เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1359—1360: ระดับของสายล่อฟ้า (สองตอนรวมกัน)

บทที่ 1359—1360: ระดับของสายล่อฟ้า (สองตอนรวมกัน)

บทที่ 1359—1360: ระดับของสายล่อฟ้า (สองตอนรวมกัน)


“ซุนซุน?”

ซุนเป่ามองสภาพแวดล้อมรอบตัวที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน แล้วทำหน้ามึนงงสุดขีด

“ชิงชิง…”

ชิงเป่าก็ชะงักไปเช่นกัน พอเห็นผู้ฝึกของตัวเองยืนอยู่ตรงหน้า มันรีบแกล้งทำหน้าตาใสซื่อ แพลงตามองปริบๆ อย่างน่ารัก แต่ทันใดนั้น พอหันไปเห็นสภาพรอบข้าง มันก็รู้สึกถึงลางไม่ดีขึ้นมาในใจทันที

เฉียวซางถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ไหนเมื่อกี้พวกแกบอกว่าอยู่ในสนามและกำลังดูการแข่งขันอยู่?”

ซุนเป่ากำลังจะอ้าปากตอบ

แต่ทันใดนั้นเอง มีคุณลุงคนหนึ่งเดินผ่านมาพอดี พอเห็นชิงเป่าก็พูดขึ้นด้วยใบหน้าเปี่ยมความประทับใจ

“โอ้! ภูติเร้นเมฆานี่! การแข่งวันนี้ของเธอเยี่ยมมากเลยนะ! ไม่นึกว่าจะมาเจอเธอที่นี่ ฉันนึกว่าเธอกลับไปแล้วซะอีก!”

“ซุน…ซุน……”

ซุนเป่าได้ยินแบบนั้นก็รีบกวาดตามองรอบๆ ทันที และในวินาทีเดียวกัน มันก็เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด รู้แล้วว่าสถานที่ตรงนี้คือที่ไหน!

แย่แล้ว! ทำไมผู้ฝึกของพวกมันถึงมาที่นี่ล่ะ!

นั่นหมายความว่า…เธอรู้แล้วเหรอว่ามันกับชิงเป่าไม่ได้อยู่ดูแข่ง แต่แอบออกไปเที่ยวกัน!?

จบแล้วววววววววว!

ซุนเป่าหน้าซีดไปทั้งตัว คำว่า “จบแล้ว” วนอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมา ใบหน้าแสดงออกถึงความตกใจและรู้สึกผิดอย่างเห็นได้ชัด

มันไม่กล้ามองไปทางเฉียวซางแม้แต่นิดเดียว รีบล่องหนและซ่อนตัวหายไปทันที

“ชิงเป่า”

เฉียวซางเรียกขึ้นอีกครั้ง

ชิงเป่าก็พอจะเข้าใจแล้วเช่นกัน ร่างแข็งทื่อไปชั่วครู่ แต่ก็ยังพยายามควบคุมสีหน้า แล้วตอบรับเสียงใสด้วยท่าทางน่ารัก

คุณลุงคนนั้นหันมาถามต่อ

“เธอเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูีของภูติเร้นเมฆาใช่ไหม?”

“ใช่ค่ะ” เฉียวซางตอบสั้นๆ

“เก่งมากเลยนะ ภูติเร้นเมฆาของเธอทำผลงานได้ดีมาก ลูกสาวของฉันนี่ตกหลุมรักเป็นแฟนคลับเข้าอย่างจังเลยล่ะ” ลุงพูดอย่างกระตือรือร้น “ดูแล้วเธออายุไล่ๆ กับลูกสาวฉันเลย ไม่นึกว่าจะฝึกสัตว์อสูรได้เก่งขนาดนี้”

“ขอบคุณค่ะ” เฉียวซางยิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มที่ฝืนเอาไว้อย่างเต็มที่

ชิงเป่าพยายามรักษาสีหน้าให้มั่นคงที่สุด

ส่วนซุนเป่าในสภาพล่องหนส่งสายตามาว่า เห็นไหม มันบอกแล้วว่าอย่าโกหกเลย!

แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้มันล่องหนอยู่ ชิงเป่าจึงมองไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น

หลังจากคุยสั้นๆ อีกไม่กี่คำ คุณลุงก็เดินจากไป

เฉียวซางจึงหันกลับมามองซุนเป่ากับชิงเป่า สีหน้ายังคงนิ่งสนิท

แม้ว่าตอนนี้ซุนเป่าจะยังล่องหนอยู่ แต่นั่นไม่ได้แปลว่าเฉียวซางจะมองไม่เห็น

ทั้งสองตัวแข็งเป็นหินในทันที

“ซุนซุน~”

เมื่อรู้ว่าเลี่ยงไม่ได้ ซุนเป่าจึงโผล่ตัวออกมา แล้วส่งรอยยิ้มประจบประแจงใส่

“ไปไหนกันมา?” เฉียวซางถามเสียงเรียบ

“ย่าห์ ย่าห์?”

หยาเป่าทำหน้ามึนงง หืม? ก็เมื่อกี้พวกมันบอกอยู่ว่าดูแข่งอยู่ไม่ใช่เหรอ?

กงเป่าหันไปมองซุนเป่าด้วยสายตาเวทนา…พี่ใหญ่ ซวยแล้วล่ะวันนี้…

ลู่เป่าค่อยๆ โผล่หัวออกมาจากเป้สะพายหลังของเฉียวซางอย่างเงียบๆ พร้อมตั้งหูขึ้นตั้งใจฟัง

มีเพียงมังกรน้อยอสนีเท่านั้นที่ยังหลับตานิ่ง หลับสบายใจเฉิ่มไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้น

“ชิงชิง……”

ชิงเป่ากระพริบตาปริบๆ หันไปมองซุนเป่าเหมือนอยากให้อีกฝ่ายเป็นคนออกหน้า

“ซุน…ซุน…”

ซุนเป่าทำใจกล้า ฝืนใจส่งเสียงตอบออกมาในที่สุดว่า ก็แค่…ออกไปกินข้าวข้างนอกนิดหน่อย…

“แล้ว?” เฉียวซางยังคงถามเสียงเรียบ

“ซุน…ซุน……”

ซุนเป่าเสียงอ่อนลงทันที เดินเล่นมานิดหน่อย…

“ย่าห์ ย่าห์?”

หยาเป่าหันมามองด้วยสีหน้าฉงน ห๊า? ไม่ใช่ว่าพวกแกบอกว่าดูแข่งอยู่หรอกเหรอ?

“เมื่อกี้แกบอกว่าอยู่ในสนามดูการแข่งขันอยู่ไม่ใช่เหรอ?” เฉียวซางถามย้ำอีกครั้ง

“ซุน…ซุน…”

ซุนเป่าก้มหน้าต่ำลงเรื่อยๆ เหมือนจะมุดหน้าลงไปบนพื้นยังไงยังงั้น

“ชิงชิง…”

ชิงเป่ามองเธอด้วยสายตาใสซื่อ พร้อมส่งเสียงหวานๆ อธิบายว่า มันก็แค่กลัวจะโดนดุ แถมซุนเป่ามีทักษะข้ามพิกัดมิติไปกินข้าวแล้วเดินเล่นแป๊บเดียวก็กลับมาดูแข่งได้ทันเวลาอยู่แล้ว…

“แล้วเมื่อวานพวกแกก็ออกไปกินข้าวนอกสนามเหรอ?” เฉียวซางถามอีก

“ซุน…ซุน…”

ซุนเป่าพยักหน้ารับเบาๆ

ชิงเป่าฟังแล้วก็ถอนหายใจเงียบๆ แววตามีแต่คำว่า อยู่กับเจ้าโง่นี่มันเหนื่อยใจจริงๆ

“แล้วใครเป็นคนเสนอให้ไป?”

“ซุนซุน!”

“ชิงชิง!”

ทั้งสองหันมาชี้หน้ากันพร้อมกันในเสี้ยววินาที

“ซุนซุน!”

ซุนเป่าหันมามองชิงเป่าอย่างไม่อยากเชื่อ อะไรนะ! แกนั่นแหละที่เสนอให้โกหกว่าพวกเรากำลังนั่งดูการแข่งขันอยู่!

“ชิงชิง!”

ชิงเป่าก็โกรธจนหน้าแดง ตะโกนกลับเสียงแข็ง คำถามคือใครเป็นคนเสนอให้ออกไปข้างนอกต่างหาก!

“ซุน…ซุน……”

ซุนเป่าหน้าหงอยไปในพริบตา แต่ทันใดนั้น มันก็รู้สึกบางอย่างไม่ถูกต้อง

เดี๋ยวนะ ตอนที่แกแข่งเสร็จ มันก็ยังไม่ได้พูดอะไรเลย แกต่างหากเจ้าห้าที่บินออกไปก่อนแบบไม่รอใคร!

“ชิงชิง!”

ชิงเป่าตวัดหาง ร้องเสียงหนึ่งเหมือนเตือนความจำว่า แกลืมตอนอยู่สนามแข่งของเจ้าหกแล้วรึไง?! ตอนนั้นแกบอกว่า “เดี๋ยวแข่งเสร็จ เราออกไปเดินเล่นกัน” เองไม่ใช่เหรอ!

…แล้วซุนเป่าก็นึกขึ้นได้ถึงแผนเที่ยวที่มันวางไว้ พร้อมกับภาพตอนมันบอกว่า เดี๋ยวเราจะไปตรงโน้น เดินตรงนี้ มีร้านขนมอร่อยตรงมุมนู้นด้วย…

พอคิดถึงตรงนี้ ไอ้เศษซากความมั่นใจเมื่อครู่ก็พังทลายหายวับไปหมดสิ้น

…ใช่…

…มันเป็นฝ่ายเสนอให้เที่ยวเอง…

“สรุปก็คือ ซุนเป่าแกเป็นคนเสนอว่าจะออกไปเที่ยว ส่วนชิงเป่าก็หาข้ออ้างว่าจะอยู่ดูแข่ง เพื่อหลอกฉันงั้นสินะ…” เฉียวซางกล่าวสรุปเสียงเรียบ

“ย่าห์ ย่าห์!”

มาถึงตรงนี้ในที่สุดหยาเป่าเข้าใจสถานการณ์เสียที มันส่งเสียงขึ้นมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ พร้อมมองเจ้าสองตัวแสบนั้นด้วยสายตาผิดหวังสุดขีด แบบนี้มันได้เหรอ! การแข่งก็ดีออกจะตายไป รอดูให้จบแล้วค่อยออกไปเที่ยวไม่ดีกว่าเหรอ? แล้วจะโกหกผู้ฝึกของตัวเองทำไมกันเล่า!

ซุนเป่า: “…”

ชิงเป่า: “…”

จบแล้ว ภาพลักษณ์ความใสซื่อบริสุทธิ์ในใจผู้ฝึก พังทลายไปแล้วแน่ๆ

ชิงเป่าเริ่มประมวลผลหาทางเอาตัวรอดอย่างรวดเร็ว ใบหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นโหมดน่าสงสารสุดชีวิตพร้อมเตรียมหาข้ออ้างอีกครั้ง

แต่ในขณะที่มันกำลังจะเปิดปาก…

ซุนเป่ากลับเป็นฝ่ายเดินออกมาแทน หูลู่ หางตก ส่งเสียงเบาๆ ว่า

“ซุน…ซุน…”

มันผิดเอง ถ้ามันไม่เสนอให้ไปเที่ยวตั้งแต่แรก ชิงเป่าก็คงไม่ต้องโกหกแบบนี้หรอก…

ชิงเป่าหันขวับไปมองทันที หัวใจสะท้านอย่างแรง มันไม่คิดเลยว่าซุนเป่าจะพูดแบบนี้ในจังหวะคับขันแบบนี้

อย่างน้อยก็ยังสำนึกผิดอยู่สินะ… เฉียวซางมองซุนเป่าด้วยสายตานิ่งๆ แล้วกำลังจะพูดต่อว่า

“ถ้าแกอยากจะ…”

“ชิงชิง!”

ไม่รอให้พูดจบ ชิงเป่าก็ก้าวมาขวางหน้าซุนเป่า ในนัยน์ตามีหยาดน้ำตาคลอเบ้า แววตาหวั่นไหวแต่พยายามเข้มแข็ง พลางส่งเสียงออกมาเบาๆ

ไม่ใช่ความผิดของซุนเป่าหรอก มันเองก็อยากไปเที่ยวเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นแค่ซุนเป่าพูดทีเดียว มันคงไม่รีบตอบตกลงไปขนาดนั้น แถมคนที่โกหกก็คือมันเอง อย่าลงโทษซุนเป่าเลยนะ…

ทันทีที่พูดจบ น้ำตาที่คลออยู่ก็ค่อยๆ ไหลอาบแก้มอย่างเงียบงัน

“ซุนซุน…”

ซุนเป่าเห็นหลังของชิงเป่าที่เอาตัวมาบังตนไว้ ก็น้ำตาซึมซึ้งไปทั้งใจ

เฉียวซาง: “……”

เธอยังไม่ได้ว่าอะไรเลยด้วยซ้ำ…

ในที่สุด เธอก็ได้แต่ถอนหายใจ แล้วพูดขึ้นเสียงอ่อนลง

“ฉันเข้าใจว่าพวกแกอยากจะออกไปเที่ยว ฉันเองก็ไม่ใช่ว่าจะห้ามหรอกนะ ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่เงินไว้ให้ใช้ตั้งแต่แรกแล้ว”

ซุนเป่ายิ่งฟังยิ่งรู้สึกละอายใจจนตัวหด

“ชิงชิง……”

ชิงเป่าก็มีน้ำตาคลอขึ้นมาอีก คล้ายจะไหลออกมาเป็นสายอีกระลอก

กงเป่าที่อยู่ข้างๆ ลอบเหลือบตามองชิงเป่าแวบหนึ่งแบบเงียบๆ

เฉียวซางพูดต่ออย่างจริงจัง “ถ้าครั้งหน้าอยากทำอะไรก็บอกกันตรงๆ ก็พอ ฉันแค่ไม่อยากให้พวกแกต้องมาโกหกกันก็เท่านั้น”

ผู้ฝึกของมันยังคงใจดีเหมือนเดิม เหมือนกับที่่คิดไว้ไม่มีผิด…

ชิงเป่ากำลังจะเงยหน้าพร้อมแสดงสีหน้าซาบซึ้งสุดชีวิต แล้วจะตามด้วยคำว่า “ครั้งหน้ามันจะไม่ทำอีกแล้ว” และแน่นอน ต้องมีการปาดน้ำตาเพื่อให้ครบสูตร จะได้เรียกคะแนนสงสารและกู้ภาพลักษณ์ให้คืนกลับมาอีกครั้ง

แต่ยังไม่ทันลงมือ…

ซุนเป่ากลับตัดหน้าแย่งซีน มันพุ่งเข้ามากอดเฉียวซางไว้แน่น ทั้งตัวสั่นทั้งน้ำตาไหล พร้อมร้องขึ้นมาเสียงสะอื้น

“ซุนซุน! ซุนซุน!”

มันจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว! ถ้าอยากไปเที่ยว ครั้งหน้าจะบอกตรงๆ เลย!

ชิงเป่า: “…”

เฉียวซางมองซุนเป่าที่กอดตัวเธออยู่แน่น แล้วก็รู้สึกอบอุ่นใจไม่น้อย เธอเลี้ยงมันมาตั้งแต่เล็ก ย่อมดูออกว่าตอนนี้มันพูดจริง ไม่ได้เสแสร้ง

เธอจึงยิ้มบางๆ พร้อมพูดเสียงอ่อนโยนว่า “พอแล้วๆ ไม่ต้องร้องหรอก ไปดูการแข่งกันเถอะ” เฉียวซางเอ่ยเสียงนุ่ม

อย่างน้อยเรื่องนี้จบลงด้วยดี… ชิงเป่าถึงกับโล่งอกและแอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ในใจ

“ซุนซุน~”

ซุนเป่าเช็ดน้ำตาหนึ่งที แล้วลอยตัวไปทางด้านข้าง ส่งเสียงด้วยท่าทีจริงจังว่า

มันไม่ไปดูหรอกนะ ยังไงมันก็ไม่ได้ลงแข่ง ปล่อยให้ชิงเป่าไปดูคนเดียวก็พอ มันยังเที่ยวเล่นไม่จุใจเลย ไปเดินเล่นต่อดีกว่า พอทุกคนดูแข่งเสร็จแล้วค่อยอัญเชิญมันกลับมาก็แล้วกันนะ!

เฉียวซาง: “…”

ชิงเป่า: “…”

“เอางั้นก็ได้” เฉียวซางคิดสักครู่แล้วก็พยักหน้าเห็นด้วย

ซุนเป่าเคยมีประสบการณ์ออกไปเดินเล่นตัวเดียวตั้งแต่สมัยอยู่บนอัลติเมทสตาร์แล้ว แถมตอนนี้ตัวเธอก็สามารถรับรู้ตำแหน่งมันได้ในรัศมีกว้างมาก ไม่ต้องกลัวมันหลงทางเลยสักนิดเดียว

อีกอย่าง เมื่อกี้เธอก็เพิ่งบอกให้มันพูดตรงๆ ถ้าเพิ่งพูดจบแล้วหันมาปฏิเสธคำขอของมันทันที ซุนเป่าอาจจะกลับไปใช้วิธีแอบหนีไปเที่ยวแบบเดิมอีกก็ได้

“ซุนซุน~” ซุนเป่าร้องอย่างอารมณ์ดี จากนั้นก็หันไปโบกอุ้งมือให้ชิงเป่า แล้ววิ่งแจ้นออกไปอย่างร่าเริงเต็มที่

ชิงเป่า: “!!!”

“พวกเราก็ไปกันเถอะ ไปดูแข่งกัน” เฉียวซางหันมาส่งสายตาบอกให้ไปทางสนามแข่ง

“ชิงชิง…”

ชิงเป่าฝืนยิ้ม พยักหน้ารับอย่างกล้ำกลืน

เวลา 17:30 น.

หลังดูแข่งจบ เฉียวซางกับหยาเป่าพร้อมพวก ก็กลับมาบ้านด้วยฝีมือของไอพ่นเบิกฟ้าในพริบตา

“อาจารย์คะ เรากลับมาแล้วค่ะ!” เฉียวซางส่งเสียงเรียก

ทว่ากลับไม่มีเสียงตอบกลับ

“เป่ยเป่ย” ไอพ่นเบิกฟ้าร้องเบาๆ

“อาจารย์ไม่อยู่เหรอ?” เฉียวซางถามย้ำ

“เป่ยเป่ย” ไอพ่นเบิกฟ้าพยักหน้ายืนยัน

พูดจบ มันก็หายตัวข้ามพิกัดไปอีกครั้ง

เฉียวซางไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก เธอเดินเข้าไปในครัว เปิดตู้เย็นหยิบวัตถุดิบออกมาเตรียมทำอาหารเย็น

กงเป่าก็ตามติดผู้ฝึกของตัวเองมาไม่ห่าง พอมาถึงครัวก็รีบช่วยงานทันที มันปล่อยพลังไปที่ปีกจนเกิดแสงสีม่วง แล้วใช้ขอบปีกหั่นวัตถุดิบอย่างคล่องแคล่ว

ส่วนพวกหยาเป่า ต่างแยกย้ายกันไปฝึกซ้อมอยู่ที่ลานฝึกกลางแจ้ง

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป อาหารเย็นก็จัดเตรียมเสร็จเรียบร้อย

เฉียวซางสังเกตว่าอาจารย์มิเคลล่ายังไม่กลับมา ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหา

เสียง ตู๊ดๆ ดังอยู่พักใหญ่ ก่อนจะมีเสียงรับสาย

“ฮัลโหล” เสียงปลายสายของมิเคลล่าดังขึ้น น้ำเสียงฟังดูอ่อนล้าเล็กน้อย

“อาจารย์คะ ฉันทำอาหารเย็นเสร็จแล้ว อาจารย์จะกลับมากี่โมงคะ?” เฉียวซางถามด้วยความเป็นห่วง

“พวกเธอเริ่มกินกันก่อนได้เลย ฉันยังมีธุระอยู่นิดหน่อย ไม่ต้องรอ” มิเคลล่าตอบกลับมาอย่างรวบรัด

“โม่…” เสียงหนึ่งดังผ่านลำโพงตามมาอย่างลางเลือน

ยังไม่ทันที่เฉียวซางจะเอ่ยปากตอบอะไร เสียงของอาจารย์มิเคลล่าก็ดังขึ้นอย่างรวดเร็ว

“แค่นี้ก่อนนะ ฉันติดธุระน่ะ”

พูดจบ เธอก็วางสายทันที

วันนี้อาจารย์ทำตัวแปลกชะมัด… เฉียวซางวางโทรศัพท์ลง ก่อนจะหันไปเรียกหยาเป่ากับพวกมาทานข้าวเย็นด้วยกัน

หลังจากมื้อเย็น หยาเป่า ลู่เป่า และชิงเป่าก็พากันไปฝึกซ้อมต่อ

ส่วนกงเป่าก็ช่วยจัดโต๊ะเก็บจานเรียบร้อย ส่วนซุนเป่านั้น…นอนหงายพุงกลมแน่น แถมยังเรอออกมาด้วยหน้าตาอิ่มแปล้

ในขณะเดียวกัน มังกรน้อยอสนีก็หันไปมองผู้ฝึกสัตว์อสูรของตัวเอง

“แกไม่ไปฝึกหน่อยเหรอ?” เฉียวซางเห็นสายตามันก็ถามขึ้นมา

“ถิงถิง?”

ถิงเป่าไม่ได้ตอบกลับ แต่กลับถามแทนว่า แล้วเมื่อไหร่จะไปนั่งสมาธิล่ะ?

“ซุนซุน~”

ซุนเป่าเรออีกที ก่อนช่วยแปลว่า เจ้าหกบอกว่ารีบไปนั่งสมาธิสักที

เฉียวซาง: “…”

“ยังไม่ต้องรีบร้อน” เฉียวซางว่า “ฉันจะต้องติดต่ออาจารย์แจ็คเกอลีนก่อน อยากตรวจสอบระดับของลักษณะเฉพาะตัว สายล่อฟ้าของแกให้ชัดเจนก่อนน่ะ”

ว่าแล้วก็หยิบมือถือขึ้นมากดโทรหาอาจารย์แจ็คเกอลีน ซึ่งเธอเคยบันทึกเบอร์โทรเอาไว้ตอนอีกฝ่ายเอาเม็ดพลังงานมาให้ถิงเป่า

ลักษณะเฉพาะตัวสายล่อฟ้าไม่เหมือนกับเกล็ดซ้อนที่สามารถทดสอบได้จากการต่อสู้โดยตรง ลักษณะเฉพาะตัวประเภทนี้ต้องตรวจสอบด้วยการใช้สัตว์อสูรประเภทไฟฟ้าต่างระดับมาทดสอบ หรือไม่ก็ใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์เฉพาะทางที่นักพัฒนาสัตว์อสูรมืออาชีพส่วนใหญ่จะเตรียมไว้สำหรับเช็คสถานะของสัตว์อสูรประเภทไฟฟ้าโดยเฉพาะ

สายโทรศัพท์ดังขึ้นเพียงไม่นานนักก็มีคนรับสาย

“อาจารย์แจ็คเกอลีนคะ ฉันเฉียวซางเองค่ะ” เธอพูดเข้าประเด็นทันที “พอดีถิงเป่าแสดงลักษณะเฉพาะตัวสายล่อฟ้าออกมาค่ะ ฉันอยากพามันทดสอบระดับของลักษณะนี้หน่อย ไม่ทราบว่าตอนนี้อาจารย์สะดวกไหมคะ?”

บนดาวอื่น หากนักเรียนคณะจักรพรรดิของสถาบันผู้ฝึกสัตว์อสูรแห่งจักรวรรดิมีเรื่องต้องขอความช่วยเหลือ อาจารย์ทุกคนย่อมต้องให้ความร่วมมืออยู่แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าก่อนหน้านี้เฉียวซางเพิ่งช่วยเธอกำจัดทูตเคราะห์ร้ายที่คอยรบกวนเธอให้ด้วย

แจ็คเกอลีนตอบโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยว่า

“ว่างจ้ะ รอแป๊บนะ เดี๋ยวไปหาเลย”

พูดจบก็วางสายทันที

ถิงเป่าหันมามองผู้ฝึกของตัวเองอีกครั้ง

เฉียวซางนิ่งคิดอยู่พักหนึ่ง แล้วก็เดินไปนั่งขัดสมาธิที่โซฟา ตั้งใจจะฝึกสมาธิรอ

เวลาผ่านไปราวยี่สิบกว่านาที เสียงกริ่งหน้าประตูก็ดังขึ้น

“ซุนซุน~” ซุนเป่าลอยไปเปิดประตู

“สวัสดีจ้ะ”

“ฟู่ลู่~”

แจ็คเกอลีนกับโชคลาภประจำวันที่แบกกล่องอุปกรณ์มาด้วยกัน พร้อมกล่าวทักทายแล้วเดินเข้ามาข้างใน

“อาจารย์มาแล้วเหรอคะ” เฉียวซางได้ยินเสียงก็ตื่นจากสมาธิ เดินไปที่ห้องครัวแล้วเทเครื่องดื่มใส่แก้วสองใบมาวางบนโต๊ะน้ำชา

“อาจารย์มิเคลล่าล่ะ?” แจ็คเกอลีนกวาดตามองไปรอบๆ ถามขึ้นมา

“ยังไม่กลับมาเลยค่ะ เห็นบอกว่ายังติดธุระอยู่ค่ะ” เฉียวซางตอบ ขณะวางแก้วดื่มไว้ให้

“ฟู่ลู่~”

โชคลาภประจำวันวางอุปกรณ์ลงอย่างเบามือ ก่อนกล่าวขอบคุณแล้วหยิบแก้วขึ้นมาดื่ม

แจ็คเกอลีนเดินเข้าไปหาถิงเป่า เอาแผ่นนำไฟฟ้าไปแปะไว้บนตัวมัน

ถิงเป่าที่เข้าใจดีว่ามนุษย์คนนี้มาทำอะไรจากที่ได้ยินผู้ฝึกของตัวเองพูดก่อนหน้านี้ ก็นิ่งเงียบและให้ความร่วมมือเต็มที่

“เดี๋ยวฉันจะปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ร่างเธอนะ ถ้ามีอาการเจ็บบอกได้นะ” แจ็คเกอลีนบอก

“ถิงถิง!”

ถิงเป่าพยักหน้าอย่างมั่นใจ

แจ็คเกอลีนกดปุ่มระดับพลังบนเครื่องทดสอบ แล้วทันใดนั้น เส้นสายฟ้าสีเหลืองก็แลบออกมาจากแผ่นนำไฟฟ้าที่ติดอยู่บนตัวมังกรน้อยอสนี

สีหน้าของมังกรน้อยอสนีไม่เปลี่ยนแม้แต่นิดเดียว

เมื่อเห็นเช่นนั้น แจ็คเกอลีนจึงปรับระดับใหม่อีกครั้ง

แต่มังกรน้อยอสนีก็ยังไม่มีปฏิกิริยาใดๆ อยู่ดี

แจ็คเกอลีนยังคงปรับระดับขึ้นอีกหลายครั้ง จนกระแสไฟฟ้าที่ปล่อยออกมารุนแรงถึงขั้นปกคลุมร่างของมังกรน้อยอสนีไว้ทั้งตัว

แม้กระนั้น มังกรน้อยอสนีก็ยังไม่ร้องออกมาสักแอะ

“ซุนซุน……”

ซุนเป่ามองภาพตรงหน้าด้วยสายตาแปลกใจ

เจ้าหกนี่มันไม่เจ็บเลยหรือไง…

สายฟ้าสีเหลืองแผ่คลุมทั่วใบหน้าของมังกรน้อยอสนี มองไม่เห็นเงาของมันเลยแม้แต่นิดเดียว

แจ็คเกอลีนจึงเอ่ยถามขึ้นว่า

“เจ็บไหม?”

“ถิงถิง”

เสียงของมังกรน้อยอสนีดังขึ้น

ไม่เจ็บเลย

ไม่ต้องให้สัตว์อสูรตัวไหนแปลเลย จากน้ำเสียงเรียบเฉยของมันก็พอจะรู้ได้ทันทีว่านี่คือคำตอบที่ตรงไปตรงมา

แจ็คเกอลีนกดปิดอุปกรณ์อีกครั้ง

สายฟ้าสีเหลืองทั้งหมดหายไปทันที

“ถิงถิง?”

มังกรน้อยอสนีเอียงคอมองอย่างงุนงง ก่อนส่งเสียงออกมา

ไม่ทำต่อแล้วเหรอ?

แจ็คเกอลีนหันไปมองเฉียวซาง ยิ้มบาง แล้วกล่าวว่า

“ยินดีด้วย เป็นระดับ S ของลักษณะเฉพาะสายล่อฟ้าน่ะ”

เฉียวซาง: “!!!”

จบบทที่ บทที่ 1359—1360: ระดับของสายล่อฟ้า (สองตอนรวมกัน)

คัดลอกลิงก์แล้ว