เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14: ลาหยุดยาว

บทที่ 14: ลาหยุดยาว

บทที่ 14: ลาหยุดยาว


เฉียวซางมองดูไท่ซูซูอยู่สองวินาที จากนั้นยิ้มแล้วพูดว่า "อ่าหะ แล้วมีอะไรอีกไหม"

ไท่ซูซูหรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วส่ายหัว "ไม่มีอะไรแล้วล่ะ ฉันแค่อยากรู้เฉยๆ"

เฉียวซางหันหลังกลับและกลับไปที่ห้องเรียน

ทันทีที่เธอนั่งลง ฟางซือซือก็โน้มตัวลงมากระซิบ “ไท่ซูซูพูดอะไรกับเธอ? ทำไมถึงทำหน้าน่ากลัวแบบนี้ล่ะ”

“มันดูน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ?” เฉียวซางถาม

“ใช่ คิ้วขมวดเป็นปมขนาดนั้นเห็นแล้วขนลุกเลย” ฟางซือซือกล่าวล้อ

เฉียวซางอยากได้กระจก เธออยากจะเห็นสีหน้าของตัวเองตอนนี้จริงๆ

ฟางซือซือยังคงกดเซ้าซี้ต่อ “สรุปไท่ซูซูมาทำไม?”

"ไม่มีเรื่องสำคัญอะไรหรอก" เฉียวซางตอบปัดๆแล้วหยิบหนังสือของเธอขึ้นมาอ่านต่อ

ฟางซือซืออยากถามต่อ แต่เมื่อเห็นว่าเฉียวซางไม่อยากพูดเธอเลยเลือกที่จะเงียบ

หลังจากชั้นเรียนช่วงเช้าเสร็จสิ้นลง เฉียวซางก็เก็บข้าวของและตรงปรี่ไปที่ห้องพักอาจารย์

“อาจารย์ ฉันขอลาหยุด” เฉียวซางพูดเข้าประเด็น สายตามองไปที่ผมหนาของอาจารย์

อาจารย์ประจำชั้นของเธอลุกขึ้นพรวด

อาจารย์หญิงอีกคนในออฟฟิศหันหน้ามามองทางเฉียวซางทันที

อาจารย์ประจำชั้นพยายามกล่าวกับตัวเองให้ใจเย็น

“รู้ไหมว่าเธอกำลังพูดอะไร อีกไม่กี่วันก็จะถึงเวลาสอบจงเกาแล้วยังจะมาขอลาอีกเหรอ? แค่ฉันไม่ได้ขอให้เธอเขียนสำนึกผิดเรื่องขาดเรียนกะทันหันก็ถือว่าใจดีมากแล้วนะ”

เฉียวซางตอบอย่างจริงจังว่า "อาจารย์ค่ะ ถ้าอาจารย์ไม่อนุญาตให้ฉันลา ฉันจะหยุดเรียนแล้วค่อยมาเขียนจดหมายสำนึกผิดเอาทีหลัง"

ขมับของอาจารย์กระตุกถี่ “ที่บ้านเธอรู้ไหมเนี่ยว่าเธอกำลังขอลาหยุด?”

เฉียวซางไม่ตอบ

อาจารย์หายใจเข้าลึก ๆ แล้วนั่งลงแล้วพูดอย่างจริงจังว่า "ถ้าไม่อยากให้แม่มาโรงเรียนอีกก็กลับไปเรียนใหม่ ฉันยอมรับว่าฉันผิดที่กล่าวหาเธอครั้งก่อน แต่ถึงแม้ คุณได้ปลุกความสามารถในการฝึกอสูรของคุณแล้ว คุณจะละเลยการเรียนของคุณไม่ได้ อีกไม่กี่วันก็จะถึงการสอบแล้ว”

เฉียวซางยิ้ม

“อาจารย์ค่ะ เมื่อวันศุกร์ที่แล้วแม่ฉันมาโรงเรียนใช่ไหมคะ?”

อาจารย์ประจำชั้นหยุดชะงักและตอบว่า "ใช่ อาจารย์ขอให้แม่เธอเข้ามาอธิบายว่าทำไมเธอถึงหยุดเรียน"

เฉียวซางเอียงศีรษะแล้วถามว่า "แล้วทำไมเธอถึงถูกไล่ออกจากห้องพักอาจารย์คะ?"

อาจารย์ประจำชั้นชะงัก สีหน้าพลันเต็มไปด้วยความซับซ้อน เขาไม่ได้คาดคิดเลยว่าแม่ของเฉียวซางจะเล่าเรื่องพวกนี้ให้เด็กสาวฟังด้วย ตอนนี้เขาไม่รู้เลยว่าตนควรจะทำหน้ายังไงดี

เขานั้นแชร์ห้องทำงานร่วมกับอาจารย์ประจำชั้นของห้อง 9

วันนั้น ไท่ซูซูและแม่ของเธอมาที่โรงเรียน ตรงกับการมาเยือนกะทันหันของแม่เฉียวซาง

ไท่ซูซูเพิ่งได้รับการแนะนำให้เข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมเซินซุ่ย แม้แต่คณบดีก็ยังมาแสดงความยินดีกับเธอ

เป็นธรรมดาที่ความสนใจของทุกคนจะพุ่งตรงไปยังห้อง 9

เมื่อแม่ของเฉียวซางมาถึงเธอก็อธิบายด้วยความตื่นเต้นว่าเฉียวซางนั้นปลุกพลังขึ้นสำเร็จ ทำให้ความสนใจของทุกคนหันไปยังทางฝั่งของเธอแทน

หลังจากถามคำถามไม่กี่ข้อพวกเขาก็ได้รับรู้ถึงผลการเรียนและนิสัยเบื้องต้นของเฉียวซาง

และแม่ของไท่ซูซูก็เป็นฝ่ายเริ่มกระแนะกระแหนออกมา แน่นอนว่าแม่ของเฉียวซางนั้นไม่ยอมจนทั้งคู่เริ่มมีปากเสียงกัน

ถึงตรงนี้จู่ๆไท่ซูซูก็เริ่มร้องไห้

ในฐานะดาวเด่นของโรงเรียน ทุกคนล้วนโอ๋เธอเป็นพิเศษ ท้ายที่สุดคณบดีจึงเชิญแม่ของเฉียวซางให้ออกไป

อาจารย์ประจำชั้นเคยถือว่าตนเป็นอาจารย์ที่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่และคุณธรรมสูง

เขาไม่มีทักษะในการเข้าสังคมสักเท่าไหร่ แต่เขาทำงานอย่างขยันขันแข็งมานานกว่า 20 ปีจนได้เป็นอาจารย์ประจำชั้นในที่สุด

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป ความกระตือรือร้นในตอนแรกที่เขาเคยมีก็จางหาย และตอนนี้เขาไม่กล้าที่จะยืนหยัดเพื่อผู้ปกครองของนักเรียนเมื่อพวกเขาถูกปฏิบัติอย่างไม่ยุติธรรม

ถึงกระนั้นเขาก็รู้สึกว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิด เขาเพียงแค่ยืนดูอยู่เฉยๆและสถานการณ์พวกนี้ไม่จำเป็นต้องเอาไปเล่าให้นักเรียนฟัง

อาจารย์ประจำชั้นหยุดชั่วคราวแล้วพูดว่า "แม่เธอไม่ได้ถูกไล่ แค่ถูกขอเชิญให้ออกไปก่อนเพื่อคลายอารมณ์"

เฉียวซางยิ้ม “ฉันจะพยายามทำความเข้าใจนะคะ แต่เพราะเรื่องนี้ทำให้แม่ฉันนอนป่วย อาจารย์รู้สถานการณ์ของครอบครัวฉันใช่ไหมคะ? ตอนนี้มีแค่ฉันคนเดียวที่แม่ได้”

อาจารย์เริ่มโอนอ่อนตาม “จะหยุดนานแค่ไหน?”

“จนกว่าแม่จะหายดีค่ะ” เฉียวซางตอบ

อาจารย์ประจำชั้นลังเลแล้วพูดว่า “เอาเป็นว่าอย่าหยุดนานเกินไปละกัน ตอนนี้มันใกล้เวลาสอบมากแล้ว”

เฉียวซางพยักหน้า หันหลัง และจากไป

ขณะที่มองดูเธอเดินจากไป อาจารย์ประจำชั้นที่ยังคงเต็มไปด้วยความกังวลกล่าวเสริมว่า “อยู่บ้านก็อ่านหนังสือเยอะๆ แล้วถ้าแม่เธอเริ่มดูแลตัวเองได้ให้รีบกลับมา”

เฉียวซางมองกลับมาที่เขาแล้วยิ้ม “ไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นหรอกค่ะ ว่าแต่อาจารย์ค่ะ....วิกบนหัวอาจารย์กำลังจะหลุดน่ะค่ะ”

อาจารย์ประจำชั้น: "..."

อาจารย์สาว: "..."

.....

สโมสรต่อสู้แห่งหนึ่งภายในฮันกัง

"จ้างคู่ซ้อมมือใหม่ในสโมสรหนึ่งวัน ราคาเท่าไหร่คะ?"

"สวัสดีค่ะ! บริการคู่ซ้อมของเราคิดค่าบริการเป็นรายชั่วโมง สำหรับระดับมือใหม่มีค่าใช้จ่าย 1,000 เหรียญพันธมิตรต่อชั่วโมง หากคุณเลือกจองทั้งวัน เราสามารถให้ส่วนลดได้ 2% ค่ะ" พนักงานต้อนรับกล่าวด้วยรอยยิ้ม

สโมสรต่อสู้สามารถจัดหาคู่ซ้อมที่แตกต่างกันได้ตามความต้องการของลูกค้า

ในฐานะที่เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน สโมสรเหล่านี้ได้แพร่กระจายไปยังละแวกใกล้เคียงมีทั้งขนาดเล็กและใหญ่

ในสโมสรต่อสู้บางแห่ง คุณสามารถจ้างผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ S มาเป็นคู่ซ้อมได้ แน่นอนว่าเงินต้องหนาพอไม่ก็ต้องมีคุณสมบัติตามเงื่อนไข แต่ก็มีสโมสรไม่กี่แห่งเท่านั้นที่สามารถให้บริการแบบนั้นได้

สโมสรต่อสู้ฮันกังเซียนเฉิงเป็นสโมสรที่ห้าแล้วที่เฉียวซางแวะเข้ามาถามรายละเอียด

เธอไปเยี่ยมชมสโมสรต่อสู้มากมายขนาดนี้ด้วยเหตุผลเดียว: เธอจน...

เฉียวซางแตะเงินที่มีอยู่น้อยนิดในกระเป๋า กอดสุนัขเขี้ยวเพลิง แล้วเดินออกไปอย่างเงียบ ๆ

เธอรู้สึกหลงทางไม่รู้จะไปทางไหนดี

ในตอนแรกเธอไม่ได้คิดมากเรื่องเข้าโรงเรียนเซินซุ่ย คิดแค่ว่าถ้าผ่านก็ดี ถ้าไม่ผ่านก็ยังมีโรงเรียนฝึกอสูรฮันกังที่ 6รองรับ

แต่ตอนนี้เธออยากเข้าโรงเรียนเซินซุ่ยจริงๆ

เหลืออีก 10 วัน การสอบคัดเลือกพิเศษของโรงเรียนมัธยมเซินซุ่ยจะเริ่มต้นขึ้น

หากพิจารณาจากระดับในปัจจุบันของเธอ เธอไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าว่าเธอจะสามารถสอบผ่านเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำรึเปล่า

สำหรับเกณฑ์การรับสมัครแบบพิเศษ อันดับที่สองถึงห้าจะต้องมีคะแนนสูงกว่าคะแนนขั้นต่ำ 50 คะแนน และเฉียวซางก็ไม่มั่นใจในข้อนี้

ด้วยเหตุนี้ เธอจึงจำเป็นต้องได้รับอันดับหนึ่งในการสอบพิเศษ เพื่อที่จะได้ใช้แค่คะแนนขั้นต่ำในการเข้าเรียน

เมื่อตัดสินใจเช่นนี้ เธอก็ตระหนักว่าเธอจำเป็นต้องเร่งการฝึกสุนัขเขี้ยวเพลิงของเธอ

แม้ว่าสุนัขเขี้ยวเพลิงจะเป็นสัตว์อสูรประเภทไฟที่มีพลังโจมตีที่แข็งแกร่ง แต่มันก็ยังเป็นเด็กน้อยที่แทบจะไม่มีประสบการณ์

การชนะครั้งก่อนเกิดจากการรุม 2 ต่อ 1 และปฏิกิริยาอันเชื่องช้าของคู่แข่ง

ด้วยความสามารถในตอนนี้การคว้าที่หนึ่งคงไม่ใช่เรื่องง่าย

เธอมีเวลาเหลือเพียง 10 วันเท่านั้น การอยู่ในโรงเรียนนับว่าไม่คุ้มค่ากับเวลาที่เสีย ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจจะอ่านหนังสือด้วยตัวเองและฝึกสุนัขเขี้ยวเพลิงไปด้วย

ด้วยสูตรโกงของเธอ เธอสามารถปรับระดับของสุนัขเขี้ยวเพลิงด้วยเวลาอันสั้น

แม้แผนที่วางไว้จะดูรัดกุม แต่พอนำมาปฎิบัติจริง เธอกลับหลงทาง

มีสนามประลองมากมาย แต่พวกมันล้วนกำหนดคุณสมบัติขั้นต่ำในการสมัครเข้าร่วม

สนามประลองมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างรายได้ผ่านจำนวนผู้ชมและการขายตั๋ว

โดยทั่วไปแล้วผู้ฝึกสัตว์อสูรมือใหม่จะมีสัตว์อสูรระดับเริ่มต้นเพียงตัวเดียว ดังนั้นการต่อสู้ของพวกเขาจึงคาดเดาได้ง่ายและไม่เร้าใจ

ถ้าไม่มีผู้ชม ผู้จัดงานก็ไม่มีกำไร

สนามประลองเดียวที่เฉียวซางพอจะเข้าร่วมได้คือสนามประลองผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ F ซึ่งจะจัดงานในวัันที่ 30 มิถุนายน

นับเป็นเวลาที่เหมาะเหม็งสำหรับผู้จัด เพราะเป็นช่วงจบการศึกษาของนักเรียนมัธยมต้นปีที่ 3 พอดี และเป็นช่วงที่พวกเขาจะทำสัญญากับสัตว์อสูร

จะมีกลุ่มผู้ฝึกสัตว์อสูรมือใหม่มาเข้าร่วม แถมจะมีทั้งพ่อแม่พี่น้อง ญาติใกล้ชิด เพื่อนนักเรียน อาจารย์ในโรงเรียนเข้ามารับชม เรียกว่าหายห่วงเรื่องเรตติ้งและการขายบัตร

จบบทที่ บทที่ 14: ลาหยุดยาว

คัดลอกลิงก์แล้ว