เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31: เขาต้องเอาชนะพวกเราได้แน่ๆ

บทที่ 31: เขาต้องเอาชนะพวกเราได้แน่ๆ

บทที่ 31: เขาต้องเอาชนะพวกเราได้แน่ๆ


นักเรียนส่วนใหญ่ที่โรงเรียนมัธยมเซินซุ่ยอาศัยอยู่ในหอพักของทางโรงเรียน ผู้ส่วนผู้ที่อาศัยอยู่ข้างนอกจะเข้าโรงเรียนทางประตูทิศใต้ ในขณะที่บุคคลภายนอกเช่นเฉียวซางต้องใช้ประตูทิศเหนือ

ประตูทิศเหนือถูกปิดอย่างแน่นหนา และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยังไม่เริ่มงาน

เฉียวซางตรวจสอบเวลาเป็นครั้งที่ n

8:52 น.

เหลือเวลาเพียง 28 นาที การสอบที่โรงเรียนมัธยมเซินซุ่ย จะเริ่มหรือก็คือในเวลา 9.20 น.

ทางเข้าประตูทิศเหนืออันกว้างใหญ่ถูกทิ้งร้าง มีเพียงแค่เฉียวซางและสุนัขเขี้ยวเพลิงเท่านั้นที่อยู่ตรงนี้

เธออดไม่ได้ที่จะหาวด้วยความเบื่อหน่าย

ถ้าเธอรู้ เธอคงเลือกนอนเล่นบนเตียงฆ่าเวลาไปก่อน...

8:58 น.

จุดสีดำแปดจุดปรากฏขึ้นบนขอบฟ้า และเริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ลงจอดที่บริเวณประตูทิศเหนือส่งผลให้มีฝุ่นผงฟุ้งกระจายไปทั่ว

เฉียวซางบังคับตาที่ง่วงนอนของเธอให้เปิดออก

สิ่งที่ลงมาจากฟ้าคือสิ่งมีชีวิตที่คล้ายนกกระจอกเทศแปดตัว แต่ละตัวสูงราวๆ 2 เมตร

จะงอยปากของพวกมันมีสีดำเหมือนขนของพวกมัน และมีสองหางขดกันเป็นวงดูโดดเด่น

มีคนอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเฉียวซางเริ่มทยอยกระโดดลงจากหลังของพวกมัน

“ทั้งหมด 8,000 เหรียญพันธมิตร” ชายผู้ขี่นกจะงอยดำตัวนึงกล่าว

“แต่พวกเราตกลงกันว่าจะจ่ายราคาเหมาแบบกลุ่ม” หญิงสาวผมบ๊อบแดงพูดเตือนเขา

ชายคนนั้นเหลือบมองเพื่อนของตัวเองด้วยท่าทีสงสัย

ตอนนั้นเองเพื่อนเขาก็พยักหน้า “ใช่ พวกเขาเหมาราคาแบบกลุ่มมา”

“ถ้าอย่างนั้นก็ 7,222 เหรียญพันธมิตร” ชายคนนั้นกล่าวอีกครั้ง

“ลดอีกสักนิดไม่ได้เหรอ? ถ้าลดได้เดี๋ยวขากลับเราจะได้เรียกใช้บริการอีกรอบ” เด็กชายที่สูงที่สุดในบรรดาหกคนถาม

“จ่ายเงินเที่ยวนี้ก่อน” ชายคนนั้นตอบโดยไม่ตอบคำถามโดยตรง

คนกลุ่มนี้ไม่เถียงอะไรต่อและยอมจ่ายเงินแต่โดยดี

หลังจากชำระเงินแล้ว เด็กชายตัวสูงก็ถามอีกครั้งว่า “แล้วถ้าเราเรียกใช้บริการอีกรอบเราจะได้ส่วนลดเท่าไหร่?”

"ไม่มี" ชายคนนั้นตอบกลับ

"อะไรนะ?" เด็กชายร่างสูงตกตะลึง

“ก็บอกว่าไม่มีส่วนลดไง” ผู้ชายคนนั้นพูดซ้ำ

คนอื่นๆ: -

ในขณะที่คนกลุ่มนั้นกำลังง่วนอยู่กับการต่อรองราคา เฉียวซางก็ได้เข้ามาในโรงเรียนมัธยมเซินซุ่ยพร้อมด้วยสุนัขเขี้ยวเพลิงของเธอแล้ว

เมื่อเวลา 9.00 น. ลุงยามออกมาจากโรงเรียนและเปิดประตู

ช่างตรงต่อเวลาซะจริงๆ...

ตามเส้นทางที่ให้ไว้ในเว็บไซต์ทางการของโรงเรียนมัธยมเซินซุ่ย เฉียวซางก็เดินทางไปที่สนาม 3

มีอาจารย์เพียงสี่คนในสนาม และเมื่อเทียบกับโรงเรียนฝึกอสูรฮันกังที่ 6 ดูเหมือนว่าพวกเขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับการสอบเข้าพิเศษนี้มากนัก

“อาจารย์ค่ะ ฉันมาที่นี่เพื่อเข้าสอบคะ” เฉียวซางพูดพร้อมเดินเข้าไปหา

“ขอบัตรข้อมูลด้วย” ซุ่นปั๋วอวี้ตอบอย่างห้วนๆ

เฉียวซางยื่นบัตรข้อมูลของเธอ

“เฉียวซางจากโรงเรียนมัธยมต้นเหวินเฉิงสินะ?” ซุ่นปั๋วอวี้ยืนยันรายละเอียดบนการ์ด

"ใช่คะ" เฉียวซางตอบรับคำ

ซุ่นปั๋วอวี้ตรวจสอบชื่อของเฉียวซางในรายชื่อของเขา และส่งบัตรคืน

“ไปนั่งรอตรงนั้น.. เราจะเริ่มการทดสอบเมื่อทุกคนมาถึง”

หลังจากที่เฉียวซางนั่งลงแล้ว ฉินเหวินก็พูดด้วยความสนใจ

“เด็กผู้หญิงคนนั้นทำสัญญากับสุนัขเขี้ยวเพลิง”

“คนที่ปลุกพลังด้วยตัวเองชอบคิดเองเออเองว่าตัวเองอยู่ยงคงกระพัน ไม่แปลกที่คนกลุ่มนี้ชอบทำสัญญากับอสูรตัวแรกที่ยากจะรับมือไหว ลู่เหยาที่ได้รับการแนะนำให้เข้าเรียนโดยตรงก็ทำสัญญากับมังกรน้อยด้วยไม่ใช่รึไง?” เจิ้งกั๋วผิงโต้กลับอย่างไม่ใส่ใจ

ฉินเหวินกลอกตา

พวกเขาจะเหมือนกันได้ยังไง?

มังกรน้อยนิสัยดีกว่าสุนัขเขี้ยวเพลิงมาก แค่ว่ามันเป็นสัตว์ประเภทมังกร ทำให้แพงจนคนธรรมดาเอื้อมไม่ถึงแค่นั้นแหละ คนส่วนใหญ่เลยไม่ได้ทำสัญญากับมัน

คนหนึ่งทำสัญญากับสุนัขเขี้ยวเพลิงด้วยความกล้าหาญ ในขณะที่อีกคนหนึ่งใช้เงินเพื่อทำสัญญากับมังกรน้อย พวกเขาเหมือนกันตรงไหน?

แต่เจิ้งกั๋วผิงไม่ใช่คนประเภทที่โต้แย้งด้วยได้ พูดอะไรไม่เข้าดูหน่อยก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ดังนั้นฉินเหวินจึงไม่สนใจที่จะพูดกับเขาอีก

ไม่กี่นาทีต่อมา กลุ่มคนที่ขี่หลังนกจะงอยดำก็มาถึงและต่อคิวเพื่อรับการยืนยันตัวตน

หลังจากตรวจสอบข้อมูลเสร็จเรียบร้อยแล้ว เด็กผู้หญิงผมบ็อบสีแดงตรวจสอบสภาพแวดล้อมโดยรอบแล้วนั่งลงข้างๆ เฉียวซาง และพูดด้วยน้ำเสียงเป็นกันเองว่า “นี่เธอก็มาสอบที่นี่เหมือนกันเหรอ? แล้วทำไมเธอถึงไม่เดินทางมากับพวกเราล่ะ?”

เธอชำเลืองมองสุนัขเขี้ยวเพลิงที่อยู่ข้างๆ เฉียวซางอย่างละเอียด

นี่มันคู่แข่งที่น่าหวั่นเกรง…

เฉียวซางรู้สึกงุนงง

“ทำไมฉันต้องมากับเธอด้วย? เรารู้จักกันเหรอ?”

หญิงสาวผมบ็อบทำสีหน้าแปลกใจ

“เธอไม่เห็นข้อความในกลุ่มเหรอ?”

เฉียวซางยิ่งสับสนมากขึ้นไปอีก “กลุ่มไหน? ข้อความอะไร?”

“กลุ่มที่มีให้้เข้าร่วมผ่านหน้ารับสมัครพิเศษบนเว็บไซต์ของโรงเรียนมัธยมเซินซุ่ยไง” หญิงสาวอธิบาย

“เราตกลงที่จะรวมตัวกันที่ถนนอู่เจี๋ยแล้วเดินทางมาด้วยกันนี่”

เฉียวซางเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบว่า “ฉันไม่ได้เข้ากลุ่ม…”

หญิงสาวผมบ็อบ: “…”

“แปลกมาก เพราะในกลุ่มมีทั้งหมดเก้าคน ถ้าเธอไม่ใช่หนึ่งในนั้นแล้วยังมีใครที่ยังไม่ได้มาอีก” หญิงสาวถามเสียงดัง

ก่อนหน้านี้มีคนในกลุ่มพูดติดตลกว่า “นี่พวกนายรู้ไหม? ผู้เชี่ยวชาญมักมาทีหลังสุดเสมอ” จากนั้นทุกคนก็เริ่มกล่าวอ้างว่าพวกเขาจะเป็นคนสุดท้ายที่มาถึง

ในที่สุดหลี่หยางเด็กชายที่สูงที่สุดก็แนะนำให้พวกเขามารวมตัวกันและมาที่สนามสอบ

ทุกคนในกลุ่มได้ปลุกพลังของตนเองขึ้นมาเหมือนกัน

การสอบครั้งนี้รับเพียงห้าคนเท่านั้น และในอนาคตพวกเขาอาจจะได้อยู่โรงเรียนเดียวกัน จึงเป็นเรื่องปกติที่พวกเขาจะสานสัมพันธ์กันตั้งแต่เนิ่นๆ

ดังนั้น ทุกคนจึงเห็นด้วยกับข้อเสนอของหลี่หยาง

ตอนนี้เหลือเวลาเพียงหนึ่งนาทีเท่านั้นก่อนจะถึงเวลานัดหมายที่ 9.20 น. และตอนนี้พวกเขาทั้งหมดรวมแล้วมีแค่เก้าคนเท่านั้น ถ้าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนในกลุ่ม แสดงว่ายังเหลืออีกคน

ขณะที่หญิงสาวกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง เสียงร้องอันน่าหวาดหวั่นก็ดังมาจากเบื้องหลังของพวกเขา

เธอหันกลับมาเห็นสัตว์สี่ขาหางยาว ลำตัวเป็นสีฟ้าซะส่วนใหญ่ ปีกสีเทาดำ เกล็ดหนาปกคลุมเกือบทั้งตัว มันลอยอยู่เหนือพื้นดินประมาณ 3 ถึง 4 เมตร

มันคืออินทรีเกล็ดครามเป็นสัตว์อสูรระดับสูง

เจิ้งกั๋วผิงขมวดคิ้วเมื่อเห็นอินทรีเกล็ดครามในโรงเรียนมัธยมเซินซุ่ยซึ่งไม่อนุญาตให้นำสัตว์ภายนอกเข้ามาในโรงเรียน ขณะเขากำลังจะเข้าไปดู ร่างหนึ่งก็กระโดดลงจากหลังของมัน

“พ่อ ไว้เจอกัน” ชายหนุ่มผู้ซึ่งกระโดดลงมาโบกมือลาผู้เป็นพ่อ

ชายผู้ขี่อินทรีเกล็ดแดงพยักหน้าแล้วบินออกไป

“อาจารย์ ผมยังไม่สายใช่ไหม?” เด็กชายเดินไปหาอาจารย์แล้วถาม

“หลู่เหลียงเย่ใช่ไหม? เธอเป็นคนสุดท้าย ทำเวลาได้อย่างฉิวเฉียว—อีกสองวินาทีเธอจะถูกนับว่ามาสาย” เจิ้งกั๋วผิงถากถางออกมา

หลู่เหลียงเย่ยิ้มโดยไม่พูดอะไร สายตาของเขากวาดสายตาไปยังผู้สมัครคนอื่นๆ

ทุกคนยกเว้นเฉียวซางมีวลีหนึ่งปรากฎขึ้นมาในหัวอย่างพร้อมเพียง

“นี่พวกนายรู้ไหม? ผู้เชี่ยวชาญมักมาทีหลังสุดเสมอ”

คนอื่นๆ: “…”

ห่ารากเอ้ย! เขาต้องเอาชนะพวกเราได้แน่ๆ!

ซุ่นปั๋วอวี้ปรบมือเพื่อเรียกทุกคนและพูดว่า “ตอนนี้ทุกคนมาถึงแล้ว เราจะเริ่มการสอบ ณ บัดนี้”

“ถึงทุกคนน่าจะรู้กฎกันดีอยู่แล้ว แต่ฉันจะอธิบายอีกรอบ”

“มีพวกเธอทั้งหมดสิบคน และพวกเธอจะถูกจับคู่แบ่งออกเป็นห้ากลุ่ม ผู้ชนะทั้งห้าจะได้พักก่อน ส่วนผู้แพ้ทั้งห้าจะได้แข่งขันอีกครั้ง ผู้ชนะในกลุ่มผู้แพ้ทั้งหมดจะเข้าร่วมกับผู้ชนะห้าคนแรก รวมทั้งสิ้นเป็นหกคน”

“ทั้งหกคนนี้จะถูกแบ่งออกเป็นสามกลุ่ม หากชนะจะได้ตำแหน่งสามอันดับแรก ในขณะที่ผู้แพ้สามคนจะแข่งขันกันอีกครั้งเพื่อกำจัดหนึ่งคนออก ห้าคนที่เหลืออยู่จะได้รับการเข้าเลือกโรงเรียนมัธยมเซินซุ่ยของเรา”

เข้าใจแล้ว

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือทุกอย่างขึ้นอยู่กับโชค

หากเจอศัตรูตัวเบ้งตั้งแต่รอบแรกก็นับว่าซวยเช็ด

เพราะการแข่งรอบแรกผู้แพ้สี่ในห้าคนจะถูกคัดออก

“เพื่อความยุติธรรม เราจะจับฉลาก มีหมายเลข 1 ถึง 5 ใครได้เลขซ้ำกันจะถือว่าจับคู่กันโดยอัตโนมัติ” ฉินเหวินกล่าวพร้อมหยิบกล่องไม้ออกมา

ไม่นานทุกคนก็จับฉลากกันเสร็จ

“เราจะเริ่มต้นด้วยหมายเลข 1 ใครได้หมายเลข 1?” ฉินเหวินถาม

“ผมครับ” ลู่เหลียงเย่กล่าวพร้อมเลิกคิ้วขณะเผยให้เห็นกระดาษฉลากของเขา

“แล้วใครอีกคนที่จับได้หมายเลข 1” ฉินเหวินกล่าวต่อ

มือซีดถูกยกขึ้นจากข้างๆกัน

"ฉันค่ะ"

คนๆนั้นก็คือเฉียวซาง

จบบทที่ บทที่ 31: เขาต้องเอาชนะพวกเราได้แน่ๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว