เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 35: ต้องทุ่มสุดตัว

บทที่ 35: ต้องทุ่มสุดตัว

บทที่ 35: ต้องทุ่มสุดตัว


“ย่าห์...” สุนัขเขี้ยวเพลิงคร่ำครวญอย่างหงุดหงิด เอนตัวจิบนมเพื่อระบายความผิดหวัังของมัน

เมื่อมันกินจนหมด เฉียวซางผูุ้มีไหวพริบเป็นเลิศจึงหยิบนมฉีหยวนอีกขวดมอบให้มันเพื่อปลอบใจ: "ไม่เป็นไรนะ ยังไงเดี๋ยวเราต้องได้สู้กับแมวหูยาวแน่ แกแค่รอให้ถึงตอนนั้นแล้วค่อยแก้แค้นแทนพิราบอวบ"

แม้ว่าแมวหูยาวจะน่ารักจนแทบละลายหัวใจของเธอให้อ่อนยวบ แต่เฉียวซางก็หาได้ใจอ่อน เธอต้องทำตัวใจยักษ์ใจมารสวมวิญญาณยักษ์ขมูขีเพื่อคว้า 50 คะแนนนั้นมาให้ได้

"ย่าห์!" สุนัขเขี้ยวเพลิงเงยหน้าฟังคำพูดของเธอ ก่อนจะกลับไปนั่งตัวตรงและพยักหน้าลงอย่างแรง มันจะแก้แค้นให้ได้!

การแข่งขันนัดที่สามจบลงอย่างรวดเร็วและผลลัพธ์ก็ต่างออกไปจากที่เฉียวซางคิดโดยสิ้นเชิง

ผึ้งหางเหล็กซึ่งเป็นอสูรประเภทพิษและบิน มีเหล็กในพิษจากทั้งทางปากและทางก้น

เหล็กในจากปากสามารถเอาไว้ใช้โจมตีระยะใกล้ได้เท่านั้น ส่วนเหล็กในทางก้นสามารถส่งการโจมตีระยะไกลออกไปได้

ในทางทฤษฎีแล้ว ผึ้งหางเหล็กน่าจะสามารถจัดการหูหางสั้นจากการโจมตีระยะไกล และค่อยๆวางยาพิษต่อไปเรื่อยๆ แต่ผึ้งหางเหล็กกลับเลือกใช้เหล็กในจากทางปากเข้าโจมตีในระยะใกล้แทน

พิษของงูหางสั้นนั้นรุนแรงกว่าพิษของผึ้งหางเหล็กมาก

ทันทีที่เหล็กในของผึ้งแทงเข้าที่ร่างของงูหางสั้น งูหางสั้นไม่เป็นอะไรเลยสักนิด ขณะที่ผึ้งหางเหล็กโดนพิษของตัวเองและหมดสติไปในที่สุด

ใครก็ตามที่เห็นอาจรู้สึกว่าเจ้าผึ้งหางเหล็กมันแอบโง่หน่อยๆ แต่อันที่จริงแล้วมันเพียงแค่ทำตามคำสั่งของผู้ฝึกสัตว์อสูรอย่างเคร่งครัดเพียงเท่านั้น

ฝึกอสูรได้สั่งให้มันใช้ พิษต่อย- เหล็กในทั้งปากและหางเป็นเหล็กในที่มีพิษ แต่ ฝึกอสูรไม่ได้ระบุไว้เป็นการพิสูจน์สถานะของพวกเขาในฐานะมือใหม่

ผู้ฝึกสัตว์อสูรออกคำสั่งให้มันใช้พิษเหล็กใน แต่เพราะมันมีเหล็กในจากทั้งจากปากและทางก้นและผู้ฝึกสัตว์อสูรของมันไม่ได้ออกคำสั่งอย่างชัดเจน มันจึงเผลอเลือกหนทางที่ผิดอย่างโง่งม

การออกคำสั่งไม่ละเอียดจนเกิดเป็นความเข้าใจผิด เรียกได้ว่าเป็นอัตลักษณ์ของเหล่่าผู้ฝึกสัตว์อสูรมือใหม่ไปเสียแล้ว

เฉียวซางหมดคำจะพูด

หลังจากการแข่งขันหกเหลือสามจบลง ต่อมาเป็นการแข่งของกลุ่มผู้แพ้ทั้งสามให้เหลือเพียงสอง

อาจเนื่องมาจากความหงุดหงิดจากการพ่ายแพ้ในพริบตา เฉียวซางรู้สึกได้ว่าหลู่เหลียงเย่ปล่อยให้อารมณ์ตัวเองครอบงำและขาดความเฉียบคมหากเทียบกับรอบก่อนๆ

เมื่อคู่ต่อสู้ของเขาใกล้จะหมดแรง แทนที่จะสั่งให้ใช้การโจมตีอย่างปืนฉีดน้ำเพื่อปิดเกม เขากลับออกคำสั่งให้ปลาคาร์ปวงแหวนสร้างฟองอากาศเพื่อปิดกั้นการมองเห็น และให้มันใช้ทักษะพุ่งเข้าชน

เฉียวซางไม่เข้าใจจุดประสงค์ของการสั่งการนี้เลยสักนิด ถ้าคู่ต่อสู้ใกล้จะหมดแรงแล้ว จะปิดกั้นการมองเห็นของพวกเขาไปเพื่ออะไร?”

นอกจากนี้ปลาคาร์ปวงแหวนไม่มีขา มันมีแค่ครีบและหางที่คอยใช้พยุงตัวเมื่ออยู่บนบก ถ้าอยู่ในน้ำก็ว่าอย่างแต่บนบกท่าพุ่งเข้าชนของมันจะทำอะไรได้?

การโจมตีนั่นอย่าเรียกว่าพุ่งเข้าชนเลย ลำพังแค่เดินกระทบไหล่ยังแรงกว่านั้นด้วยซ้ำ

นอกจากหลู่เหลียงเย่แล้ว คนชนะอีกคนคือชายหนุ่มที่ชื่อหูเฉิง

และแล้วก็มาถึงการแข่งขันรอบสุดท้าย....

“เฉียวซาง, เจิ้งอี้หนิง และหลี่หยาง ทั้งสามคนจะผลัดกันสู้ ผู้ที่ชนะสองนัดได้ก่อน จะนับว่าเป็นอันดับหนึ่ง” ซุ่นปั๋วอวี้ประกาศ

ฉินเหวินนำกล่องไม้ที่คุ้นเคยออกมาอีกครั้ง “ข้างในฉลากอยู่สามแผ่น มีหมายเลขสองใบ ส่วนอีกใบว่างเปล่า คนที่ได้หมายเลขต้องสู้กัน ส่วนคนที่ได้ใบเปล่าให้รอรอบถัดไป”

เฉียวซางจับฉลากขึ้นมาและเห็นเป็นหมายเลข 1 อีกครั้ง

ได้หมายเลข 1 สามครั้งติด ตามหลักฮวงจุ้ยแล้วนี่ต้องเป็นสัญญาณของการได้ที่หนึ่งอย่างแน่นอน!

เฉียวซางถูกปลุกไฟนักสู้ขึ้นมา โดยคนที่ได้หมายเลขอีกคนคือเจิ้งอี้หนิง

คะแนนของเจิ้งอี้หนิงในการสอบจำลองมักอยู่ที่ประมาณ 560 คะแนนเท่านั้น หากไม่มีการสอบเข้าพิเศษ เธอคงไม่มีโอกาสได้เรียนที่เซินซุ่ยเพราะคะแนนไม่มากพอ

แต่ตอนนี้เธอผ่านแล้ว ไม่มีเหตุผลที่จะต้องแย่งชิงอันดับหนึ่งอีกต่อไป

“เจ๊ใหญ่เฉียวอ่อนข้อให้ฉันหน่อยนะ” เจิ้งอี้หนิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

เธอรู้ตัวดีว่าเธอไม่น่าจะสามารถเอาชนะเฉียวซางได้ ดังนั้นเธอเลยเริ่มทำใจตั้งแต่ก่อนเริ่มแข่งพอแพ้เข้าจริงจะได้ไม่เศร้ามาก

เฉียวซางเหลือบมองสุนัขเขี้ยวเพลิงที่กำลังเหยียดขายืดกล้ามเนื้อของมัน

"ฉันจะพยายาม" เธอตอบ

หลู่เหลียงเย่ที่แอบได้ยินบทสนทนาของสาวๆเข้าทำสีหน้าปั้นยากและเดินเข้ามากระซิบกับเฉียวซาง

“ฉัน....ฉันเชื่อว่าเธอต้องชนะแน่ๆ แต่อย่าประมาทจะดีที่สุด เธอต้องทุ่มสุดตัวตั้งแต่เริ่มเพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น”

ในเมื่อเขาแพ้เฉียวซางอย่างเอน็จอนาถ ถ้าเกิดคนอื่นสามารถยืนหยัดต่อหน้าเธอได้นานกว่าเขา แล้วภาพลักษณ์เขาจะเหลืออะไร?

เฉียวซางมองดูสีหน้าที่ซับซ้อนของเขาและยิ้ม “ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ ฉันจะจำเอาไว้เป็นอย่างดี”

เจิ้งอี้หนิง: …?

ทั้งสองเข้ายืนในตำแหน่งที่ได้รับมอบหมาย

แมวหูยาวเลียอุ้งเท้าของมันอย่างสง่างาม

ในทางกลับกัน สุนัขเขี้ยวเพลิงก็จับจ้องไปที่แมวหูยาว ขาหลังของมันตะปบกับพื้นราวกับว่ามันพร้อมจะระเบิดพลังและเข้าตะครุบในพริบตา

ท่านี้ดูคุ้นแปลกๆ...

ไม่นานนักเฉียวซางก็นึกออก

นี่ไม่ใช่ท่าทางเดียวกับที่สุนัขเขี้ยวเพลิงคัดลอกมาจากแรดธันเดอร์ฮอร์นที่เคยเห็นในทีวี เวลาที่มันกลัวมากจนต้องเรียนรู้การใช้ เพลิงปะทุ ไม่ใช่หรือ?

นี่ไม่ใช่ท่าเดียวกับแรดนอสายฟ้าฟาดที่เคยเห็นจากในทีวีหรอกเหรอ? ท่าที่มันเห็นแล้วกลัวมากจนปลุกทักษะเพลิงปะทุขึ้นมาได้

ก่อนที่เธอจะได้คิดอะไรต่อ ซุ่นปั๋วอวี้ก็สั่งเริ่มต้นการแข่งขัน

เฉียวซางรีบตั้งสมาธิและออกคำสั่ง "พุ่งเข้าชน"

สุนัขเขี้ยวเพลิงเองก็เตรียมพร้อมมาตั้งแต่ต้นแล้ว พอได้ยินคำสั่งมันจึงพุ่งทะยานออกไปโดยไม่รีรอ

ดูเหมือนว่าบทสนทนาก่อนแข่งนั่นจะได้ผล

เจิ้้งยี่หนิงพอใจกับการออกคำสั่งของเฉียวซาง เพราะพุ่งเข้าชนเป็นเพียงแค่ทักษะพื้นฐานและไม่น่าจะทำให้เธอพ่ายแพ้ในทันที

เห็นชัดว่าเฉียวซางอ่อนข้อให้เธอ เพราะหากเฉียวซางเอาจริงแต่เริ่มเหมือนตอนเผชิญหน้ากับหลู่เหลียงเย่ เธอจะยืนได้นานแค่ไหนกันเชียว?

“หลีกเลี่ยง” เจิ้งอี้หนิงออกคำสั่ง

หลีกเหลี่ยงเป็นทักษะสารพัดประโยชน์ หากไม่ได้ถูกทักษะจำพวกหยุดการเคลื่อนไหวหรือการโจมตีวงกว้างเข้าเล่นงาน มันแทบจะหลบการโจมตีได้ร้อยทั้งร้อย นี่คือสิ่งที่เจิ้งอี้หนิงเคยได้ยินมาจากในทีวี

แมวหูยาวกระโดดเบี่ยงตัวอย่างสง่างาม แต่ก็มิวายโดนกระแทกอย่างแรงจนปลิวจากจุดเดิมไปไกล

มันหลบไม่พ้น...

“สุนัขเขี้ยวเพลิงนั่นดูเร็วกว่ารอบก่อนๆอีก” เจิ้งกั๋วผิงกล่าวด้วยความประหลาดใจ

“ก่อนหน้านี้น่าจะยังไม่เอาจริง” ฉินเหวินตอบ

หลิวเหยาดูการแข่งขันอย่างเงียบๆ สมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นในสนาม

“แมวหูยาว!” เจิ้งอี้หนิงร้องเรียกสัตว์อสูรของเธอ

แมวหูยาวเป็นอสูรประเภททั่วไป มีจุดเด่นในเรื่องความเร็วและรูปลักษณ์ภายนอกเมื่อเทียบกับสัตว์อสูรเริ่มต้นตัวอื่นๆ

มันรู้สึกสับสนระยะห่างตั้งขนาดนั้น แต่มันก็ยังถูกโจมตีด้วยทักษะพุ่งเข้าชนอันสุดแสนจะธรรมดาเนี่ยนะ?!

แม้จะสั่น แต่แมวหูยาวก็ค่อยๆพยายามพยุงตัวลุกขึ้นมาอย่างสง่างาม น่าเสียดายที่ในพริบตามันก็ถูกทำให้ล้มลงไปกับพื้นอีกครั้ง

“แมวหูยาว!”

เฉียวซางที่เห็นภาพนั้นอดไม่ได้ที่จะแอบรู้สึกผิดในใจ

สุนัขเขี้ยวเพลิงไม่ยอมอ่อนข้อเลยสักนิด ทุกครั้งที่แมวหูยาวลุกขึ้นมาได้ มันก็จะพุ่งเข้าชนให้อีกฝ่ายล้ม จากนั้นก็รอให้ลุกขึ้นใหม่และพุ่งให้ล้มอีกรอบวนไปเรื่อย การกระทำไม่ต่างจากกระทิงไล่ควิดผ้าคลุมสีแดงเลยสักนิิด...

"ฉันขอยอมแพ้!" เจิ้งอี้หนิงตะโกนออกมาหลังจากเห็นแมวหูยาวถูกชนจนล้มเป็นครั้งที่ห้า

“นขอประกาศผู้ชนะ—เฉียวซาง” ซุ่นปั๋วอวี้ประกาศ

พิราบอวบและผู้ฝึกสัตว์อสูรของมันยังไม่ได้กลับออกไป สุนัขเขี้ยวเพลิงวิ่งไปเจ้าตัวอวบด้วยท่าทีเป็นสุข โดยหวังว่าจะเฉลิมฉลองชัยชนะไปด้วยกัน แต่นั่นกลับทำให้อีกฝ่ายสะดุ้งและรีบบินไปเกาะไหล่ของผู้ฝึกสัตว์อสูรของตนด้วยความหวาดระแวง

นี่มันตัวอันตราย!!

สุนัขเขี้ยวเพลิงชอกช้ำในทันใด มันได้ยินเสียงปริแตกของมิตรภาพที่พังทลาย

มันเดินกลับมาหาเฉียวซาง

"หย๊า..."

ด้วยเสียงร้องอันเหงาหงอย เฉียวซางจึงคุกเข่าและอุ้มมันมาไว้ในอ้อมกอด

ไม่นานนักอารมณ์ของมันก็ดีขึ้นมาก

“สุนัขเขี้ยวเพลิงตัวนี้มีศักยภาพที่ยอดเยี่ยมมาก กลับไปแล้วให้มันแช่ด้วยน้ำผสมหญ้าพลังชีวิตสามก้าน ผงไออุ่นสองปอนด์ คริสตัลลคะนองไฟเจ็ดออนซ์ และน้ำผึ้งแดงหกออนซ์ ทำแบบนี้ทุกวันติดต่อกันครึ่งเดือน พัฒนาการของมันต้องสูงมากขึ้นแน่ๆ” ทันใดนั้นเองเสียงทุ้มก็ดังขึ้นจากใกล้ๆ

เฉียวซางหันไปหาเห็นผู้พูดเป็นหนึ่งในอาจารย์ทั้งสี่

“นี่รองผู้อำนวยการของเซินซุ่ยของเรา ท่านเป็นถึงนักพัฒนาสัตว์อสูรระดับ A ผู้ทรงเกียรติ ดังนั้นเธอสามารถวางใจกับคำแนะนำของท่านได้” เจิ้งกั๋วผิงรีบอธิบาย

จบบทที่ บทที่ 35: ต้องทุ่มสุดตัว

คัดลอกลิงก์แล้ว