- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 1375—1376: การแข่งขันของชิงเป่า (สองตอนรวมกัน)
บทที่ 1375—1376: การแข่งขันของชิงเป่า (สองตอนรวมกัน)
บทที่ 1375—1376: การแข่งขันของชิงเป่า (สองตอนรวมกัน)
เมื่อเฉียวซางกลับเข้ามาในห้อง ลมเย็นก็พัดเข้ามาเบาๆ ทำให้ผ้าม่านปลิวไหวเล็กน้อย
ทันใดนั้น ลมแรงก็พัดกระโชกขึ้น ผ้าม่านพลิ้วไหวแรงจนเหมือนจะหลุดออกจากราง
“ซุนซุน!”
ซุนเป่าเทเลพอร์ตมาปรากฏตัวอยู่ข้างผู้ฝึกของตัวเอง พร้อมร้องลั่นด้วยความตกใจ
เฉียวซางพูดด้วยน้ำเสียงปลงๆ ว่า
“ชิงเป่า…”
“ชิงชิง~”
ลมแรงหายวับไป ชิงเป่าก็ปรากฏตัวออกมา แสดงสีหน้าเจื่อนๆ พร้อมร้องตอบแบบแสนจะน้อยใจ
“ซุนซุน!”
ซุนเป่ารีบส่ายหน้าแล้วรีบร้องเสียงรัวเป็นการปฏิเสธทันที บอกว่าตัวเองไม่ได้พูดอะไรเลย แค่แนะนำให้ชิงเป่าซ้อมเยอะขึ้นหน่อยก็เท่านั้น เดี๋ยวนี้คู่แข่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ แล้ว เกือบแพ้ไปแล้ววันนี้นะ!
“ชิง…ชิง…”
สีหน้าของชิงเป่าคุมไม่อยู่ หน้าดำคล้ำลงในพริบตา
ในขณะเดียวกัน ลมกรรโชกก็พัดขึ้นอีกครั้งจนหน้าต่างสั่นเสียง “กึงกึง” ลั่น
ถิงเป่าที่หลับอยู่บนเตียงโดนลมพัดกระเด็นลอยขึ้นในอากาศทันที
แต่เฉียวซางตาไว มือไว คว้ามันไว้ได้ก่อนจะร่วงลงพื้น แล้วก็เรียกชื่อด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้นว่า
“ชิงเป่า!”
“ชิงชิง…”
เสียงลมสงบลงทันที ชิงเป่าทำหน้าสลดแบบสุดๆ
เฉียวซางวางถิงเป่าที่ยังหลับอยู่กลับลงเตียง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า
“การแข่งขันช่วงหลังๆ คู่แข่งที่ยังเหลืออยู่ก็ต้องเก่งขึ้นเรื่อยๆ อยู่แล้ว เพราะผู้ฝึกกับสัตว์อสูรแต่ละคู่เขาก็เติบโตขึ้นจากการแข่งเหมือนกัน พอแข่งเสร็จแต่ละคนก็กลับไปทบทวน ปรับแผน แล้วฝึกให้หนักขึ้น ซุนเป่าไม่ได้พูดผิดหรอก ตอนนั้นพวกหยาเป่าก็โตมาแบบนี้เหมือนกัน”
“ซุนซุน!”
ซุนเป่าพอมีผู้ฝึกคอยสนับสนุนหลังบ้านก็ตัวตรงขึ้นทันที พยักหน้าแรงๆ อย่างเห็นด้วย
ใช่เลย ใช่เลย!
ชิงเป่าจ้องซุนเป่าตาเขม็ง
แน่นอนว่ามันก็เข้าใจดีอยู่แล้วว่าสิ่งที่ผู้ฝึกของมันพูดนั้นมีเหตุผล…แต่ไอ้เรื่องที่หลุดออกมาจากปากซุนเป่าน่ะ มันให้ความรู้สึกเหมือนโดนแขวะว่า “อ่อนหัด” ยังไงก็ไม่รู้ ทำให้มันรู้สึกหงุดหงิดมาก
“แข่งวันนี้ ฉันกลับมาก็รีบดูย้อนหลังแล้วนะ” เฉียวซางพูดพลางหัวเราะ “ทำได้ดีทีเดียวเลย คู่แข่งวันนี้เป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรที่มีประสบการณ์แล้ว การเจอกันเลยยากขึ้นหน่อย แต่ก็อย่าเครียดไป ถิงเป่าแข่งเสร็จแล้ว พรุ่งนี้ฉันจะไปลงสนามกับแกเอง”
พูดพลางก็ยื่นมือไปลูบหัวชิงเป่าเบาๆ
“ชิงชิง!”
ถึงแม้ว่าชิงเป่าจะรู้อยู่แล้วว่าผู้ฝึกของมันพูดแบบนี้แน่นอน แต่พอได้ยินจริงๆ ก็ยังอดรู้สึกดีใจไม่ได้อยู่ดี
มันดูการแข่งขันของผู้ฝึกตัวเองมาเยอะแล้ว และรู้ดีว่าแค่มีเธออยู่ข้างกาย โอกาสชนะของตัวเองก็เพิ่มขึ้นอีกมาก
ที่สำคัญ…มันชอบมากเวลาที่ได้สู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับผู้ฝึกของตัวเอง
“ชิงชิง~”
ชิงเป่ารู้สึกมีแรงฮึดขึ้นมาทันที ร้องเสียงดังบอกว่าจะไปฝึกแล้วนะ!
พูดจบก็มองซุนเป่าตาขวางหนึ่งที ก่อนจะกลายเป็นสายลมแล้วหายตัวไป
“ซุนซุน…”
ซุนเป่าถอนหายใจอย่างโล่งอก
นิสัยชิงเป่าเดี๋ยวนี้แรงขึ้นเรื่อยๆ แล้ว แค่เตือนด้วยความหวังดี มันก็ยังโกรธอีก ถ้าไม่มีผู้ฝึกอยู่ตรงนี้ช่วยพูดกลางไว้ ไม่รู้จะโดนพายุฟาดไปถึงไหนแล้ว
เฉียวซางปลอบว่า
“ชิงเป่ามีการได้รับความทรงจำด้วยน่ะ พอนิสัยได้รับอิทธิพลจากความทรงจำพวกนั้นก็เลยเปลี่ยนไปบ้าง รอให้มันรับทุกอย่างเข้าใจและนิ่งลง นิสัยน่าจะกลับมาดีขึ้นเหมือนเดิม”
“ซุนซุน?”
ซุนเป่าร้องถามอย่างอยากรู้
แล้วการได้รับความทรงจำนี่เกิดขึ้นตอนที่วิวัฒนาการเหรอ?
“ใช่” เฉียวซางพยักหน้าตอบ
“ซุนซุน?!”
ซุนเป่าพอได้ยินก็หน้าซีดทันที ส่งเสียงร้องออกมาอย่างตื่นตระหนกสุดขีด
งั้นหมายความว่า ถ้าชิงเป่าวิวัฒนาการอีกเรื่อยๆ นิสัยก็จะยิ่งแย่ลงทุกระดับเหรอ?!
ดูเหมือนว่า…อาจจะ…ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย... เฉียวซางเงียบไปสองวินาที ก่อนจะปลอบว่า
“ไม่หรอก การถ่ายทอดความทรงจำมันก็แค่ส่งผลต่อบุคลิกของชิงเป่าบ้างเล็กน้อย มันไม่ได้เปลี่ยนนิสัยดั้งเดิมไปทั้งหมดนะ อย่าลืมสิว่าตอนเราเจอชิงเป่าใหม่ๆ มันน่ารักเชื่อฟังขนาดไหน”
ทว่าถึงจะพูดแบบนั้นแต่น้ำเสียงเธอฟังดูไม่ค่อยมั่นใจนัก…
“ซุนซุน…”
ซุนเป่าหน้าเหม่อลอยไปเล็กน้อย คล้ายจะตกอยู่ในภวังค์แห่งความทรงจำ
พูดตรงๆ เลยนะ ตอนนี้นิสัยของชิงเป่ามันแรงซะจนมันแทบจะลืมไปแล้วว่าชิงเป่าเคยเป็นยังไงมาก่อน…
ตอนที่ซุนเป่ากำลังจะหลุดเข้าโหมดคิดยาว เฉียวซางก็พูดขึ้นว่า
“ไปฝึกได้แล้วนะ แกซ้อมน้อยไปหน่อยช่วงนี้”
“ซุนซุน…”
ซุนเป่ารีบดึงสติกลับมา สีหน้าเหนื่อยล้าเหมือนมนุษย์เงินเดือนหมดไฟ แล้วก็ลอยเข้าไปในโพรงมิติสีดำที่เปิดขึ้นกลางอากาศ หายตัวไป
ภายในห้องกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
เฉียวซางมองถิงเป่าแวบหนึ่ง ก่อนจะนั่งขัดสมาธิลงบนเตียง เริ่มการนั่งสมาธิ
…
พระอาทิตย์ตกดิน
ถึงเวลาอาหารเย็น
ที่โต๊ะอาหาร มิเคลล่าช่วยหยิบจานเม็ดพลังงานของถิงเป่ามาวางตรงหน้าให้มัน
ถิงเป่ามองจานแว้บนึง ก่อนจะเบือนหน้าหนี
เฉียวซางเห็นแบบนั้นก็ขยับจานใส่เม็ดพลังงานไปยังฝั่งที่มันหันหัวไป
พอเห็นว่าเป็นผู้ฝึกของตัวเองเป็นคนยื่นให้ ถิงเป่าก็ยอมก้มหน้ากินเงียบๆ
มิเคลล่า: “…”
เธอเดินมานั่งที่โต๊ะ หยิบตะเกียบขึ้น แล้วแกล้งถามเหมือนไม่ใส่ใจว่า “ถ้าเธองอนกับสัตว์อสูรของตัวเอง เธอจะทำยังไงเหรอ?”
เฉียวซางชะงักไปนิด “ราชามังกรยังงอนอยู่เหรอคะ?”
“เปล่า” มิเคลล่าตอบหน้าตายไร้รอยแดง “ฉันแค่ถามเฉยๆ”
“ก็ง้อสิคะ” เฉียวซางตอบพลางคีบกับข้าว “พวกหยาเป่าอารมณ์ดีทั้งนั้น แทบไม่เคยงอนอะไรเลย ถ้ามีปัญหาจริงๆ พอฉันอธิบายด้วยเหตุผล พวกมันก็เข้าใจได้หมดเลยค่ะ”
ไม่น่าถามเลยจริงๆ… มิเคลล่าหน้าตาย คีบข้าวใส่ปากแบบเซ็งๆ
เฉียวซางถามต่อ
“อาจารย์เคยบอกว่าเวลาราชามังกรต้องการเงินมันจะติดต่อมาเอง ตอนนี้ยังไม่มาหาเหรอคะ?”
มิเคลล่า: “…”
“แล้วรางวัลแชมป์การแข่งขันประลองความเข้ากันของพันธสัญญานี่จะได้เมื่อไหร่เหรอ?” มิเคลล่าหักมุมเปลี่ยนเรื่องทันที
แปลว่าราชามังกรยังไม่ยอมคืนดีกับอาจารย์สินะ… เฉียวซางคิดในใจ ก่อนจะตอบว่า
“เขาบอกว่าให้เก็บใบเสร็จค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับถิงเป่าไว้ แล้วทุกเดือนจะมีเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบว่าเงินถูกใช้ไปกับมันจริงไหม ถ้าผ่านการยืนยัน ก็จะได้รับเงินชดเชย รวบยอดเป็นรายเดือนค่ะ”
พูดตามตรง เธอว่ามันยุ่งยากอยู่เหมือนกัน
มิเคลล่าได้ยินแล้วก็พยักหน้ารับอย่างใจเย็น
“งั้นเดี๋ยวฉันจะลิสต์รายการวัตถุดิบที่ถิงเป่าต้องใช้ไว้ให้ ไปหาซื้อให้เรียบร้อย แล้วเลือกของที่คุณภาพสูงที่สุดเท่าที่จะหาได้”
แม้เธอจะไม่ใช่นักพัฒนาสัตว์อสูร แต่ก็เคยเลี้ยงสัตว์อสูรประเภทมังกรมาก่อน อย่างน้อยก็พอรู้ว่าสัตว์อสูรระดับเริ่มต้นของสายมังกรต้องใช้อะไรบ้าง
ถิงเป่าที่กำลังกินเม็ดยาอยู่ชะงักเล็กน้อย เงยหน้ามองมิเคลล่าด้วยสายตาแปลกใจ
“รับทราบค่ะ” เฉียวซางพยักหน้า
ช่วงนี้มัวแต่ซ้อมแข่ง นั่งสมาธิ พักผ่อนแทบไม่พอ ของที่อาจารย์แจ็คเกอลีนแนะนำไว้ว่าเหมาะกับสัตว์อสูรประเภทไฟฟ้ายังไม่ได้ไปหาซื้อเลย คราวนี้ก็ถือโอกาสไปพร้อมกัน
หลังจากทานข้าวเสร็จและจัดโต๊ะเรียบร้อย เฉียวซางก็หยิบมือถือขึ้นมา เปิดดูร้านขายวัตถุดิบสำหรับสัตว์อสูรในละแวกใกล้ๆ แล้วส่งข้อมูลร้านให้ซุนเป่า
ขณะเดียวกัน เธอก็สังเกตว่าถิงเป่าเอาแต่จ้องเธออยู่ ก็เลยถามว่า
“ไม่ไปฝึกเหรอ?”
“ถิงถิง?”
ถิงเป่าร้องตอบเสียงเบา
เฉียวซางที่ดูเหมือนจะเข้าใจโดยไม่ต้องให้ใครแปลก็ตอบกลับทันที
“โอเค เดี๋ยวซื้อของที่แกต้องใช้เสร็จแล้ว ฉันจะนั่งสมาธิให้นะ”
ถิงเป่ากระพริบตาปริบๆ มองผู้ฝึกของตัวเองอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ ถึงพูดเรื่องนั้นขึ้นมา
“ซุนซุน~”
ซุนเป่าที่เพิ่งวางมือถือรีบลอยมาช่วยแปลให้ทันที
เจ้าหกถามว่าแข่งจบแล้ว แล้วจะฝึกไปทำไมอีก?
หาา? หมายถึงเรื่องนี้เหรอ…? เฉียวซางถึงกับนิ่งไปพักนึง ก่อนจะพูดว่า
“ถ้าอยากเก่งขึ้น มันไม่ได้แค่ฝึกตอนแข่งหรอกนะ เวลาปกติก็ต้องฝึกเหมือนกัน”
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมวันนี้ถิงเป่ากลับมาหลังแข่งแล้วก็หลับเลย ตอนแรกเธอยังนึกว่าเพราะมันเหนื่อยเกินไปจากการแข่งขัน ที่ไหนได้ มันคิดว่าแข่งเสร็จแล้ว ไม่ต้องฝึกแล้วต่างหาก
เธอเพิ่งตระหนักได้ว่า ถิงเป่าน่าจะไม่ใช่พวกขยันฝึกเองตามธรรมชาติแบบหยาเป่า ลู่เป่า หรือกงเป่า
“ถิงถิง”
ถิงเป่าพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะค่อยๆ หมุนตัวคลานออกไปทางสนามฝึกกลางแจ้ง
แต่ถึงจะไม่ได้เป็นสายขยันเองโดยธรรมชาติ แต่ก็ดีที่ฟังเหตุผลเข้าใจง่ายอยู่ เฉียวซางถอนหายใจอย่างโล่งอกโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะหันไปพูดว่า
“ไปกันเถอะ”
“ซุนซุน~”
ซุนเป่าพยักหน้า จากนั้นดวงตาก็เปล่งแสงสีฟ้าอ่อน ก่อนจะเทเลพอร์ตพาตัวเองและผู้ฝึกหายวับไปจากที่เดิม
…
เช้าวันถัดมา
หลังจากเฉียวซางตื่นนอน ก็นั่งสมาธิเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ก่อนจะล้างหน้าล้างตาอย่างง่ายๆ แล้วทานอาหารเช้าเสร็จ
เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว มิเคลล่าก็พยักหน้าให้สัญญาณกับไอพ่นเบิกฟ้า
ไอพ่นเบิกฟ้าเปล่งแสงฟ้าออกจากดวงตา แล้วพาทั้งเฉียวซาง หยาเป่า เหล่าสัตว์อสูร และมิเคลล่าหายตัวออกจากที่เดิม
สนามแข่งของศึกชิงจ้าวสัตว์อสูรระดับสูงสุดแกร่ง
เวลานี้ บริเวณสนามคลาคล่ำไปด้วยผู้คนและสัตว์อสูร ผู้คนและสัตว์อสูรเดินสวนกันในโซนกิจกรรม มีทั้งเข้าไปในร้านอาหารแถวนั้น แวะซื้อของกินหรือของเชียร์จากร้านแผงลอย บ้างก็ถ่ายรูปตามจุดต่างๆ บ้างก็ไปต่อแถวตรวจตั๋วบริเวณทางเข้า
เฉียวซางมองซ้ายขวาสำรวจเล็กน้อย แล้วก็พาหยาเป่ากับตัวอื่นๆ เดินไปยังทางเข้าสำหรับผู้เข้าแข่งขัน
ทันใดนั้น เสียงตะโกนก็ดังขึ้น
“นั่นมันภูติเร้นเมฆา!”
ทันทีที่คำนี้ดังขึ้น เฉียวซางก็รู้สึกได้ทันทีว่าทุกสายตารอบข้างพุ่งมาที่เธอ
“ชิงชิง~”
ชิงเป่าหันไปยิ้มหวานให้คนที่ร้องเรียก
“กรี๊ด! น่ารักมากกก!” ฝูงคนที่อยู่รอบๆ ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดทันที
เกิดความวุ่นวายขึ้นเล็กน้อย
“นั่นมันภูติเร้นเมฆาจริงๆ ด้วย! ตัวจริงน่ารักกว่าที่เห็นในจออีก!”
“ข้างๆ มันคือผู้ฝึกของมันเหรอ?”
“ได้ข่าวว่าภูติเร้นเมฆาเป็นสัตว์อสูรจากบลูสตาร์ ผู้ฝึกมันก็คงเป็นคนจากบลูสตาร์เหมือนกันมั้ง?”
“ดีใจจังเลยที่ได้เห็นตัวจริง ฉันดูแข่งเมื่อวาน ตอนที่มันเกือบแพ้ ฉันลุ้นจนไม่กล้าดูต่อเลย…”
พึ่งแข่งมาไม่กี่วัน แต่ชิงเป่ากลายเป็นที่นิยมขนาดนี้แล้วเหรอ? เฉียวซางเหลือบมองชิงเป่าด้วยสายตาแปลกใจ
ดาวนภาเพลิงถือเป็นดาวที่อยู่ร่วมกับสัตว์อสูรได้ดีที่สุด มีโครงสร้างสังคมเฉพาะตัว แถมแชมป์ของศึกชิงถ้วยอวกาศหลายสมัยก็ล้วนมาจากที่นี่ ทำให้เวลาใครจากดาวอื่นจะมาเที่ยวข้ามดาวก็มักเลือกที่นี่เป็นเป้าหมายแรก
ด้วยเหตุนี้ ผู้คนจากต่างดาวและสัตว์อสูรจากดาวอื่นๆ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกตาที่นี่มากนัก อย่างตอนถิงเป่ามาแข่งใหม่ๆ ถึงจะโดนจับตาบ้าง แต่ก็ไม่ได้เป็นประเด็นใหญ่โตอะไร
ตอนเธอพาชิงเป่ามาที่ดาวนภาเพลิง ก็เคยได้ยินเสียงของคนรอบข้างใช้เครื่องระบุชนิดสัตว์อสูรเพื่อสแกนมัน
หลายคนแค่ระบุไม่ได้ หรือบางคนก็แค่เห็นว่าเป็นสัตว์อสูรประเภทแฟรี่ระดับสูงจากดาวบลูสตาร์เท่านั้น ยังไม่มีใครพูดถึงสถานะสัตว์อสูรในตำนานเลย
ชิงเป่ากระพริบตาด้วยสายตาใสแจ๋ว ราวกับจะบอกว่า มันดังขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องปกติรึไง?
ก็จริงนั่นแหละ หน้าตาน่ารักแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ เลย เฉียวซางมองชิงเป่าที่ตัวกลมๆ หน้าฟูฟ่องนุ่มนิ่มแล้วก็คิดว่า แม้จะไม่มีสถานะเป็นสัตว์อสูรในตำนาน ยังไงก็คู่ควรกับความนิยมอยู่ดี
เธอสลัดความคิดออกจากหัว แล้วพาชิงเป่าและพรรคพวกมุ่งหน้าเข้าสู่ทางเข้าสำหรับผู้แข่งขัน ท่ามกลางสายตานับไม่ถ้วน
สนามแข่งของศึกชิงจ้าวสัตว์อสูรระดับสูงสุดแกร่งมีขนาดใหญ่มหึมา พื้นที่สำหรับนักแข่งจึงกว้างขวาง มีที่ให้นั่งทั้งผู้ฝึกและสัตว์อสูรคู่หู และเพราะแข่งกันมาหลายรอบแล้ว จึงมีหลายที่นั่งว่างจากคู่ที่ตกรอบไป
หลังจากการแข่งขันผ่านไปสามรอบ ฝ่ายจัดงานก็เปิดให้ผู้เข้าแข่งขันพาญาติหรือผู้ติดตามมาด้วยได้หนึ่งคน เฉียวซางจึงได้นั่งข้างอาจารย์มิเคลล่า
ทันทีที่เธอนั่งลง กลิ่นเหม็นคุ้นเคยก็ลอยมาปะทะจมูก เธอหันไปมอง และก็พบว่าสาเหตุไม่ใช่ใครที่ไหน เสน่ห์กลิ่นสาบที่ไม่ได้เจอกันมานานนั่นเอง
ตอนนี้เสน่ห์กลิ่นสาบกำลังพูดคุยกับสัตว์อสูรตัวหนึ่งข้างๆ ยังไม่ทันสังเกตเห็นพวกเธอ
สายลมบางอย่างเริ่มพัดผ่านอย่างประหลาด ชิงเป่าหน้าตึงทันทีแล้วก็เอานิ้วไปสะกิดซุนเป่า
ซุนเป่าเข้าใจทันที รีบถอดวงแหวนของตัวเองออก แล้วหยิบกระดาษทิชชูออกมาหนึ่งแผ่น
ชิงเป่ารับไป จากนั้นก็ดึงกระดาษออกเป็นสองส่วน แล้วยัดเข้าไปในรูจมูกอย่างเชี่ยวชาญ
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย มันก็กลับมาทำหน้าตาน่ารักเหมือนเดิม พร้อมกับที่ลมแรงรอบตัวก็สงบลงพอดี
“ย่าห์…”
หยาเป่ากลั้นหายใจพลางส่งเสียงออกมาเบาๆ
“ซุนซุน~”
ซุนเป่าหยิบกระดาษทิชชูอีกแผ่นออกมาจากวงแหวน
หยาเป่าก็เลียนแบบชิงเป่า แบ่งทิชชูเป็นสองส่วนแล้วยัดเข้าจมูกตัวเองอย่างเงียบๆ
ลู่เป่ายื่นอุ้งเท้าไปรูดซิปกระเป๋าของตัวเองปิดอย่างไม่พูดไม่จา
“โม่โม่!”
จู่ๆ ก็มีเสียงคุ้นเคยดังขึ้นมา
เฉียวซางหันตามเสียงไป เห็นมังกรรากฐานตัวเดิมที่อยากทำพันธสัญญากับเธอ ยืนอยู่ข้างๆ กับมังกรเร้นลึกอีกตัวหนึ่ง
เธอยิ้มพลางโบกมือน้อยๆ เป็นการทักทาย
“ถิงถิง”
ถิงเป่ามองไปที่มังกรรากฐานด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตร สายฟ้าสีเหลืองปรากฏขึ้นบนร่างมันอีกครั้ง
เฉียวซางหยิบผลไม้ไฟฟ้าหวานที่ซื้อมาเมื่อคืนใส่เข้าปากมันอย่างรวดเร็ว
ถิงเป่าอึ้งไปแวบหนึ่ง จากนั้นสายฟ้าก็ค่อยๆ หายไป มันใช้หางม้วนผลไม้นั้นไว้แล้วเริ่มกัดกินอย่างสงบ
“โม่โม่?”
มังกรเร้นลึกมองมนุษย์คนนั้นอย่างสงสัย ร้องถามเสียงหนึ่ง
“โม่โม่”
มังกรรากฐานพยักหน้าตอบ ใช่ มนุษย์คนนั้นนั่นแหละที่มันอยากทำพันธสัญญาด้วย
พูดจบ สีหน้ามันก็ดูซึมๆ ขึ้นมาทันที
ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะได้เจอเธอที่นี่อีก นี่มันโชคชะตาหรือเปล่านะ?
มังกรเร้นลึกขมวดคิ้ว ตอนนั้นมันออกไปแข่งข้างนอกเลยไม่รู้ว่าหัวหน้าเผ่าตั้งใจพาสัตว์อสูรไปหามนุษย์คนไหน จนตอนกลับมาก็แค่ได้ยินว่ามังกรฝึกหัดกับมังกรรากฐานถูกปฏิเสธมาแล้ว
ตอนแรกกะจะพามังกรรากฐานมาดูการแข่งของตัวเอง เผื่อจะลืมๆ มนุษย์คนนั้นไปได้บ้าง ที่ไหนได้ดันมาเจอกันอีก โชคร้ายจริงๆ
“โม่โม่”
มังกรเร้นลึกร้องเตือน ลืมมนุษย์คนนั้นไปเถอะ อย่าลืมสิว่าฉันพาแกมาที่นี่ทำไม
“โม่โม่……”
มังกรรากฐานมองถิงเป่าที่กำลังกัดกินผลไม้อย่างเพลิดเพลิน แล้วก็ถอนหายใจเงียบๆ
มิเคลล่าหยิบมือถือขึ้นมาส่งข้อความไป
[ฉันเจอมังกรรากฐานอีกแล้วนะ คราวนี้มันมากับมังกรเร้นลึกด้วย สองตัวนี้อยู่ในเผ่าของเธอรึเปล่า?]
[บังเอิญจังเลย เจอกันสองรอบติดในการแข่งขันคนละประเภท]
[เมื่อไหร่จะว่าง เราน่าจะคุยกันหน่อยนะ]
ไม่มีการตอบกลับใดๆ จากราชามังกร
มิเคลล่าถอนหายใจเบาๆ แล้วเก็บมือถือกลับเข้ากระเป๋า
“สุภาพบุรุษและสุภาพสตรีทั้งหลาย! ขอต้อนรับสู่การแข่งขันศึกชิงจ้าวสัตว์อสูรระดับสูงสุดแกร่งค่ะ!” พิธีกรหญิงในชุดมืออาชีพประจำที่นั่งผู้บรรยาย ส่งเสียงตื่นเต้นผ่านไมค์
“วันนี้ เราจะได้ฟังการวิเคราะห์การแข่งขันจากคุณเลนนาร์ด ผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับอาชีพชื่อดัง! พร้อมด้วยอดีตแชมป์การแข่งขันครั้งที่ 100 ผีหลอกน้ำตาเทียม! และตัวฉันเองที่จะร่วมบรรยายในวันนี้ค่ะ!”