เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15: แสวงหาความพ่ายแพ้

บทที่ 15: แสวงหาความพ่ายแพ้

บทที่ 15: แสวงหาความพ่ายแพ้


อย่างไรก็ตาม การแข่งขันนี้จะเกิดขึ้นหลังจากการสอบเข้าสิ้นสุด ตอนนี้มันยังไม่เปิดให้ลงทะเบียนเลยด้วยซ้ำ

สโมสรและสนามประลองอื่นๆ ก็มีข้อจำกัดของตัวเองเช่นกัน

อีกที่ที่เหลืออยู่ก็มีสนามประลองใต้ดินซึ่งมีไว้สำหรับพวกชอบเล่นพนันหรือเสพติดความรุนแรงเป็นหลัก แม้มันจะไม่ได้กำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำไว้มากมายนัก แต่กฎกติกาก็ผิดแปลกจากสนามประลองถูกกฎหมายโดยสิ้นเชิง

เกณฑ์เข้าร่วมขั้นต่ำของสนามประลองใต้ดินคือเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ E พวกที่เข้าร่วมส่วนใหญ่มักมีแต่พวกผิดแปลกจากสังคม

ก่อนจะเข้าร่วม ต้องเซ็นต์หนังสือสัญญาว่าด้วยหากเกิดการบาดเจ็บหรือล้มตาย ผู้เสียหายจะไม่สามารถขอเรียกร้องเงินค่าทำขวัญได้

ในสนามประลองถูกกฎหมาย เมื่อสัตว์อสูรฝ่ายใดฝ่ายหนึ่่งหมดสติหรือได้รับบาดเจ็บสาหัส ผู้ตัดสินจะหยุดการประลองทันทีและนำสัตว์อสูรที่ได้รับบาดเจ็บไปเข้ารับการรักษา

ในทางตรงกันข้าม การต่อสู้ของสนามประลองใต้ดินจะดำเนินไปจนกว่าผู้ฝึกสัตว์อสูรจะบอกยอมแพ้ด้วยตัวเอง

ผู้เข้าร่วมการต่อสู้มักเป็นพวกโหดร้ายไม่ก็ชอบความเสี่ยง พวกเขามักจะใช้สัตว์อสูรที่หมดประโยชน์ไม่ก็อ่อนแอเกินไปสำหรับตนเพื่อเข้าร่วม เพราะต่อให้มันตายไปก็ไม่เสียหาย

บางคนไปที่นั่นเพื่อเงิน บางคนก็แค่เพื่อให้โดปามีนหลั่งไหล

อย่างไรก็ตามที่แบบนั้นไม่ใช่ที่สำหรับนักเรียนมัธยมต้นแบบเธอ

สุนัขเขี้ยวเพลิงยังเด็กเกินไป และตัวเฉียวซางก็ยังไม่พร้อมที่จะเข้าร่วม

เดิมทีเฉียวซางวางแผนที่จะฝึกความแข็งแกร่งของสุนัขเขี้ยวเพลิงหลังจากการสอบเข้าสิ้นสุดลง

เมื่อฝึกร่างกายเสร็จ จากนั้นก็ต่อด้วยการฝึกทักษะ

นิ้วทองคำของเธอสามารถเพิ่มระดับให้สุนัขเขี้ยวเพลิงได้อย่างรวดเร็ว แต่หากไร้การฝึกฝน ความแข็งแกร่งของมันจะไม่สอดคล้องกับระดับที่มี

ด้วยเวลาอันจำกัดนี้ เธอไม่สามารถปล่อยเวลาให้เสียเปล่าได้อีก

มีเพียงการต่อสู้เท่านั้นที่จะทำให้สุนัขเขี้ยวเพลิงแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

เฉียวซางกำลังมองหาคู่ฝึกซ้อม ไม่ใช่การต่อสู้อันดุเดือด

นอกเหนือจากการสนามประลองสัตว์อสูรอย่างเป็นทางการและสนามประลองใต้ดินแล้ว ยังมีหอฝึก สถาบันพัฒนา และการแข่งขันกระชับมิตรอยู่อีก

หอฝึกรับสมัครเพียงปีละสองครั้ง เพื่อช่วยผู้ฝึกสัตว์อสูรฝึกทักษะที่กำหนดไว้สำหรับสัตว์อสูรของพวกเขา แต่ตอนนี้ไม่ใช่ช่วงเปิดรับสมัคร ดังนั้นเธอจึงไม่สามารถเข้าร่วมได้

สถาบันพัฒนาล้วนเกี่ยวข้องกับเงิน และเฉียวซางไม่มีเงิน

การแข่งขันกระชับมิตรจะเข้าร่วมได้ก็ต่อเมื่อมีชื่อเสียงและถูกรับเชิญ แน่นอนว่าคุณสมบัติของเฉียวซางไม่เฉียดเลยสักนิด

คนส่วนใหญ่มักจะฝึกการต่อสู้กับสัตว์อสูรของเพื่อนๆ แต่เพื่อนของเฉียวซางยังไม่ได้ปลุกโดเมนสมองของพวกเขาเลย ไม่ต้องพูดถึงการต่อสู้กับสัตว์อสูรเลย

หลังจากสรุปทั้งหมดนี้แล้ว เฉียวซางพบว่าไม่มีสถานที่ใดในเมืองฮันกังที่เหมาะสำหรับสุนัขเขี้ยวเพลิงที่จะสามารถต่อสู้ได้อย่างเหมาะสม

เธอควรทำยังไงดี? เดินสุ่มขอท้าทายกับคนที่สัญจรไปมา

แล้วถ้าซวยเจอผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ D เข้า เธอคงโดนอัดลากสังขารกลับบ้านไม่ถูกแน่

เฉียวซางเดินไปมาบนถนนพลางครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง

ห้านาทีต่อมา เธอก็กอดสุนัขเขี้ยวเพลิงและมุ่งหน้ากลับบ้าน

เมื่อกลับบ้าน เฉียวซางเปลี่ยนชุดนักเรียนของเธอเป็นชุดลำลอง

จากนั้นเธอก็ไปที่ห้องของเธอ เขียนคำสองสามคำลงในกระดาษ ฉีกมันออก และใส่ม้วนใส่ไว้ในกระเป๋า จากนั้นเธอก็คว้ากระเป๋าเป้สะพายหลังและมุ่งหน้าออกไปอีกครั้ง

ที่สวนสาธารณะนานฮีซึ่งอยู่ใกล้ๆกับโรงเรียนฝึกอสูรฮันกังที่ 37

“แม่สาวตรงนั้นน่ะ กินเนื้อย่างเสียบไม้ไหม?” คุณป้าแผงลอยตะโกนเรียก

เฉียวซางตรวจสอบเวลา: 16:27 น. อีกประมาณหนึ่งชั่วโมงก่อนที่โรงเรียนฝึกอสูรฮันกังที่ 37  จะเลิกเรียน

“ป้าค่ะ ฉันจะเอาเนื้อแกะเสียบไม้ 10 ไม้ค่ะ” เฉียวซางกล่าวขณะที่เธอเดินเข้าไปใกล้แผงลอย

“ใส่พริกไหม?” คุณป้าถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ขณะที่มือเป็นระวิง

“ไม่เอาค่ะ” เฉียวซางตอบพร้อมกับส่ายหัว

“หนูมาจากโรงเรียนใกล้ๆนี่เหรอ? ทำไมป้าถึงไม่เคยเห็นหน้าหนูมาก่อนนะ” คุณป้าชวนเธอคุยเรื่อยเปื่อย

“ไม่ค่ะ ฉันแค่รอใครสักคนอยู่” เฉียวซางตอบ

“ป้าคิดแล้วเชียว เพราะหน้าสวยๆแบบหนูต่อให้เห็นผ่านๆป้าคงไม่มีทางลืม” คุณป้าหัวเราะ

เฉียวซางยิ้มรับคำชมอย่างสุภาพ

เธอได้รับคำชมเกี่ยวกับรูปร่างหน้าตาของเธอบ่อยมากจนเธอเริ่มชินชา

ห้านาทีต่อมา เฉียวซางก็หยิบเนื้อแกะเสียบไม้มายื่นให้สุนัขเขี้ยวเพลิงที่กำลังน้ำลายไหล

“ย่าห์!” สุนัขเขี้ยวเพลิงเห่าอย่างมีความสุข ปากคาบเนื้อแกะย่างพร้อมใช้เท้าเหยียบปลายไม้ให้เนื้อเข้าปากได้ง่ายๆ

“สัตว์อสูรของหนูชื่ออะไรเหรอ? ป้าไม่เคยเห็นมันมาก่อนเลย” ป้าถามด้วยความสงสัย

มีช่องว่างกว้างใหญ่ระหว่างผู้ฝึกสัตว์อสูรและคนธรรมดา พวกเขาแยกออกจากกันเป็นสองโลก

หลังจากเก้าปีของการศึกษาภาคบังคับ เส้นทางของพวกเขาก็แตกต่างกันไปโดยสิ้นเชิง

แม้ว่าผู้ฝึกสัตว์อสูรจะมีสถานะที่สูงกว่าในสังคม แต่คนธรรมดาก็ถูกแบ่งออกหลากชนชั้น

มีทั้งผู้มีอำนาจ ผู้ไร้อำนาจ ผู้มั่งคั่ง ผู้ยากไร้ ผู้ทำธุรกิจขนาดเล็ก และผู้ที่ใช้แรงงานเลี้ยงชีพ...

ความแตกต่างของอำนาจและความมั่งคั่งเหล่านี้ส่วนใหญ่มักถูกกำหนดตั้งแต่เกิด

สำหรับผู้ที่เกิดมายากจน ช่องทางความรู้ของพวกเขาที่มีต่อสัตว์อสูรมักจะขาดตอน

เพราะแม้ข้อมูลดังกล่าวจะแพร่หลายและเปิดกว้างแต่พวกเขาก็ไม่มีเวลามานั่งศึกษา ลำพังแค่หาเงินใช้จ่ายในแต่ละวันก็ยากลำบากมากพอแล้ว

คุณป้าที่อยู่ตรงหน้าเฉียวซางเห็นชัดว่าเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในระดับล่างของสังคม

“มันเรียกว่าสุนัขเขี้ยวเพลิงค่ะ” เฉียวซางตอบ

“ย่าห์” สุนัขเขี้ยวเพลิงเห่าขึ้นทันทีเพื่อแนะนำตัว

คุณป้าก็หัวเราะ

“มันน่ารักมากเลยแถมยังเชื่องอีก ไว้ลูกชายป้าเรียนจบมัธยมต้นเมื่อไหร่ ป้าคงเลือกเจ้านี่เป็นสัตว์อสูรให้เขา”

เฉียวซางเกิดความลังเลที่จะพูดขึ้นมา

คุณป้าพูดไม่ผิด นอกจากจะซนนิดๆหน่อยๆแล้ว สุนัขเขี้ยวเพลิงยังประพฤติตัวดีอีกด้วยมั้ง...

“ย่าห์”

สุนัขเขี้ยวเพลิงเงยหน้าขึ้นมองเฉียวซาง

เฉียวซางมอบเนื้อแกะเสียบไม้ในส่วนของเธอให้มันอีกไม้

หางสีแดงของมันโบกสะบัดด้วยความยินดี

สุดท้ายแล้วเฉียวซางก็กินไปแค่สามไม้ ส่วนที่เหลือเจ้าหมารับจบหมด

จากนั้นเฉียวซางก็ย้ายไปที่ม้านั่งใกล้ๆ

จากจุดนี้ เธอมองเห็นทางเข้าโรงเรียนฝึกอสูรฮันกังที่ 37  ได้อย่างชัดเจน

ทำเลที่ตั้งสมบูรณ์แบบ นักเรียนที่ออกมาทางสวนสาธารณะนานฮีจะเห็นเธออย่างแน่นอน

เฉียวซางหยิบกระดาษที่เตรียมไว้ออกมาแล้วติดไว้ที่กระเป๋าเป้สะพายหลังของเธอ

"ศึกอสูร—แสวงหาความพ่ายแพ้"

นอกจากนี้ยังมีข้อความเล็กๆที่มุมขวาล่าง:

"เดิมพัน 50 เหรียญพันธมิตรต่อรอบ"

นี่เป็นแผนการที่ดีที่สุดที่เฉียวซางกลั่นมาได้จากสมอง หลังจากครุ่นคิดมาเป็นเวลานาน

หากคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์อสูรระดับ F โรงเรียนมัธยมฝึกอสูรคือสถานที่ที่ดีที่สุดที่จะมองหา

พวกเขาต้องใช้เวลา 1-2 ปีในการฝึกอสูรให้กลายเป็นระดับกลาง ดังนั้นนักเรียนปีแรกและปีที่สองส่วนใหญ่ยังคงมีสัตว์ระดับเริ่มต้น

ส่วนเดิมพัน 50 เหรียญพันธมิตร เธอแค่เขียนเอาสนุก เอาเข้าจริงเธอไม่คิดว่าจะมีคนยอมจ่ายเงินให้เธอหรอก

เธอแค่อยากจะดึงดูดความสนใจของพวกเขา สำหรับผู้ฝึกสัตว์อสูรในโรงเรียนมัธยมปลาย นี่คงนับว่าเป็นการเล่นสนุกรูปแบบหนึ่ง และแน่นอนว่าถ้าบางคนยอมจ่ายจริงๆเธอก็จะรับมันไว้

สำหรับสาเหตุที่เธอเลือกโรงเรียนฝึกอสูรฮันกังที่ 37  เพราะมันเป็นโรงเรียนที่ใกล้ที่สุดจากนอกเขตที่อยู่อาศัยของเธอ

เธอเปลี่ยนเสื้อผ้าและมาที่นี่เพื่อหลีกเลี่ยงการพบเจอกับคนรู้จัก

ท้ายที่สุดแล้ว การยืนอยู่นอกโรงเรียนพร้อมป้ายที่เขียนว่า แสวงหาความพ่ายแพ้ ค่อนข้างน่ากระอักกระอ่วน...

เฉียวซางนั่งเงียบ ๆ บนม้านั่งโดยมีสุนัขเขี้ยวเพลิงอยู่ในอ้อมกอดของเธอ

แม้ว่าโรงเรียนฝึกอสูรฮันกังที่ 37  จะยังเลิกเรียน แต่ที่สวนสาธารณะนานฮีก็เริ่มมีคนมามากขึ้นแล้ว

ขณะที่พวกเขาเดินผ่านเฉียวซาง พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะมองทางของเธอ

เนื้อหาในกระเป๋าเป้สะพายหลังของเธอดูเหมือนจะไม่ตรงกับภาพลักษณ์ของเธออัันงดงามของเธอเลยสักนิด

“ย่าห์!”

สุนัขเขี้ยวเพลิงแยกเขี้ยวและเห่าใส่ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา

เอาล่ะถ้านับเจ้าหมานั่นเข้าไปด้วย ป้ายนั่นก็ดูเหมาะสมกับเธอดี...

จบบทที่ บทที่ 15: แสวงหาความพ่ายแพ้

คัดลอกลิงก์แล้ว