เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26: หนูลาไว้แล้วค่ะแม่

บทที่ 26: หนูลาไว้แล้วค่ะแม่

บทที่ 26: หนูลาไว้แล้วค่ะแม่


15:23 น.

หลังจากเสร็จสิ้นการความแข็งแกร่งของร่างกาย สุนัขเขี้ยวเพลิงก็เข้ามาหาเฉียวซาง

ในช่วงไม่กี่วันที่นี้สุนัขเขี้ยวเพลิงได้เพิ่มความแข็งแกร่งขึ้นเป็นอย่างมาก

เมื่อการฝึกสิ้นสุด มันยังสามารถทรงตัวยืนได้อย่างมั่นคง

เฉียวซางหยิบขวดนมฉีหยวนที่เธอนำมาด้วยแล้วยื่นให้กับสุนัขเขี้ยวเพลิง

ด้วยความเข้มข้นของการฝึกในปัจจุบัน มันจำเป็นต้องดื่มนมฉีหยวนแปดหรือเก้าขวดในแต่ละวัน

เมื่อเห็นสุนัขเขี้ยวเพลิงกลืนนมสามขวดอย่างรวดเร็ว เฉียวซางก็เริ่มรู้สึกถึงวิกฤติทางการเงินอีกครั้ง

เงินไหลผ่านมือของเธอเร็วเกินไป ภายในหนึ่งสัปดาห์เงินเธอลดลงเหลือประมาณ 30,000 เหรียญพันธมิตรเท่านั้น

หลังจากวันนี้ ยอดคงเหลือของเธอน่าจะเปลี่ยนไปเริ่มต้นด้วยเลข 2 แทน

เธอต้องหาทางหาเงินเพิ่ม

เฉียวซางเคยคิดที่จะขอเงินเพิ่มจากแม่ แต่เมื่อเห็นว่าแม่ต้องออกแต่เช้าและกลับตอนค่ำ ไหนจะต้องเตรียมอาหารไว้ให้อีก ลิ้นเธอก็แข็งจนไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้

สำหรับตอนนี้ เธอตัดสินใจว่าจะมุ่งความสนใจไปที่การสอบเข้าก่อน เรื่องเงินน่าจะยังพอไหวสักพัก

หลังจากที่สุนัขเขี้ยวเพลิงดื่มนมฉีหยวนเสร็จแล้ว เฉียวซางก็พามันไปขึ้นรถประจำทางหมายเลข 28

ที่ร้านหนังสือซินไห่ เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุด ร้านหนังสือเลยอัดแน่นไปด้วยนักเรียนทั้งหลาย

เฉียวซางยืนอยู่บนชั้นหนังสือมัธยมปลายบนชั้นสอง และเลือกซื้อหนังสือของเธอ

เธอวางแผนที่จะซื้อแบบฝึกหัดสำหรับสอบเข้า เพื่อทบทวนด้วยตัวเองที่บ้าน

ขณะที่เธอลงไปชั้นล่างเพื่อจ่ายเงิน เธอก็ได้ยินเสียงเรียกขึ้น

"นี่คนสวย!"

"เฮ้ พลเมืองดีคนนั้นน่ะ!"

"ฮีโร่!"

“หญิงสาวกับสุนัขเขี้ยวเพลิง!”

จากนั้นเฉียวซางก็หันกลับมา ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นคนเดียวในร้านหนังสือที่มีสุนัขเขี้ยวเพลิงอยู่ใกล้ๆ

เด็กผู้หญิงมัดผมเป็นมวยและมีหน้าม้าโปร่งก็ปรี่เข้ามาหาอย่างรวดเร็ว

“ฉันเรียกตั้งหลายรอบทำไมไม่ตอบเลยล่ะ” หญิงสาวบ่น

เธอหน้าคุ้นๆนะ... เฉียวซางจำไม่ได้ในทันทีว่าเธอเคยพบเธอที่ไหนมาก่อน แต่เธอมั่นใจว่าพวกเธอเคยพบกันมาก่อน

"ย่าห์!" สุนัขเขี้ยวเพลิงเห่าและจำหญิงสาวได้อย่างชัดเจน

สุนัขเขี้ยวเพลิงรู้จักคนคนนี้เหรอ?

“โอ้ เธอนั่นเอง โทษทีเมื่อกี้ฉันไม่ได้สังเกตเลย” เฉียวซางแถอย่างใจเย็น

“ส่วนฉันจำได้ทันทีเลยล่ะ มีไม่กี่คนหรอกที่พาสุนัขเขี้ยวเพลิงไปไหนมาไหนได้แบบนี้” เด็กสาวพูดด้วยรอยยิ้ม

เฉียวซางกระพริบตาปริบๆ ส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายพูดก่อน

“ฉันยังไม่ได้ขอบคุณสำหรับเรื่องบนรถประจำทางในครั้งที่แล้วเลย พยายามส่งข้อความไปหาก็แล้วแต่เธอไม่เห็นอ่านหรือตอบกลับเลย” หญิงสาวพูดต่อ

ถึงตรงนี้เฉียวซางถึงพึ่งจำได้ เธอคือไป๋อวิ๋นเหมียวเด็กผู้หญิงที่นั่งข้างเธอบนรถประจำทางในวันที่เธอได้รับเหรียญพันธมิตร 50,000 เหรียญ

“ช่วงนี้ฉันไม่ค่อยได้จับโทรศัพท์เลย” เฉียวซางอธิบาย

เธอยุ่งอยู่กับการฝึกสุนัขเขี้ยวเพลิงและการอ่านหนังสือ ไม่ได้เช็คข้อความบนโทรศัพท์เลยสักนิด

“เก่งจัง ฉันเองก็เคยลองพยายามเหมือนกัน แต่สุดท้ายแยกจากอวัยวะที่ 33 ของตัวเองไม่ลง” ไป๋อวิ๋นเหมียวกล่าวชมด้วยความประทับใจ

จากนั้นเมื่อสังเกตเห็นหนังสือในมือของเฉียวซางเธอจึงถามอย่างสงสัย “ว่าแต่เธอจะซื้อหนังสือสอบเข้ามัธยมปลายไปทำไมกัน?”

“ก็อีกไม่กี่วันมันจะสอบแล้วนี่” เฉียวซางตอบ

“ใช่ แล้วเธอเกี่ยวอะไรกับเรื่องนั้น... เดี๋ยวก่อน อะไรนะ!” ในที่สุดไป๋อวิ๋นเหมียวก็เข้าใจ

เธอเผลอไม่ได้เบาเสียงของตัวเอง ทำให้มันดังก้องไปทั่วร้าน จนคนอื่นๆขมวดคิ้ว

ไป๋อวิ๋นเหมียวเหมือนจะรู้ตัวเลยรีบปิดปากของเธออย่างรวดเร็ว จากนั้นมองไปที่เฉียวซางด้วยสายตาเหลือเชื่อและกระซิบว่า "เธอยังเป็นนักเรียนมัธยมต้นอยู่เหรอ?"

“ฉันดูไม่เหมือนเหรอ?” เฉียวซางแอบเฟลเล็กน้อย นี่เธอดูเป็นแก่ขนาดนั้นเลยเหรอ?

“ไม่ ไม่ ไม่ใช่อย่างนั้น ฉันแค่คาดไม่ถึงน่ะ” ไป๋อวิ๋นเหมียวรีบส่ายหัว

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้แล้ว เด็กสาวตรงหน้าเธอก็ดูเด็กกว่าเธอจริงๆ แต่เธอคิดว่าอีกฝ่ายแค่หน้าเด็ก ไม่ได้คาดคิดไปทางอื่น

ใครมันจะไปคิดว่าคนที่จับสังเกตปะการังแปดหนวด จับขโมย และทำสัญญากับสุนัขเขี้ยวเพลิงยังอยู่แค่ชั้นมัธยมต้น?

นักเรียนมัธยมต้นที่ยังเรียนไม่จบเลย แต่ทำสัญญากับสัตว์อสูร—นั่นหมายความว่าเธอเป็นอัจฉริยะที่ปลุกพลังด้วยตัวเอง!

ในโรงเรียนเธอไม่ได้ปรากฎอัจฉริยะแบบนี้ให้เห็น

ไม่น่าแปลกใจที่เธอมีความกล้าทำสัญญากับสัตว์อสูรประเภทไฟเป็นตัวแรก แถมมันยังเชื่อฟังเธอเป็นอย่างดีอีกด้วย

ไป๋อวิ๋นเหมียวชำเลืองมองสุนัขเขี้ยวเพลิงที่ยืนอยู่ข้างพวกเธออย่างละเอียด

“แล้วทำไมเธอต้องเครียดเรื่องสอบด้วยล่ะ? อัจฉริยะระดับเธอน่าจะได้รับเข้าเรียนตรงๆเลยไม่ใช่รึไง” ไป๋อวิ๋นเหมียวถาม

“เธอไม่ประเมินฉันสูงไปหน่อยเหรอ?” เฉียวซางตอบอย่างช่วยไม่ได้

ไม่มีอัจฉริยะคนไหนต้องมานั่งกังวลว่าจะสอบเข้าไม่ผ่านแบบเธอหรอก

ไป๋อวิ๋นเหมียวเริ่มเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นสุภาพขึ้นและถามว่า "เธอตั้งเป้าไปที่โรงเรียนไหนเหรอ?"

“โรงเรียนมัธยมเซิงซุ่ย” เฉียวซางตอบ

ไป๋อวิ๋นเหมียวมองเธอด้วยสีหน้ารู้แจ้ง

เฉียวซางไม่ได้สนใจที่จะอธิบายว่าเกรดของเธอแย่แค่ไหน สำหรับเธอเวลาที่เหลืออยู่ในตอนนี้มีค่ามาก เธอจึงบอกลา "ฉันขอตัวก่อนนะ ฉันต้องรีบกลับบ้านไปอ่านหนังสือแล้ว"

ขณะที่เธอหันหลังจะจากไป ไป๋อวิ๋นเหมียวก็จับมือเธอแล้วเว้าวอนว่า "อัจฉริยะสาว เธอยังไม่ได้บอกชื่อของเธอกับฉันเลย"

เฉียวซาง: "..."

ระหว่างนั่งรถประจำทางกลับบ้าน สุนัขเขี้ยวเพลิงก็ชื่นชมทิวทัศน์นอกหน้าต่างเหมือนเช่นเคย

เฉียวซางหยิบโทรศัพท์ของเธอออกมาโดยตั้งใจที่จะบันทึกชื่อของไป๋อวิ๋นเหมียวในรายชื่อติดต่อของเธอ

ตอนนั้นเองที่เธอสังเกตเห็นสีแดงเด่นชัด "99+" ที่มุมด้านบนของแอปส่งข้อความของเธอ

ด้วยความประหลาดใจ เธอเปิดมันขึ้น

เพื่อนร่วมชั้นของเธอซึ่งปกติจะไม่ค่อยติดต่อกับเธอมากนัก ต่างก็ส่งข้อความถามด้วยความเป็นห่วงว่ามีอะไรเกิดขึ้นรึเปล่า

ในความคิดของพวกเขา การลาหยุดยาวก่อนสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายน่าจะมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น

เฉียวซางรู้สึกประทับใจลึกๆและตอบกลับทีละข้อความ ทำให้พวกเขามั่นใจว่าเธอยังคงสบายดี

หลังจากตอบไปหมดแล้ว เธอก็เห็นข้อความจากแม่ที่ส่งมาเมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว

[การสอบคัดเลือกพิเศษโรงเรียนฝึกอสูรฮันกังที่ 6 คือวันไหน? แม่จะโทรไปลาอาจารย์ให้ลูก]

เฉียวซางตื่นตระหนกและรีบโทรหาแม่ของเธอทันที

หลังจากรอสายไม่นานการโทรก็ถูกเชื่อมต่อ

“แม่ค่ะ แม่ได้โทรหาอาจารย์ของหนูหรือเปล่า?” เฉียวซางถามด้วยความรู้สึกผิดในใจ

"แม่โทร"

“แม่ค่ะ จริงๆ แล้วหนู—”

“แต่แม่โทรไม่ติด”

เฉียวซางรีบเงียบปากและไม่แพร่งพรายอะไรต่อ

"เมื่อกี้ลูกว่าไงนะ?" แม่ของเธอถาม

“จริงๆแล้ว หนูอยากลองสมัครเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมเซินซุ่ย” เฉียวซางรีบเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว

ปลายสายเงียบไปพักใหญ่ “การทดสอบการรับเข้าแบบพิเศษของทั้งสองโรงเรียนตรงกันรึเปล่า?”

“ไม่ค่ะ การสอบของโรงเรียนฝึกอสูรฮันกังที่ 6 คือวันที่ 9 มิถุนายน และการสอบของโรงเรียนมัธยมเซินซุ่ย คือวันที่ 10 มิถุนายน พวกมันห่างกันวันนึง” เฉียวซางอธิบาย

“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีปัญหา ลูกไปสอบทั้งสองที่นั่นแหละ” แม่เธอตอบ

เย่เซียงถิงไม่ได้ถามเกี่ยวกับวันสอบของโรงเรียนมัธยมเซิงซุ่ยก่อนหน้านี้ เพราะเธอไม่ได้ให้ความสนใจกับมันมากนัก

ในวันนั้น เธอแค่โกรธกับทัศนคติของพวกอาจารย์ในโรงเรียนและยัยเวรนั่น ดังนั้นเธอเลยบอกให้ลูกสาวสมัครเข้ารับการสอบรับเข้าเรียนแบบพิเศษที่โรงเรียนมัธยมเซินซุ่ยอย่างหุนหัน

แต่เมื่อใจเย็นลงแล้ว เธอก็ตระหนักว่าโอกาศที่ซูซูของเธอจะสอบติดนั้นต่ำกว่า 0.01% เสียอีก ดังนั้นเธอจึงไม่เคยพูดเรื่องนี้ออกมาอีกเลย

แต่เห็นได้ชัดว่าลูกสาวของเธอยังคงมุ่งมั่นที่จะสอบเข้าเซินซุ่ย และเนื่องจากเธอเป็นคนเปิดประเด็นขึ้นมาเอง เธอเลยไม่สามารถแย้งได้

ตอนนี้เย่เซียงถิงรู้สึกโล่งใจที่การทดสอบของโรงเรียนฝึกอสูรฮันกังที่ 6 มีกำหนดสอบก่อนโรงเรียนมัธยมเซินซุ่ย

ไม่อย่างนั้น หากการทดสอบเซินซุ่ยมาก่อนและส่งผลกระทบต่อความคิดของลูกสาวของเธอในการทดสอบที่ฮันกังที่หก ในวันรุ่งขึ้นมันคงเป็นปัญหาหนักมาก

“แม่ค่ะ แม่ไม่ต้องโทรหรอกหนูลาอาจารย์ไว้เรียบร้อยแล้ว” เฉียวซางกล่าว

"เอาล่ะ งั้นเอาตามนั้น" เย่เซียงถิงตอบกลับ

ในเมื่อโทรไม่ติดเธอก็จะไม่พยายาม ที่จริงหากไม่เห็นแก่อนาคตของลูกสาวเธอ เธอไม่มีวันโทรหาไอ้พวกเวรนั้นหรอก

จบบทที่ บทที่ 26: หนูลาไว้แล้วค่ะแม่

คัดลอกลิงก์แล้ว