เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25: อาหารมื้อหรู

บทที่ 25: อาหารมื้อหรู

บทที่ 25: อาหารมื้อหรู


“มาวิ่งอุ่นเครื่องสักสองสามรอบกันเถอะ” เฉียวซางกล่าว

หลังจากสวมกำไลแรงโน้มถ่วงแล้วสุนัขเขี้ยวเพลิง ก็ปรับตัวได้ค่อนข้างเร็ว มันเดินได้โดยไม่มีปัญหามากนักแต่แค่เดินนั้นยังไม่เพียงพอต่อการฝึก

"ย่าห์" สุนัขเขี้ยวเพลิงพยักหน้ารับคำสั่ง โดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ

คราวนี้เฉียวซางตัดสินใจวิ่งไปพร้อมกับสุนัขเขี้ยวเพลิง

สุนัขเขี้ยวเพลิงเมื่อได้รับกำลังใจจากเฉียวซาง ในที่สุดมันก็สามารถผ่านการวิ่งอันแสนทรหดได้ทั้งสิ้นสองรอบด้วยกัน ก่อนมันจะนอนเหลวเป็นเป็นน้ำและเหลือบมองเฉียวซาง "เจ้านายนี่เรียกว่าอุ่นเครื่องเหรอ?"

เฉียวซางเองก็หอบอย่างหนัก หลังจากผ่านวิ่งเพียงสองรอบ เธอก็รู้สึกเหมือนกำลังก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง

ดูเหมือนตัวฉันเองก็ต้องฝึกความอดทนด้วยเหมือนกัน...

ขณะโกยลมเข้าปอด เฉียวซางก็ดูเวลาในโทรศัพท์

ในระหว่างการวิ่งตอนเช้า สุนัขเขี้ยวเพลิง ใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 18 นาทีต่อรอบ

คราวนี้เมื่อใช้กำไลแรงโน้มถ่วง รอบแรกใช้เวลา 29 นาที 3 วินาที และรอบที่สองใช้เวลา 38 นาที 42 วินาที

เฉียวซางจดบันทึกเวลาไว้ในบันทึกในโทรศัพท์ โดยตั้งใจจะนำมาเปรียบเทียบพัฒนาการในภายหลัง

"เอาล่ะการวอร์มอัพจบลงแล้ว ขั้นต่อไปเจ้าหมาฟาดหัวลงไปบนต้นไม้นั่นเลย" เฉียวซางสั่งพลางอุ้มสุนัขเขี้ยวเพลิงมายังต้นมะเดื่อที่เธอเจอก่อนหน้านี้

“ย่าห์~” สุนัขเขี้ยวเพลิงนั่งลงอย่างเหนื่อยอ่อน ปากปล่อยเสียงคร่ำครวญออกมาเบาๆ

“แกไม่อยากแข็งแกร่งขึ้นแล้วเหรอ?” เฉียวซางถาม

หลังจากใช้เวลาสองสามวันที่ผ่านมากับสุนัขเขี้ยวเพลิงเฉียวซางก็รู้ว่ามันมีความแข็งแกร่งและความมุ่งมั่นที่น่าประทับใจ

แม้จะเคยต่อสู้เพียงแค่สี่ครั้ง แต่มันก็ไม่เคยหวาดกลัวและพุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่ย่อท้อ

แข็งแกร่งขึ้นเหรอ? สุนัขเขี้ยวเพลิงค่อยๆลุกขึ้น ดวงตาของมันแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นครั้งใหม่

เหตุผลแรกสุดที่มันทำสัญญากับมนุษย์ก็เพื่อแข็งแกร่งขึ้นและมองหาคู่ต่อสู้หน้าใหม่

เฉียวซางดีใจที่เห็นมันกลับมาฮึดสู้ได้อีกครั้ง นี่แหละสุนัขเขี้ยวเพลิงที่เธอถูกใจตั้งแต่แรกเห็น

ในตอนนั้นสุนัขเขี้ยวเพลิงใช้ร่างเล็กๆของมันกระแทกเข้ากับลำต้นของต้นไม้อย่างไม่ลดละ ด้วยท่าทางมุ่งมั่นเหมือนเก่าก่อน

พอย้อนกลับไปคิดเรื่องในตอนนั้น เหมือนเวลามันผ่านมานานมากเลยทีเดียว

“บางทีคราวนี้ แกอาจจะชำนาญทักษะที่แกพยายามจะเรียนรู้ตอนนั้นก็ได้” เฉียวซางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ย่าห์?” สุนัขเขี้ยวเพลิง มองไปที่เจ้านายของมันอย่างสับสน

“ก็ทักษะที่แกพยายามฝึกตอนฉันพบกับแกครั้งแรกที่ฐานสัตว์อสูรไงเล่า” เฉียวซางอธิบาย

“ย่าห์?” สุนัขเขี้ยวเพลิงรู้สึกสับสนมากยิ่งขึ้น

ทำไมมันไม่เห็นจำได้เลยว่ามันพยายามเรียนรู้ทักษะ

“แล้วทำไมตอนนั้นแกถึงพยายามเอาหัวพุ่งชนตนไม้ล่ะ? ไม่ใช่ว่าแกกำลังพยายามเรียกทักษะหัวโหม่งอยู่เหรอ?” เฉียวซางก็เริ่มสับสนเช่นกัน

ตอนนั้นที่มันไม่สามารถเรียนได้ เพราะเงื่อนไขการปลุกทักษะนี้ ต้องวิ่งอย่างน้อยห้าเมตรและค่อยพุ่งเข้าชนเป้าหมาย

เธอจำได้ชัดเจนว่าสุนัขเขี้ยวเพลิงชนต้นไม้จากระยะแค่หนึ่งเมตร

สุนัขเขี้ยวเพลิงหวนนึกไปถึงการพบกันครั้งแรกระหว่างมันกับเฉียวซาง

ตอนนั้นมันทำอะไรอยู่? โอ้ใช่ มันกำลังพยายามโค่นต้นไม้เพราะอยากกินผลไม้บนต้น

“ย่าห์ ย่าห์ ย่าห์ ย่าห์”

“ย่าห์ ย่าห์”

สุนัขเขี้ยวเพลิงอธิบายพร้อมใช้อุ้งเท้าของมันแสดงท่าประกอบอย่างตั้งใจ

เฉียวซางเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่เธอจะจบหัวข้อสนทนานี้ด้วย "มาเริ่มการฝึกกันต่อเถอะ"

เมื่อคิดว่าตัวมันสามารถแกร่งขึ้นได้ สุนัขเขี้ยวเพลิงก็ดำเนินการฝึกต่อ

การใช้หัวโหม่งต้องใช้ความแข็งแกร่งของแขนขาทั้งสี่จึงจะสามารถระเบิดแรงกระแทกอันทรงพลังออกมาได้

แต่เมื่อสวมกำไลแรงโน้มถ่วง ความเร็วของสุนัขเขี้ยวเพลิงก็ช้าลงอย่างเห็นได้ชัด และแรงเร่งที่เกิดขึ้นไม่อาจนับว่ามันเป็นการใช้ทักษะหัวโหม่งที่แท้จริงได้

หลังจากความพยายามถึงหกครั้ง แม้จะไม่สามารถปลุกทักษะหัวโหม่งขึ้นได้ บางทีอาจเป็นเพราะทักษะนี้ไม่มีความเข้ากับมัน แต่การโจมตีครั้งนี้ก็ทำให้ลำต้นมะเดื่อถลอกไปจนเห็นเนื้อใน

"ย่าห์!"

มันหันมองเฉียวซางอย่างตื่นเต้น ทว่ากลับเห็นว่าเธอกำลังจมไปกับภวังค์

อันที่จริงเฉียวซางยังจมอยู่กับคำพูดของสุนัขเขี้ยวเพลิงก่อนหน้านี้

เธออดไม่ได้ที่จะคิดว่าสุนัขเขี้ยวเพลิงของเธอนั้นแอบโง่หน่อยๆ มันชนต้นไม้ซ้ำไปซ้ำมาเพื่อเอาผลไม้เนี่ยนะ หรืออาหารที่ฐานเพาะพันธุ์มันจะไม่เพียงพอกัน?

ด้วยรูปร่างอันเล็กจ้อยของมัน มันจะชนต้นไม้จนหักได้ยังไงกัน? ไม่มีผลลัพธ์ของการทำอะไรแบบนั้นเว้นแต่เจ็บหัว...

ว่าแต่ทำไมมันไม่ปีนต้นไม้ล่ะ...?

"ย่าห์!"

"ย่าห์!"

เสียงเห่าของสุนัขเขี้ยวเพลิงทำให้สติของเฉียวซางกลับมายังโลกแห่งความเป็นจริง

"ฉันไม่ได้เป็นอะไร" เฉียวซางพูดเสียงชัด

"ย่าห์"

สุนัขเขี้ยวเพลิงพยักหน้ารับคำ โดยลืมจุดประสงค์ไปแล้วว่าทำไมมันถึงเห่าเรียก และกลับไปฝึกต่อ

พอถึงเวลา 17.53 น. การซ้้อมทั้งหมดก็สิ้นสุดลง

สุนัขเขี้ยวเพลิงนอนหมดแรงรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ของวัน เฉียวซางจึงอุ้มมันขึ้นพร้อมพูดให้กำลังใจด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "แกเป็นสุนัขเขี้ยวเพลิงที่ยอดเยี่ยมมากที่สุดที่ฉันเคยเห็นมาในชีวิตเลย”

แม้ว่าเธอจะเคยเจอสุนัขเขี้ยวเพลิงมาแค่ไม่กี่ตัวในชีวิต แต่นั่นไม่ได้ทำให้เธอไม่สามารถยกยอมันได้

แม้ว่ามันแทบจะไม่มีกำลังเหลือแล้ว แต่สุนัขเขี้ยวเพลิงก็ยังกัดฟันและหัวโขกครั้งสุดท้ายด้วยพลังใจอันแรงกล้า

มันฝึกทักษะโจมตีนับร้อยครั้งในบ่ายวันเดียว—มันได้ทำลายขีดจำกัดของมันแล้ว

“ย่าห์~” สุนัขเขี้ยวเพลิงหน้าแดงด้วยความขวยเขิน และแนบตัวอิงกายเข้าไปในอ้อมแขนของเฉียวซาง

“ฉันจะพาแกไปทานอาหารอร่อยๆเอง” เฉียวซางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ณ ร้านอาหารเหนียนเกา

สุนัขเขี้ยวเพลิงจ้องมองอาหารบนโต๊ะด้วยสายตาเหลือเชื่อ

มีทั้งผลไม้ สลัดผลไม้ บะหมี่ผลไม้ ไอศกรีมผลไม้ เค้กผลไม้ เยลลี่ผลไม้ พายผลไม้ น้ำผลไม้...

ทั้งโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารที่ทำจากผลไม้นานาชนิด

กร๊วก... ท้องของสุนัขเขี้ยวเพลิงคำรามลั่นขณะจ้องมองไปที่อาหาร

"มากินข้าวกันเถอะ" เฉียวซางกล่าวอย่างอ่อนโยน

โดยไม่ลังเลสุนัขเขี้ยวเพลิงคว้าเค้กผลไม้ชิ้นหนึ่งด้วยอุ้งเท้าของมันและกินอย่างหิวโหย

สำหรับเฉียวซางฉากนี้ช่างสวยงามและอบอุ่นหัวใจ

แต่ความงามนั้นไม่ได้มาอย่างไร้ราคา...

ราคาที่ต้องแลกคือเงินบัญชีถึงหนึ่งในห้าและการดุท่านแม่ผู้แข็งแกร่ง...

สามวันต่อมา

บูม-

เปลวเพลิงขนาดเท่ากำปั้นระเบิดใส่หินที่อยู่ไกลออกไป ทิ้งร่องรอยของการเผาไหม้ไว้อย่างเด่นชัด

ชื่อ: สุนัขเขี้ยวเพลิง*

คุณสมบัติ: ไฟ

ระดับ: ระดับเริ่มต้น (127/1000)+

ทักษะ: กัด (ขั้นต้น 74/100)+, พุ่งเข้าชน (ขั้นกลาง 138/500), เขี้ยวเพลิง (ขั้นกลาง 116/500)+, เพลิงปะทุ (ขั้นกลาง 135/500)+

คะแนน: 55

ในเวลาสั้นๆเพียงสี่วันสุนัขเขี้ยวเพลิงได้ชำนาญทักษะเขี้ยวเพลิงและเพลิงปะทุในขั้นกลาง

ถ้ามีใครรู้เรื่องนี้เข้าต้องเกิดความโกลาหลอย่างมากแน่นอน

เอาแค่เพลิงปะทุอย่างเดียวคงไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่—เพราะมีอสูรหายากหลายตัวที่สามารถชำนาญทักษะระดับต่ำด้วยเวลาอันสั้น

แต่เขี้ยวเพลิงนั้นแตกต่างออกไป เพราะมันเป็นทักษะระดับกลางอย่างแท้จริง!

โดยปกติต้องใช้เวลาอย่างน้อยหกเดือนในการพัฒนาความชำนาญทักษะจากขั้นต้นไปขั้นกลาง แต่สุนัขเขี้ยวเพลิงของเธอทำได้ใช้เวลาไปเพียงสี่วัน!

ในขณะนี้สุนัขเขี้ยวเพลิงสวมแว่นกันแดดทรงสามเหลี่ยมกรอบแว่นสีเขียวเข้มที่พึ่งมาส่งเมื่อวันก่อน และกำลังจดจ่ออยู่กับการฝึกฝนทักษะ

ด้วยการผสมผสานระหว่างขนสีแดงและแว่นสีเขียว ทำให้มันดูโดดเด่นและเรียกความสนใจได้จากคนจำนวนมาก

เด็กหลายคนที่เล่นอยู่ในสวนสาธารณะหยุดยืนดูมัน แต่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เพราะตัวมันมักจะมีเปลวเพลิงล้อมรอบอยู่เสมอ

หลังจากเริ่มปรับตัวเข้ากับตารางฝึกได้ สุนัขเขี้ยวเพลิงก็ไม่ต้องการคำสั่งของเฉียวซางอีกต่อไป มันรู้แล้วว่าต้องทำอะไรบ้างในแต่ละวัน

ที่ใต้ร่มเงาของต้นมะเดื่อ เฉียวซางนั่งอ่านหนังสือ

ตอนนี้สุนัขเขี้ยวเพลิงชำนาญทั้งเพลิงปะทุและเขี้ยวเพลิงแล้ว เธอไม่ได้กังวลเลยเกี่ยวกับการสอบเข้าพิเศษของเซินซุ่ยที่กำลังจะมาถึง

คู่แข่งของเธอมีแต่ผู้ฝึกสัตว์อสูรมือใหม่ที่พึ่งทำสัญญา ไม่มีทางที่จะมีใครสามารถเอาชนะสุนัขเขี้ยวเพลิงของเธอที่ชำนาญทักษะระกับกลางในขั้นกลางได้

แถมในช่วงไม่กี่วันนี้ความเร็วของสุนัขเขี้ยวเพลิงก็ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

เมื่อวานนี้ มันวิ่งครบรอบสนามในขณะสวมกำไลแรงโน้มถ่วงในเวลาเพียง 22 นาที 7 วินาที ซึ่งเร็วกว่าวันแรกเกือบเจ็ดนาที

การต่อสู้กับสัตว์อสูรที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีก 5 วันนั้นน่าจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี คราวนี้ก็เหลือการสอบจงเกาที่จะมาถึงในอีก 12 วัน ที่เธอต้องพยายามด้วยตัวเอง

จบบทที่ บทที่ 25: อาหารมื้อหรู

คัดลอกลิงก์แล้ว