- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 1353: การทดสอบของมังกรน้อยอสนี
บทที่ 1353: การทดสอบของมังกรน้อยอสนี
บทที่ 1353: การทดสอบของมังกรน้อยอสนี
ห้าโมงเย็น
ภายในบ้าน
ลานฝึกซ้อมกลางแจ้ง
“ถิงถิง”
มังกรน้อยอสนีทำสีหน้าจริงจัง พยักหน้าเบาๆ แสดงว่าตนเองพร้อมแล้ว
หยาเป่าที่อยู่ฝั่งตรงข้ามอ้าปาก พ่นเปลวเพลิงสีแดงเพลิงออกมาเป็นสาย ขนาดแค่ปลายนิ้วโป้งเท่านั้น ยิงตรงเข้าใส่ร่างของมังกรน้อยอสนี
“ถิงถิง!!”
เสียงร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น ทั่วทั้งตัวของมังกรน้อยอสนีกลายเป็นสีดำเกรียม แล้วล้มลงไปกองกับพื้นหมดสติทันที
“ย่าห์….”
หยาเป่าหันมามองผู้ฝึกสัตว์อสูรด้วยสีหน้าไม่รู้จะทำยังไงดี
มันคุมพลังไว้เบาสุดๆ แล้วนะ…
“ฉันรู้” เฉียวซางพูดปลอบเบาๆ ก่อนจะหันไปเรียกอีกตัวแทน
“ลู่เป่า”
“ปิงตี้”
อัญมณีบนหน้าผากของลู่เป่าเปล่งแสงสีน้ำเงินเข้มขึ้น ส่องไปยังร่างของมังกรน้อยอสนี
เพียงครู่เดียว สีสันบนร่างของมังกรน้อยอสนีก็ค่อยๆ กลับคืนมา ราวกับได้คืนชีพเต็มร้อยอีกครั้ง
“ย่าห์?”
หยาเป่าร้องขึ้นอย่างลังเลเล็กน้อย เหมือนจะถามว่า จะฝึกต่อไหม?
ร่างของมังกรน้อยอสนีชะงักนิดหนึ่ง แต่ไม่ได้พูดอะไร
“ให้กงเป่ามาแทนแล้วกัน” เฉียวซางพูด
หยาเป่าถอนหายใจอย่างโล่งอก
มังกรน้อยอสนีเองก็ถอนหายใจออกมาเงียบๆ
กงเป่าบินขึ้นสู่กลางอากาศ แล้วสะบัดปีกเบาๆ หนึ่งครั้ง ใบมีดอากาศที่เกิดจากการควบแน่นของลมพุ่งออกมาทันที มีขนาดราว 50 เซนติเมตร และทะยานเข้าใส่มังกรน้อยอสนีในพริบตา
เร็วเกินไป มังกรน้อยอสนียังไม่ทันตั้งตัวก็โดนฟันเข้าเต็มแรง
“ถิงถิง!!”
มันร้องเสียงหลง ร่างพุ่งกระเด็นพลางเปล่งแสงสีเงินจางๆ ออกมา แล้วก็สลบไปอีกครั้ง
กงเป่าหันมามองผู้ฝึกสัตว์อสูรของตนเงียบๆ
เฉียวซางโบกมือ “ไม่ต้องพูด ฉันเข้าใจ”
กงเป่า: “…”
ตอนนี้หยาเป่า ลู่เป่า และกงเป่าต่างก็มีระดับอยู่ที่ขั้นราชาแล้ว ส่วนมังกรน้อยอสนีเพิ่งฟักออกมาไม่นาน ความแตกต่างของระดับในทุกด้านมันมากเกินไป ต่อให้พยายามลดพลังโจมตีแค่ไหนก็ยังสามารถจัดการมังกรน้อยอสนีได้ในทีเดียวอยู่ดี ถึงแม้มังกรน้อยอสนีจะมีลักษณะเฉพาะตัวเกล็ดซ้อนก็ตาม แต่นี่คือช่องว่างของพลังอย่างแท้จริง
ณ ตอนนี้ ผู้ที่เหมาะจะช่วยมังกรน้อยอสนีฝึกทดสอบลักษณะพิเศษมากที่สุดก็คือชิงเป่า …ไม่รู้ว่าตอนนี้กลับมาหรือยังนะ…
ในขณะที่เธอกำลังคิดอยู่ ลู่เป่าก็ฉายแสงสีน้ำเงินเข้มจากหน้าผากอีกครั้ง ฟื้นพลังให้มังกรน้อยอสนี
ไม่กี่อึดใจ ร่างของมันก็ฟื้นกลับมาดังเดิมอีกครั้ง
“กงฉิว?”
กงเป่าร้องขึ้นและถามว่า จะให้โทรหาซุนเป่าถามไหมว่าพวกมันจะกลับเมื่อไหร่?
“เอาเลย” เฉียวซางพยักหน้าแล้วเดินกลับเข้าไปในห้องรับแขก
“ถิงถิง?”
มังกรน้อยอสนีทำหน้าสงสัยนิดๆ ส่งเสียงถาม ทำไมผู้ฝึกถึงเดินไปล่ะ? ไม่ฝึกแล้วเหรอ?
“กงฉิว”
กงเป่าตอบกลับให้ว่า ผู้ฝึกของพวกเราจะโทรไปตามชิงเป่ากลับมาฝึกกับแกไงล่ะ
“ถิงถิง?”
มังกรน้อยอสนีไม่เข้าใจ
ทำไมล่ะ? ก็อยู่ตรงนี้กันตั้งเยอะนี่นา?
กงเป่า: “…”
จู่ๆ ก็ตอบไม่ออกขึ้นมาเฉยๆ
“ย่าห์~”
หยาเป่าช่วยตอบให้แทนอย่างไม่ลังเล ก็เพราะแกอ่อนแอไง โดนพวกเราตีแค่ทีเดียวก็หมดสภาพ ต้องให้เจ้าห้าที่อ่อนเท่าๆ กันมาช่วยฝึกแทน
กงเป่าหันไปมองหยาเป่าทันทีด้วยสายตาแบบ นี่แหละ ตัวแทนแห่งความจริงที่กล้าพูดออกมา
มังกรน้อยอสนีเงียบไป
กงเป่าคิดว่ามันจะโกรธ โมโห หรือเสียหน้าอะไรแบบนั้น แต่ผิดคาด มังกรน้อยอสนีกลับทำสีหน้าจริงจัง หันไปมองหยาเป่า แล้วร้องขึ้นสองครั้งว่า…
“ถิงถิง”
“ถิงถิง”
มังกรน้อยอสนีส่งเสียงเรียกติดกันสองครั้ง สีหน้าแน่วแน่จริงจัง
มันทนไหว ต่อให้ต้องล้มลงก็ไม่เป็นไร จุดประสงค์ของเราคือการทดสอบระดับของลักษณะเฉพาะตัวเกล็ดซ้อนไม่ใช่เหรอ? มันเองก็รู้ว่าตัวเองเปิดใช้ลักษณะพิเศษได้หรือไม่ตอนโดนโจมตี เพราะฉะนั้นใครจะเป็นคนโจมตีก็ไม่สำคัญอยู่ดี ยังไงก็มีคนรักษาให้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?
คำพูดในสายตานั้นทำให้กงเป่าเปลี่ยนมุมมองต่อมังกรน้อยอสนีไปทันที
ถ้าเป็นซุนเป่านะ ต่อให้ผู้ฝึกสัตว์อสูรไม่ได้พูดอะไร มันเองก็จะเสนอทันทีให้รอชิงเป่ากลับมาก่อนค่อยเริ่มทดสอบ
หยาเป่าก็ชะงักไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าเจ้าตัวเล็กแบบนี้จะพูดอะไรที่เป็นผู้ใหญ่ขนาดนี้ออกมา สายตาของมันเริ่มแฝงความชื่นชมขึ้นบางส่วน
สัตว์อสูรหนึ่งใหญ่หนึ่งเล็ก หันมาสบตากัน
“ย่าห์!”
ผ่านไปประมาณสามวินาที หยาเป่าพยักหน้าแล้วร้องรับเสียงหนึ่ง
ได้ มันจะช่วยทดสอบให้เอง!
มันนึกอะไรขึ้นได้จึงหันไปมองลู่เป่าที่อยู่ด้านข้างเงียบๆ
“ปิงตี้”
ลู่เป่าเข้าใจความหมายของหยาเป่าโดยไม่ต้องพูดอะไร มันร้องรับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและบอกว่ามันจะช่วยฟื้นฟูให้เอง
“ถิงถิง”
มังกรน้อยอสนีถอยหลังหนึ่งก้าว ทำท่าเหมือนพร้อมรับการโจมตีเต็มที่
หยาเป่าอ้าปาก พ่นเปลวเพลิงขนาดเท่านิ้วก้อยออกไปอีกครั้ง
“ถิงถิง!”
เปลวเพลิงพุ่งเข้าปะทะเต็มๆ มังกรน้อยอสนีส่งเสียงร้องลั่น ร่างของมันเปล่งแสงสีเงินออกมาเพียงชั่ววูบ ก่อนจะดับลงพร้อมกับที่มันล้มหมดสติอีกครั้ง
เจ้าหกนี่ก็ใจเด็ดใช่ย่อยเลย… กงเป่านึกในใจอย่างอดไม่ได้
…
ในขณะเดียวกัน ที่อีกฝั่งหนึ่งของบ้าน
เฉียวซางเพิ่งรับโทรศัพท์จากมิเคลล่า กำลังจะกดโทรหาซุนเป่าก็สัมผัสได้ทันทีถึงความคิดของกงเป่า
เธอเข้าใจในทันทีว่า ตอนนี้มังกรน้อยอสนีกำลังฝึกซ้อมกับหยาเป่าอยู่ในสนามฝึกก็อดรู้สึกประทับใจเล็กๆ ไม่ได้
แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังตัดสินใจโทรหาอยู่ดี
ตอนนี้เย็นมากแล้ว อีกเดี๋ยวก็ถึงเวลามื้อค่ำ พวกซุนเป่ากับชิงเป่าก็ควรจะกลับได้แล้ว…
“ตู้ด… ตู้ด…”
เสียงสัญญาณดังอยู่เพียงสองครั้ง ก็มีเสียงซุนเป่าดังขึ้นทางปลายสาย
“ซุนซุน~”
“พวกแกน่าจะถึงเวลากลับได้แล้วนะ” เฉียวซางพูด
“จะได้มากินข้าวเย็นกัน”
“ซุนซุน~”
ซุนเป่าตอบกลับว่า ได้เลย เดี๋ยวจะไปซื้อตั๋วพิกัดกลับทันที
“ไม่ต้องลำบากขนาดนั้นหรอก” เฉียวซางว่าเพียงเท่านั้นก่อนจะกดตัดสาย แล้วประสานมืออัญเชิญ
สองกลุ่มดาวสีแดงสดปรากฏขึ้นบนพื้นพร้อมกัน ส่องแสงเจิดจ้า
ไม่นาน ร่างของซุนเป่ากับชิงเป่าก็ปรากฏขึ้นกลางกลุ่มดาวนั้น
“ซุนซุน……”
“ชิงชิง……”
ทั้งสองตัวมองไปรอบๆ อย่างตกตะลึง ยังไม่ทันตั้งตัวกับการเปลี่ยนฉากกระทันหัน
เฉียวซางกำลังจะเปิดปากพูด แต่พอเห็นพุงของเจ้าสองตัวที่ดูใหญ่กว่าปกติ เธอก็เงียบไปทันที
“ซุนซุน~”
ซุนเป่าฟื้นตัวได้ก่อน มันรีบบินมาคลอเคลียแก้มผู้ฝึกสัตว์อสูรของตนอย่างออดอ้อน
เฉียวซางก้มมองหน้าท้องมัน แล้วถามขึ้นอย่างรู้ทัน
“พวกแก…กินข้าวมาแล้ว?”
ซุนเป่าแข็งทื่อขึ้นทันที หันขวับไปมองชิงเป่าโดยอัตโนมัติ
“ชิงชิง~”
ชิงเป่ายิ้มหวานแล้วตอบด้วยเสียงนุ่มนวลว่า ตรงที่แข่งมีพ่อค้าแม่ค้าเต็มไปหมดเลย พวกเราดูไปกินไปนิดหน่อยเอง
“ซุนซุน~”
ซุนเป่าพยักหน้ารัวๆ สนับสนุนทันที ใช่เลย! แค่นั้นแหละ!
เฉียวซางเหลือบตามองพุงของชิงเป่า แล้วถามเสียงเรียบ
“งั้นพวกแกยังจะกินข้าวเย็นได้อีกไหม?”
“ชิงชิง~”
ชิงเป่าพยักหน้าทันที ทำท่าราวกับจะบอกว่า ไม่มีปัญหาแน่นอน!
ถัดมาอีกแวบเดียว มันก็เรอออกมาเบาๆ
ชิงเป่าตกใจ รีบยกอุ้งมือขึ้นปิดปาก แล้วส่งยิ้มเขินๆ อย่างสุดชีวิต
“ซุนซุน……”
ซุนเป่ากำลังจะหลุดขำ แต่พอคิดได้ว่าตัวเองก็กินด้วยเหมือนกัน ก็รีบยกอุ้งมือปิดปากแล้วกลั้นหัวเราะแทบตาย
เฉียวซางไม่ได้ต่อว่าอะไรต่อ นิสัยของซุนเป่าน่ะ เวลามีเงินอยู่เต็มกระเป๋าแต่ไม่หาของกินคงเป็นไปไม่ได้ เธอให้เงินพวกมันก็เพราะตั้งใจจะให้พวกมันได้ใช้เล่นอยู่แล้ว
ดูท่าจะพาชิงเป่าไปกินจนหนำใจเลยทีเดียว
“ถ้าอิ่มเกินไปก็อย่าฝืนนะ” เฉียวซางพูดเสียงอ่อน “เอาไว้พอพุงยุบลงค่อยกินก็ได้”
“ชิงชิง~”
ชิงเป่าชะงักเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง
“ซุนซุน~!”
ซุนเป่ายกอุ้งมือขึ้นแล้วร้องออกมาทันที แต่มันยังไหวอยู่จริงๆ นะ! กินได้อีกแน่นอน!
ชิงเป่า: “...”