เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30: มาถึงเร็วเกินไปหน่อย

บทที่ 30: มาถึงเร็วเกินไปหน่อย

บทที่ 30: มาถึงเร็วเกินไปหน่อย


สุนัขเขี้ยวเพลิงที่ขดตัวอยู่ในอ้อมแขนของเจ้านายของมันจนแน่ใจว่ามันปลอดภัย จากนั้นจึงค่อยๆหันหน้าไปมอง

"ย่าห์!"

เพียงแค่่หางตา ขนทั่วร่างก็ลุกพรึบแบบไม่ได้นัดหมาย

มันหายไปไหนแล้ว!

เมื่อรับรู้ว่าสุนัขเขี้ยวเพลิงกำลังคิดอะไรอยู่ เฉียวซางก็หมดคำจะพูด

นี่มันกลัวร่างแยกเงาตัวเองจริงดิ?

แต่ก็ว่าไม่ได้ บางทีสุนัขเขี้ยวเพลิงอาจไม่รู้ว่านี่เป็นทักษะใหม่ของมัน

มีผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าสัตว์อสูรหลายชนิดอาจเผลอเรียนทักษะใหม่ๆได้โดยไม่รู้ตัว

บางตัวเรียนรู้จากประสบการณ์ที่สั่งสมมา ส่วนบางตัวก็เรียนรู้เพราะได้รับอิทธิพลจากสภาพแวดล้อมภายนอกจนไปกระตุ้นพลังแฝงภายในให้ตื่นขึ้น

ไม่กี่วันก่อน พึ่งมีคดีฟ้องร้องทางแพ่งเกิดขึ้นในภูมิภาคเหลียนโปในระหว่างการแข่งขันสัตว์อสูร โดยต้นเหตุเกิดจากสัตว์อสูรตัวหนึ่ง

คุณหวังจากเย่เฉิงกำลังดูการแข่งขันในที่นั่ง 16 แถว 21 ของโซน B พร้อมกับเจ้าลูกบอลพฤกษาของเขา

อาจเพราะการแข่งขันน่าตื่นเต้นเกินไปหน่อย และลูกบอลพฤกษาก็เกิดสัมผัสได้ถึงพลังงานภายในของตัวเองและเรียนรู้ทักษะผงหลับใหลโดยไม่รู้ตัวและเผลอปล่อยมันออกมา ทำให้ผู้ชมหลายคนในแถวที่ 20, 21 และ 22 ของโซน B เผลอหลับไป พลาดการแข่งขันทุกนัด

หลังจากนั้น แม้นายหวังจะยินดีชดเชยค่าตั๋วให้พวกเขาทั้งหมด แต่ก็มีผู้ชมบางคนเดินทางมาจากพื้นที่อื่นเพื่อเข้าชมโดยเฉพาะ และเรียกร้องค่าเสียหายเพิ่มเติมทั้งค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และค่าที่พัก

แน่นอนว่านายหวังนั้นปฏิเสธ จนเกิดเป็นคดีฟ้องร้องขึ้น

สุนัขเขี้ยวเพลิงจัดอยู่ในหมวดสัตว์อสูรที่สามารถเรียนรู้ทักษะใหม่ได้โดยไม่รู้ตัวจากอิทธิพลภายนอก ก่อนหน้านี้มันก็็เรียนรู้ทักษะเพลิงปะทุในลักษณะเดียวกัน

ตอนที่มันตกใจกลัวทำให้พลังมันไม่เสถียร ร่างเงาของมันจึงหายไปในที่สุด

อย่างไรก็ตามสุนัขเขี้ยวเพลิงเข้าใจสถานการณ์ผิดไป มันคิดไปในแนวสยองขวัญ เนื่องจากหนังที่เฉียวซางเปิดให้มันดูยังคงตราตรึงใจจนถึงทุกวันนี้

“ย่าห์! ย่าห์ ย่าห์”

"ย่าห์ ย่าห์ ย่าห์!"

"ย่าห์!"

สุนัขเขี้ยวเพลิงชี้อุ้งเท้าของมันไปในทิศทางที่ร่างเงาเพิ่งหายไป และบอกสิ่งที่เกิดขึ้นกับเฉียวซางอย่างบ้าคลั่ง

“นั่นมันคือร่างเงาของแกต่างหาก” เฉียวซางอธิบาย

“ย่าห์?”

การเคลื่อนไหวของสุนัขเขี้ยวเพลิงหยุดชะงัก ดวงตาสีเข้มของมันเต็มไปด้วยความสับสน

"ยินดีด้วย ตอนนี้แกได้เรียนรู้ทักษะใหม่แล้ว" เฉียวซางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

สุนัขเขี้ยวเพลิงเข้าใจแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

มันตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็เริ่มสัมผัสและปรับพลังงานภายในร่างกายของมัน

ทันใดนั้น สุนัขเขี้ยวเพลิงอีกตัวหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นที่เท้าของของเด็กสาวซึ่งเหมือนกับตัวมันทุกประการ

แม้แต่ขนที่หลุดรุ่ยตอนถูกลูกบอลพุ่งเข้าใส่เมื่อครู่ก็ยังเหมือนกัน

"ย่าห์!"

สุนัขเขี้ยวเพลิงรู้สึกตื่นเต้นมาก มันกระโดดออกจากอ้อมแขนของเฉียวซางและวนรอบๆร่างเงาของมันอย่างตื่นเต้น และสังเกตุดูอย่างใกล้ชิด

เมื่อได้เรียนรู้ทักษะใหม่ เจ้าหมาก็ลืมเรื่องฝึกหลบบอลไปโดยสิ้นเชิง และแน่นอนว่าเฉียวซางเองก็ไม่ได้เตือนมันแต่อย่างใด

ขณะที่พวกเธอเดินออกจากศูนย์ฝึกเทนนิส เฉียวซางรู้สึกเสียใจเล็กน้อยขณะเดินผ่านศูนย์ฟื้นฟูสัตว์อสูร

ถ้าไม่ใช่เพราะสูญเสียเหรียญพันธมิตร 5,000 เหรียญเมื่อคืนนี้ เธอคงจะพาสุนัขเขี้ยวเพลิงเข้าไปใช้บริการเพื่อผ่อนคลายแล้ว

เมื่อกลับบ้านเฉียวซางเปิดคอมพิวเตอร์และค้นหาคอนเทนต์เกี่ยวกับวิธีการนวดสัตว์อสูร

หลังจากคลิกสุ่มๆไป เธอก็ทดลองทำตามหนึ่งในคลิปที่มียอดวิวสูงที่สุดดู

ถ้าเราไม่มีเงินเข้าศูนย์ฟื้นฟูสัตว์อสูร เราก็ต้องทำเองให้ได้!

“เป็นไงรู้สึกดีมั้ย?” เฉียวซางถามเบา ๆ

"ย่าห์"

สุนัขเขี้ยวเพลิงตอบกลับอย่างไม่เต็มใจนัก

มันนอนตะแคง โดยหันหัวไปทางวิดีโอ บนหน้าจอ ชายร่างกำยำกำลังนวดหมูเขี้ยวแหลมที่มีหนังหนาอยู่ หมูเขี้ยวหนามปล่อยเสียงฮึดฮัดออกมาอย่างพึงพอใจเป็นระยะๆ

สุนัขเขี้ยวเพลิงมองที่หน้าจอ จากนั้นรู้สึกถึงแรงกดจากการนวดของเจ้านายของมันบนตัวเอง และรู้สึกได้ว่ากระบวนการนี้มันมีบางอย่างผิดปกติ

เช้าวันรุ่งขึ้น

06:10 น.

เฉียวซางซึ่งมีรอยคล้ำใต้ตาปรากฏตัวขึ้นในห้องนั่งเล่น เธอมองไปรอบๆและเห็นว่าแม่ของเธอยังคงนอนหลับอยู่ในห้องของตัวเอง

ยังเช้าอยู่เลย...

เมื่อคืนนี้เป็นวันของการแข่งขันศึกชิงถ้วยอวกาศในนัดที่เธอพนันเอาไว้

เมื่อนึกถึงว่าเธอนอนไม่หลับหลังจากแพ้นัดที่แล้ว เธอจึงตัดสินใจไม่ดูการถ่ายทอดสดเมื่อคืนนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการนอนไม่หลับอีก เพราะมันอาจส่งผลกระทบต่อการสอบของเซินซุ่ยในวันนี้ได้

แต่ยิ่งเธอพยายามจะนอนมากเท่าไหร่ เธอก็นอนไม่หลับมากขึ้นเท่านั้น...

ในหัวเอาแต่กังวลเกี่ยวกับการแข่งขัน แถมลามไปถึงการสอบเข้าในวันรุ่งขึ้น กว่าจะได้นอนอีกทีก็ปาเข้าไปตี 2 แล้ว

และเพราะจิตใจที่ว้าวุ่นนั่นเอง ทำให้เธอสะดุ้งตัวตื่นตั้งแต่นาฬิกาปลุกยังไม่ดัง

เฉียวซางพยายามไม่กระสับกระส่ายและเริ่มเตรียมอาหารเช้า ขณะเจ้าหมาน้อยกระดิิกหางรอกินอย่างระริกระลี้

ดูเหมือนเจ้าตัวน้อยนี่จะมีพลังเต็มเปี่ยม...

ไม่เสียแรงเลยที่เมื่อวานอุตส่าห์นวดจนปวดมือ

หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จ เฉียวซางก็เก็บส่วนของแม่เอาไว้ในหม้อและเดินทางไปยังรถไฟฟ้าใต้ดิน

โรงเรียนมัธยมเซินซุ่ย ตั้งอยู่ในเขตเป่ยเตี๋ยน ในเมืองฮันกัง ซึ่งไกลจากบ้านของเฉียวซางพอสมควร

ถ้าเธอขึ้นรถประจำทาง เธอจะต้องเปลี่ยนรถสี่หรือห้าสาย แต่ถ้านั่งรถไฟฟ้าใช้แค่ 2 สายก็ไปถึงแล้ว

โรงเรียนมัธยมเซินซุ่ย

ข้างๆสนามกลางแจ้ง มีคนสองสามคนนั่งอยู่บนอัฒจันทร์

“นี่ฉินเหวิน หลัวเฉียนยังไม่มาถึงอีกเหรอ?” ถามโดยชายวัยกลางคนผมเรียบและพุงโต

ว่ากันว่าชายวัยกลางคนพุงใหญ่ส่วนมากจะให้ความรู้สึกที่ไม่น่าเข้าใกล้ แต่ชายคนนี้มีผมเรียบสลวย แถมใบหน้ายังมีเค้าโครงที่ดี ทำให้คนที่เห็นต้องเดาได้ในทันทีว่าคนๆนี้ตอนหนุ่มต้องหล่อมากแน่ๆ

“ยัง ฉันโทรตามแล้ว แต่เขาอ้างว่ารถติด” หญิงสาวในชุดสูทกระโปรงทรงเอตอบ

“แถไม่เนียนจริงๆไอ้เวรนี่ เมื่อวานมันพึ่งลงโซเชียลมีเดียว่าไปกินเหล้าที่บาร์จนดึก ตอนนี้คงลุกไม่ไหวละสิท่า ทำตัวไม่เหมาะสมกับการเป็นอาจารย์เลยจริงๆ” ชายวัยกลางคนหรือเจิ้งกั๋วผิงเบะปากเยาะเย้ย

“นายเป็นคนจ้างเขาเข้ามาเองแท้ๆ” ชายอีกคนที่กำลังพลิกหน้าเอกสารพูดขึ้น

“ซุ่นปั๋วอวี้ นายจะมาว่าฉันคนเดียวก็ไม่ถูก ตอนนั้นนายเองก็เห็นชอบเหมือนกันไม่ใช่รึไง?” เจิ้งกั๋วผิงโต้กลับ

“นั่นเป็นเพราะนายติดสินบนฉันด้วยไข่มุกมวลน้ำต่างหาก” ซุ่นปั๋วอวี้ตอกกลับ

"นี่แก-!" เจิ้งกั๋วผิงโกรธจนควันออกหู

“เอาล่ะ เอาล่ะ หยุดทะเลาะกันได้แล้ว เรามีเรื่องสำคัญที่ต้องจัดการ คราวนี้มีนักเรียนน่าสนใจบ้างไหม?” ชายวัยกลางคนอีกคนที่จัดผมเสยไปด้านหลังเข้าแทรกและเปลี่ยนเรื่อง

"นักเรียนที่น่าสนใจส่วนมากอยู่ในพวกที่ได้รับคำแนะนำซะมากกว่า" เจิ้งกั๋วผิงกล่าวว่ายังคงหงุดหงิดอยู่

"อันที่จริงมีอยู่คนนึง" สายตาของซุ่นปั๋วอวี้ค้างไว้ที่กระดาษแผ่นหนึ่ง

“เคยได้ยินเกี่ยวกับหลู่เหลียงเย่จากโรงเรียนมัธยมไท่ตันไหม? เมื่อประมาณครึ่งปีก่อนเขาเคยออกข่าวอยู่”

“เด็กที่ปลุกพลังขึ้นเองตั้งแต่ช่วงเปิดเทอมมัธยมต้นปีที่ 3 ใช่ไหม?” ฉินเหวินถาม

“ใช่ คนนั้นแหละ” ซุ่นปั๋วอวี้ตอบ

เด็กส่วนใหญ่ที่ปลุกพลังขึ้นเองจะปลุกพลังได้ตอนช่วงอายุประมาณ 15 ปี แต่หลู่เหลียงเย่ปลุกพลังได้ตั้งแต่ 14

ถ้าไม่ใช่เพราะว่าตอนนั้นการสอบจงเกาสิ้นสุดลงแล้ว และโควตาโรงเรียนทั้งหมดได้รับการจัดสรรเป็นที่เรียบร้อยหลู่เหลียงเย่คงได้รับอนุญาตให้ข้ามชั้นและเข้าเรียนมัธยมปลายโดยตรง

“แล้วทำไมเขาไม่ได้รับคำแนะนำล่ะ” ฉินเหวินถาม

“หลังจากปลุกพลังขึ้นแล้วเขาก็ไม่ค่อยไปเรียน ทำให้คะแนนในชั้นลดลง” ซุ่นปั๋วอวี้อธิบาย

ฉินเหวินพยักหน้ารับ

เขาคงพบว่าการเรียนน่าเบื่อหลังจากทำสัญญากับสัตว์อสูรแล้ว

หากเป็นเช่นนั้น หลู่เหลียงเย่ที่ทำสัญญากับสัตว์อสูรมานานกว่าครึ่งปี ต้องแกร่งกว่านักเรียนคนอื่นมากแน่ๆ

ภายนอกโรงเรียนมัธยมเซินซุ่ย

เฉียวซางนั่งลงข้างแปลงดอกไม้ กำลังฝันหวาน

เธอมาถึงเร็วเกินไปหน่อย

ประตูรั้วยังไม่เปิดเลย...

จบบทที่ บทที่ 30: มาถึงเร็วเกินไปหน่อย

คัดลอกลิงก์แล้ว