เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1341: หลังรอบคัดเลือก

บทที่ 1341: หลังรอบคัดเลือก

บทที่ 1341: หลังรอบคัดเลือก


หลังจากการแข่งขันจบลง และมีการประกาศอย่างเป็นทางการว่าเหล่าผู้เข้าแข่งขันที่มีสีเขียวใต้สนามได้เข้าสู่รอบต่อไปเรียบร้อยแล้ว เฉียวซางก็พามังกรน้อยอสนีไปสมทบกับอาจารย์มิเคลล่าที่บริเวณทางเข้า

ระหว่างทางก็มีคนมากมายที่หันมามองพวกเธอเป็นสายตาเดียว

เพราะถึงแม้ว่าในการแข่งขันครั้งนี้มีผู้เข้าแข่งเยอะมาก แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ผ่านเข้ารอบจะได้ออกกล้อง แต่เฉียวซางกับมังกรน้อยอสนีกลับมีช็อตที่ได้ออกกล้องถึงสิบกว่าวินาที จนคนจดจำกันได้เป็นอย่างดี

“ซุนซุน~”

ซุนเป่าลอยตัวมาใกล้มังกรน้อยอสนี ก่อนจะเอื้อมมือมาแตะหัวมันแล้วส่งเสียงเรียกแผ่วเบา เป็นเชิงชมว่าเจ้าหกเก่งมาก

“ถิงถิง”

มังกรน้อยอสนีก็แค่ร้องตอบไปเสียงหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจเท่าไหร่ แสดงให้เห็นว่าตั้งแต่เห็นคู่ต่อสู้ก็มั่นใจแล้วว่าจะชนะ

“ซุนซุน?”

ซุนเป่าได้ยินก็ทำหน้าสงสัยทันที เป็นสีหน้าทำนองว่า รู้ลึกขนาดนั้นเชียว?

ทางด้านเฉียวซางก็กำลังคุยกับอาจารย์มิเคลล่าอยู่พอดี

“ถ้าวันนี้ลมในสนามแรงกว่านี้อีกหน่อย มังกรน้อยอสนีก็คงไม่ชนะได้ไวขนาดนี้หรอกค่ะ”

มิเคลล่าพยักหน้าแล้วพูดว่า “ก้อนเมล็ดฝ้ายควบคุมการลอยตามลมไม่ได้หรอก ถ้าลมแรงกว่านี้จนพัดออกนอกสนาม สุดท้ายก็แพ้อยู่ดีนั่นแหละ”

เฉียวซางฟังแล้วก็แอบคิดในใจว่า อ๋อ ที่แท้ลอยตามลมมันควบคุมไม่ได้หรอกเหรอ... ถ้าเป็นสนามกลางแจ้งจริงๆ แบบนี้ก็คงเสี่ยงน่าดู

มิเคลล่ายังพูดต่ออีกว่า

“ถือว่าโชคดีนะ ที่ยังไม่เจอคู่ต่อสู้ที่ฝึกมาอย่างดีตั้งแต่แรก”

ถึงแม้ว่ามังกรน้อยอสนีจะเป็นสัตว์อสูรประเภทมังกรกับไฟฟ้าซึ่งหายากสุดๆ ก็ตาม แต่ด้วยอายุที่ยังน้อย การฝึกฝนก็เพิ่งเริ่มต้นได้ไม่นาน ตอนนี้ก็ยังอยู่แค่ช่วงเริ่มต้นในการฝึกควบคุมทักษะของตัวเอง ถ้าไปเจอสัตว์อสูรที่ฝึกมาแข็งแกร่งกว่านี้อีกนิดก็มีโอกาสแพ้สูงมาก

เฉียวซางหัวเราะแล้วพูดว่า

“จริงๆ ฉันก็อยากให้เจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่านี้อีกนิดนะคะ อย่างน้อยก็จะได้พัฒนาฝีมือในสนามประลองด้วย”

คำพูดของเธอทำให้มิเคลล่ารู้สึกชื่นใจไม่น้อย

“เหมียนเหมียน!”

“เหมียนเหมียน!”

จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงร้องคุ้นหูดังมาจากด้านหน้า

เฉียวซางมองไปตามเสียง ก็เห็นก้อนเมล็ดฝ้ายตัวก่อนที่เพิ่งแข่งกับมังกรน้อยอสนี กำลังยืนหน้างอใส่เด็กหนุ่มทรงผมกะลาครอบอยู่

“ก็เพราะคู่ต่อสู้เป็นสัตว์อสูรประเภทมังกร แถมยังมีทักษะไฟฟ้าอีก ยังไงก็ไม่มีทางสู้ไหวหรอกนะ…” เด็กหนุ่มคนนั้นพูดด้วยสีหน้าเจ็บใจ

“เหมียนเหมียน!”

“เหมียนเหมียน!”

ก้อนเมล็ดฝ้ายยังคงร้องออกมาด้วยความโมโห ก่อนจะหมุนตัวเดินหนีไปทันที

“เหมียนเหมียน อย่าเพิ่งไปสิ!” เด็กหนุ่มตะโกนไล่หลังแล้วรีบวิ่งตามไป

แต่ก่อนจะไล่ทัน ก้อนเมล็ดฝ้ายก็หันไปร้องเรียกสัตว์อสูรประเภทนกที่กำลังเดินผ่านมา

“เหมียนเหมียน!”

สัตว์อสูรนกตัวนั้นไม่พูดอะไรเลย ใช้ปีกโบกหนึ่งที

ลมแรงก็โถมเข้าใส่ ทำให้ก้อนเมล็ดฝ้ายลอยตัวขึ้นฟ้าไปทันที

“เหมียนเหมียนนนน!” เด็กหนุ่มยืนตะโกนอย่างหมดใจให้กับก้อนเมล็ดฝ้ายที่กำลังลอยหายไป

เฉียวซาง: “……”

“การแข่งขันแบบนี้ที่พอแพ้แล้วผู้ฝึกสัตว์อสูรก็ต้องแยกกับสัตว์อสูรตัวเองไปเลยน่ะ มีให้เห็นเป็นเรื่องปกติ เธอไม่ต้องรู้สึกผิดหรอกนะ” มิเคลล่าที่เห็นภาพนั้นเหมือนกันก็พูดปลอบขึ้นมา

ทว่าในใจของเฉียวซางกลับไม่ได้กำลังรู้สึกผิดอย่างที่มิเคลล่าคิด กลับกันเธอแค่แปลกใจกับสถานการณ์ตรงหน้าเท่่านั้น แต่เพื่อรักษามารยาทภายนอกก็เลยแสร้งทำหน้าเศร้าแล้วพูดว่า

“ไม่แปลกใจเลยค่ะ ที่คนจากดาวนี้จะทำมาตรฐานได้ดีขนาดนั้นในการแข่งศึกชิงถ้วยอวกาศ”

พูดไปสักพักเธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้ ก้มหน้าลงถามแบบทีเล่นทีจริงว่า “ถิงเป่า ถ้าต่อไปเราลงแข่งแล้วเกิดแพ้ขึ้นมา แกจะไม่อยากอยู่กับฉันแล้วใช่ไหม?”

“ถิงถิง!”

มังกรน้อยอสนีถึงกับชะงักไปเล็กน้อย แล้วรีบส่ายหัวทันที

แน่นอนว่าไม่มีวันหรอก!

“ถิงถิง?”

ตอบเสร็จมันก็ร้องเสียงหนึ่งเป็นเชิงถามกลับ

แล้วถ้าเป็นมันที่แพ้ล่ะ เธอจะไปทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรตัวอื่นแทนหรือเปล่า?

เสียงของกงเป่าที่ดังขึ้นในหัวครั้งนี้แอบแฝงไปด้วยความขบขันอย่างชัดเจน

เฉียวซาง: “……”

รู้งี้ไม่ถามดีกว่า…

“ไม่มีทางแน่นอน” เฉียวซางรีบตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ถิงถิง~” มังกรน้อยอสนีฟังแล้วก็รู้สึกดีใจจนปีนจากกระเป๋าขึ้นมาพันรอบคอเธอแบบออดอ้อน

เฉียวซาง: “……”

นี่มันเหมือนกับกำลังเลี้ยงเด็กอยู่ชัดๆ

เวลา 15.00 น.

ณ สนามฝึกกลางแจ้ง

มังกรน้อยอสนีกำลังฝึกเคลื่อนไหวไปมาอยู่บนลานกว้าง ขณะที่มันกำลังขยับตัวไปข้างหน้า ก็มีเสาน้ำแข็งแหลมคมบางแท่งร่วงลงมาจากฟ้าแบบกะทันหัน ขวางเส้นทางของมันไว้

บางครั้งมันก็สามารถหลบหลีกเสาน้ำแข็งเหล่านั้นได้ด้วยปฏิกิริยาที่รวดเร็วและความว่องไวของตัวเอง แต่บางครั้งก็ชนเข้าเต็มแรงแบบไม่ได้ตั้งตัว

ไม่ไกลจากจุดที่มังกรน้อยอสนีฝึกอยู่นั้น ลู่เป่ากำลังยืนจับจ้องการเคลื่อนไหวของมันอยู่เช่นกัน พร้อมกับช่วยสร้างเสาน้ำแข็งลงมาเป็นอุปสรรคขวางทางให้ และในเวลาเดียวกัน บนตัวของลู่เป่าก็ห่อหุ้มไปด้วยเกราะน้ำแข็งที่แสนแข็งแกร่ง เป็นการฝึกซ้อมของเจ้าตัวเองไปในตัวด้วย

ทางด้านเฉียวซาง เธอกำลังถือมือถือดูฟอรั่มอย่างเป็นทางการของการแข่งขันประลองความเข้ากันของพันธสัญญาอยู่ข้างสนาม

นี่เป็นนิสัยที่ติดมาของเธอนับตั้งแต่เริ่มเข้าร่วมการแข่งขันอย่างเป็นทางการ คือชอบเข้าไปหาข้อมูลเกี่ยวกับคู่แข่งที่อาจจะต้องเจอในรอบหน้า แม้ว่าอีกฝ่ายจะยังไม่มีสัตว์อสูรที่ทำพันธสัญญาเป็นทางการก็ตาม

สายตาของเธอหยุดอยู่ที่หัวข้อหนึ่งบนหน้าแรกที่เขียนว่า

[สรุปรายชื่อผู้เข้าแข่งขันตัวเต็งของการแข่งขันครั้งนี้]

ซึ่งดูแล้วก็น่าสนใจพอสมควร เธอเลยกดเข้าไปดู

พอเข้าไปในกระทู้ก็เจอรายชื่อที่ระบุไว้ว่า

[ทิโมธี และ จิ้งจกพิษ, นีคอล และ ปีศาจแดงตัวน้อย, วาเลรี และ เต่าน้ำแข็ง… เฉียวซาง และ มังกรน้อยอสนี…]

ใครบางคนถึงกับรู้จักชื่อสายพันธุ์ของมังกรน้อยอสนีเลยงั้นเหรอ… แต่พอคิดไปแล้วเธอก็รู้สึกว่ามันก็ไม่แปลกเท่าไหร่ การแข่งขันนี้ออกอากาศทางโทรทัศน์ ไม่ว่าคนดูจะหาข้อมูลเองหรือไม่ พอภาพตัดมาให้เห็นสัตว์อสูรเมื่อไร ผู้บรรยายก็ต้องแนะนำข้อมูลของมันอยู่ดี

เฉียวซางเลื่อนลงไปดูคอมเมนต์ใต้โพสต์

[ฉันลองมานับดูแล้ว รอบนี้มีสัตว์อสูรระดับกลางเข้าร่วมทั้งหมดสิบเอ็ดตัว ดังนั้นสามอันดับแรกยังไงก็ไม่มีทางเป็นของสัตว์อสูรระดับเริ่มต้นแน่นอน ใครที่พาสัตว์อสูรระดับเริ่มต้นมาแข่งก็ตัดชื่อออกจากลิสต์ตัวเต็งได้เลย]

[พูดแบบนั้นก็ไม่ถูกนะ ตอนนี้ก็ยังมีบางกรณีที่สัตว์อสูรระดับเริ่มต้นชนะระดับกลางได้อยู่]

[กรณีพวกนั้นส่วนมากก็เป็นพวกที่ทำพันธสัญญาแล้วทั้งนั้น แต่นี่คือการแข่งขันที่เอาสัตว์อสูรป่ามาแข่งนะ ยังไม่ได้ทำพันธสัญญากันเลยสักตัว]

[ฉันเห็นว่ามีสัตว์อสูรประเภทมังกรสองตัวเข้าร่วมในสายระดับล่างด้วยนะ ถ้าเป็นมังกร ต่อให้ข้ามระดับก็ยังพอไหวอยู่]

[อย่างมังกรน้อยพฤกษาสมุทรน่่ะ น่าจะพอไหว ตัวมันยาวเกือบเมตรได้แล้ว ดูก็รู้ว่าอยู่ระดับเริ่มต้นมานานแล้ว ส่วนอีกตัวที่มีประเภทไฟฟ้าด้วยนั่น ไม่ไหวหรอก ตัวแค่จิ๊ดเดียว พนันได้เลยว่าเพิ่งฟักออกมาจากไข่ได้ไม่นานเอง]

[แต่ถึงตัวจะเล็ก แต่ผู้ฝึกสัตว์อสูรที่พามังกรน้อยอสนีมาแข่งนั่นไม่ธรรมดาเลยนะ ดูจากอายุยังเป็นแค่เด็กวัยรุ่นเองแท้ๆ แต่กลับเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ D แล้ว ถ้ามีตำแหน่งทำพันธสัญญากับมังกรน้อยอสนีเมื่อไร ก็อาจจะเลื่อนเป็นระดับ C ได้ในเร็วๆ นี้เชียวล่ะ]

[ว่าแต่นี่นายรู้ลึกขนาดนี้ได้ยังไงเนี่ย?]

[ก็ฉันก็ลงแข่งด้วยเหมือนกัน ตอนแรกยืนอยู่ข้างๆ เธอแล้วถามเอาน่ะ อีกอย่าง เธอเป็นคนจากดาวอื่น เห็นว่ามาจากบลูสตาร์]

[เอาจริงดิ! มาจากบลูสตาร์เลยเหรอ?!]

[ฉันว่าข่าวนี้น่าจะจริง เพราะเจ้ามังกรน้อยอสนีนั่น เครื่องตรวจสอบสัตว์อสูรแบบทั่วไปมันแสกนข้อมูลไม่ขึ้นเลย ต้องใช้เวอร์ชั่นจักรวาลเท่านั้น แล้วพอข้อมูลขึ้นมาก็บอกว่ามันเป็นสัตว์อสูรจากบลูสตาร์จริงๆ]

[ว่าแต่พวกนายพูดถึงผู้เข้าแข่งคนไหนเนี่ย ฉันหาไม่เจอเลย]

[ดูช่วงเวลา 10 นาที 09 วินาที ไม่ต้องขอบใจ]

เดี๋ยวก่อน... ตอนนั้นเราไปบอกใครตั้งแต่เมื่อไรว่าเราเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ D?! เฉียวซางที่นั่งอ่านมาถึงตรงนี้ก็ถึงกับมึนงงไปเลย

ในจังหวะนั้นเอง เสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้น

“ซุนซุน~” ซุนเป่าที่กำลังวาร์ปไปวาร์ปมาอยู่ในหลุมดำก็ขยับหูขึ้นทันที แล้วมุดเข้าไปในประตูอีกครั้ง

แวบต่อมา ที่หน้าประตูก็มีหลุมดำปรากฏขึ้น ซุนเป่าค่อยๆ โผล่ออกมาจากภายในนั้น ก่อนจะเปิดประตูบ้านต้องรับผู้มาเยือน

จบบทที่ บทที่ 1341: หลังรอบคัดเลือก

คัดลอกลิงก์แล้ว