เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32: โทษทีนะ

บทที่ 32: โทษทีนะ

บทที่ 32: โทษทีนะ


บนอัฒจันทร์ผู้เข้าแข่งขันที่เหลืออีกแปดคนนั่งเรียงใกล้กับสนาม

เด็กชายหน้าตาบอบบางถามว่า “พวกนายคิดว่าใครจะชนะ”

“บางทีอาจจะผูุ้หญิงมั้ง เธอทำสัญญากับสุนัขเขี้ยวเพลิง” เจิ้งอี้หนิงตอบ

ตอนที่เธอเข้าไปคุยด้วยก่อนหน้านี้ เธอสังเกตุเห็นอย่างชัดเจนว่าสุนัขเขี้ยวเพลิงนั้นเข้ากันได้ดีกับหญิงสาวขนาดไหน

นี่ไม่เหมือนกับเรื่องราวของมือใหม่ทั้งหลายที่มักจะเจอปัญหาจากการทำสัญญากับสัตว์อสูรประเภทไฟ

ถ้าเธอฝึกมันมาเป็นอย่างดี การใช้มันเข้าสู้คงไม่เป็นปัญหา

“นี่เธอไม่รู้เหรอว่าหลู่เหลียงเย่เป็นใคร” หลี่หยางซึ่งนั่งอยู่ใกล้ๆเข้าร่วมบทสนทนา

"พวกเสแสร้ง"

“ไอ้งี่เง่าที่พิมพ์บอกในกลุ่มว่าผู้เชี่ยวชาญจะมาทีหลังเสมอ”

หลี่หยาง: ...

“หมอนั่นปลุกพลังสำเร็จตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว เคยขึ้นหน้าหนึ่งของสำนักข่าวในเมืองด้วยซ้ำ ถ้าไม่ใช่เพราะสอบมัธยมปลายของปีก่อนจบลงก่อน หมอนั่นคงเป็นนักเรียนปีแรกของโรงเรียนหลี่ตันตั้งแต่ปีก่อนแล้ว”

“แล้วหมอนั่นมาสอบที่โรงเรียนเซินซุ่ยได้ยังไง?” เด็กชายที่ดูบอบบางตกตะลึง

ไม่ใช่ว่าเขาดูถูกโรงเรียนเซินซุ่ย แต่หลี่ตันเป็นโรงเรียนอันดับหนึ่งไหนมณฑลเจ้อไห่ ในเมื่อเลือกอันดับหนึ่งได้จะสนใจอันดับสองไปทำไม

นอกจากนี้ ถ้าเขาเลือกเซิงซุ่ยจริงๆไม่ใช่ว่าเขาควรจะได้รับการแนะนำและผ่านเข้าการคัดเลือกโดยตรงหรอกเหรอ?

ทำไมต้องมาสอบเข้าเรียนพิเศษแบบนี้ด้วย? แบบนี้แสดงว่าหนึ่งในห้าของตำแหน่งผู้ที่จะได้รับเลือกถูกกำหนดไว้แล้วใช่ไหม?

"ไม่รู้สิ" หลี่หยางตอบ

ใครจะรู้ว่าหลู่เหลียงเย่ผู้เสแสร้งกำลังคิดอะไรอยู่?

เมื่อฟังการสนทนาเจิ้งอี้หนิงก็แอบเห็นใจหญิงสาวในสนามเล็กน้อย

แม้จะมีสุนัขเขี้ยวเพลิง แต่คู่ต่อสู้ของเธอก็เป็นคนที่มีแนวโน้มมากที่สุดที่จะชนะและเป็นอันดับหนึ่ง การต้องเผชิญหน้ากับเขาตั้งแต่รอบแรกนับว่าโชคร้ายจริงๆ

ในสนาม เฉียวซางหยิบแว่นกันแดดทรงสามเหลี่ยมสีเขียวเข้มจากกระเป๋าเป้สะพายหลังของเธอ และสวมมันให้กับสุนัขเขี้ยวเพลิง

มันเป็นสีและสไตล์ที่สุนัขเขี้ยวเพลิงชอบที่สุด

การฝึกฝนที่ผ่านมาทั้งหมดมีขึ้นเพื่อวันนี้ ดังนั้นเธอจะเอาจริงตั้งแต่เริ่ม

"ย่าห์!"

เมื่อสวมแว่นกันแดดทรงสามเหลี่ยมสีเขียวเข้ม สุนัขเขี้ยวเพลิงก็เงยหน้าขึ้นและทำท่าทางเท่ๆ พร้อมแผ่บรรยากาศที่ต่างจากเดิมในพริบตา

"กฎการต่อสู้คือ หนึ่งต่อหนึ่ง ปล่อยสัตว์อสูรออกมาและรอฟังสัญญาณเริ่มการต่อสู้จากฉัน หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งล้มลงหรือสูญเสียความสามารถในการต่อสู้ จะถือว่าแพ้การแข่งขัน" ซุ่นปั๋วอวี้ประกาศ

การแข่งขันประเภทนี้ซึ่งไม่มีกฎตายตัวว่าใครจะได้เป็นฝ่ายโจมตีก่อน ค่อนข้างได้รับความนิยมในทุกวันนี้

โดยเน้นไปที่การวิเคราะห์ของผู้เข้าแข่งขันเองว่าควรจะสั่งให้คอยสังเกตการณ์หรือเป็นฝ่ายเปิดก่อน

“โทษทีนะที่ต้องเจอกับฉันตั้งแต่รอบแรก!” หลู่เหลียงเย่พูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มซึ่งขัดกับประโยคก่อนหน้าของเขาอย่างชัดเจน

เฉียวซาง: "..."

คนคนนี้...น่ารำคาญ

ในขณะพูดเขาก็เรียกสัตว์อสูรตัวสีฟ้าอ่อนออกมาจากตำรา

ปากมีสีเหลือง คอมีสีขาวล้อมรอบเสมือนปลอกคอ มันใช้ครีบสองข้างพยุงตัวแทนขา และใช้หางพยุงตัวให้ยืนตรง

มันเป็นสัตว์อสูรประเภทน้ำ ปลาคาร์ปวงแหวน

“ปลาคาร์ปวงแหวนเหรอ? ผู้หญิงคนนั้นซวยแล้ว ไม่ต้องพูดถึงความแข็งแกร่งของตัวสัตว์อสูรเองเลย ลำพังแค่ประเภทก็ลำบากแล้ว”

“พวกนายคิดว่าจะเอาชนะเจ้านั่นได้ไหมหากต้องสู้กับมันเข้า?”

"...อสูรของฉันเป็นประเภทดินที่เสียเปรียบน้ำเหมือนกัน ได้แต่ภาวนาว่าฉันจะไม่เจอเขาในรอบต่อไป!"

ผู้สมัครสอบบนอัฒจันทร์พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

เจิ้งอี้หนิงถอนหายใจ รู้สึกเสียใจแทนหญิงสาวในสนามยิ่งขึ้น

ซวยซ้ำซวยซ้อนซวยซ่อนเงื่อนอะไรขนาดนี้...

ทันใดนั้น ซุ่นปั๋วอวี้ก็ให้สัญญาณเพื่อเริ่มต้นการต่อสู้

“วิ่งเข้าไปใกล้ทำให้มันสับสนแล้วจัดการมันให้จบ” เฉียวซางออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด

ในชั่วพริบตา สุนัขเขี้ยวเพลิงก็พุ่งไปข้างหน้า

ความเร็วใช้ได้ ซุ่นปั๋วอวี้วิเคราะห์ในใจ

จะจบทั้งแบบนี้เลยรึเปล่า? หรือจะมีการพลิกล็อคกันเกิดขึ้น?

ลู่เหลียงเย่รู้สึกอยากหัวเราะออกมา และจริงๆแล้วเขาก็หัวเราะออกมา...

“ฮ่าๆ ใช้ปืนฉีดน้ำอย่าให้เข้ามาใกล้”

สำหรับปืนฉีดน้ำในความชำนาญขั้นต้น ระยะปกติจะอยู่ที่ประมาณ 2 เมตร อย่างไรก็ตาม ปืนฉีดน้ำของปลาคาร์ปวงแหวนยาวถึง 5 เมตร แสดงให้เห็นชัดเจนว่าอยู่ในระดับกลางแล้ว

สุนัขเขี้ยวเพลิงหลบการโจมตีได้อย่างง่ายดาย

ในชั่วพริบตา สุนัขเขี้ยวเพลิงก็ดูเหมือนจะแยกออกเป็นสองร่าง

ปลาคาร์ปวงแหวนสับสน ไม่แน่ใจว่าจะเล็งตัวไหน

สุนัขเขี้ยวเพลิงทั้งสองขนาบข้างปลาคาร์ปวงแหวนจากทั้งสองทิศอย่างรวดเร็ว เขี้ยวของพวกมันถูกห่อหุ้มไปด้วยเปลวเพลิง

“ใช้วงแหวนน้ำล้อมตัวแกไว้เลย!” หลู่เหลียงเย่ยังคงสั่งการอย่างใจเย็น

“ไฟนั่นไม่ได้ดูรุนแรงกว่าปกติใช่ไหม?”

หลี่หยางผู้ที่ดูเหมือนมีความรู้รอบตัวค่อนข้างมากถามขึ้น

“เหรอ? ไม่รู้ดิ พอดีฉันสายตาสั้น” เด็กชายที่ดูบอบบางหรี่ตามองไปที่สนามอย่างตั้งใจ

หลี่หยาง: ...

บนสนาม เขี้ยวเพลิงของสุนัขเขี้ยวเพลิงกัดเข้าไปในวงแหวนน้ำ แต่แทนที่จะถูกผลักออกอย่างที่หลายๆคนคิด วินาทีต่อมาวงแหวนน้ำก็แตกเป็นเสี่ยง และเขี้ยวก็จมลงในหัวของปลาคาร์ปวงแหวนอย่างโหดร้าย

"ริง!!ริง!!"

ปลาคาร์ปวงแหวนส่งเสียงร้องด้วยโอดครวญความเจ็บปวด

“เป็นไปไม่ได้! ปลาคาร์ปวงแหวน!” หลู่เหลียงเย่สูญเสียความสงบและตะโกนออกมาอย่างเร่งรีบ

ในขณะเดียวกัน…

“นั่นมันเขี้ยวเพลิงระดับกลางใช่ไหม?” ฉินเหวินตั้งข้อสังเกต

“สุนัขเขี้ยวเพลิงนั่นน่าประทับใจมาก ดูเเหมือนมันจะได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีตั้งแต่ก่อนทำสัญญาแน่ๆ” เจิ้งกั๋วผิงแสดงความคิดเห็น

“สุนัขเขี้ยวเพลิงตัวนี้อายุยังไม่ถึงสองเดือน” ชายที่เสยผมซึ่งเงียบมาจนถึงตอนนี้ตั้งข้อสังเกตุ

"นั่นเป็นไปไม่ได้" เจิ้งกั๋วผิงตอบอย่างไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน

“นี่นายสงสัยในคำพูดของรองผู้อำนวยการเหรอ?” ฉินเหวินเหลือบมองเขาจากด้านข้าง

เจิ้งกั๋วผิงได้แต่เงียบไม่รู้จะตอบกลับยังไง

รองผู้อำนวยการคือคนที่โรงเรียนมัธยมเซินซุ่ยขอร้องให้เขาเข้าดำรงตำแหน่่ง

เขาไม่เพียงแต่เป็นนักพัฒนาสัตว์อสูรระดับ A เท่านั้น แต่ยังเป็นนักวิจัยอาวุโสที่ได้รับรางวัลตงหยูอันทรงเกียรติอีกด้วย

เดิมทีเขาทำงานที่สถานวิจัยชั้นนำแต่เพราะผู้อำนวยการของโรงเรียนซึ่งเป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ปิดล้อมบ้านเขาไว้เป็นเดือนๆและขอร้องอย่างหน้าด้านๆให้เขายอมเข้ารับตำแหน่ง สุดท้ายเขาก็ต้องตกลงอย่างช่วยไม่ได้

ถ้าเขาบอกว่าสุนัขเขี้ยวเพลิงอายุต่ำกว่าสองเดือน มันก็คงจะ... อายุต่ำกว่าสองเดือนจริงๆ

เจิ้งกั๋วผิงมองไปที่สุนัขเขี้ยวเพลิงบนสนาม ซึ่งเพิ่งปล่อยปลาคาร์ปวงแหวนออกจากปาก และเดินอวดเบ่งไปรอบๆด้วยความภาคภูมิใจ

แม้ว่าแว่นกันแดดสีเขียวเข้มจะบังตา แต่การที่มันเชิดหน้า ดันอกและแสยะยิ้ม—ก็ชัดเจนแล้วว่ามันอยากจะบอกทุกคนว่ามันชนะ...

สุนัขเขี้ยวเพลิงตัวนี้อายุน้อยกว่าสองเดือนจริงหรือ?

บนสนามปลาคาร์ปวงแหวนนอนหมดสติอยู่บนพื้น

หลังจากที่ซุ่นปั๋วอวี้ประกาศผล เฉียวซางก็เดินไปหาหลู่เหลียงเย่แล้วพูดว่า "โทษทีนะที่ต้องเจอกับฉันตั้งแต่รอบแรก"

หลู่เหลียงเย่: “....”

เฉียวซางอุ้มสุนัขเขี้ยวเพลิงขึ้นมาแล้วเดินไปที่อัฒจันทร์

ก่อนการฝึกฝน เธอยังกล้าพอที่จะนำสุนัขเขี้ยวเพลิงไปท้าประลองกับนักเรียนของโรงเรียนฝึกอสูรฮันกังที่ 37 และชนะรวดทั้งสามยก

ตอนนี้ด้วยความแข็งแกร่งของสุนัขเขี้ยวเพลิงที่พัฒนาขึ้นอย่างมาก แถมคู่ต่อสู้ของเธอยังเป็นแค่นักเรียนมัธยมต้นที่ยังไม่ได้สอบจงเกาด้วยซ้ำ เธอจะแพ้ได้ยังไง

การชนะถือเป็นเรื่องปกติ

ทันทีที่เฉียวซางนั่งลง เธอก็อดไม่ได้ที่จะหาวออกมาอีกครั้ง

ผู้สมัครเข้าสอบคนอื่นๆ มองเธอด้วยความหวาดระแวงปนชื่นชม

เป็นชัยชนะที่โหดเหี้ยมและเฉียบขาดมาก!

เป็นไปไม่ได้เลยที่คนธรรมดาจะสามารถทำอะไรแบบนี้ได้

จบบทที่ บทที่ 32: โทษทีนะ

คัดลอกลิงก์แล้ว