เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 36: ใครจะไม่ผ่าน?

บทที่ 36: ใครจะไม่ผ่าน?

บทที่ 36: ใครจะไม่ผ่าน?


นักพัฒนาสัตว์อสูร

อาชีพลึกลักที่กล่าวขานกันว่า ขอเพียงแค่กลุ่มนี้ได้ยินเสียงร้องสักแอะของสัตว์อสูรก็จะสามารถตอบได้ทันทีว่ามันไม่ได้ถ่ายท้องมากี่วันแล้ว

ตราบใดที่สามารถเป็นนักพัฒนาสัตว์อสูรที่ได้รับการรับรองจากทางการ แม้จะอยู่ในระดับ F ก็สามารถลงทะเบียนกับสมาคมผู้พัฒนาสัตว์อสูรในเขต และรับเงินจำนวนมหาศาลเพื่อใช้ในการฝึกฝนได้ในทุกๆปี

เรียกได้ว่านอนเฉยๆก็รวยได้

ในบรรดาผู้ฝึกสัตว์อสูรร้อยคน จะมีผู้พัฒนาสัตว์อสูรโผล่มาแค่คนสองคน และจากผู้ฝึกสัตว์อสูรนับร้อยอาจไม่มีผู้พัฒนาสัตว์อสูรระดับ A โผล่มาให้เห็นแม้แต่คนเดียว

ดวงตาของเฉียวซางเป็นประกาย นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เจอนักพัฒนาสัตว์อสูรระดับ A ตัวเป็นๆ

“สวัสดีค่ะท่านรอง” หลังจากทักทายเขาแล้ว เฉียวซางก็หันหัวของสุนัขเขี้ยวเพลิงไปทางหลิวเหยา

“สุนัขเขี้ยวเพลิง ทักทายท่านรองหน่อยสิ”

"ย่าห์"

สุนัขเขี้ยวเพลิงเห่าอย่างสุภาพ

ดวงตาของหลิวเหยาฉายแววยินดี แต่ก่อนเขาจะได้พูดอะไร เฉียวซางก็ถามอย่างสงสัยว่า “ท่านรองค่ะ ท่านรองตอบได้รึเปล่าว่าสุนัขเขี้ยวเพลิงของฉันไม่ได้ถ่ายท้องนานแค่ไหนแล้ว”

หลิวเหยา: ...

"ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ..."

เจิ้งกั๋วผิงที่ยืนอยู่ข้างๆ กลั้นเสียงหัวเราะไม่อยู่ แต่เมื่อได้รับสายตาพิฆาตจากหลิวเหยาเขาก็หุบปากลงทันที

ความเชื่อที่ว่านักพัฒนาสัตว์อสูรสามารถบอกได้ว่าสัตว์อสูรไม่ได้ถ่ายท้องมานานแค่ไหนจากคลื่นความถี่ของเสียงร้องนั้น เป็นมุกตลกของชาวเน็ตที่เป็นกระแสเมื่อไม่นานมานี้

ในรายการออกเดทรายการหนึ่ง ผู้เข้าร่วมรายการฝั่งชายหมายเลข 3 ประกอบอาชีพนักพัฒนาสัตว์อสูร

เพราะบุคลิกที่ดูมืดหม่นและรูปลักษณ์ที่แหวกไปจากค่านิยมของสังคม รวมถึงการที่เขาทำสัญญากับสัตว์อสูรประเภทผีซึ่งไม่ค่อยได้รับความนิยมนัก ทำให้เขาถูกมองข้ามไปกว่าแปดวันและไม่มีผู้เข้าร่วมรายการฝั่งหญิงสักคนที่เลือกเขา

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 9 ของการดำเนินรายการ กวางสปีดของผู้เข้าร่วมรายการฝั่งหญิงหมายเลข 2 ก็ร้องด้วยความทรมาณหลังจากกินอาหารพลังงานที่ผู้เข้าร่วมรายการฝั่งชายหมายเลข 1 เอามาให้

ขณะที่ทุกคนเอาแต่ตำหนิชายหมายเลข 1 ชายหมายเลข 3 ก็พูดขึ้นว่า

“มันไม่ได้ถ่ายท้องนานกว่า 20 วันแล้ว ให้มันกินผลตงตงเดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง”

หญิงสาวหมายเลข 2 ตกตะลึงไปทันที เพราะเรื่องที่กวางสปีดของเธอไม่ยอมถ่ายนานกว่า 23 วันเป็นเรื่องจริง

แน่นอนว่า หลังจากที่กวางสปีดกินผลตงตง มันก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

เมื่อหญิงสาวถามว่าเขารู้ได้ยังไง เขาก็บอกเพียงแค่ว่าฟังเอาจากความถี่ของเสียงร้องของมัน

คำตอบนี้ทำให้ทุกคนตาค้าง—สามารถรู้อาการได้จากเรื่องแค่นี้จริงๆงั้นเหรอ?

ชายหมายเลข 3 จู่ๆก็กลายเป็นจุดสนใจ ผู้เข้าร่วมรายการหญิงรายล้อมรอบตัวเขาทุกวัน เอาแต่ขอให้เขาฟังเสียงร้องของอสูรพวกเธอให้หน่อย

ในฐานะนักวิจัยหลิวเหยาไม่ว่างพอจะนั่งดูรายการทีวีแบบนั้น

เขามองไปที่สุนัขเขี้ยวเพลิงแล้วพูดอย่างงุนงงว่า "ฉันไม่รู้"

ในขณะที่หลิวเหยาซึ่งเป็นนักวิชาการหัวโบราณที่ไม่เข้าใจมุกตลก เจิ้งกั๋วผิงที่เคยนั่งดูรายการออกเดทนั่นกับภรรยาของเขาก็เข้าใจได้ในทันที

ในความเป็นจริงแล้วมันไม่เกี่ยวกับการฟังความถี่อะไรนั่นหรอก ชายหมายเลข 3 ก็แค่ใช้อสูรผีของตัวเองแอบเข้าไปในห้องหญิงสาวเพื่อแอบฟังบทสนทนาของพวกเธอก็แค่นั้น

เฉียวซางน่าจะเคยเห็นแต่มุกตลกในเน็ตและไม่ได้ดูรายการด้วยตัวเอง ไม่งั้นเธอคงรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว ดูเหมือนว่าเธอจะคิดว่านั่่นเป็นเรื่องจริงอย่างเอาจริงเอาจังซะด้วย ถ้าเกิดรู้ขึ้นมาคงผิดหวังมาก

เห็นแบบนั้นเธอก็เลือกถามคำถามอื่นแทน “ถ้าสุนัขเขี้ยวเพลิงแช่นน้ำสมุนไพรตามสูตรที่ท่านรองให้ ผลจะออกมาเป็นยังไงเหรอคะ”

หลิวเหยาอธิบาย “ถ้าเดาไม่ผิด สุนัขเขี้ยวเพลิงน่าจะใกล้ถึงคอขวดแล้ว ร่างกายมันน่าจะผลิตสารตั้งต้นในการเรียนรู้ทักษะขึ้นมาแต่ยังไม่สามารถทะลวงผ่านได้ สมุนไพรอย่างหญ้าพลังชีวิต และผงไออุ่นล้วนเป็นวัตถุดิบที่เสริมพลังงานธาตุไฟได้ ขอแค่แช่สักครึ่งเดือนมันก็น่าจะผ่านพ้นคอขวดไปได้อย่างสบายๆ”

สุนัขเขี้ยวเพลิงเพิ่งเรียนรู้ทักษะเพลิงปะทุกับแยกเงาเมื่อไม่นานมากนี้เอง

แล้วตอนนี้กำลังจะมีทักษะใหม่อีก?

เจ้าหมาของเธอเป็นอัจฉริยะรึเปล่าเนี่ย?

เฉียวซางมองดูสุนัขเขี้ยวเพลิงด้วยความตื่นเต้นและพูดว่า "มาเถอะ สุนัขเขี้ยวเพลิง รีบขอบคุณท่านรองเร็วเข้า"

การได้รับคำแนะนำจากนักพัฒนาสัตว์อสูรระดับ A ไม่ใช่เรื่องที่จะพบได้บ่อยๆ

"ย่าห์!"

สุนัขเขี้ยวเพลิงเห่าอย่างหนักแน่น

แม้ว่ามันจะไม่เข้าใจอะไรสักนิด แต่ถ้าผู้ฝึกสัตว์อสูรบอกให้มันขอบคุณ มันก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี

"แมะ!!!"

ขณะหลิวเหยากำลังจะพูดต่่อ ทันใดนั้นเสียงคร่ำครวญที่บีบคั้นหัวใจก็ดังออกมาจากปากของแมวหูยาวที่อยู่ใกล้

เฉียวซางสะดุ้งตัวโหยง

เธอหันกลับไปและเห็นแมวหูยาวนั่งขดตัว อุ้งเท้าหน้าถูกยกขึ้นมาปิดใบหน้า แววตาเปียกชื้นด้วยหยาดน้ำตาที่ไหลริน ดูน่าสังเวชใจเป็นอย่างยิ่ง

สุนัขเขี้ยวเพลิงก็สังเกตเห็นอาการของแมวหูยาวเช่นกัน

นี่มันทำแมวร้องไห้เหรอ?!

ในขณะนี้ความคิดในหัวของเฉียวซางและสุนัขเขี้ยวเพลิงตรงกันเหมือนได้สื่อจิต

ด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย เฉียวซางจึงเข้าไปหาเจิ้งอี้หนิง และถามด้วยความละอายว่า "เจ้าแมวหูยาวเป็นยังไงบ้าง"

เจิ้งอี้หนิงหันไปหาเธอแล้วยิ้มขื่น “มันตกใจนิดหน่อย เพราะพอตื่นขึ้นมาแล้วมันดันโชกไปทั้งตัวด้วยน้ำลายของเจ้าหยดปลายลิ้น”

เฉียวซาง: “.....” เธอเข้าใจความรู้สึกนั้น!

สุนัขเขี้ยวเพลิง ถอนหายใจด้วยความโล่งอก อย่างน้อยนี่ก็ไม่ใช่ความผิดของมัน

“อาจารย์แมวหูยาวของฉันคงสู้ไม่ไหวแล้ว” เจิ้งอี้หนิงหันไปพูดกับซุ่นปั๋วอวี้

“เธอจะขอยอมแพ้เหรอ?” ซุ่นปั๋วอวี้ถาม

“ค่ะ ฉันขอยอมแพ้” เจิ้งอี้หนิงตอบ

ยังไงเธอก็ผ่านการทดสอบแล้ว ไม่มีเหตุผลที่จะต้องแข่งต่อ ที่สำคัญยังไงที่หนึ่งก็ถูกล็อคไว้ให้เฉียวซางเป็นที่เรียบร้อย

"เอาตามนั้นก็ได้" ซุ่นปั๋วอวี้พยักหน้าเห็นด้วย “ต่อไปจะเป็นนัดชิงชนะเลิศระหว่างเฉียวซางและหลี่หยาง”

เดิมทีหลังจากการแข่งขันระหว่างเฉียวซางและเจิ้งอี้หนิง ควรเป็นการแข่งขันระหว่างผู้แพ้อย่างเจิ้งอี้หนิงและหลี่หยาง

แต่เมื่อเจิ้งอี้หนิงยอมแพ้ หลี่หยางจึงต้องเข้าปะทะกับเฉียวซางทันทีเลย

หลี่หยาง: “.....”

เขาเองก็อยากจะยกมือขอยอมแพ้เหมือนกัน เพราะถึงยังไงเขาก็ผ่านการสอบนี่แล้ว

แถมผู้หญิงคนนั้นและสุนัขเขี้ยวเพลิงยังแกร่งจนหลู่เหลียงเย่หยุดไม่อยู่อีก

แต่ถึงจะคิดว่าตัวเองไม่น่าชนะไหว แต่เขาก็จะลองพยายามให้ตัวเองไม่แพ้จนน่าเกลียดเกินไป....

สัตว์อสูรของหลี่หยางคืองูหางสั้น มีเขี้ยวเป็นพิษ หางเป็นพิษ แม้แต่เลือดเองก็เป็นพิษ

เฉียวซางประเมินสถานการณ์และคิดกลยุทธ์ขึ้นมา

เมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้น...

สุนัขเขี้ยวเพลิงแยกออกเป็นสองร่าง วนรอบตัวงูหางสั้นและเว้นระยะห่างประมาณห้าเมตร ก่อให้เกิดภาพลวงตาอย่างรวดเร็ว

ขณะที่เกิดภาพลวงตา ประกายไฟก็ถูกยิงอย่างต่อเนื่อง

งูหางสั้นซึ่งพยายามมองตามสุนัขเขี้ยวเพลิงทั้งสองตัวเริ่มรู้สึกเวียนหัว

ในชั่วพริบตานั่นเองลูกไฟหลายลูกก็เข้าปะทะกับตัวมันจนหมดสติโดยยังไม่ทันได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ

หลี่หยางทำหน้าบึ้ง ถ้ารู้ว่าผลลัพธ์จะออกมาเลวร้ายขนาดนี้ สู้ยกมือยอมแพ้แต่แรกน่าจะดีกว่า

นี่มันไม่ใช่แค่ระดับมือใหม่แล้ว ฝีมือเธอไม่ต่างจากพวกนักเรียนมัธยมปลายชั้นนำเลยสักนิด

หลู่เหลียงเย่ที่มองจากด้านข้างด้วยความพอใจ หากเทียบกับหลี่หยางแล้ว เห็นชัดว่าเขาก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น

“เฉียวซางชนะ”

หลังจากประกาศผลแล้ว ซุ่นปั๋วอวี้ก็เรียกรวมตัวผู้ที่ผ่านการคัดเลือกทั้งห้าคน

"ผลการสอบนี้จะถูกโพสต์บนเว็บไซต์ของเซินซุ่ย และเมื่อคะแนนสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายหรือจงเกาของพวกเธอออก ให้นำใบรับรองผลคะแนนที่ได้มาที่โรงเรียนของเราเพื่อลงทะเบียน ถ้าคะแนนสอบของพวกเธอไม่ตรงตามข้อกำหนด พวกเธอจะถูกตัดสิทธิ์และตำแหน่งจะตกเป็นของคนอื่นแทน"

ผู้ที่ถูกตกรอบในรอบแรกและยังไม่จากไปต่างพากันตื่นเต้น—นี่หมายความว่าพวกเขายังมีหวังอยู่ใช่ไหม?

ทว่าวิมานฝันของพวกเขาก็พังทลายลงในพริบตา ขอแค่ผ่านการสอบเข้าแบบพิเศษ ไม่ต้องพูดถึงที่หนึ่งหรอกลำพังแค่ที่สองถึงห้าก็ต้องการคะแนนสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำแค่ 50 คะแนน

ในเมื่อต้องใช้คะแนนแค่นั้นมันจะยังมีใครหน้าไหนสอบไม่ผ่านอีก?

เฮ้อ...

จบบทที่ บทที่ 36: ใครจะไม่ผ่าน?

คัดลอกลิงก์แล้ว