อไป เราจะทำการจับคู่สำหรับรอบนี้!”
ทันใดนั้น ภาพบนจอยักษ์ก็เปลี่ยนเป็นรูปภาพของผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด ทั้งมนุษย์และสัตว์อสูร
รูปแต่ละใบสลับเคลื่อนไปมาอย่างรวดเร็ว
ผ่านไปราวสิบกว่าวินาที ภาพก็หยุดลง กลายเป็นคู่ๆ ตรงกลางจอ
เฉียวซางไล่มองภาพทีละใบ จนกระทั่งเห็นภาพของคู่ต่อสู้ตัวเอง
คู่แข่งของเธอในรอบนี้คือ พยัคฆ์สายฟ้าดาวอัสนี
พยัคฆ์สายฟ้าดาวอัสนี เป็นสัตว์อสูรประเภทไฟฟ้าระดับสูง มีดวงตาพิเศษที่สามารถมองทะลุได้ ถนัดในการตามหาและไล่ล่าศัตรูที่หลบซ่อน เป็นที่นิยมของหน่วยงานตำรวจ สัตว์อสูรหลายตัวที่เติบโตเต็มที่แล้วก็มักจะถูกว่าจ้างให้ทำงานในกรมตำรวจ
ในหัวของเฉียวซางก็ผุดข้อมูลพยัคฆ์สายฟ้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ตลอดช่วงที่ผ่านมา เธอกลับมาดูรีรันการแข่งขันของชิงเป่าหลายรอบ แต่ส่วนใหญ่เธอก็ดูแค่การแข่งขันที่ชิงเป่าแข่ง ไม่ได้ดูการแข่งขันทั้งหมด
ครั้งก่อนที่เธอมานั่งดูชิงเป่าลงแข่งที่สนามก็เคยเห็นพยัคฆ์สายฟ้าตัวนี้แข่งมาก่อน
ด้วยความจำเป็นเลิศของเธอ เธอยังจำได้ว่าพยัคฆ์สายฟ้าตัวนี้เป็นสัตว์อสูรป่าที่มาแข่งตัวเดียว มีทั้งพลังโจมตีและความเร็วระดับแนวหน้าในกลุ่มสัตว์อสูรระดับสูง และมีลักษณะเฉพาะตัวจิตใจทรหดที่จะช่วยเพิ่มพลังโจมตีเมื่ออยู่ในสภาพผิดปกติ
การแข่งขันรอบนี้คงต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะชิงเป่าไม่ได้มีพลังป้องกันสูงเท่าไหร่
“เล่ยซิง”
ในขณะที่เธอกำลังคิด เสียงเรียกหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
เฉียวซางหันไปมอง ก็เห็นว่าเป็น พยัคฆ์สายฟ้าดาวอัสนีตัวนั้นที่ถูกจับมาเป็นคู่แข่งกับเธอในรอบนี้นั่นเอง
พอหันไปมอง ก็เห็นว่าพยัคฆ์สายฟ้าดาวอัสนีอยู่ห่างไปสองสามที่นั่ง กำลังขยิบตาข้างหนึ่ง แล้วส่งสายตาหวานเยิ้มมาให้ชิงเป่า
ชิงเป่าก็ไม่ยอมแพ้ ขยิบตาคืนกลับไปด้วยท่าทางน่ารักไม่แพ้กัน
“เล่ยซิง”
พยัคฆ์สายฟ้าทั้งสองตาเปล่งประกายเป็นรูปหัวใจทันที แววตาเต็มไปด้วยความเคลิบเคลิ้ม
เฉียวซาง: “…”
ตัวผู้แถมยังไม่มีผู้ฝึกอีกต่างหาก ถ้าเปิดเกมมาด้วยท่าเสน่ห์ก่อน รับรองว่าสัดส่วนโอกาสชนะของเราขึ้นไปอย่างน้อย 30% แน่นอน
ทันใดนั้น เธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงหยิบมือถือออกมา เปิดค้นหาข้อมูลการแข่งขันศึกชิงจ้าวสัตว์อสูรระดับสูงสุดแกร่ง แล้วเริ่มตามหาคลิปการแข่งขันรอบก่อนๆ ของพยัคฆ์สายฟ้าตัวนี้
ชิงเป่ามีทักษะแลกเปลี่ยนพลัง ซึ่งใช้เป็นไพ่ตายได้อย่างเฉียบคม ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าอีกฝ่ายมีทักษะอะไรบ้างจะสามารถพลิกสถานการณ์ได้เลย
“กำลังดูอะไรอยู่?” อาจารย์มิเคลล่าถาม
“ดูการแข่งขันก่อนหน้าของพยัคฆ์สายฟ้าน่ะค่ะ” เฉียวซางตอบ “ฉันอยากรู้ว่ามันมีทักษะอะไรบ้าง”
ไม่ประมาทคู่แข่งแม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นสัตว์อสูรป่า ไม่เลวเลย มิเคลล่าพอฟังแล้วก็อดยิ้มพึงพอใจไม่ได้
เพราะก่อนหน้านี้ ผู้ฝึกสัตว์อสูรอัจฉริยะหลายคนที่มาถึงดาวนภาเพลิง พอเจอสัตว์อสูรป่าก็มักจะดูถูก ดูแคลนกันอยู่บ่อยๆ แต่นั่นไม่ใช่นิสัยของเฉียวซางเลยซึ่งทำให้เธอรู้สึกพอใจมาก
หลังจากพิธีกรกล่าวจบเกี่ยวกับขั้นตอนการแข่งขันต่างๆ อีกไม่นาน การแข่งขันคู่แรกของรอบนี้ก็เริ่มต้นขึ้น
เวลาเคลื่อนไปเรื่อยๆ การแข่งขันดำเนินอย่างราบรื่น
บรรยากาศในสนามก็เริ่มคึกคักมากขึ้นตามลำดับ
เฉียวซางปิดเสียงรอบข้างทั้งหมด มุ่งสมาธิอยู่กับชิงเป่า กำลังดูคลิปการแข่งขันของพยัคฆ์สายฟ้าในมือถือ บางทีก็จะชี้บอกให้ชิงเป่าจำทักษะจู่โจมบางท่าให้แม่น ไม่วอกแวกไปตามเสียงรอบข้างเลย
“ย่าห์!”
ไม่รู้ผ่านไปนานแค่ไหน หยาเป่าก็ส่งเสียงออกมาอย่างกะทันหัน
เฉียวซางเงยหน้าขึ้น แล้วก็เห็นว่าบนจอยักษ์มีภาพของผู้เข้าแข่งขันกลุ่มถัดไปขึ้นมาแล้วและหนึ่งในนั้นก็คือตัวเธอเอง
มาเร็วกว่าที่คิดแฮะ เธอเก็บมือถือเก็บอย่างสงบ ยืนขึ้นแล้วโบกมือเบาๆ เรียกชิงเป่ากลับเข้าสู่ตำราอสูร
ในศึกชิงจ้าวสัตว์อสูรระดับสูงสุดแกร่งนี้ จะไม่มีเจ้าหน้าที่มาประกาศเรียกนักแข่งขึ้นเวที ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของแต่ละคน
ถ้าไม่ขึ้นสนามภายในเวลาที่กำหนด ก็ถือว่าสละสิทธิ์ทันที
“เล่ยซิง!”
พยัคฆ์สายฟ้าดาวอัสนีตะกายกระโดดไม่กี่ครั้งก็ไปยืนประจำที่กลางสนามเรียบร้อย
เฉียวซางที่ตั้งใจจะเดินไปตามทางเดินขึ้นสนาม พอเห็นการปรากฏตัวของอีกฝ่ายแบบนี้ ก็หยุดฝีเท้าลง แล้วหันไปพูดกับซุนเป่าว่า
“ส่งฉันขึ้นสนามเลย”
“ซุนซุน~”
ซุนเป่าร้องตอบทันที ดวงตาส่องแสงสีฟ้าจางๆ
พร้อมกันนั้นเอง พิธีกรก็พูดใส่ไมค์ว่า
“ตอนนี้ หนึ่งในผู้เข้าแข่งขันพยัคฆ์สายฟ้าดาวอัสนีได้ขึ้นมาบนเวทีแล้ว! ด้วยพลังโจมตีอันน่าทึ่งของมัน ทำให้หลายคนจดจำได้ไม่ลืม ส่วนอีกคนหนึ่งคือเฉียวซางไม่รู้ว่าการแข่งขันนี้เธอจะมาที่สนามหรือจะปล่อยให้ภูติเร้นเมฆาแข่งเดี่ยวอีกครั้ง”
ยังพูดไม่ทันจบดี ก็มีร่างหนึ่งปรากฏขึ้นกลางสนามอย่างไร้สัญญาณเตือน เด็กสาวผู้มีใบหน้าคมชัด ดวงตาสีดำสนิท ผมดำมัดหางม้า ดูสง่างามน่าเกรงขาม
ใบหน้าและรูปลักษณ์ของเธอ ตรงกับภาพของผู้เข้าแข่งขันเฉียวซางไม่มีผิด
พิธีกรรีบเปลี่ยนน้ำเสียง ตื่นเต้นกล่าวต่อ
“ผู้เข้าแข่งขันเฉียวซางปรากฏตัวแล้วค่ะ! ในที่สุดเธอก็มาร่วมมือกับภูติเร้นเมฆาลงแข่งด้วยตัวเอง! การปรากฏตัวครั้งแรกของเธอในเวทีนี้ จะสร้างความตื่นตาได้แค่ไหนกันแน่!”
เสียงฮือฮาในอัฒจันทร์ดังขึ้นทันทีเมื่อทุกคนเห็นเด็กสาวคนนั้นปรากฏตัว
“ภูติเร้นเมฆาเป็นสัตว์อสูรจากบลูสตาร์ งั้นเฉียวซางก็น่าจะมาจากบลูสตาร์เหมือนกันใช่ไหม?”
“ในที่สุดเธอก็มาลงสนามซะที! ฉันดูการแข่งขันวันก่อนจากทีวี ยังแอบนึกว่าภูติเร้นเมฆาเป็นสัตว์อสูรป่าซะอีก!”
“เฉียวซางน่าจะมีสัตว์อสูรประเภทพลังจิตอีกตัวใช่ไหม? นี่ถึงขั้นวาร์ปตัวเองมาเลยนะ ขี้อวดจริงๆ”
“ดูอายุยังไม่เท่าไหร่เลยนะ แต่สามารถพัฒนาสัตว์อสูรระดับสูงได้ น่าจะเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรอัจฉริยะแล้วล่ะ”
“อย่าลืมนะว่าดูจากสัตว์อสูรที่เธอทำพันธสัญญาแล้ว ไม่ว่าเธอจะเป็นคนของดาวเราที่ได้สัตว์อสูรจากบลูสตาร์มา หรือเป็นคนจากบลูสตาร์ที่ข้ามจักรวาลมาแข่งขัน เธอต้องมีภูมิหลังไม่ธรรมดาแน่นอน สมัยนี้ถ้ามีทุน มีทรัพยากร ต่อให้ไม่มีพรสวรรค์ก็ปั้นสัตว์อสูรระดับสูงได้ไม่ยากหรอก”
“เห้ย เดี๋ยว! นั่นมันแชมป์ของการแข่งขันประลองความเข้ากันของพันธสัญญานี่! ฉันเพิ่งดูการแข่งขันของเธอไปเมื่อวานเลย!”
“ว่าแล้วเชียว ทำไมหน้าคุ้นๆ แบบนี้ เธอคือคนจากบลูสตาร์จริงๆ ด้วย! ฉันจำได้ว่าในการแข่งขันประลองความเข้ากันของพันธสัญญา สัตว์อสูรที่เป็นคู่หูของเธอก็เป็นสัตว์อสูรประเภทมังกรจากบลูสตาร์ด้วย!”
“สัตว์อสูรประเภทมังกรเหรอ? ไม่ต้องสงสัยเลย รวยชัวร์!”
ในโซนผู้เข้าแข่งขัน
“โม่โม่…”
มังกรเร้นลึกแสดงสีหน้าเข้าใจในทันใด เพิ่งจะรู้ตัวว่าก่อนหน้านี้มันไม่ทันได้สังเกตเลยว่าภูติเร้นเมฆานั่นคือสัตว์อสูรของมนุษย์คนนั้น คนที่มังกรรากฐานอยากทำพันธะด้วย
คู่แข่งที่มันให้ความสนใจมีไม่มาก แต่ภูติเร้นเมฆาก็เป็นหนึ่งในนั้น เพราะมันเป็นสัตว์อสูรต่างดาว แถมประเภทยังเป็นแฟรี่ซึ่งชนะทางประเภทของมันอย่างจัง ไม่ให้จำก็ยังไงอยู่…
ท่ามกลางเสียงซุบซิบไม่ขาดสาย สัตว์อสูรตัวหนึ่งที่ห้อยบัตรกรรมการก็ปรากฏตัวกลางสนาม มันยกธงสีเขียวขึ้นโบกไปทางเฉียวซาง
ตามกติกาการแข่งขัน หากเป็นการแข่งขันที่ฝ่ายหนึ่งเป็นสัตว์อสูรป่า และอีกฝ่ายเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูร ฝ่ายที่เป็นผู้ฝึกจะต้องเรียกสัตว์อสูรออกมาตามคำสั่งของกรรมการ
เฉียวซางเคยดูการแข่งมาก่อน จึงรู้กติกานี้ดีอยู่แล้ว
เธอค่อยๆ ยกมือขึ้น แล้วเริ่มประสานมือขึ้นเพื่ออัญเชิญ
ในเวลาไม่กี่วินาที กลุ่มดาวสีแดงสดใสก็ปรากฏขึ้นกลางสนาม ส่องแสงเจิดจ้าเหนือพื้นสนามแข่ง!