เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1363: เผ่าพันธุ์มังกรฝึกหัด

บทที่ 1363: เผ่าพันธุ์มังกรฝึกหัด

บทที่ 1363: เผ่าพันธุ์มังกรฝึกหัด


ไม่นานนัก กลางหุบเขาที่เต็มไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวสดและดอกไม้เบ่งบานก็แน่นขนัดไปด้วยสมาชิกของสายพันธุ์มังกรพิชิตเวหาในแต่ละช่วงการวิวัฒนาการ

สัตว์อสูรประเภทมังกรที่หาดูได้ยากในโลกภายนอก แต่ที่นี่กลับสามารถพบเห็นได้ทั่วไปแทบทุกมุม

พวกมันบางตัวบินอยู่กลางอากาศ บางตัวยืนอยู่บนพื้น หรือบางตัวก็เกาะอยู่ตามกิ่งไม้ แต่ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหน สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องไปยังร่างของมังกรพิชิตเวหาตัวที่ใหญ่ที่สุด ทรงพลังที่สุด และน่าเกรงขามที่สุดซึ่งลอยเด่นอยู่กลางฟ้า

เมื่อเห็นว่าทุกตัวมาพร้อมกันแล้ว ราชามังกรก็พยักหน้าให้มังกรตัวหนึ่งที่รูปร่างค่อนข้างเล็กกว่าตัวอื่นซึ่งอยู่บนพื้น

มังกรตัวนั้นรับสัญญาณ ก่อนจะกดลงไปบนแผงควบคุมตรงหน้า

เพียงพริบตา หน้าจอเสมือนขนาดยักษ์ก็ลอยขึ้นกลางอากาศทันที

“หลังจากการแข่งขันอันดุเดือดต่อเนื่องมาถึงห้าวันเต็มๆ เราก็ได้ผู้เข้ารอบแปดคนสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อย! และวันนี้ เราจะเข้าสู่รอบคัดเลือกจากแปดคนสู่สี่คนสุดท้ายครับ!” เสียงพิธีกรที่ถือไมค์บนจอเสมือนตะโกนออกมาอย่างคึกคัก

“โม่โม่?”

“โม่โม่?”

เสียงสงสัยดังขึ้นพร้อมกันจากเหล่าสมาชิกของสายพันธุ์มังกรฝึกหัด ทั้งมังกรฝึกหัด, มังกรรากฐาน, มังกรเร้นลึก, มังกรครองฟ้า, มังกรหลุดพ้น ไปจนถึงมังกรทะยานฟ้า ต่างหันมามองหน้ากันด้วยความงุนงง

เผ่าพันธุ์ของพวกมันมีธรรมเนียมรวมตัวกันดูการแข่งขันเป็นครั้งคราวอยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่ก็จะดูเฉพาะตอนที่มีญาติหรือพวกพ้องเข้าร่วมแข่งขัน หรือไม่ก็เฉพาะพวกการแข่งขันที่เกี่ยวกับสัตว์อสูรประเภทมังกรเท่านั้น แต่การแข่งคราวนี้ชัดเจนว่าไม่ใช่แบบนั้นเลย

“โม่โม่?”

มังกรหลุดพ้นตัวหนึ่งที่กล้าหน่อยตะโกนถามขึ้นไปยังราชามังกรว่า นี่มันแข่งอะไรกันเหรอ?

“โม่โม่”

ราชามังกรกวาดสายตามองลูกหลานด้านล่าง แล้วเปล่งเสียงตอบกลับอย่างทรงอำนาจว่า

นี่คือการแข่งขันที่เรียกว่าการประลองความเข้ากันของพันธสัญญา เป็นการแข่งขันที่จัดขึ้นสำหรับมนุษย์กับสัตว์อสูรที่ยังไม่ได้ทำพันธสัญญา มาร่วมจับคู่แข่งขันกัน

“โม่โม่”

จากนั้นมันก็เปล่งเสียงอีกครั้งอย่างเคร่งขรึม

แม้การแข่งขันนี้จะไม่สำคัญเท่าการต่อสู้ทั่วไป แต่ประเด็นอยู่ที่ หนึ่งในผู้เข้าแข่งขัน เป็นลูกศิษย์ของผู้ฝึกสัตว์อสูรที่ราชามังกรผู้นี้ทำพันธสัญญาด้วย

“โม่โม่?!”

“โม่โม่?!”

เสียงร้องตกตะลึงดังขึ้นระงมทั่วทั้งเผ่า

เหล่ามังกรน้อยที่ยังเยาว์วัยไม่เคยรู้มาก่อนว่าเผ่าพันธุ์ของตนมีผู้นำที่มีพันธสัญญากับผู้ฝึกสัตว์อสูร ส่วนพวกที่อาวุโสหน่อยก็จำได้ทันที ว่าผู้ฝึกของราชามังกรเป็นถึงระดับ S ที่ยิ่งใหญ่

แต่เท่าที่จำกันได้ ผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ S คนนั้นไม่ได้อยู่บนดาวนภาเพลิง แล้วแบบนี้นักเรียนของเธอมาทำอะไรที่นี่กันล่ะ?

“โม่โม่”

ราชามังกรมองไปรอบๆ พลางส่งเสียงอธิบายด้วยน้ำเสียงสงบ

บางคนอาจยังไม่รู้ ผู้ฝึกสัตว์อสูรของราชามังกรหรือฉันผู้นี้คืออาจารย์ของสถาบันผู้ฝึกสัตว์อสูรแห่งจักรวรรดิ นักเรียนที่เธอสอนนั้น วันหนึ่งจะต้องเข้าแข่งขันในศึกชิงถ้วยอวกาศอย่างแน่นอน การที่เธอมาแข่งรายการนี้ ก็แสดงว่าอีกไม่นานจะเลือกทำพันธสัญญากับสัตว์อสูร ถ้าพวกเธอได้ดูมุนษย์คนนี้แข่ง แล้วเกิดอยากจะทำพันธสัญญากับเธอ มันจะพาพวกที่สนใจไปให้เธอเลือกเอง วันหนึ่งพวกเธอก็อาจจะได้ขึ้นสนามประลองศึกชิงถ้วยอวกาศเหมือนกัน”

“โม่โม่!”

“โม่โม่!!”

“โม่โม่!!!”

ทันทีที่พูดจบ สายพันธุ์มังกรฝึกหัดทั้งหุบเขาก็ระเบิดเสียงร้องออกมาด้วยความตื่นเต้นแทบควบคุมไม่อยู่

ศึกชิงถ้วยอวกาศ นั่นคือเวทีในฝันของสัตว์อสูรทั่วทั้งดาวนภาเพลิง!

โดยเฉพาะในหมู่ของมังกรฝึกหัดกับมังกรรากฐาน พวกมันรู้ดีว่า ผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับมืออาชีพส่วนใหญ่มักจะชอบเริ่มจากพันธสัญญากับสัตว์อสูรในระดับต่ำ แล้วค่อยๆ ฝึกไปจนถึงระดับสูง

ส่วนมังกรหลุดพ้นกับมังกรทะยานฟ้าที่อยู่ในระดับสูงกว่านั้น ล้วนมีท่าทางนิ่งกว่า แต่ในแววตากลับมีแววครุ่นคิดอยู่ลึกๆ

มนุษย์ที่หัวหน้าพูดถึง จะคู่ควรกับพวกมันหรือไม่ ยังไงก็ต้องดูด้วยตาตัวเองก่อนถึงจะเชื่อถือได้

แม้ความคิดจะต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือ ตอนนี้สายตาของมังกรทั้งเผ่ากำลังจ้องไปยังจอยักษ์กลางอากาศอย่างกระตือรือร้น รอคอยการปรากฏตัวของผู้ฝึกสัตว์อสูรที่หัวหน้าเผ่าพูดถึง

อีกฟากหนึ่ง

ที่หอแข่งขันมู่เหลียน

การจับคู่ของผู้เข้าแข่งขันในวันนี้ ยังคงเป็นการจับฉลากโดยแขกรับเชิญเหมือนเดิม

“เถี่ยเถี่ย~”

เสียงของหมีรถไฟดังขึ้นเบาๆ ขณะเขาจับไม้ฉลากขึ้นมา แล้วชูให้กล้องถ่ายทอดสดดูอย่างมั่นใจ

“หมีรถไฟจับได้คู่ของเฉียวซางกับมังกรน้อยอสนีครับ!” พิธีกรพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น พลางถือไมค์หันไปทางกล้อง “ไม่รู้ว่าคู่แข่งของพวกเธอจะเป็นใครกันนะ!”

“เฉียวซางกับมังกรน้อยอสนีฝ่าฟันกันมาจนถึงรอบนี้ได้ ก็หวังว่าคราวนี้จะได้จับเจอกับคู่ที่ระดับใกล้เคียงกันหน่อยนะคะ” ฟู่เจี๋ยนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะสุ่มจับไม้ฉลากขึ้นมาหนึ่งอัน

เธอหยิบมันขึ้นมาดูเองก่อน แล้วใบหน้าก็แสดงความลำบากใจออกมาเล็กน้อย

“โอ้...ต้องขอโทษจริงๆ ดูท่าคู่ของเฉียวซางกับมังกรน้อยอสนีจะต้องขึ้นไปสู้กับคู่ต่อสู้ที่มีระดับเหนือกว่าอีกแล้วค่ะ”

พูดจบ เธอก็ยกไม้ฉลากในมือให้กล้องดู

[ลิล่า·อาเดลล่า กับ วิหคสายลม]

วิหคสายลม สัตว์อสูรประเภทบิน ระดับกลาง มีนิสัยหยิ่งผยอง ความเร็วจัดจ้านเป็นจุดเด่น...ข้อมูลของมันผุดขึ้นมาในหัวของเฉียวซางในทันที

ผลจับฉลากนี้ทำให้เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วอัฒจันทร์

“ทำไมรู้สึกว่าเฉียวซางกับมังกรน้อยอสนีดวงซวยจัง เจอแต่คู่ต่อสู้เป็นสัตว์อสูรระดับกลางตลอดเลย”

“เออนั่นดิ! ทั้งรายการมีสัตว์อสูรระดับกลางอยู่ไม่กี่ตัวเอง แต่ดูเหมือนเธอจะเจอหมดทุกตัวเลยนะ”

“หรือจะมีเบื้องหลังอะไรบางอย่าง? เฉียวซางไปทำให้เจ้าภาพไม่พอใจรึเปล่าเนี่ย?”

“เอาจริงๆ ก็ไม่เชิงว่าความน่าจะเป็นต่ำหรอกนะ เพราะตอนนี้ผู้เข้าแข่งขันก็เหลือไม่กี่คนแล้ว แล้วก็อย่าลืมว่า เฉียวซางกับมังกรน้อยอสนีน่ะเป็นคู่ที่ได้รับความนิยมที่สุดเลย เจ้าภาพไม่มีทางจัดฉากให้ตกรอบเร็วหรอก”

“งั้นก็คือ...ดวงซวยของจริงสินะ”

โซน A แถวสาม

โทรศัพท์ของมิเคลล่าสั่นไม่หยุด

เธอหยิบขึ้นมาดู พบว่าเต็มไปด้วยข้อความเสียงจากมังกรทวงหนี้

มิเคลล่าเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเลือกทำเป็นไม่สนใจ แล้วยัดโทรศัพท์กลับเข้าในกระเป๋า หันกลับไปจดจ่อที่สนามแข่งขันแทน

การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไปอย่างเป็นระบบ

ตอนนี้เหลือเพียง 4 คู่สุดท้ายที่จะต้องแข่งขันกัน ซึ่งคู่ของเฉียวซางเป็นคู่ที่สอง

ผ่่านไปยังไม่ถึงสิบนาที ก็ถึงเวลาของเธอขึ้นเวทีแล้ว

เฉียวซางเดินขึ้นสนามพร้อมถิงเป่า พอประจำจุดเรียบร้อยก็เริ่มจ้องไปยังอีกฝั่งอย่างตั้งใจ

ตรงนั้น มีสัตว์อสูรขนาดประมาณ 90 เซนติเมตร สีฟ้าน้ำเงินเข้มทั้งตัว มีลายสีขาวที่บริเวณหัวกับปลายหาง นั่นคือวิหคสายลม

สัตว์อสูรตัวนี้เชี่ยวชาญเรื่องความเร็ว ส่วนถิงเป่าน่ะ จุดอ่อนของมันคือความเร็วพอดี ถ้าอีกฝ่ายใช้จุดแข็งเข้าสู้ล่ะก็ โอกาสชนะของเราคงต่ำมาก

ในขณะที่ความคิดแล่นผ่านหัวของเฉียวซาง จู่ๆ แสงตัวเลข “3” ก็ปรากฏขึ้นกลางสนาม

เสียงกลไกดังขึ้น เริ่มทำหน้าที่นับเวลาถอยหลัง

ขณะเดียวกัน ที่หุบเขา

ราชามังกรวางโทรศัพท์ลงด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์นัก พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นภาพของเฉียวซางและถิงเป่าบนหน้าจอเสมือนพอดี

แม้ว่ามิเคลล่าจะปิดบังข้อมูลของเฉียวซางเอาไว้และไม่ยอมบอกกันตรงๆ แต่ทันทีที่เห็นถิงเป่า ราชามังกรก็รู้ได้ทันที นั่นไม่ใช่สัตว์อสูรจากดาวนภาเพลิงแน่นอน

“โม่โม่!”

ดวงตาของราชามังกรเป็นประกาย เปล่งเสียงอย่างตื่นเต้น

เธอออกมาแล้ว!

“โม่โม่!”

ฝูงมังกรน้อยที่มุงดูอยู่ก็พากันตื่นเต้นตามกันไป แต่ไม่นาน พวกมันก็หันไปมองถิงเป่าด้วยสีหน้าระแวดระวัง

การแข่งขันนี้เป็นรายการที่ผู้ฝึกและสัตว์อสูรที่ยังไม่ได้ทำพันธสัญญาจะมาร่วมมือกันต่อสู้ มังกรเหล่านี้เข้าใจดี แม้จะไม่เคยดูจริงจังมาก่อนก็ตาม

และถิงเป่าก็เป็นมังกรเหมือนพวกมันอีกต่างหาก... ทำให้รู้สึกกดดันขึ้นมานิดหน่อย

“โม่โม่!”

ราชามังกรรู้ทันทีว่าบรรยากาศเริ่มแปลกไป ก็ส่งเสียงเอ็ดใส่ฝูงทันทีด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

ทำหน้าแบบนั้นกันทำไม? หรือพวกแกคิดว่าตัวเองด้อยกว่าเจ้าตัวน้อยนั่นเหรอ? อย่าลืมสิว่า อาจารย์ของเธอคือผู้ฝึกสัตว์อสูรของราชามังกรตัวนี้!

“โม่โม่!”

“โม่โม่!”

เสียงฮึกเหิมระเบิดขึ้นอีกครั้งจากมังกรทั้งเผ่า พร้อมกับสายตาทุกคู่ที่หันกลับไปจ้องจอเสมือนตรงหน้าอีกครั้ง

ภายในสนามประลอง

“3... 2... 1... การแข่งขันเริ่มต้น!”

แสงนับถอยหลังมลายหายไป

ทันใดนั้น ถิงเป่าก็ปล่อยกระแสไฟฟ้าจากทั่วร่างออกมาเป็นสายฟ้าเล็กๆ ที่พุ่งรวมตัวกันกลางอากาศ แล้วซัดขึ้นไปบนฟ้า ใส่เป้าหมายอย่างวิหคสายลมทันที!

จบบทที่ บทที่ 1363: เผ่าพันธุ์มังกรฝึกหัด

คัดลอกลิงก์แล้ว