เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16: แค่ความรู้สึกน่ะ

บทที่ 16: แค่ความรู้สึกน่ะ

บทที่ 16: แค่ความรู้สึกน่ะ


เวลา 17.30 น. เสียงออดดังขึ้นส่งสัญญาณหมดเวลาเรียนของโรงเรียนฝึกอสูรฮันกังที่ 37

เมื่อเวลา 17:33 น. นักเรียนเริ่มหลั่งไหลท่วมท้นออกจากประตูโรงเรียน

“พวกเราจะสู้กันตรงนี้เลยรึเปล่า?” เสียงหยาบกร้านเล็กน้อยถาม

หลังจากนั่งเฉยๆไปเกือบชั่วโมง ในที่สุดเฉียวซางก็ได้เงยหน้าต้องรับใครสักคนได้สักที

คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอคือเด็กชายร่างสูงไหล่กว้างมีงูสีน้ำตาลตัวหนาขดตัวอยู่ตั้งแต่รอบเอวพาดจนถึงลำคอ โดยที่หัวทรงสามเหลี่ยมยื่นออกมาด้านหน้า

มันคืองูหางยาวรูปแบบวิวัฒนาการของงูหางสั้น

เฉียวซางเหลือบมองเขาครู่หนึ่งก่อนชี้ไปที่กระดาษบนกระเป๋าเป้ของเธออย่างเงียบๆ:

สำหรับสัตว์ระดับเริ่มต้นเท่านั้น

เด็กชายร่างสูงเบะปากทำหน้ารำคาญใจก่อนจะหันหลังกลับโดยไม่พูดอะไรสักคำ

เมื่อมีคนแรก ย่อมมีคนที่สอง ไม่นานนักเรียนอีกคนก็เข้ามาหาเธอ

คราวนี้เป็นเด็กชายที่ดูสดใสร่าเริงเขาเกาหัวอย่างประหม่าก่อนถามว่า "ถ้าฉันชนะ ฉันขอข้อมูลติดต่อกับเธอแทนเงินได้ไหม?"

"ก็เอาสิ" เฉียวซางรับคำ

เธอแอบดีใจด้วยซ้ำ ตอนนี้เธอมีเงินเหลือเพียง 532 เหรียญเท่านั้น มันพอแค่การเดินทางไปกลับบ้านกับที่นี่แค่สองสามรอบ

ที่ยืนอยู่ข้างๆเขา คือเด็กผู้ชายอีกคนที่มีทรงผมตั้งแหลมคล้ายเม่น แววตาขบขัน เห็นชัดว่าเขาเป็นเพื่อนกับคนที่เข้ามาถามเธอ

“ไปสู้กันตรงนั้นเถอะ” เด็กชายผมแหลมคมแนะนำโดยชี้ไปที่ป็อปลาร์ข้างๆสระน้ำ

ตอนนีี้พวกเขาอยู่กันบริเวณหน้าทางเข้าสวนซึ่งมีคนพลุกพล่าน มันไม่สถานที่ซึ่งเหมาะสักเท่าไหร่สำหรับการต่อสู้

เฉียวซางพยักหน้าและเดินตามพวกเขาไปที่ต้นป็อปลาร์ ซึ่งพวกเขาพบจุดที่เงียบสงบซึ่งไม่มีใครอยู่รอบๆ ห่างจากจุดเดิมแค่ราวๆ 20 เมตร

“ฉันจะเป็นกรรมการให้เอง” เด็กชายผมแหลมอาสา

เฉียวซางไม่ได้โต้แย้งอะไร

เด็กชายทำสัญลักษณ์มือ และจากนั้นด้วยการรวมตัวของแสงสีขาวบนพื้นร่างสีน้ำตาลของนกตัวอวบอ้วนสูงกว่า 80 เซนติเมตร ก็ปรากฎ

โดยปกติแล้ว พิราบอวบจะมีความสูงเฉลี่ย 60 เซนติเมตร เห็นได้ชัดว่านกตัวนี้ได้รับการเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดี

“เจียงหลิว นายไม่มีปัญหากับการให้ผู้หญิงเริ่มก่อนใช่ไหม?” เด็กผมแหลมถาม

การต่อสู้แต่ละที่มีกฎแตกต่างกันออกไป บางที่ให้ผู้ท้าชิงโจมตีก่อน บางที่ให้เจ้าบ้านเป็นฝ่ายเริ่ม หรือบางที่ก็เริ่มโจมตีพร้อมๆกัน

“แน่นอน” เจียงหลิวกล่าวพร้อมยักไหล่

เมื่อได้รับโอกาสเฉียวซางก็ออกคำสั่งโดยไม่ลังเล

“สุนัขเขี้ยวเพลิง ใช้เพลิงปะทุ!”

"ย่าห์!"

สุนัขเขี้ยวเพลิงกระโดดออกจากอ้อมแขนของเฉียวซาง แววตามันเฉียบคมขึ้นขณะที่อ้าปากเพื่อปล่อยเปลวไฟขนาดเท่ากำปั้นเด็กออกมา

เจียงหลิวไม่ได้ออกคำสั่งใดๆ และพิราบอ้วนก็เพลิงปะทุอย่างตั้งใจด้วยการกระโดดไปทางซ้าย

พิราบอวบขึ้นชื่อเรื่องความอุ้ยอ้าย เจ้าตัวนี้เองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น อย่างไรก็ตามปฏิกิริยาตอบสนองของมันก็นับว่าน่าประทับใจ—น่าจะผ่านการฝึกฝนมาระดับนึงแล้ว

เมื่อวิเคราะห์สถานการณ์ เฉียวซางก็ออกคำสั่ง "พุ่งเข้าชนเลย!"

สุนัขเขี้ยวเพลิงเกร็งตัวและพุ่งไปข้างหน้า

“บินขึ้นไปแล้วใช้คำราม” เจียงหลิวสั่ง

พิราบอวบกระพือปีกสั้นแล้วทะยานขึ้นไปในอากาศ

สุนัขเขี้ยวเพลิงซึ่งขาดการฝึกฝนที่เหมาะสม มันจึงค่อนข้างช้า กว่ามันจะไปถึงตัวเจ้าพิราบอวบก็อยู่บนฟ้าเสียแล้ว

“คุก-คู!”

คำรามเป็นทักษะระดับต่ำ ไม่สามารถก่อให้เกิดอันตรายโดยตรง แต่จะทำให้ศัตรูชะงักไปชั่วขณะ

สำหรับเฉียวซาง มันเป็นเพียงแค่เสียงที่น่ารำคาญเล็กน้อย แต่สำหรับสุนัขเขี้ยวเพลิงทักษะคำรามนี้ทำให้มันลังเลและความเร็วของมันลดลงเล็กน้อย

“โจมตีด้วยปีก” เจียงหลิวออกคำสั่ง

โจมตีด้วยปีกเป็นการทักษะเฉพาะของสัตว์ประเภทบินหากให้พูดมันก็เหมือนกับทักษะพุ่งเข้าชนแทบทุกประการ เว้นแต่่อสูรตัวนั้นจะสามารถควบคุมพลังลมได้เป็นอย่างดีจนทำให้พลังโจมตีเพิ่มขึ้นมาก

พิราบอวบพับปีกไปด้านหลังและเมื่ออากาศควบแน่นหมุนรอบปีกของมัน มันก็บินโฉบตรงเข้าที่สุนัขเขี้ยวเพลิง

สุนัขเขี้ยวเพลิงกำลังจะหลบการโจมตีที่เข้ามาโดยสัญชาตญาณ

ทว่า "อย่าขยับ!" เฉียวซางกลับออกคำสั่งให้ทำตรงกันข้ามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

หากโดนการโจมตีด้วยปีกเข้าอย่างจัง มันต้องได้รับบาดเจ็บอย่างแน่นอน ทว่าทันทีที่เจ้าสุนัขเขี้ยวเพลิงได้ยินคำสั่ง มันก็เลือกที่จะระงับสัญชาตญาณทั้งหมดของตัวมันเอง

นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย!

ดวงตาของเด็กชายผมแหลมเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ ทุกอย่างเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ ตั้งแต่คำสั่งอันไร้ความสมเหตุสมผลของเฉียวซางไปจนถึงปฏิกิริยาของสุนัขเขี้ยวเพลิง มันดูผิดแปลกไปจากปกติมาก

สัตว์อสูรประเภทไฟที่ยอมยืนนิ่งเมื่อการโจมตีเข้ามาใกล้? นี่มันโคตรผิดปกติ!

อสูรประเภทไฟนั้นควบคุมได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ฝึกสัตว์อสูรมือใหม่อย่างเฉียวซาง

ที่โรงเรียนของเขามีนักเรียนมากกว่า 3,000 คน มีเพียงสองคนเท่านั้นที่กล้าพอจะทำสัญญากับสัตว์อสูรประเภทไฟเป็็นตัวแรก

ขนเขาลุกเป็นเกลียวด้วยความตกใจ เธอใช้วิธีอะไรกันแน่ทำให้อสูรประเภทไฟเชื่อฟังคำสั่งถึงขนาดนี้?

“ตอนนี้ล่ะ กระโดดขึ้นเลย!” ขณะเด็กชายผมแหลมกำลังจมอยู่กับความคิด ตอนนั้นเองเสียงเฉียวซางก็ดังขึ้นเรียกสติของเขากลับคืน

เธอเฝ้าดูตาไม่กระพริบ ในชั่วพริบตาก่อนที่พิราบอวบจะปะทะเข้ากับสุนัขเขี้ยวเพลิง เธอก็ออกคำสั่ง

เมื่อคำสั่งของเฉียวซางดังขึ้นสุนัขเขี้ยวเพลิงไม่แม้แต่จะลังเล มันก็กระโดดขึ้นไปกลางอากาศทันที

เจียงหลิวตกตะลึงตาค้าง

สุนัขเขี้ยวเพลิง... กระโดดขึ้นไปบนหลังของพิราบอวบอย่างพอดิบพอดี!

“ใช้เขี้ยวเพลิงไปปีกของมันซะ!” เฉียวซางสั่ง คว้าช่วงเวลาที่อีกฝ่ายไม่ทันระวัง

สุนัขเขี้ยวเพลิงแยกเขี้ยวที่ลุกเป็นไฟและกัดปีกขวาของพิราบอวบโดยไม่ลังเลใจ

“คุก-คู!”

พิราบอวบกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและทรุดตัวลงกับพื้น

“เจ้าอ้วน!” เจียงหลิวตะโกนออกมาออกมา

สุนัขเขี้ยวเพลิงกระโดดลงมาจากนกที่ร่วงหล่นและหันไปหาเฉียวซาง ดวงตาของมันเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น

“ปิดฉากมันเลยด้วยเพลิงปะทุ” เฉียวซางกล่าวอย่างสงบ

สุนัขเขี้ยวเพลิงหันหลังกลับอย่างรวดเร็วพร้อมอ้าปาก

ด้วยเปลวเพลิงขนาดเท่ากำปั้นเด็ก พิราบอวบก็ส่งเสียงครวญครางก่อนที่จะหมดสติไป

ความเงียบปกคลุมไปทั่วบริเวณ

หลังจากนั้นประมาณห้าวินาที เด็กชายผมแหลมถามอย่างเชื่องช้าว่า "นี่เธอชื่ออะไร เอ่อไม่สิ... คุณผู้หญิงครับ?"

“ฉันเฉียวซาง” เธอตอบ

“เฉียวซางชนะ” เด็กชายผมแหลมประกาศ

เจียงหลิวเก็บพิราบอวบของตนกลับเข้าตำราอย่างเงียบๆ

"เธอสั่งให้มันกระโดดได้อย่างสมบูรณ์แบบได้ยังไง?" เจียงหลิวถามขณะที่เขาเดินเข้ามาหา สีหน้าของเขาดูสับสนไปหมด

เด็กผู้หญิงคนนี้ดูเด็กกว่าเขา แต่สัญชาตญาณการต่อสู้ของเธอกลับเหนือกว่าอย่างชัดเจน

การคำนวณระยะเวลาของการกระโดดระหว่างการโจมตีด้วยปีกไม่ใช่เรื่องง่าย หากสุนัขเขี้ยวเพลิงกระโดดช้าไปแม้แต่ครึ่งวินาที มันก็อาจจะนับได้ว่าช้าเกินไป

แถมยังมีสุนัขเขี้ยวเพลิงอันแสนประหลาดนั่นเอง ถ้ามันลังเลแม้แต่ชั่วครู่ มันก็คงจะไม่มีวันเกาะบนหลังของพิราบอวบได้

การประสานงานระดับนี้เกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้ฝึกสัตว์อสูรและสัตว์อสูรไว้ใจซึ่งกันและกันเป็นอย่างมาก

เฉียวซางพูดเพียงว่า "แค่ความรู้สึกน่ะ"

เมื่อได้ยินเจียงหลิวก็หมดคำจะพูดไปในที่สุด

จบบทที่ บทที่ 16: แค่ความรู้สึกน่ะ

คัดลอกลิงก์แล้ว