เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17: นายไม่รู้เหรอ?

บทที่ 17: นายไม่รู้เหรอ?

บทที่ 17: นายไม่รู้เหรอ?


เด็กชายสองคนยืนเงียบกันอยู่พักใหญ่

เฉียวซางที่ยังไม่ได้จากไปไหนก็ไม่ได้เปิดบทสนาอะไรเพิ่มเติมเช่นกัน

เด็กชายทรงหัวแหลมหรือเฉินถงถงมองเจียงหลิวพร้อมยักคิ้วส่งสัญญาณ

น่าเสียดายที่เจียงหลิวไม่เข้าใจความหมายของมัน "คิ้วนายเป็นอะไรรึเปล่า"

เฉินถงถง: "..."

ไอ้โง่!

เฉินถงถงตบหน้าผากเลิกใช้สัญญาณและแอบกระซิบเบาๆว่า "เงิน"

ถึงตรงนี้เจียงหลิงถึงรู้ตัว และเขาก็รีบนำเหรียญพันธมิตรจำนวน 50 เหรียญออกจากกระเป๋าแล้วยื่นให้อีกฝ่าย

เฉินถงถง: "..."

ไม่แปลกเลยทำไมเอ็งถึงโสด! แทนที่จะโอนเงินเผื่อจะได้ข้อมูลติดต่อมาด้วย! ไอ้จั๊ดง่าวเอ้ย!

“ขอบคุณ งั้นฉันขอตัวก่อนนะ” เฉียวซางกล่าวด้วยรอยยิ้มขณะที่เธอรับเงิน

ช่วงเวลาเลิกเรียนเป็นช่วงกอบโกยระยะสั้นๆ เธอต้องรีบหาคู่ต่อสู้ใหม่ก่อนที่นาทีทองนี้จะหมดลง

“รอเดี๋ยว ต่อไปเธอมาสู้กับฉันเถอะ” เฉินถงถงยืนขวางเฉียวซาง

“แต่เดิมพันขอไม่ใช่เงิน แต่เป็นเคล็ดลับวิธีฝึกสุนัขเขี้ยวเพลิงให้เชื่องแทนได้ไหม?”

เฉียวซางส่ายหัวแล้วตอบว่า "ฉันไม่มีความลับอะไรเลย"

“เป็นไปไม่ได้ ถ้าไม่มีเคล็ดลับแล้วทำไมสุนัขเขี้ยวเพลิงของเธอถึงเชื่อฟังมากขนาดนี้?” เฉินถงถงเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ

ศาสตร์การฝึกฝนสัตว์อสูรไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ถึงขั้นที่มีปริญญาสำหรับด้านนี้โดยเฉพาะเลยด้วยซ้ำ

คนที่ศึกษาด้านนี้ถูกเรียกว่านักพัฒนาสัตว์อสูร และเฉกเช่นเดียวกับผู้ฝึกสัตว์อสูร พวกเขาจะต้องผ่านการสอบรับรอง ตั้งแต่ระดับ F ไปจนถึงระดับ SSS

หลายคนมักจะจ้างวานนักพัฒนาสัตว์อสูรเพื่อออกแบบแผนสำหรับการฝึกอสูรให้เลยด้วยซ้ำ

แต่มันก็มีบางคนที่มีเคล็ดลับการฝึกอันยอดเยี่ยมและเลือกที่จะไม่แบ่งปันให้กับผู้อื่น

ยกตัวอย่างเช่นตระกูลเว่ยจากเมืองเจียง ด้วยสูตรอาหารแบบพิเศษที่ดึงดูดความสนใจจากสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติประเภทแฟรี่ พวกเขาสามารถทำสัญญากับสิ่งมีชีวิตหายากพวกนี้ได้โดยง่าย

แน่นอนว่าสูตรอาหารเป็นที่ต้องการเป็นอย่างมาก หากพวกเขาเลือกที่จะจดสิทธิบัตรมันคงทำเงินให้ตระกูลเว่ยอย่างมหาศาล

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สมาชิกตระกูลเว่ยเกือบทุกคนสามารถทำสัญญากับสัตว์อสูรประเภทแฟรี่ได้ หลังจากกระบวนการนี้สืบทอดมากันกว่า 300 ปี พวกเขาก็ได้ฉายาว่าตระกูลแฟรี่ในที่สุด

เฉินถงถงสันนิษฐานว่าบางทีเฉียวซางอาจไม่ต้องการบอกวิธีของเธอให้เขาฟัง

เขายังคงจำได้ว่าหนึ่งในรุ่นพี่ของโรงเรียนที่ทำสัญญากับสัตว์อสูรประเภทไฟพยายามอวดหนูเกราะเพลิงของเขาโดยปล่อยให้พวกรุ่นน้องลูบมัน แน่นอนว่าเรื่องจบลงตรงที่รุ่นพี่คนนั้นโดนหนูพ่นไฟใส่

แม้เขาจะได้บาดเจ็บอะไร แต่ผมก็ถูกเขาจนโล่งเตียน จนถึงทุกวันนี้เขายังต้องใส่หมวกมาโรงเรียนอยู่เลย

แต่สุนัขเขี้ยวเพลิงของเฉียวซาง... มันเชื่องขนาดนี้ได้ยังไง แม้แต่ในสถานการณ์แบบนั้นมันยังเชื่อใจผู้ฝึกโดยไม่ลังเลเลยเนี่ยนะ?

เฉียวซางรู้สึกงุนงง “ฉันเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรมันแปลกตรงไหนที่อสูรจะฟังคำสั่งฉัน”

"ย่าห์!"

สุนัขเขี้ยวเพลิงพยักหน้าเห็นด้วยกับผู้ฝึกสัตว์อสูรของมัน

เฉินถงถงเมื่อเห็นพฤติกรรมของสุนัขเขี้ยวเพลิง ก็เริ่มไม่แน่ใจอีกต่อไป บางทีเจ้าหมานี่อาจจะแปลกแยกไปจากสัตว์ประเภทไฟตัวอื่นๆ?

“ฉันขอลูบมันได้ไหม?” เฉินถงถงถาม

“เฉินถงถง คิดให้ดีก่อน” เจียงหลิวเตือน

ทุกคนในโรงเรียนรู้ดีว่าทำไมรุ่นพี่ถึงหัวล้าน เขากลัวว่าเฉินถงถงจะเป็นคนที่สอง

"ได้สิ ลูบมันได้เลย" เฉียวซางกล่าวอย่างไม่สนใจ

ย้อนกลับไปตอนที่พวกเขาอยู่ที่ฐานเพาะเลี้ยงสัตว์อสูร สุนัขเขี้ยวเพลิงตัวนี้เต็มใจที่จะให้เธอลูบมันก่อนที่พวกเธอจะเซ็นสัญญากันเสียอีก

เฉินถงถงลังเลอย่างชัดเจน เขากลืนน้ำลายเรียกความกล้าและยื่นมือเข้าหาสุนัขเขี้ยวเพลิง

"ย่าห์!"

สุนัขเขี้ยวเพลิงยิ้มแยกเขี้ยวแหลมคมออกมาอย่างเป็นมิตร

เฉินถงถงรีบถอนมือออกทันที กลัวว่าในวินาทีถัดไปมันจะกัดเขาเข้า

“แล้วการฝึกต่อสู้ล่ะ ไม่ต้องบอกเรื่องที่เป็นความลับก็ได้แค่บอกเรื่องที่พอบอกได้ก็พอ” เฉินถงถงกล่าวขณะลุกขึ้นยืน

“เอางั้นก็ได้” เฉียวซางเห็นด้วย

แม้ว่าสุนัขเขี้ยวเพลิงจะอยู่กับเธอเพียงสามหรือสี่วัน แต่เธอก็พอมีข้อมูลเชิงลึกในการฝึกฝนอยู่บ้าง

เจียงหลิวเมื่อเห็นว่าทั้งสองบรรลุข้อตกลงแล้ว จึงก้าวไปข้างหน้าและพูดว่า "คราวนี้ฉันจะเป็นกรรมการให้เอง"

เฉียวซางพยักหน้า

เฉินถงถงเรียกสัตว์อสูรของเขาออกมา

เฉียวซางเงียบขณะที่เธอมองดูสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติตรงหน้าเธอ

สัตว์อสูรประเภทหนอนสีน้ำตาลยาว 10 เซนติเมตร มีลักษณะคล้ายหางสุนัข กำลังกระดิ๊บอยู่บนพื้น

มันคือหนอนฝ้าย...

หนอนฝ้ายโดยทั่วไปแล้วจะมีสีเขียว สีน้ำตาลมักพบเห็นได้ไม่บ่อยนัก มันเป็นสัตว์อสูรธรรมดาและราคาถูก เจ้าสิ่งมีชีวิตนี้มักจะไม่ถูกเลือกมาทำสัญญาโดยผู้ฝึกสัตว์อสูรส่วนมาก

อย่างไรก็ตาม มันเองก็มีข้อดีของมันอยู่ นั่นคือเส้นทางวิวัฒนาการอันหลากหลาย ปัจจุบันมีการค้นพบรูปแบบวิวัฒนาการของมันถึงห้าแบบ และหนึ่งในนั้นคือผีเสื้อหิมะ สัตว์อสูรประเภทน้ำแข็งที่หายาก ซึ่งนี่ทำให้มูลค่าของหนอนฝ้ายดีดตัวขึ้นสูงเป็นอย่างมาก

แต่ศักยภาพทั้งหมดของมันล้วนอยู่ในร่างที่พัฒนาแล้ว หนอนฝ้ายมีทักษะอยู่แค่สองอย่างนั่นคือใยไหมและพุ่งเข้าชน พวกมันไม่สามารถเรียนรู้ทักษะอื่นได้

นี่มันเงินฟรีเลยไม่ใช่รึไง?

“คราวนี้นายเริ่มก่อน” เฉียวซางกล่าว

เธอกลัวว่าสุนัขเขี้ยวเพลิงจะจบการต่อสู้ด้วยทักษะเพลิงปะทุในครั้งเดียว...

เฉินถงถงรู้ดีว่าเฉียวซางกำลังคิดอะไรอยู่ ทุกครั้งที่เขานำหนอนฝ้ายออกมา ฝ่ายตรงข้ามมักจะปล่อยให้เขาเป็นฝ่ายเริ่มโจมตีก่อนเสมอ

การที่ถูกมองว่าด้องกว่าแบบนี้ นับว่าเป็นข้อได้เปรียบสำหรับเขามาก

โดยปกติแล้ว หนอนฝ้ายจะใช้เวลาก่อนที่จะวิวัฒนาการประมาณสามถึงห้าเดือน แต่เขาได้ชะลอการวิวัฒนาการของสัตว์อสูรของเขามาเกือบหนึ่งปีแล้ว ทั้งหมดนี้เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงสำหรับวิวัฒนาการที่สมบูรณ์แบบ

ด้วยรากฐานที่แข็งแกร่งนี้ หนอนฝ้ายของเขาจึงไม่อาจนับได้ว่ามันเป็นหนอนฝ้ายธรรมดาอีกต่อไป!

แถมในสนามประลองของมือใหม่ด้วยความทนทานของใยไหมทำให้เขาคว้าอันดับ 39 มาครองด้วยซ้ำ

“หนอนฝ้าย! แสดงความแข็งแกร่งของแกให้เธอเห็นซะสิ!” เฉินถงถงตะโกนขณะที่เขายกมือเพื่อเรียกขวัญและกำลังใจ

"จิ!"

หนอนฝ้ายอ้าปากและยิงเส้นไหมสีขาวนวลสง่าราวกับหิมะ พุ่งตรงไปที่สุนัขเขี้ยวเพลิงด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ

สุนัขเขี้ยวเพลิงไม่แม้แต่จะได้้ขยับตัว ก่อนที่มันจะถูกมัดไว้อย่างแน่นหนาด้วยเส้นด้าย

มันพยายามดิ้นรนแต่ก็ไม่สามารถหลุดจากการคุมขัง

เฉียวซางขมวดคิ้ว ดูเหมือนว่าเธอจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการฝึกความเร็วในการตอบสนองของสุนัขเขี้ยวเพลิงมาเป็นอันดับแรก

“คราวนี้แหละ จบการต่อสู้เลย!” เฉินถงถงยังคงตะโกนต่อไป

ร่างกายของหนอนฝ้ายเริ่มเปล่งแสงสีขาวจางๆ และแทนที่จะค่อยๆพุ่งไปทางพื้น มันกลับพุ่งตัวขึ้นไปในอากาศ!

ความเร็วของมันเหนือกว่าทักษะพุ่งเข้าชนของสุนัขเขี้ยวเพลิงอย่างเห็นได้ชัด

เฉียวซางวัดระยะห่างด้วยสายตา และสามวินาทีต่อมา เธอก็ออกคำสั่ง: "เขี้ยวเพลิง"

ทันใดนั้น เปลวไฟที่สุกใสก็เผาทำลายใยไหมสีขาวเหมือนและกัดเข้าไปในหนอนฝ้ายซึ่งกำลังพุ่งเข้ามาอย่างแม่นยำ

"จิ!!!" หนอนฝ้ายกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด

สองวินาทีต่อมา ดวงตาของมันก็กลอกขึ้นเหลือแต่ตาขาวและหมดสติไปในที่สุด

“เฉียวซางชนะ” เจียงหลิวประกาศ

“หนอนฝ้าย!” เฉินถงถงรีบวิ่งเข้าไปอุ้มสัตว์อสูรที่หมดสติของเขา

หลังจากยืนยันว่าหนอนฝ้ายหมดสติแล้ว เขาก็เรียกมันกลับเข้าตำราอสูร

"ทำไม?" เฉินถงถงเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาแดงก่ำขณะที่เขาถามเฉียวซาง

"อะไรงั้นเหรอ?" เฉียวซางถามกลับ

เธอไม่เข้าใจ สุนัขเขี้ยวเพลิงเอาชนะหนอนฝ้ายได้มันแปลกตรงไหน? ทำไมเขาถึงมีปฏิกิริยารุนแรงขนาดนี้?

“ทำไมสุนัขเพลิงของเธอถึงทำลายใยไหมได้ง่ายขนาดนั้นกัน?” เฉินถงถงจ้องไปที่เฉียวซางในใจยังไม่ยอมรับความพ่ายแพ้โดยสมบูรณ์

ใยไหมของหนอนฝ้ายของเขาเหนียวแน่นอย่างน่าเหลือเชื่อ—เมื่อมันมัดคู่ต่อสู้สำเร็จ พวกมันแทบจะไม่มีทางหนีพ้น ต่อให้เป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่าก็ต้องใช้เวลาพักใหญ่ถึงจะดิ้นหลุด

แล้วแบบนี้มันจะถูกทำลายง่ายๆขนาดนั้นได้ยังไงกัน?

"อืม" เฉียวซางคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“นายไม่รู้เหรอว่าไฟชนะแมลง?”

เฉินถงถง: "..."

“บางทีนายอาจไม่เคยต่อสู้กับสัตว์อสูรประเภทไฟมาก่อนใช่ไหม?” เฉียวซางเดา และคิดว่าตัวเธอนั้นเดาได้ถูกต้อง

เฉินถงถง: .....

จบบทที่ บทที่ 17: นายไม่รู้เหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว