เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 38: ชีวิตฉันจบสิ้นแล้ว

บทที่ 38: ชีวิตฉันจบสิ้นแล้ว

บทที่ 38: ชีวิตฉันจบสิ้นแล้ว


“เอาง่ายๆคือทุกคนในกลุ่มเรารู้เรื่องนี้สินะ” เฉียวซางกล่าว

“ยิ่งแบ่งปัน ยิ่งมีความสุขยังไงล่ะ” ฟางซือซือยิ้มตอบอย่างซุกซน

เฉียวซางอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ "ฮ่าฮ่า ที่พูดมาก็ไม่ผิด"

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า...” ฟางซือซือหัวเราะไปพร้อมกับเธอ

แม้ว่าเธอจะเล่าเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่มันกระตุกต่อมฮาเธอได้ทุกรอบ

หลังจากที่ทั้งสองหัวเราะเสร็จ เฉียวซางก็ถามว่า "ทำไมอาจารย์ไม่ซื้อเจลเยื่อไข่มาใช้สักขวดล่ะ?"

เจลเยื่อไข่เป็นสารสกัดที่ได้มาจากไข่มหัศจรรย์ ในทุกๆวันตอนไข่มหัศจรรย์หลับมันจะปิดเปลือกไข่ของมันจนสนิท และจะแง้มออกเล็กน้อยตอนตื่น ระหว่างที่แง้มออกนั่นเองจะมีเมือกจำนวนเล็กน้อยไหลทะลักออกมาและเมือกที่ว่านั่นเองก็คือเจลเยื่อไข่

เจลเยื่อไข่มีผลช่วยเร่งการเจริญเติบโตของเส้นผม มีประสิทธิภาพสูงกว่าน้ำยาปลูกผมธรรมดามาก

“เจลเยื่อไข่แพงจะตายต้องใช้เงินเดือนกว่าครึ่งปีถึงจะซื้อได้ ปลูกผมเอาถูกกว่าเยอะ” ฟางซือซืออธิบาย

สุดท้ายแล้วก็เป็นแบบนี้เองสินะ อันที่จริงก็ไม่แปลกเพราะในยุคนี้สิ่งของหรือผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมาจากสัตว์อสูรนั้นมักมีราคาแพงหูฉี่

แม้ว่าเส้นผมจะไม่ต่างจากโอเอซิสของชายวัยกลางคน แต่ภาระที่แบกไว้เบื้องหลังมีค่าสำคัญกว่า เขาไม่สามารถเอาผมสลวยมาแลกกับความอดอยากของครอบครัวได้

เมื่อคิดได้แบบนี้ เฉียวซางก็แอบรู้สึกเศร้าใจกับอาจารย์ของตน

ในคาบที่สามของชั้นเรียน อาจารย์ผู้้สอนคืออาจารย์ยู และเขามักจะเพ่งเล็งไปที่นักเรียนซึ่งมีผลการเรียนย่ำแย่อยู่เสมอ

แต่ก่อนเฉียวซางมักจะเป็นคนที่ถูกเรียกให้ตอบคำถาม แต่พอเธอไม่อยูู่ก่อนหน้านี้ภาระทั้งหมดจึงตกไปอยู่กับอันดับสองและสี่แทน

“ตูมด่างสามารถพัฒนาเป็นมะลิละอองพิษได้ในภูมิภาคเหลียนเก้อ” อาจารย์ยูพูดอธิบายเนื้อหาภายในหนังสือ

หลังจากนั้นเขาก็ถามขึ้นว่า "ใครจะรู้ว่าตูมด่างจะพัฒนาเป็นอะไรในภูมิภาคเหลียวซี"

สัตว์อสูรบางสายพันธุ์มีรูปแบบการวิวัฒนาการคงที่ ในขณะที่บางชนิดมีวิวัฒนาการเป็นรูปแบบที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้และสิ่งแวดล้อม

ตูมด่างจัดอยู่ในประเภทหลัง มันมีรูปแบบวิวัฒนาการถึงสี่รูปแบบขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม

นักเรียนทุกคนจ้องเอกสารในมืออย่างตั้งใจ ไม่มีใครคิดจะเงยหน้าสบตากับผู้เป็นอาจารย์

เฉียวซางไม่มีเอกสารเพราะอาทิตย์ก่อนเธอไม่มาเรียน ขณะนี้เธอจึงดูเอกสารพร้อมกับฟางซือซือ

การจ้องมองของอาจารย์หันไปทางบริเวณที่เฉียวซาง, ฟางซือซือ และนักเรียนระดับบ๊วยทั้งหลายนั่งอยู่

กั๋วหลินเจ๋อที่นั่งอยู่ใกล้ๆเริ่มหวั่นวิตก เธอถูกเรียกติดต่อกันหลายครั้งในช่วงที่เฉียวซางไม่อยู่

ดวงตาของเขากวาดสายตาไปรอบๆ จนกระทั่งพวกเขามาหยุดที่เฉียวซางเบื้องหน้าเขา

“เฉียวซางเธอไม่มีเอกสารใช่ไหม? เอาของฉันไปดูก่อนสิ” กั๋วหลินเจ๋อกระซิบและแตะไหล่เธอ

เอกสารอยู่ในมือเธอเป็นสิบนาที พึ่งคิดจะมาเอาให้ฉันตอนกำลังจะโดนถามเนี่ยนะ?

ขณะที่เฉียวซางกำลังจะปฏิเสธและหันศีรษะ ดวงตาของเธอก็สบกับอาจารย์ยู

“เฉียวซางทำไมเธอไม่ลองตอบดูล่ะ” อาจารย์ยูเรียก

เฉียวซาง: ...

กั๋วหลินเจ๋อ หล่อนใช้ฉันเป็นตัวล่อสินะ...

"มะลิละอองเหมันต์ค่ะ" เฉียวซางยืนขึ้นและตอบ

เมื่อได้รับคำตอบที่ถูกต้อง อาจารย์ยูจึงถามไปอีกว่า "แล้วในภูมิภาคฉีลู่ล่ะ?"

“มะลิละอองหญ้าค่ะ” เฉียวซางตอบคำถามด้วยความมั่นใจ

“ดีมาก นั่งลงได้” อาจารย์ยูหันไปรอบๆอีกครั้งและถามอีกว่า "ทีนี้มีใครพอจะตอบได้ไหมว่ามะลิละอองน้ำสามารถหาได้ในภูมิภาคใด"

ทันทีที่เฉียวซางนั่งลง เธอก็คว้าเอกสารของกั๋วหลินเจ๋อและแอบเหน็บว่า "ไม่เกรงใจนะ"

กั๋วหลินเจ๋อไม่ทันได้ระวัง ด้วยความเร่่งรีบที่พยายามจะหยุดอีกฝ่ายทำให้มือเผลอไปกระแทกกับขอบโต๊ะส่งเสียงดังลั่น

“กั๋วหลินเจ๋อ เธอตอบ” อาจารย์ยูสั่ง

กั๋วหลินเจ๋อ: …!

ไม่นานก็ถึงช่วงพัก

“เฉียวซางอาจารย์ประจำชั้นเรียกเธอไปหา” ผู้ดูแลชั้นเรียนหม่าเซียวเดินเข้ามาหา

หลบหน้าไปตลอดไม่ได้สินะ

เฉียวซางวางหนังสือของเธอลง และด้วยความคิดที่ต่างจากเมื่อก่อน เธอตรงไปยังห้องพักอาจารย์

“เธอหายไปหลายวัน กรอกใบลาด้วย” อาจารย์พูดพร้อมเปิดลิ้นชักแล้ววางเอกสารลงบนโต๊ะ

เฉียวซางอดไม่ได้ที่จะแอบเหลือบมองหัวอาจารย์

ยังสวมวิกอยู่เลย อยากรู้จักใต้วิกนั่นจะเป็นยังไงบ้าง...

“เฉียวซาง” อาจารย์เรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงเข้ม

เฉียวซางรีบหยิบปากกาขึ้นมาและเริ่มกรอกเอกสาร

“ตอนนี้คุณแม่สบายดีไหม?” อาจารย์ถาม

เฉียวซางหยุดชั่วคราวก่อนที่จะตอบว่า "หายเป็นปกติแล้วค่ะ"

หลังจากทำกรอกเอกสารเสร็จ อาจารย์ก็ยื่นสมุดเล่นหนึ่งให้เธอ

“เธอพลาดการทบทวนเนื้อหาเรียนไปมาก นี่คือสมุดบันทึกของนักเรียนเก่าที่ทำคะแนนสอบจงเกาได้ 632 คะแนน เอากลับไปอ่านดูที่บ้าน”

คะแนนเต็มในการสอบคือ 650 คะแนน การที่ได้ 632 นี่นับว่าสูงมาก

เฉียวซางลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยอมรับมัน นี่คือสิ่งจำเป็นสำหรับเธอในตอนนี้

"ขอบคุณค่ะอาจารย์"

อาจารย์โบกมือไล่เธอเป็นสัญญาณว่าให้เธอไปได้แล้ว

เฉียวซางจากไปพร้อมกับความรู้สึกผสมปนเป อาจารย์คนนี้อาจมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง แต่ใครบ้างล่ะที่ไม่มี? อย่างน้อยเขาก็เอาใจใส่ลูกศิษย์ของเขาอย่างแท้จริง

แม้จะเป็นความผิดของเธอที่ทำให้เขาสูญเสียผมมันมีค่าไป แต่เขาก็ไม่ได้ทอดทิ้งเธอ

ด้วยความรู้สึกผิดในใจ เฉียวซางจึงถามว่า "อาจารย์ ผมของอาจารย์โอเคมั้ยคะ?"

การแสดงออกของอาจารย์แข็งค้างในพริบตา

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เขาก็หายใจเข้าเต็มปอดแล้วพูดว่า "เธอคิดว่าแม่ของเธอจะยอมให้เธอหยุดนานขนาดนี้เพียงเพราะแค่แม่เธอป่วยรึเปล่าล่ะ?"

เฉียวซาง: “......”

หลังจากเลิกเรียน เฉียวซางก็ตัดสินใจจะไปสารภาพบาปกับแม่ ให้แม่ได้ยินจากปากเธอดีกว่าให้เธอได้ยินจากปากอาจารย์

แต่เมื่อเธอกลับถึงบ้าน แม่ของเธอนั้นยังไม่กลับ

“สุนัขเขี้ยวเพลิงแกทำความสะอาดด้านนี้แล้วฉันจะทำความสะอาดด้านนั้น” เฉียวซางยื่นผ้าเปียกให้สุนัขเขี้ยวเพลิง และชี้ไปทางด้านขวาของห้องนั่งเล่น

เธอวางแผนไว้แล้ว—เมื่อแม่เธอเห็นห้องที่สะอาดสะอ้าน พื้นที่ถูจนเงาวับ และอาหารเย็นที่เตรียมไว้ล่วงหน้า ไม่ว่าความโกรธใดๆก็ตามที่มีมันย่อมคลี่คลายได้โดยง่าย

"ย่าห์!"

สุนัขเขี้ยวเพลิงหยิบผ้าและทำความสะอาดอย่างมีความสุข มันวางอุ้งเท้าขวาบนผ้า ใช้เท้าซ้ายออกแรงผลักและเคลื่อนไปข้างหน้า

"ย่าห์!"

“ย่าห์~”

สุนัขเขี้ยวเพลิงเห่าอย่างมีความสุขขณะทำงานบ้านทำให้เหมือนงานบ้านเป็นแค่เกมสำหรับเล่นสนุก

เป็นเด็กดีจริงๆนะเจ้าหมานี่

เฉียวซางรู้สึกพึงพอใจ เธอจึงเริ่มหยิบไม้ถูมาทำความสะอาดฝั่งด้านซ้าย

สีทองของพระอาทิตย์ตกส่องผ่านหน้าต่าง ทำให้เกิดแสงอันอบอุ่นบนพื้น ส่องสว่างยังร่างของหญิงสาวและสุนัขเขี้ยวเพลิง

ทุกอย่างดูสงบและสมบูรณ์แบบไปหมด

สุนัขเขี้ยวเพลิงเลื่อนไปมาบนพื้นอย่างมีความสุข และเริ่มเคลื่อนที่เร็วขึ้นเรื่อยๆ

ปัง-

เสียงดังลั่นทำลายความสงบก่อนหน้าจนหมดสิ้น

เฉียวซางมองเงยขึ้นไปเห็นเป็นชิ้นส่วนเครื่องเคลือบกระจัดกระจายอยู่รอบตัวสุนัขเขี้ยวเพลิง

หัวใจเธอดิ่งลง เธอโยนไม้ถูทิ้ง และอุ้มสุนัขเขี้ยวเพลิงขึ้นมาดู

"แกไม่เป็นไรใช่ไหม?"

"ย่าห์!"

สุนัขเขี้ยวเพลิงเห่าเสียงดังและกระดิกหางแสดงว่าไม่เป็นไร มันชี้ไปที่เศษชิ้นส่วนที่แตกกระจายอยู่บนพื้น

"ย่าห์ ย่าห์"

"ย่าห์ ย่าห์"

“ย่าห์ ย่าห์”

หลังจากอธิบายหูมันก็ตกลงด้วยความรู้สึกผิด

"แค่แจกันแตกอันเดียวมันจะเป็นไรไป ขอแค่แกไม่บาดเจ็บก็พอแล้ว"

หลังจากปลอบสุนัขเขี้ยวเพลิงแล้ว เฉียวซางก็มองดูเศษซากที่อยู่บนพื้น

เธอจำได้ว่าแจกันนี้เป็นสิ่งที่แม่เธอนำกลับมาจากการเดินทางไปทำงานที่ภูมิภาคเหลียนโป

แถมมีลายเซ็นต์ของผู้ฝึกสัตว์อสูรคนโปรดของแม่เธออยู่ด้านล่างด้วย...

คลิก-

ทันใดนั้นประตูก็เปิดออก

เฉียวซางหันไปเผชิญหน้ากับแม่ของเธอ และคำพูดหกคำก็ดังก้องอยู่ในหัว

ชีวิตฉันจบสิ้นแล้ว…

จบบทที่ บทที่ 38: ชีวิตฉันจบสิ้นแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว