- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 1355—1356: มังกรน้อยอสนี VS สุนัขคลั่งสายฟ้า (สองตอนรวมกัน)
บทที่ 1355—1356: มังกรน้อยอสนี VS สุนัขคลั่งสายฟ้า (สองตอนรวมกัน)
บทที่ 1355—1356: มังกรน้อยอสนี VS สุนัขคลั่งสายฟ้า (สองตอนรวมกัน)
เฉียวซางถึงกับชะงักไปเล็กน้อย “เสน่ห์กลิ่นสาบก็ไปแข่งด้วยเหรอ?”
“ซุนซุน” ซุนเป่าพยักหน้ารับ
“ไม่เห็นแปลกตรงไหน” มิเคลล่าเอ่ยขึ้น “การแข่งขันครั้งนี้น่ะ ทั้งสัตว์อสูรป่ากับสัตว์อสูรที่ทำพันธะกับผู้ฝึกแล้วก็เข้าร่วมได้หมด แถมผู้ชนะก็จะได้รับการยอมรับจากคนหมู่มาก แล้วยังมีของรางวัลล่อตาล่อใจอีกเพียบ สัตว์อสูรตัวไหนที่ระดับพอจะเข้าแข่งได้ก็อยากลองทั้งนั้นแหละ”
แม้แต่สัตว์อสูรป่ายังข้ามเมืองมาลงทะเบียนแข่งด้วยตัวเองแบบนี้ เห็นทีว่าการแข่งขันนี้จะเป็นที่นิยมไม่น้อยเลย... เฉียวซางได้แต่เก็บความคิดไว้ในใจ แล้วหันไปพูดกับชิงเป่า
“วันนี้ก็สู้ให้เต็มที่เหมือนเดิมนะ ถ้าแข่งตอนบ่าย พอแข่งรอบเช้าของมังกรน้อยอสนีจบแล้วฉันจะรีบไปหาทันทีเลย”
“ชิงชิง~”
เมื่อกลิ่นเหม็นน่าปวดหัวหายไปแล้ว อารมณ์ของชิงเป่าก็ดีขึ้นเป็นกอง รีบพยักหน้าอย่างร่าเริง
กลับกลายเป็นซุนเป่าที่สะดุ้งเฮือกไปหนึ่งที รีบปรายตามองชิงเป่าด้วยสีหน้าเหมือนต้องการจะถามว่า ถ้าผู้ฝึกสัตว์อสูรมาหาพวกเราจะทำยังไงดีล่ะ?
แต่ชิงเป่าก็ยังคงสีหน้าเรียบเฉย ตอบกลับด้วยสายตาเช่นกันว่า ถ้าแข่งตอนบ่าย งั้นตอนเช้าก็ไปเที่ยวให้หนำใจก่อนก็พอ?
ซุนเป่าเผยสีหน้าทำนองว่า ทำไมมันถึงคิดไม่ออกเนี่ย แล้วแอบยกนิ้วโป้งให้ทันที
ชิงเป่าก็รับคำชมอย่างหน้าชื่นตาบาน
จากนั้นจึงข้ามพิกัดมิติมายังหอคลื่นเม็ดทราย พอแน่ใจว่าซุนเป่ากับชิงเป่าออกจากบริเวณแล้ว เฉียวซางกับอาจารย์มิเคลล่าก็เคลื่อนย้ายต่อมายังหน้าทางเข้าหอแข่งขันมู่เหลียน
แทบจะในวินาทีที่พวกเธอปรากฏตัว ผู้คนและสัตว์อสูรรอบข้างก็พากันหันขวับมามองทันที
ตอนที่ซุนเป่ายังอยู่ เธอยังไม่โดนมองเยอะขนาดนี้เลย ดูท่าว่าการแข่งเมื่อวานคนคงเห็นกันเยอะจริงๆ… เฉียวซางคิดพลางเดินไปยังทางเข้าพิเศษของผู้เข้าแข่งขัน
แต่จู่ๆ ก็มีสัตว์อสูรประเภทกิ้งก่าสองเท้าตัวหนึ่งที่ถือไมโครโฟนไว้ และชายคนหนึ่งที่หอบกล้องถ่ายวิดีโอวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“ตู้ตู้?” กิ้งก่าสองเท้าพูดขึ้น แล้วก็ยื่นไมค์มาให้ทันที
แกคิดว่าฉันจะฟังออกรึไง… เฉียวซางเงียบไปนิดหนึ่งด้วยความงุนงง
ทันใดนั้น ตอนที่หยาเป่ากับกงเป่ากำลังจะล่ามแปลให้ เจ้ากิ้งก่าสองเท้ากลับทำหน้าทำนองว่า เกือบลืมไปเลย แล้วหันไปแบกกล้องเอง จากนั้นก็ยื่นไมค์ในมือต่อให้ชายคนนั้นแทน
ชายคนนั้นก็รับไมค์อย่างเป็นธรรมชาติ แล้วเอ่ยถามขึ้นว่า “ผมเป็นนักข่าวจากช่องกระแสผู้ฝึกสัตว์อสูร ไม่ทราบว่าจะขอสัมภาษณ์คุณกับมังกรน้อยอสนีสักสองสามคำได้ไหมครับ?”
หา? เมื่อกี้ยังถือกล้องอยู่เลยไม่ใช่เหรอ? อยู่ดีๆ ก็เปลี่ยนสถานะเป็นนักข่าวเฉย… เฉียวซางได้แต่บ่นในใจ แต่ก็ตอบกลับไปว่า
“ได้สิค่ะ”
“จากที่มังกรน้อยอสนีสามารถเอาชนะหอยทากเกราะเพลิงทั้งที่ระดับต่ำกว่าคู่ต่อสู้ได้เมื่อวาน คุณมีความคิดเห็นอะไรไหมครับ?”
“ไม่มีนะคะ” เฉียวซางส่ายหน้า
ชายคนนั้นชะงัก “…แต่เมื่อกี้คุณบอกว่าจะตอบคำถามผมนี่ครับ?”
เฉียวซางพูดเสียงจริงจัง “ก็เพราะว่ากับคำถามเมื่อกี้ของคุณ มันไม่มีอะไรจะพูดจริงๆ นี่ค่ะ”
ชายคนนั้น “……”
“ตู้ตู้” เจ้ากิ้งก่าสองเท้าที่ยังแบกกล้องอยู่เอ่ยเสียงหนึ่ง
ชายคนนั้นได้ยินก็หันไปหันมา จากนั้นเอาไมค์จ่อหน้ามังกรน้อยอสนีแล้วถามว่า
“จากที่คุณสามารถเอาชนะหอยทากเกราะเพลิงทั้งที่ระดับต่ำกว่าในเมื่อวาน มีอะไรอยากพูดบ้างไหมครับ?”
มังกรน้อยอสนีเหลือบมองชายคนนั้นแวบหนึ่ง จากนั้นก็เบือนหน้าหนีไปอีกทาง สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่แยแส ไม่คิดจะตอบแม้แต่น้อย
“ถิงเป่า” เฉียวซางเรียกเบาๆ พลางส่งสายตาไปหาเจ้ามังกรสายฟ้าตัวน้อยทันที
“ถิงถิง” พอเฉียวซางเรียกอีกครั้ง เจ้ามังกรน้อยถึงยอมเบือนหน้ากลับมาอย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะส่งเสียงตอบสั้นๆ ราวกับบอกว่า ไม่มีอะไรจะพูดทั้งนั้นแหละ เรื่องมันก็ผ่านไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วนี่นา
“ตู้ตู้”
เจ้ากิ้งก่าสองเท้ารีบแปลทันที
ชายถือไมค์ถึงกับทำหน้าเก้อๆ แล้วเปลี่ยนคำถามใหม่
“ไม่ทราบว่าคุณสองคนรู้จักกันได้ยังไงครับ?”
“ถิงถิง” มังกรน้อยอสนีตอบเสียงเรียบแบบไม่คิดเลยสักนิด
ตอนมันยังไม่ทันเกิด เธอก็ตัดสินใจเลือกมันไว้แล้ว
ทั้งที่ดูเหมือนไม่อยากตอบ แต่พอเฉียวซางบอกให้ทำ มันก็อดทนให้สัมภาษณ์จนได้…มิเคลล่ามองภาพตรงหน้าแล้วก็นึกถึงอดีตตนเองเมื่อตอนยังสาวแรกแย้มอยู่ ตอนนั้นเวลามีคนขอสัมภาษณ์ “มังกรทวงหนี้” ของเธอก็มักจะทำหน้าหงุดหงิด แล้วหันหลังเดินหนีไม่แยแสใครเสมอ…ขณะกำลังคิดอยู่นั่นเอง รู้ตัวอีกทีความรู้สึกหลากหลายก็ถาโถมขึ้นมา
ระหว่างนั้น โทรศัพท์ของเธอก็สั่นขึ้นมาไม่หยุด
พอหยิบขึ้นมาดู ก็เห็นว่ามีข้อความเสียงชุดใหญ่ส่งมาจาก “มังกรทวงหนี้” จนเธออดไม่ได้ที่จะกระตุกมุมปาก
เธอไม่ฟังข้อความเสียงนั่นด้วยซ้ำ กดโอนเงินจำนวนหนึ่งไปให้ แล้วเก็บมือถือใส่กระเป๋าอีกครั้ง
แต่ทว่า…มือถือกลับยังสั่นไม่หยุด
คราวนี้เป็นสายโทรเข้า
หน้าจอโชว์ว่า มังกรทวงหนี้
มิเคลล่าหยุดนิ่งไปพักหนึ่ง แล้วค่อยๆ เดินเลี่ยงออกไปจากเฉียวซางเล็กน้อยก่อนจะกดรับสาย “ราชามังกร?”
…
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
ในสนามแข่งของหอแข่งขันมู่เหลียน
“คุณสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษทุกท่าน! ยินดีต้อนรับเข้าสู่การแข่งขันประลองความเข้ากันของพันธสัญญาในวันนี้ครับ!” พิธีกรประกาศเสียงดังชัดบนเวที
“หลังจากการแข่งขันอันดุเดือดที่ผ่านมาสี่วัน เราก็ได้ผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านเข้าสู่รอบ 16 คนสุดท้ายแล้ว!”
“ตลอดช่วงที่ผ่านมา พวกเราได้เห็นถึงความผูกพันระหว่างผู้ฝึกกับสัตว์อสูรของพวกเขา แต่ก็เห็นเช่นกันว่า บางคนกับสัตว์อสูรของเขา…อาจจะยังไม่ได้เข้าใจกันขนาดนั้น ผมเชื่อว่าพอแข่งเสร็จหลายคนอาจจะกลับไปทบทวนเรื่องพันธสัญญาใหม่ แต่ไม่ต้องห่วง ความกลมเกลียวน่ะ สามารถค่อยๆ สร้างกันได้ และนั่นก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายของการแข่งขันครั้งนี้เหมือนกัน!”
พิธีกรพูดอย่างฉะฉานไม่หยุด จนดูออกว่า รอบนี้พูดเยอะกว่าการแข่งขันรอบก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด
ผ่านไปประมาณสิบกว่านาที เขาก็เอ่ยขึ้นว่า
“สำหรับการแข่งขันรอบ 16 คนสุดท้ายในวันนี้ เพื่อคัดเลือก 8 คนสุดท้าย เราจะไม่ใช้รูปแบบแข่งพร้อมกันอีกแล้ว แต่จะให้ผู้เข้าแข่งขันขึ้นเวทีทีละคู่ เพื่อตัดสินว่าใครจะได้ไปต่อ!”
พูดให้เข้าใจก็คือคนแข่งมีน้อยแล้ว ต้องยืดเวลากันนิดหน่อยนั่นแหละ
การแข่งของสัตว์อสูรระดับต้นกับกลางใช้เวลาน้อยมาก ถ้าให้แข่งพร้อมกันหมด ถึงจะมีกล้องแยกให้แต่ละสนามก็เถอะ เวลาก็ยังไม่พอถ่วงเวลาออกอากาศได้อยู่ดี ดังนั้นถ้าให้ขึ้นแข่งแบบเดี่ยวต่อเดี่ยวก็จะช่วยลากเวลาออกไปได้อีกเยอะเลย
การแข่งขันรอบถัดๆ ไปก็จะใช้รูปแบบเดียวกันนี้ทั้งหมด
ตอนเข้าสนามประลอง เจ้าหน้าที่ก็แจ้งผู้เข้าแข่งขันทุกคนไว้ล่วงหน้าแล้ว
เฉียวซางเดินไปนั่งรออยู่ตรงโซนหน้าสุดของผู้เข้าแข่งขัน
รายชื่อผู้เข้าแข่งขันจะถูกจับคู่โดยการสุ่มจากเหล่าแขกรับเชิญ
ฟู่เจี๋ยนจับได้ชื่อ “เฉียวซาง กับ มังกรน้อยอสนี” ส่วนหมีรถไฟได้ “อวี่ชื่อเค่อ กับ สุนัขคลั่งสายฟ้า”
สุนัขคลั่งสายฟ้า เป็นสัตว์อสูรประเภทไฟฟ้าระดับกลาง มีนิสัยถูกดึงดูดอย่างรุนแรงโดยสิ่งที่เคลื่อนไหวเร็วๆ ดังนั้นเวลาอยู่บนถนนมักจะไล่ตามรถหรือสัตว์อสูรที่วิ่งอยู่ตลอด…
ข้อมูลของสัตว์อสูรฝั่งตรงข้ามผุดขึ้นในหัวของเฉียวซาง เธอได้แต่ถอนหายใจในใจ
อีกแล้วเหรอ…สัตว์อสูรระดับกลางอีกตัวแล้ว…
รอบที่แล้วมังกรน้อยอสนีแค่โชคดีไปที่เปิดใช้ลักษณะเฉพาะตัวเกล็ดซ้อนออกมาได้ บวกกับที่อีกฝ่ายดันใช้กำแพงเพลิงล้อมตัวเองพอดี พลังโจมตีเลยยิ่งรุนแรงขึ้นถึงขั้นพลิกผลการแข่งขัน
แต่ตอนนี้ เหล่าผู้เข้าแข่งขันที่ยังเหลืออยู่น่าจะรู้หมดแล้วว่ามังกรน้อยอสนีมีลักษณะเฉพาะตัวแบบนั้น รอบนี้คงไม่มีทางชนะง่ายๆ เหมือนเดิมแน่
ทั้งสนามมีสัตว์อสูรระดับกลางอยู่นิดเดียวเอง ทำไมจับฉลากถึงได้เจอสองรอบติดเลยเนี่ย นี่ยังไม่ทันเข้ารอบ 10 คนสุดท้ายเลยนะ!
ถิงเป่าที่เกาะอยู่บนคอเฉียวซางไม่ได้สนใจคู่ต่อสู้เลยสักนิด ราวกับยังไม่รู้ตัวว่าเรื่องกำลังจะใหญ่แค่ไหน
การแข่งขันก็ยังดำเนินต่อไปอย่างเป็นระเบียบ
การต่อสู้ของสัตว์อสูรระดับเริ่่มต้นถึงกลางนั้นจบเร็วมาก โดยมากแค่ไม่ถึงห้านาทีก็รู้ผลแพ้ชนะแล้ว
เฉียวซางดูการแข่งขันตรงหน้าอย่างสนอกสนใจ
แม้ระดับของสัตว์อสูรที่ลงแข่งจะยังต่ำ และคำสั่งของผู้ฝึกสัตว์อสูรเองก็ไม่มีอะไรโดดเด่นนัก แต่สัตว์อสูรเหล่านี้ล้วนเป็นประเภทที่ไม่เคยเห็นทั้งในบลูสตาร์หรือแม้แต่ในอัลติเมทสตาร์ ดูแล้วแปลกตาและน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว
และไม่นาน หลังจากที่สัตว์อสูรประเภทลิงสีเขียวตัวหนึ่งล้มลงไป พิธีกรก็ประกาศขึ้นว่า
“ต่อไปคือการพบกันระหว่างผู้เข้าแข่งขันเฉียวซางกับมังกรน้อยอสนี! และอวี่ชื่อเค่อกับสุนัขคลั่งสายฟ้าครับ!”
ท่ามกลางสายตานับไม่ถ้วนที่จับจ้อง เฉียวซางพามังกรน้อยอสนีขึ้นมายืนประจำตำแหน่งบนเวที
อีกฝั่งหนึ่ง ชายหนุ่มผมดำตาดำ หน้าตาดูอายุราวยี่สิบปี ยืนอยู่กับสัตว์อสูรคล้ายสุนัขที่สูงประมาณแปดสิบเซนติเมตร ตัวสีเหลืองอ่อนทั่วทั้งร่าง ขาสั้น หางเป็นรูปสายฟ้าฟาด ดูดุดันและว่องไว
บนอัฒจันทร์ เหล่าผู้ชมเริ่มพากันกระซิบกระซาบขึ้นมา
“เฮ้อ ทำไมมังกรน้อยอสนีต้องจับเจอสัตว์อสูรระดับกลางอีกแล้วล่ะเนี่ย?”
“คงเพราะดวงซวยแหละมั้ง แต่ก็ไม่แน่หรอกว่าจะต้องแพ้ ดูอย่างเมื่อวานสิ มังกรน้อยอสนีก็ยังชนะหอยทากเกราะเพลิงได้เลยด้วยการสั่งการของเฉียวซาง”
“แต่สุนัขคลั่งสายฟ้าตัวนี้ดูเก่งกว่าหอยทากเกราะเพลิงอีกนะ”
“เฉียวซางนี่ดวงซวยของจริงเลย แถมเจ้ามังกรน้อยอสนีก็เป็นสัตว์อสูรประเภทมังกรอีก นิสัยพวกนี้ก็อย่างที่รู้ๆ กันน่ะ หยิ่งยโสสุดๆ จำได้ไหม ข่าวก่อนหน้านี้มีพูดถึงผู้ฝึกสัตว์อสูรอัจฉริยะคนนึงที่ทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรประเภทมังกรเหมือนกัน แต่พอแข่งแพ้ มังกรตัวนั้นก็ไม่ยอมยกเลิกพันธสัญญานะ แค่ย้ายออกไปอยู่ที่อื่นตัวเดียวเฉยเลย พอถูกเรียกมาปรับความเข้าใจ เจ้าตัวมังกรก็บอกตรงๆ เลยว่า”ผู้ฝึกของมันน่ะอ่อนหัดและไม่คู่ควร“พวกนายว่าถ้าเฉียวซางแพ้ มังกรน้อยอสนีจะยังอยู่กับเธอไหม?”
“ต้องอยู่น่า! ดูแล้วเฉียวซางก็น่าจะเป็นอัจฉริยะเหมือนกัน ไม่งั้นเมื่อวานคงไม่สามารถทำให้มังกรน้อยอสนีชนะหอยทากเกราะเพลิงได้หรอก อีกอย่างดูจากกิริยามารยาทและท่าที ก็เห็นอยู่ว่าเป็นคุณหนูจากบ้านร่ำรวย สัตว์อสูรประเภทมังกรน่ะเวลาจะเลือกผู้ฝึกก็จะดูสองอย่าง หนึ่งคือเงิน สองคือตัวบุคลิก เฉียวซางมีทั้งสองอย่างเลยนะ”
“ก็ไม่แน่หรอก คนที่เป็นอัจฉริยะในข่าวก็มีครบทั้งสองข้อ แต่สุดท้ายก็ยังโดนปฏิเสธอยู่ดี”
“อย่าลืมนะ มังกรน้อยอสนีเป็นสัตว์อสูรจากบลูสตาร์ อาจจะนิสัยดีกว่าพวกสัตว์อสูรประเทศมังกรของดาวเราก็ได้นะ”
ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เส้นแสงคำว่า “3” ก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ
พร้อมกับเสียงกลไกที่ดังตามมาอย่างต่อเนื่อง
“3… 2… 1… การแข่งขันเริ่ม!”
มังกรน้อยอสนีกับสุนัขคลั่งสายฟ้าต่างก็มีประกายสายฟ้าสีเหลืองพุ่งพรวดออกมาจากร่างกาย แปรเปลี่ยนเป็นสายฟ้าแลบที่พุ่งเข้าหากัน
เฉียวซางกะจากระยะแล้วประเมินพลังของการปล่อยสายฟ้าจากสุนัขคลั่งสายฟ้าได้ทันที จึงรีบออกคำสั่ง
“หลบ!”
มังกรน้อยอสนีได้ยินคำสั่งก็เคลื่อนตัวหลบไปด้านข้างอย่างฉับพลัน
สายฟ้าสองสาย หนึ่งหนา หนึ่งบาง ปะทะกันกลางอากาศ ก่อนที่สายฟ้าหนาจะบดขยี้อีกสายลงอย่างง่ายดาย แล้วพุ่งไปยังตำแหน่งเดิมที่มังกรน้อยอสนีเคยยืนอยู่
ปัง!
สายฟ้าฟาดลงไปโดนพื้นเปล่าๆ
“พุ่งประกายสายฟ้า!” อวี่ชื่อเค่อออกคำสั่ง
“ปล่อยสายฟ้ารอบตัว!” เฉียวซางสั่งเกือบในเวลาไล่เลี่ยกันไม่ถึงครึ่งวินาที
พุ่งประกายสายฟ้านั้นระเบิดพลังได้รุนแรงมาก เกินกว่ามังกรน้อยอสนีจะหลบหลีกได้ทัน วิธีที่ดีที่สุดคือรอให้อีกฝ่ายเข้าใกล้ก่อนแล้วปล่อยสายฟ้าออกไปในระยะประชิด
สุนัขคลั่งสายฟ้าถีบขาอย่างแรง พลันมีแสงสีขาวสว่างวาบพุ่งออกจากร่าง มันทะยานออกไปดุจสายฟ้าขาวเส้นหนึ่งที่พุ่งตรงเข้าใส่มังกรน้อยอสนี
ในเวลาเดียวกัน มังกรน้อยอสนีเองก็มีประกายไฟฟ้าสีเหลืองปะทุขึ้นทั่วร่าง
ขณะนั้นเอง ตอนที่เจ้าสุนัขคลั่งเหลือระยะห่างจากมังกรน้อยอสนีเพียงสามเมตร มันก็กระโดดขึ้นกลางอากาศ แสงสีขาวบนร่างพลันสลาย เผยให้เห็นรูปร่างของมันอย่างชัดเจน
และในวินาทีนั้น สายฟ้าสีเหลืองก็เริ่มปะทุขึ้นจากตัวมันอีกระลอก
ดวงตาของเฉียวซางเบิกกว้าง รีบตะโกนขึ้นทันที
“หลบ!”
มังกรน้อยอสนีพยายามขยับตัวและเคลื่อนหลบออกด้านข้าง
แต่สายฟ้านั้นเร็วเกินไป
มังกรน้อยอสนีขยับตัวได้เพียงเล็กน้อย สายฟ้าสีเหลืองก็พุ่งตรงจากร่างสุนัขคลั่งสายฟ้าเข้าใส่ร่างของมันอย่างรุนแรง
“ถิงเป่า!”
เสียงร้องของเฉียวซางดังขึ้นในขณะที่มังกรน้อยอสนีส่งเสียงร้องเจ็บปวดออกมา
อวี่ชื่อเค่อมีสีหน้าแปลกใจปรากฏขึ้นแวบหนึ่งบนใบหน้า
“สายฟ้าคลั่ง…”
เจ้าสุนัขคลั่งสายฟ้าหันมามองคู่ต่อสู้อย่างหยิ่งผยอง ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกว่า เห็นไหมว่าแกหนีไม่พ้นหรอก!
มันสามารถเปลี่ยนจากท่าพุ่งประกายสายฟ้ามาเป็นปล่อยสายฟ้าได้กลางอากาศเลยงั้นเหรอ… เฉียวซางรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก
ความรู้สึกแบบนี้เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นในการแข่งขันรอบก่อนหน้าเลยแม้แต่น้อย
สายตาของเธอจับจ้องไปที่ใบหน้าของอวี่ชื่อเค่อ ก่อนจะยิ่งมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองคิด
การเปลี่ยนท่ากลางคันเมื่อครู่…เป็นการตัดสินใจของเจ้าสุนัขคลั่งสายฟ้าเอง!
โซนของแขกรับเชิญ
“ตอนที่มันใช้พุ่งประกายสายฟ้าแล้วกระโดดขึ้นกลางอากาศ แล้วเปลี่ยนเป็นทักษะปล่อยสายฟ้าเพื่อโจมตีมังกรน้อยอสนีได้น่ะ ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นแผนที่อวี่ชื่อเค่อวางไว้ตั้งแต่ต้น หรือว่ามันเป็นการตัดสินใจของสัตว์อสูรตัวนั้นเอง” ฟู่เจี๋ยนพูดอย่างประทับใจ
“แต่ไม่ว่าจะของใคร บอกได้แค่ว่าทำได้เยี่ยมมาก”
“เถี่ยเถี่ย”
หมีรถไฟพยักหน้ารับ
เฟ่ยตั๋วกล่าวบ้างว่า
“ฉันว่ามันเป็นการตัดสินใจของเจ้าสุนัขคลั่งเอง มันน่าจะเห็นว่ามังกรน้อยอสนีมีประกายไฟฟ้าเริ่มก่อตัวที่ร่าง แล้วก็เดาได้ว่าเฉียวซางจะให้ปล่อยสายฟ้าเอาไว้รอบตัว พอมันรู้ว่าจะโดนสวนกลับแน่ก็เลยเปลี่ยนเป็นการโจมตีระยะไกลแทน”
ในดาวนภาเพลิง การแข่งขันของผู้ฝึกสัตว์อสูรมืออาชีพนั้น สัตว์อสูรหลายตัวย่อมสามารถตัดสินใจเปลี่ยนกลยุทธ์ของตัวเองตามสถานการณ์ตรงหน้าได้และผลลัพธ์ก็มักจะออกมาดีเสมอ
ในที่สุดเฉียวซางก็ได้เจอกับสัตว์อสูรแบบนั้นเข้าแล้ว…มิเคลล่าแอบคิดอยู่ในใจ
ในการแข่งขันศึกชิงถ้วยอวกาศนั้น สิ่งที่รับมือยากที่สุดในกลุ่มของผู้ฝึกจากดาวนภาเพลิงก็คือสัตว์อสูรของพวกเขานี่แหละ
เพราะไม่ว่าจะเป็นบนบลูสตาร์หรือดาวอื่นๆ ถ้าสัตว์อสูรไม่ทำตามคำสั่งของผู้ฝึก ส่วนใหญ่แล้วจะจบด้วยความพ่ายแพ้
แต่กับพวกสัตว์อสูรจากดาวนภาเพลิง…กลับไม่ใช่แบบนั้นเลย
สัตว์อสูรของที่นี่เติบโตมากับเวทีต่อสู้ ได้รับการฝึกฝนด้วยการแข่งขันตลอดเวลา พวกมันมีสัญชาตญาณต่อสู้ที่เฉียบคม ตอบสนองไว และสามารถปรับเปลี่ยนการเคลื่อนไหวของตัวเองได้อย่างทันทีโดยอิงจากท่าทางของคู่ต่อสู้
ความสามารถเช่นนี้มักสร้างผลลัพธ์เกินคาด และแทบจะเป็นผลลัพธ์ในเชิงบวกทั้งสิ้น
บนสนามแข่งขัน
“ฉาน…”
สีหน้าท่าทีที่เคยมั่นใจของเจ้าสุนัขคลั่งสายฟ้าเปลี่ยนไปทันควัน มันขมวดคิ้วแน่นจ้องไปยังมังกรน้อยอสนีที่ยืนอยู่ไกลออกไป
มังกรน้อยอสนีที่ตอนแรกเหมือนจะกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด แต่กลับเงียบลงเฉยๆ จากนั้นก็กะพริบตาอยู่กลางกระแสไฟฟ้าเหมือนกับ…ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง
เมื่อแสงสายฟ้าสีเหลืองหายไป ก็เห็นว่ามังกรน้อยอสนีไม่ได้เป็นอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว!
“ถิงถิง!”
มังกรน้อยอสนีนิ่งไปแวบหนึ่ง จากนั้นร่างกายของมันก็เปล่งประกายไฟฟ้าสีเหลืองปะทุขึ้นทันที ก่อนจะรวมตัวกันเป็นสายฟ้าพุ่งตรงไปยังสุนัขคลั่งสายฟ้า
แรงปะทะจากสายฟ้าสายนี้ดูเหมือนจะรุนแรงกว่าก่อนหน้านี้เสียอีก!
อวี่ชื่อเค่อรับรู้ถึงบางอย่างที่ผิดปกติทันที
ลักษณะเฉพาะตัว สายล่อฟ้า!
เฉียวซางเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงและดีใจในคราเดียว
สัตว์อสูรที่มีลักษณะเฉพาะสายล่อฟ้าจะไม่ได้รับผลกระทบจากทักษะประเภทไฟฟ้าและที่สำคัญยิ่งกว่านั้น เมื่อโดนโจมตีด้วยทักษะประเภทไฟฟ้า จะยิ่งทำให้พลังโจมตีพิเศษเพิ่มขึ้นอีกด้วย!
นึกไม่ถึงเลยว่ามังกรน้อยอสนีจะมีลักษณะเฉพาะตัวนี้ซ่อนอยู่อีกอย่างหนึ่ง!
ถ้าเป็นแบบนี้แล้ว จะไปกลัวสุนัขคลั่งสายฟ้าที่ใช้ธาตุไฟฟ้าอีกทำไมกันเล่า!
ขณะที่ความคิดแวบผ่านในใจ เจ้าสุนัขคลั่งสายฟ้าก็รีบพลิกตัวหลบสายฟ้าของมังกรน้อยอสนีอย่างว่องไว
“ปล่อยสายฟ้าไปเรื่อยๆ เลย!” เฉียวซางออกคำสั่งทันที
“ถิงถิง!”
ร่างของมังกรน้อยอสนีสั่นสะท้านไปด้วยเส้นสายไฟฟ้าสีเหลืองจำนวนมาก ปะทุสายฟ้าพุ่งเข้าใส่สุนัขคลั่งสายฟ้าไม่ขาดสาย
สุนัขคลั่งสายฟ้าพอเห็นท่าทีชัดเจนของมังกรน้อยอสนี ก็ไม่กล้าบุกสวนกลับในทันที ได้แต่หลบหลีกอย่างทุลักทุเล
มังกรน้อยอสนีตัวนี้ ถึงกับมีลักษณะเฉพาะอย่างสายล่อฟ้าด้วยงั้นเหรอ!?
แบบนี้ หรือว่ามันจะเอาชนะคู่ต่อสู้ระดับกลางได้อีกครั้ง!?
สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่การต่อสู้ตรงหน้า
“พุ่งประกายสายฟ้า!” อวี่ชื่อเค่อตะโกนออกมาเสียงดัง
“ฉาน!”
ร่างของสุนัขคลั่งสายฟ้ากลายเป็นสายฟ้าขาวเส้นหนึ่ง พุ่งซ้ายหลบขวา พลิกตัวหลบสายฟ้าสีเหลืองที่ปะทุมาอย่างต่อเนื่อง แล้วพุ่งเข้าใส่มังกรน้อยอสนีอย่างรวดเร็ว
โซนของแขกรับเชิญ
“มังกรน้อยอสนีมีลักษณะเฉพาะตัวเป็นสายล่อฟ้า ทักษะธาตุไฟฟ้าของสุนัขคลั่งสายฟ้าใช้กับมันไม่ได้ผล แถมยังทำให้พลังโจมตีพิเศษเพิ่มขึ้นอีกด้วย” ฟู่เจี๋ยนอธิบาย
“ส่วนพุ่งประกายสายฟ้าที่สุนัขคลั่งใช้ตอนนี้ เป็นทักษะประเภททั่วไป โดยใช้ความเร็วสูงเพื่อหลบการโจมตีได้ด้วย แถมยังเป็นท่าบุกที่รวดเร็วด้วย คำสั่งของอวี่ชื่อเค่อรอบนี้ถือว่าเหมาะสมกับสถานการณ์ในตอนนี้มากจริงๆ”