- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 1341: หลังรอบคัดเลือก
บทที่ 1341: หลังรอบคัดเลือก
บทที่ 1341: หลังรอบคัดเลือก
หลังจากการแข่งขันจบลง และมีการประกาศอย่างเป็นทางการว่าเหล่าผู้เข้าแข่งขันที่มีสีเขียวใต้สนามได้เข้าสู่รอบต่อไปเรียบร้อยแล้ว เฉียวซางก็พามังกรน้อยอสนีไปสมทบกับอาจารย์มิเคลล่าที่บริเวณทางเข้า
ระหว่างทางก็มีคนมากมายที่หันมามองพวกเธอเป็นสายตาเดียว
เพราะถึงแม้ว่าในการแข่งขันครั้งนี้มีผู้เข้าแข่งเยอะมาก แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ผ่านเข้ารอบจะได้ออกกล้อง แต่เฉียวซางกับมังกรน้อยอสนีกลับมีช็อตที่ได้ออกกล้องถึงสิบกว่าวินาที จนคนจดจำกันได้เป็นอย่างดี
“ซุนซุน~”
ซุนเป่าลอยตัวมาใกล้มังกรน้อยอสนี ก่อนจะเอื้อมมือมาแตะหัวมันแล้วส่งเสียงเรียกแผ่วเบา เป็นเชิงชมว่าเจ้าหกเก่งมาก
“ถิงถิง”
มังกรน้อยอสนีก็แค่ร้องตอบไปเสียงหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจเท่าไหร่ แสดงให้เห็นว่าตั้งแต่เห็นคู่ต่อสู้ก็มั่นใจแล้วว่าจะชนะ
“ซุนซุน?”
ซุนเป่าได้ยินก็ทำหน้าสงสัยทันที เป็นสีหน้าทำนองว่า รู้ลึกขนาดนั้นเชียว?
ทางด้านเฉียวซางก็กำลังคุยกับอาจารย์มิเคลล่าอยู่พอดี
“ถ้าวันนี้ลมในสนามแรงกว่านี้อีกหน่อย มังกรน้อยอสนีก็คงไม่ชนะได้ไวขนาดนี้หรอกค่ะ”
มิเคลล่าพยักหน้าแล้วพูดว่า “ก้อนเมล็ดฝ้ายควบคุมการลอยตามลมไม่ได้หรอก ถ้าลมแรงกว่านี้จนพัดออกนอกสนาม สุดท้ายก็แพ้อยู่ดีนั่นแหละ”
เฉียวซางฟังแล้วก็แอบคิดในใจว่า อ๋อ ที่แท้ลอยตามลมมันควบคุมไม่ได้หรอกเหรอ... ถ้าเป็นสนามกลางแจ้งจริงๆ แบบนี้ก็คงเสี่ยงน่าดู
มิเคลล่ายังพูดต่ออีกว่า
“ถือว่าโชคดีนะ ที่ยังไม่เจอคู่ต่อสู้ที่ฝึกมาอย่างดีตั้งแต่แรก”
ถึงแม้ว่ามังกรน้อยอสนีจะเป็นสัตว์อสูรประเภทมังกรกับไฟฟ้าซึ่งหายากสุดๆ ก็ตาม แต่ด้วยอายุที่ยังน้อย การฝึกฝนก็เพิ่งเริ่มต้นได้ไม่นาน ตอนนี้ก็ยังอยู่แค่ช่วงเริ่มต้นในการฝึกควบคุมทักษะของตัวเอง ถ้าไปเจอสัตว์อสูรที่ฝึกมาแข็งแกร่งกว่านี้อีกนิดก็มีโอกาสแพ้สูงมาก
เฉียวซางหัวเราะแล้วพูดว่า
“จริงๆ ฉันก็อยากให้เจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่านี้อีกนิดนะคะ อย่างน้อยก็จะได้พัฒนาฝีมือในสนามประลองด้วย”
คำพูดของเธอทำให้มิเคลล่ารู้สึกชื่นใจไม่น้อย
“เหมียนเหมียน!”
“เหมียนเหมียน!”
จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงร้องคุ้นหูดังมาจากด้านหน้า
เฉียวซางมองไปตามเสียง ก็เห็นก้อนเมล็ดฝ้ายตัวก่อนที่เพิ่งแข่งกับมังกรน้อยอสนี กำลังยืนหน้างอใส่เด็กหนุ่มทรงผมกะลาครอบอยู่
“ก็เพราะคู่ต่อสู้เป็นสัตว์อสูรประเภทมังกร แถมยังมีทักษะไฟฟ้าอีก ยังไงก็ไม่มีทางสู้ไหวหรอกนะ…” เด็กหนุ่มคนนั้นพูดด้วยสีหน้าเจ็บใจ
“เหมียนเหมียน!”
“เหมียนเหมียน!”
ก้อนเมล็ดฝ้ายยังคงร้องออกมาด้วยความโมโห ก่อนจะหมุนตัวเดินหนีไปทันที
“เหมียนเหมียน อย่าเพิ่งไปสิ!” เด็กหนุ่มตะโกนไล่หลังแล้วรีบวิ่งตามไป
แต่ก่อนจะไล่ทัน ก้อนเมล็ดฝ้ายก็หันไปร้องเรียกสัตว์อสูรประเภทนกที่กำลังเดินผ่านมา
“เหมียนเหมียน!”
สัตว์อสูรนกตัวนั้นไม่พูดอะไรเลย ใช้ปีกโบกหนึ่งที
ลมแรงก็โถมเข้าใส่ ทำให้ก้อนเมล็ดฝ้ายลอยตัวขึ้นฟ้าไปทันที
“เหมียนเหมียนนนน!” เด็กหนุ่มยืนตะโกนอย่างหมดใจให้กับก้อนเมล็ดฝ้ายที่กำลังลอยหายไป
เฉียวซาง: “……”
“การแข่งขันแบบนี้ที่พอแพ้แล้วผู้ฝึกสัตว์อสูรก็ต้องแยกกับสัตว์อสูรตัวเองไปเลยน่ะ มีให้เห็นเป็นเรื่องปกติ เธอไม่ต้องรู้สึกผิดหรอกนะ” มิเคลล่าที่เห็นภาพนั้นเหมือนกันก็พูดปลอบขึ้นมา
ทว่าในใจของเฉียวซางกลับไม่ได้กำลังรู้สึกผิดอย่างที่มิเคลล่าคิด กลับกันเธอแค่แปลกใจกับสถานการณ์ตรงหน้าเท่่านั้น แต่เพื่อรักษามารยาทภายนอกก็เลยแสร้งทำหน้าเศร้าแล้วพูดว่า
“ไม่แปลกใจเลยค่ะ ที่คนจากดาวนี้จะทำมาตรฐานได้ดีขนาดนั้นในการแข่งศึกชิงถ้วยอวกาศ”
พูดไปสักพักเธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้ ก้มหน้าลงถามแบบทีเล่นทีจริงว่า “ถิงเป่า ถ้าต่อไปเราลงแข่งแล้วเกิดแพ้ขึ้นมา แกจะไม่อยากอยู่กับฉันแล้วใช่ไหม?”
“ถิงถิง!”
มังกรน้อยอสนีถึงกับชะงักไปเล็กน้อย แล้วรีบส่ายหัวทันที
แน่นอนว่าไม่มีวันหรอก!
“ถิงถิง?”
ตอบเสร็จมันก็ร้องเสียงหนึ่งเป็นเชิงถามกลับ
แล้วถ้าเป็นมันที่แพ้ล่ะ เธอจะไปทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรตัวอื่นแทนหรือเปล่า?
เสียงของกงเป่าที่ดังขึ้นในหัวครั้งนี้แอบแฝงไปด้วยความขบขันอย่างชัดเจน
เฉียวซาง: “……”
รู้งี้ไม่ถามดีกว่า…
“ไม่มีทางแน่นอน” เฉียวซางรีบตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ถิงถิง~” มังกรน้อยอสนีฟังแล้วก็รู้สึกดีใจจนปีนจากกระเป๋าขึ้นมาพันรอบคอเธอแบบออดอ้อน
เฉียวซาง: “……”
นี่มันเหมือนกับกำลังเลี้ยงเด็กอยู่ชัดๆ
เวลา 15.00 น.
ณ สนามฝึกกลางแจ้ง
มังกรน้อยอสนีกำลังฝึกเคลื่อนไหวไปมาอยู่บนลานกว้าง ขณะที่มันกำลังขยับตัวไปข้างหน้า ก็มีเสาน้ำแข็งแหลมคมบางแท่งร่วงลงมาจากฟ้าแบบกะทันหัน ขวางเส้นทางของมันไว้
บางครั้งมันก็สามารถหลบหลีกเสาน้ำแข็งเหล่านั้นได้ด้วยปฏิกิริยาที่รวดเร็วและความว่องไวของตัวเอง แต่บางครั้งก็ชนเข้าเต็มแรงแบบไม่ได้ตั้งตัว
ไม่ไกลจากจุดที่มังกรน้อยอสนีฝึกอยู่นั้น ลู่เป่ากำลังยืนจับจ้องการเคลื่อนไหวของมันอยู่เช่นกัน พร้อมกับช่วยสร้างเสาน้ำแข็งลงมาเป็นอุปสรรคขวางทางให้ และในเวลาเดียวกัน บนตัวของลู่เป่าก็ห่อหุ้มไปด้วยเกราะน้ำแข็งที่แสนแข็งแกร่ง เป็นการฝึกซ้อมของเจ้าตัวเองไปในตัวด้วย
ทางด้านเฉียวซาง เธอกำลังถือมือถือดูฟอรั่มอย่างเป็นทางการของการแข่งขันประลองความเข้ากันของพันธสัญญาอยู่ข้างสนาม
นี่เป็นนิสัยที่ติดมาของเธอนับตั้งแต่เริ่มเข้าร่วมการแข่งขันอย่างเป็นทางการ คือชอบเข้าไปหาข้อมูลเกี่ยวกับคู่แข่งที่อาจจะต้องเจอในรอบหน้า แม้ว่าอีกฝ่ายจะยังไม่มีสัตว์อสูรที่ทำพันธสัญญาเป็นทางการก็ตาม
สายตาของเธอหยุดอยู่ที่หัวข้อหนึ่งบนหน้าแรกที่เขียนว่า
[สรุปรายชื่อผู้เข้าแข่งขันตัวเต็งของการแข่งขันครั้งนี้]
ซึ่งดูแล้วก็น่าสนใจพอสมควร เธอเลยกดเข้าไปดู
พอเข้าไปในกระทู้ก็เจอรายชื่อที่ระบุไว้ว่า
[ทิโมธี และ จิ้งจกพิษ, นีคอล และ ปีศาจแดงตัวน้อย, วาเลรี และ เต่าน้ำแข็ง… เฉียวซาง และ มังกรน้อยอสนี…]
ใครบางคนถึงกับรู้จักชื่อสายพันธุ์ของมังกรน้อยอสนีเลยงั้นเหรอ… แต่พอคิดไปแล้วเธอก็รู้สึกว่ามันก็ไม่แปลกเท่าไหร่ การแข่งขันนี้ออกอากาศทางโทรทัศน์ ไม่ว่าคนดูจะหาข้อมูลเองหรือไม่ พอภาพตัดมาให้เห็นสัตว์อสูรเมื่อไร ผู้บรรยายก็ต้องแนะนำข้อมูลของมันอยู่ดี
เฉียวซางเลื่อนลงไปดูคอมเมนต์ใต้โพสต์
[ฉันลองมานับดูแล้ว รอบนี้มีสัตว์อสูรระดับกลางเข้าร่วมทั้งหมดสิบเอ็ดตัว ดังนั้นสามอันดับแรกยังไงก็ไม่มีทางเป็นของสัตว์อสูรระดับเริ่มต้นแน่นอน ใครที่พาสัตว์อสูรระดับเริ่มต้นมาแข่งก็ตัดชื่อออกจากลิสต์ตัวเต็งได้เลย]
[พูดแบบนั้นก็ไม่ถูกนะ ตอนนี้ก็ยังมีบางกรณีที่สัตว์อสูรระดับเริ่มต้นชนะระดับกลางได้อยู่]
[กรณีพวกนั้นส่วนมากก็เป็นพวกที่ทำพันธสัญญาแล้วทั้งนั้น แต่นี่คือการแข่งขันที่เอาสัตว์อสูรป่ามาแข่งนะ ยังไม่ได้ทำพันธสัญญากันเลยสักตัว]
[ฉันเห็นว่ามีสัตว์อสูรประเภทมังกรสองตัวเข้าร่วมในสายระดับล่างด้วยนะ ถ้าเป็นมังกร ต่อให้ข้ามระดับก็ยังพอไหวอยู่]
[อย่างมังกรน้อยพฤกษาสมุทรน่่ะ น่าจะพอไหว ตัวมันยาวเกือบเมตรได้แล้ว ดูก็รู้ว่าอยู่ระดับเริ่มต้นมานานแล้ว ส่วนอีกตัวที่มีประเภทไฟฟ้าด้วยนั่น ไม่ไหวหรอก ตัวแค่จิ๊ดเดียว พนันได้เลยว่าเพิ่งฟักออกมาจากไข่ได้ไม่นานเอง]
[แต่ถึงตัวจะเล็ก แต่ผู้ฝึกสัตว์อสูรที่พามังกรน้อยอสนีมาแข่งนั่นไม่ธรรมดาเลยนะ ดูจากอายุยังเป็นแค่เด็กวัยรุ่นเองแท้ๆ แต่กลับเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ D แล้ว ถ้ามีตำแหน่งทำพันธสัญญากับมังกรน้อยอสนีเมื่อไร ก็อาจจะเลื่อนเป็นระดับ C ได้ในเร็วๆ นี้เชียวล่ะ]
[ว่าแต่นี่นายรู้ลึกขนาดนี้ได้ยังไงเนี่ย?]
[ก็ฉันก็ลงแข่งด้วยเหมือนกัน ตอนแรกยืนอยู่ข้างๆ เธอแล้วถามเอาน่ะ อีกอย่าง เธอเป็นคนจากดาวอื่น เห็นว่ามาจากบลูสตาร์]
[เอาจริงดิ! มาจากบลูสตาร์เลยเหรอ?!]
[ฉันว่าข่าวนี้น่าจะจริง เพราะเจ้ามังกรน้อยอสนีนั่น เครื่องตรวจสอบสัตว์อสูรแบบทั่วไปมันแสกนข้อมูลไม่ขึ้นเลย ต้องใช้เวอร์ชั่นจักรวาลเท่านั้น แล้วพอข้อมูลขึ้นมาก็บอกว่ามันเป็นสัตว์อสูรจากบลูสตาร์จริงๆ]
[ว่าแต่พวกนายพูดถึงผู้เข้าแข่งคนไหนเนี่ย ฉันหาไม่เจอเลย]
[ดูช่วงเวลา 10 นาที 09 วินาที ไม่ต้องขอบใจ]
เดี๋ยวก่อน... ตอนนั้นเราไปบอกใครตั้งแต่เมื่อไรว่าเราเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ D?! เฉียวซางที่นั่งอ่านมาถึงตรงนี้ก็ถึงกับมึนงงไปเลย
ในจังหวะนั้นเอง เสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้น
“ซุนซุน~” ซุนเป่าที่กำลังวาร์ปไปวาร์ปมาอยู่ในหลุมดำก็ขยับหูขึ้นทันที แล้วมุดเข้าไปในประตูอีกครั้ง
แวบต่อมา ที่หน้าประตูก็มีหลุมดำปรากฏขึ้น ซุนเป่าค่อยๆ โผล่ออกมาจากภายในนั้น ก่อนจะเปิดประตูบ้านต้องรับผู้มาเยือน