เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39: วันสุดท้าย

บทที่ 39: วันสุดท้าย

บทที่ 39: วันสุดท้าย


แสงสีส้มนวลของดวงอาทิตย์ที่กำลังตกทอดผ่านทางหน้าต่าง ทำให้เกิดแสงอันอบอุ่นบนพื้นและบนตัวของหญิงสาวและสุนัขเขี้ยวเพลิง

ทุกอย่างดูสงบและเงียบสงัดมาก...

“แกประมาทไปหน่อยแล้ว เห็นไหมเพราะแกแท้ๆเราถึงต้องโดนลงโทษแบบนี้” เฉียวซางยืนพิงกำแพงโดยยกมือขึ้นในท่ายอมแพ้พูด

สุนัขเขี้ยวเพลิงยืนเคียงข้างเธอในท่าเดียวกัน

"ย่าห์ ย่าห์" มันเห่า

จิตใจของเจ้านายโลเลขนาดนี้ได้ยังไง ไหนเมื่อกี้บอกว่าแค่มันโอเคแค่แจกันอันเดียวไม่ใช่เรื่องใหญ่ไง

“พวกเธอเงียบเดี๋ยวนี้!” เย่เซียงถิงตะคอก ก่อนจะก้มลงเก็บเศษเซรามิกบนพื้นด้วยดวงใจที่แตกสลาย

"แม่ให้หนูช่วยนะ" เฉียวซางพยายามเสนอตัวเพื่อกู้คะแนน

"อย่าขยับ" เย่เซียงถิงยังคงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

เฉียวซางถอนหายใจในใจเงียบๆ สถานการณ์แบบนี้แล้วเธอจะกล้าพูดเรื่องที่แอบหยุดเรียนได้ยังไง?

หวังว่าอาจารย์เธอจะไม่โทรเข้ามาในจังหวะนรกแบบนี้...

แม่เธอประคับประคองเศษแจกันขึ้นมาทีละชิ้นอย่างทะนุถนอม และเมื่อเห็นบริเวณลายเซ็นต์แตกออกเป็นสามส่วนตาเธอก็แดงก่ำ

เฉียงซางทนไม่ได้ที่จะเห็นแม่เธอร้อง “แม่มันก็แค่ลายเซ็นต์ไม่ใช่เหรอ? เดี๋ยวถ้าหนูเจอหวังเถียนเอ้อ หนูจะขอร้องเขาให้เซ็นให้แม่อีกใบ”

เธอจำได้ว่าผู้ฝึกสัตว์อสูรคนโปรดของแม่ชื่อหวังเถียนเอ้อเมื่อ ไม่นานมานี้เธอเคยเห็นเขาออกมาเปิดความสัมพันธ์กับผู้ฝึกสัตว์อสูรหญิงที่ชื่่อหลัวถัง

แต่ถึงจะมีข่าวแบบนั้นแต่เธอก็เห็นแม่ยังอยู่ดีมีสุขกินอาหารได้ครบสามมื้อ แถมยังตามข่าวของหวังเถียนเอ้อได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อันที่จริงเธอยังดูทีวีอย่างตื่นเต้นตอนที่เขาเรียกหมีหุ้มเกราะสัตว์อสูรคู่กายของเขาออกมาด้วยซ้ำ

เฉียวซางเดาว่าแม่ของเธอน่าจะชื่นชอบเขาที่ผลงานไม่ใช่รูปลักษณ์ภายนอก

แม่มองเธอด้วยตาแดงก่ำและตะโกนว่า “หวังเถียนเอ้ออะไร? นี่มันเขียนโดยหมีกรงเล็บต่างหากและมันไม่สามารถหาได้จากไหนในโลกนี้แล้ว! เพราะมันวิวัฒนาการเป็นหมีหุ้มเกราะเรียบร้อยแล้ว!”

เฉียวซาง: "..."

เธอตัดสินใจหันหลังกลับและจ้องกำแพงอย่างเงียบๆ

แต่ด้วยความเป็นผู้หญิงพันธุ์แกร่ง แม้ว่าจะสูญเสียลายเซ็นรุ่นลิมิเต็มของหมีกรงเล็บไป แต่เธอก็ยังคงเรียกเฉียวซางและสุนัขเขี้ยวเพลิงให้ไปกินข้าว

ถึงสีหน้าแม่จะดูน่ากลัวสุดๆไปเลยก็เถอะ...

เย็นวันนั้นเอง ขณะเฉียวซางทำการบ้านอยู่ภายในห้อง สุนัขเขี้ยวเพลิงก็ออกไปฝึกซ้อมกับพิราบอ้วน

นี่เป็นคำขอของสุนัขเขี้ยวเพลิงเอง

หลังจากการต่อสู้ครั้งล่าสุด มันได้รับรู้ถึงความก้าวหน้าของตัวมันเอง และยังไม่ต้องการที่จะหยุดพัก

เฉียวซางมีความสุขที่ได้เห็นสุนัขเขี้ยวเพลิงมีแรงผลักดันและต้องการแข็งแกร่งขึ้น แต่ตอนช่วงเย็นเธอไม่ว่างเพราะต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบ ดังนั้นเธอจึงฝากให้พิราบอ้วนช่วยดูแล

เมื่อได้พิราบอ้วนที่เปรียบเสมือนหัวหน้าสัตว์อสูรของครอบครัวเป็นคนดูแล เฉียวซางก็วางใจได้

ก่อนที่พวกเขาจะจากไป เฉียวซางยังให้สุนัขเขี้ยวเพลิงสวมกำไลแรงโน้มถ่วงหนัก 15 กก. อีกด้วย กำไลหนัก 10 กก. ไม่ส่งผลใดๆกับสุนัขเขี้ยวเพลิงอีกแล้วดังนั้นเพื่อความท้าทายเธอจึงเพิ่มน้ำหนักมัน

วันเวลาผ่านไปเฉกเช่นนี้ รู้ตัวอีกทีก็ถึงวันจบการศึกษามัธยมต้นเสียแล้ว เหลือเวลาอีกแค่สองวันสำหรับการสอบจงเกา

ชั้นเรียนที่ 3-7

นักเรียนทุกคนใช้เวลาช่วงสุดท้ายเพื่อบอกลาซึ่งกันและกัน

หลังจากวันนี้กว่าจะเจอกันอีกทีก็คงวันประกาศผล

เมื่อพวกเขาแยกย้ายกันแล้ว เว้นแต่จะอยู่โรงเรียนมัธยมปลายเดียวกัน ต่อให้เป็นเพื่อนสนิทก็คงไม่มีโอกาสได้เจอหน้ากันบ่อยนัก

“เฉียวซาง เธอตัดสินใจได้หรือยังว่าอยากจะเข้าโรงเรียนไหน?” ฟางซือซือถาม

“เซินซุ่ย” เฉียวซางตอบอย่างตรงไปตรงมา

"ฮ่าฮ่าฮ่า เธอจะเล่นมุกทำไมเนี่ย" ฟางซือซือระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

เฉียวซาง: ...

“ทำไมพวกเราทุกคนไม่เข้าโรงเรียนห่าวมู่ด้วยกันล่ะ ด้วยวิธีนี้พวกเราจะได้ดูแลกันและกันได้” หญิงสาวที่นั่งหน้าฟางซือซือแนะนำ

โรงเรียนห่าวมู่เป็นโรงเรียนเอกชน ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องคะแนนสอบ ขอแค่เงินถึงก็เข้าได้ไม่ยาก

“ค่าเทอมเท่าไหร่เหรอ?” ฟางซือซือถามด้วยความสนใจ ถ้าทุกคนได้เรียนโรงเรียนเดียวกันได้ก็คงจะดี

เธอรับรู้แค่ว่าโรงเรียนห่าวมู่แพง แต่ไม่ได้รับรู้ถึงตัวเลขที่แน่นอน

"500,000 เหรียญพันธมิตร" หญิงสาวพูดพร้อมชูนิ้วห้านิ้ว

ฟางซือซือมองไปที่มือของเธอแล้วรีบหันกลับมาหาเฉียวซาง “เมื่อกี้เราคุยเรื่องอะไรอยู่นะ?”

“เธอบอกว่าฉันเล่นมุก” เฉียวซางตอบ

หญิงสาวที่นั่งข้างหน้า: ...

ขณะที่ฟางซือซือกำลังจะสนทนาต่อ จู่ๆ เด็กชายคนหนึ่งที่อยู่อีกด้านหนึ่งของห้องเรียนก็ตะโกนว่า "อะไรนะ พ่อนายส่งลาโอซีมาให้นายทำสัญญาจริงๆดิ!"

ทุกคนในชั้นเรียนหันมามองด้วยความอิจฉา รวมทั้งเฉียวซางด้วย

ลาโอซีเป็นสัตว์ประเภทพลังจิต แค่นั้นก็นับว่าน่าประทับใจมากแล้ว ทว่ามันไม่จบลงแค่นั้น

ลาโอซีไม่ได้มีฐิ่นกำเนิดที่ประเทศมังกร

ในทุกๆภูมิภาค ทุกๆเมืองจะมีสัตว์อสูรประจำถิ่นเป็นของตัวเอง เช่น สุนัขเขี้ยวเพลิง พิราบอ้วน จิ้งจอกหางทะเลทราย ล้วนเป็นสัตว์ที่มีอยู่แค่ในภูมิภาคเย่หัวของเฉียวซาง

แม้ว่าจะมีสัตว์ประเภทอื่นๆที่ไม่ได้มีต้นกำเนิดจากเย่หัวกระจัดกระจายอยู่ที่เย่หัวบ้างประปราย แต่มันก็มีไม่มากนัก ดังนั้นผู้ฝึกสัตว์อสูรหลายคนจึงนิยมเดินทางไปยังภูมิภาคต่างๆเพื่อทำสัญญากับสัตว์อสูรในระหว่างที่หน้าสัญญาของตนยังว่างอยู่ แต่นั่นมันก็ยังอยู่ภายในประเทศมังกร

ได้สัตว์อสูรประเภทพลังจิตจากประเทศอื่นมางั้นเหรอ? เดาได้เลยว่าหมอนี่ต้องเป็นเพียงหนึ่งเดียวในปีนี้ของฮันกังอย่างแน่นอน

“พ่อยืนกรานว่าจะส่งมาให้ได้น่ะ ขนาดพูดแล้วว่าไม่เอาไม่เอา แต่ก็โดนยัดมาอยู่ดี” ผู้พูดคือฉินโชวอันดับสองของระดับ

อวดดีจริงๆ กล้าพูดอะไรน่าไม่อายแบบนั้นออกมาได้ยังไง?

เฉียวซางกำหมัดแน่น แต่เธอก็ต้องยอมรับว่าการมีเงินนั้นย่อมมีสิทธิ์เหนือกว่าคนอื่น

ด้วยเงิน ไม่ว่าใครก็สามารถทำสัญญากับสัตว์อสูรหายากและหล่อเลี้ยงมันอย่างมั่นคงได้

หากไม่มีเงินก็ได้แต่เลือกสัตว์อสูรในภูมิภาค ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่หมดเพราะต้องมีเงินสำหรับดูแลมันด้วย

ในโลกปัจจุบัน ผู้ฝึกสัตว์อสูรชั้นนำมักมาจากตระกูลยิ่่งใหญ่ ส่วนรากหญ้าก็ได้แต่ดิ้นรนตะเกียกตะกาย

แต่อย่างน้อยเธอก็ยังมีนิ้วทอง!

“เรายังไม่ได้เริ่มกระตุ้นสมองเลย จะทำยังไงถ้าเกิดปลุกพลังไม่สำเร็จ? กั๋วหลินเจ๋อซึ่งนั่งอยู่ด้านหลังพึมพำด้วยความอิจฉา

“คิดว่าเป็นไปได้เหรอ?” ฟางซือซือโต้กลับ

เป็นไปไม่ได้

ถ้านักเรียนที่เก่งที่สุดเป็นอันดับสองของโรงเรียนปลุกพลังไม่ได้ ก็คงไม่มีใครปลุกพลังได้สำเร็จ

กั๋วหลินเจ๋อเลือกที่จะไม่ตอบ

ชั้นเรียนสุดท้ายของวันอยู่กับอาจารย์ประจำชั้น

เฉียวซางมองไปที่อาจารย์ของเธอ ด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วน

เขาใจดีมาก แม้เธอจะแอบโดดเรียนไปนาน แต่เขาก็ยังไม่โทรฟ้องแม่เธอ อาจารย์ดีๆแบบนี้จะหาได้จากไหนอีก?

อาจารย์เริ่มกล่าวอำลาอย่างฮึกเหิมว่า “อีกสองวันในวันที่ 17 มิถุนายน เราจะมีการสอบจงเกา และในวันที่ 20 มิถุนายน เราจะมีการกระตุ้นสมอง”

“พวกเธอทุกคนจะพบกับจุดเปลี่ยนชีวิตครั้งสำคัญครั้งแรก พวกเธอจะเริ่มก้าวเข้าไปสู่ชั้นเรียนที่สูงมากยิ่งขึ้น”

“สามปีแห่งการทำงานอย่างหนัก สามปีแห่งการเรียนอย่างขยันขันแข็ง สามปีแห่งความมานะบากบั่นได้พาพวกเธอทุกคนมาถึงจุดนี้ อาจารย์เชื่อว่าตอนนี้พวกเธอแต่ละคน....”

“...จะก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง” เฉียวซางกล่าวเงียบๆ

ฟางซือซือหันมองเธอด้วยความประหลาดใจ “เธอรู้ได้ยังไงว่าเขากำลังจะพูดอะไร”

เฉียวซางลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่า "ฉันเดาเอา"

การกล่าวอำลาที่จริงใจถือเป็นมาตรฐานที่ดีสำหรับอาจารย์ ดังนั้นเฉียงซางจะทำเป็นเธอไม่เคยเห็นวลีเด็ดนี้ทางอินเตอร์เน็ตมาก่อน ปล่อยให้อาจารย์ยังคงเหลือศักดิ์ศรีที่ดีต่อหน้านักเรียนคนอื่นๆ

"ฉันเชื่อว่าในอีกไม่กี่วัน พวกเธอจะใช้ทุกอย่างที่มีแสดงผลงานออกมาให้ดีที่สุดและยุติชีวิตนักเรียนมัธยมต้นอย่างสมบูรณ์แบบ"

"สุดท้ายนี้ ฉันขอให้พวกเธอทุกคนผ่านพ้นไปด้วยดี! ขอให้พวกเธอได้เข้าโรงเรียนมัธยมปลายในฝันของเธอ! ขอให้ความฝันของพวกเธอได้รับการเติมเต็มในเดือนมิถุนายนนี้!"

ห้องเรียนปะทุด้วยเสียงปรบมือดังสนั่น โดยเฉพาะเฉียวซางปรบมืออย่างหนักแน่นและรุนแรง

ในขณะนั้น เฉียวซางไม่ได้มีความคิดอื่นใดแทรกเข้ามา

เธอปรบมืออย่างจริงใจให้กับบรรยากาศอันน่าครื้นเครงนี้

จบบทที่ บทที่ 39: วันสุดท้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว