- หน้าแรก
- เกมข้อความพิศวง
- บทที่ 49 เหรียญทองนิรโทษ
บทที่ 49 เหรียญทองนิรโทษ
บทที่ 49 เหรียญทองนิรโทษ
【ไม่นานหลังจากนั้น พันจื่อก็กลับมา เขาเดินข้างๆไปกับคุณจนถึงแท่นบูชา เพื่อรับรางวัลจากงานในครั้งนี้】
【ตามกฎของช่างเชือดที่เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งประกาศไว้ ทุกครั้งที่ทำงานสำเร็จ จะได้รับผลตอบแทนหนึ่งเปอร์เซ็นต์ของสิ่งที่บูชาแก่เทพ】
【นั่นหมายความว่าจากอายุขัยสามร้อยปีที่คุณเพิ่งสังเวยไป จะถูกแบ่งกลับมาเป็นรางวัลให้พวกคุณรวมสามปี】
【เมื่อคุณทั้งคู่จุดธูปสวดขอพร แสงสีทองจากแท่นบูชาก็ร่วงลงมาคลุมร่าง ความรู้สึกเย็นสบายแล่นผ่านทั่วตัว เหมือนชีวิตได้รับการต่ออายุจริงๆ】
【การเป็นช่างเชือดดูจะไม่เลวเลย ฆ่าคนชั่ว ชำระล้างโลก แล้วเทพยังประทานรางวัลเป็นอายุขัยให้ยืดยาวอีก】
【แน่นอนว่าเมื่อก้าวออกจากโรงงาน ตำแหน่งช่างเชือดก็ยังแฝงภัยร้ายอยู่เพราะอาชีพที่คุกคามความมืดย่อมถูกความมืดตามล้างผลาญ】
【ในอดีต ช่างเชือดฆ่าแต่คนดีแต่คุณกับพันจื่อคือคนแรกที่หันคมมีดใส่คนชั่ว】
“ฟังแล้วอยากลองเป็นช่างเชือดเลยแฮะ” เสียงหยางเฉินพึมพำอย่างขบขัน “สิ่งที่ฉันขาดที่สุดก็คืออายุขัย ส่วนเจ้าเล่ยจื่อ ถึงได้ชีวิตเพิ่มก็เปล่าประโยชน์ตายทีไรหักจากอายุขัยของฉันทุกที จะให้รางวัลก็ให้ฉันสิ จะไม่ดีกว่าเหรอ”
เขาบ่นพึมพำอย่างน้อยใจ ถ้าเข้าไปในโลกนั้นได้จริง บางทีเขาอาจจะลองเป็นช่างเชือดเองสักวัน
【……】
【ภารกิจเจ็ดวันของกองคาราวานสิ้นสุดลง คุณทั้งคณะเริ่มเดินทางกลับ ระหว่างทาง คุณรู้สึกโล่งใจที่ไม่ละเมิดกฎใดๆเลย】
【เมื่อถึงค่ายของกองคาราวานในหมู่บ้านอวิ๋นหมิง คุณกล่าวลาซูอี ก่อนแยกตัวเดินลึกเข้าไปในป่าอวิ๋นหมิงเพียงลำพัง】
【ศึกกับผู้ลาดตระเวนผู้ชั่วร้ายครั้งก่อนทำให้คุณมั่นใจในพลังของตนเอง อีกทั้งเครื่องรางในกระเป๋าเป้ของคุณก็มีระดับถึงสองดาวแล้ว】
【ไม่มีเหตุผลที่จะนิ่งเฉยอีก คุณเรียนรู้คาถาผู้ลาดตระเวนมาพอควร ถึงเวลาฝึกจริงในป่าเพื่อสะสมประสบการณ์สู้】
【ว่ากันว่าภายในป่าอวิ๋นหมิงมีเทพองค์หนึ่งสถิตอยู่แต่คุณยังไม่พร้อมที่จะเข้าไปลึกนัก แค่เดินสำรวจตามเส้นทางค้าขายรอบนอกก็เพียงพอ】
【ขณะเดินตามเส้นทาง คุณพบปลิงยักษ์ระดับสองดาว สิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดในป่าอวิ๋นหมิง】
【คุณเคยเห็นซูอีฆ่ามันมาก่อน ปลิงชนิดนี้เคลื่อนช้า แต่พ่นกรดได้รวดเร็วราวกับลูกธนู】
【คุณพลิกตัวกลิ้งหลบกรดอย่างฉิวเฉียด แล้วใช้มีดสั้นที่อาบคำสาปแทงสวนกลับเข้ากลางลำตัวปลิง】
【พลังคำสาปแผ่ซ่านอย่างรวดเร็ว บาดแผลของปลิงไม่ยอมสมาน กลับขยายกว้างพร้อมน้ำเขียวและลูกปลิงจำนวนมากทะลักออกมา】
【คุณรีบถอย หลีกเลี่ยงลูกปลิงที่กระจายเกลื่อน แล้วหลบการพ่นกรดระลอกสองได้อย่างหวุดหวิด】
【พื้นรอบตัวเต็มไปด้วยกรดจนยากจะเหยียบ คุณจึงตัดสินใจละเป้าหมายนี้ทิ้งไป】
【หลังเดินห่างออกมาหลายร้อยเมตร คุณเพิ่งคิดว่าพ้นภัย ทว่าในหญ้าริมทางกลับมีกลุ่มหมัดราวสามสิบตัวกระโดดเข้ามาล้อม】
【คุณถอยอย่างเงียบเชียบ พร้อมเรียกบีนุสหุ่นเชิดออกจากกระเป๋า】
【เสียงกระดิ่งแว่วดัง ก่อนฝูงหมัดทั้งหมดจะพุ่งเข้าใส่บีนุสหุ่นเชิดแผดเสียงคำราม กรงเล็บแหวกอากาศแทงทุกตัวจนไม่เหลือซาก】
【คุณพบต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ตั้งใจจะพักแต่กลับมีแมงมุมแม่ม่ายดำหลายสิบตัวร่วงลงมาเกาะเต็มลำต้น คุณรีบกระโดดหนี พร้อมให้บีนุสหุ่นเชิดกวาดล้างจนสิ้น ก่อนค่อยพักพิงใต้ต้นไม้นั้น】
【ขณะกำลังผ่อนคลาย ทางข้างหน้ากลับปรากฏทางแยกอีกเส้น หนึ่งในป้ายบอกทางเขียนคำว่าอวิ๋นหมิง ทำให้คุณชะงัก ไม่คาดคิดว่าจะเจอเส้นทางสู่อวิ๋นหมิงอีกครั้งในเวลานี้】
【คราวนี้คุณไม่ได้ขี่ม้า คุณเลือกทางเองได้และแน่นอนว่าคุณไม่มีวันเลือกเส้นทางนั้น】
【A. มุ่งหน้าไปยังเส้นทางอวิ๋นหมิง】
【B. เลือกทางปกติ】
จู่ๆหน้าจอก็เด้งขึ้นสองตัวเลือก ทำเอาหยางเฉินมึนงงไปชั่วครู่ เขากดเลือกเส้นทางปกติ จริงๆแล้วอยากย้อนกลับ แต่ไม่มีตัวเลือกนั้นให้
【คุณปฏิเสธที่จะเข้าทางอวิ๋นหมิง เลือกเส้นทางปกติแทน ทว่าทันใดนั้นเอง คุณกลับพบว่าตัวเองเดินอยู่บนเส้นทางอวิ๋นหมิงอยู่ดี—ถูกหลอกอีกแล้ว】
【สีขอฝภาพตรงหน้าค่อยๆจาง เหลือเพียงขาวดำ โลกทั้งใบเหมือนถูกกลืนหายไป】
【คุณทรุดกายลงกับพื้น พยายามคลานหนี แต่ไม่นานสติสัมผัสทั้งห้าก็หายไป】
【เมื่อสิ้นประสาททั้งห้า จะเกิดอะไรขึ้น? คุณกำลังจะได้รู้คำตอบและความกลัวก็กัดกินหัวใจเพราะพลังของอวิ๋นหมิงนั้นมหาศาลเกินที่มนุษย์ธรรมดาจะต้านไหว】
【ในความมืดมิดที่ไร้ขอบเขต คุณสูญเสียการรับรู้ทั้งหมด】
【แต่ในนั้นกลับมีแสงสลัวส่องมา คุณรู้สึกถึงมัน แม้ไม่แน่ใจว่ามันมีอยู่จริง ความรู้สึกนี้น่าจะเรียกว่า สัมผัสที่หก】
【แสงนั้นค่อยๆเข้ามาใกล้ กลายเป็นรูปร่างคล้ายมนุษย์และเมื่อคุณเห็นใบหน้า… ขนทั่วร่างก็ลุกชัน】
【มันคือ... อสูรหมู!】
【ใช่แล้ว ตัวประหลาดชนิดเดียวกับที่เคยปรากฏในหมู่บ้านอวิ๋นหมิงนั่นเอง!】
【คุณสะบัดมือไปข้างหน้า พยายามไล่มันแต่เปล่าประโยชน์】
【ท้ายทอยของอสูรหมูแนบเข้ามาใกล้ ใบหน้าชายคนหนึ่งซ่อนอยู่ใต้เส้นผมยุ่งเหยิง คุณรู้สึกว่าคุ้นตา เหมือนเคยพบแต่จำไม่ได้】
【อสูรหมูแย้มยิ้มอย่างชั่วร้าย ก่อนจะยัดบางสิ่งลงในกระเป๋าเสื้อของคุณ】
【ความมืดค่อยๆจางลง สีเริ่มกลับคืนมาทีละน้อย จนคุณมองเห็นภาพจริงอีกครั้ง ร่างกายยังสั่นเทา ความรู้สึกเหมือนเพิ่งเดินข้ามขอบความตายกลับมา】
【ทำไมอสูรหมูถึงไม่ฆ่าคุณ? คุณไม่เข้าใจและเริ่มสงสัยว่าบางทีนางอาจเป็นเทพองค์หนึ่งในอวิ๋นหมิง】
【เพราะในตำนาน อสูรหมูเองก็คือหนึ่งในสิ่งมีชีวิตระดับเทพที่หลงเหลือจากยุคก่อน】
【คุณล้วงของในกระเป๋าออกมา มันคือแผ่นทองชื้นน้ำลาย บนพื้นทองสลักอักษรเลือดสีแดงสี่ตัวว่าเหรียญทองนิรโทษ】
???
หยางเฉินถึงกับอึ้ง “เหรียญทองนิรโทษในตำนาน อยู่ในมืออสูรหมูงั้นเหรอ? หรือว่า... นางคือเทพแห่งราตรี?”
เขาขมวดคิ้ว “คงไม่ใช่... อสูรหมูไม่มีพลังถึงขนาดนั้น แถมเทพราตรียังถูกผนึกไปแล้วด้วย”
“แต่ถ้าอย่างนั้น ทำไมถึงมอบเหรียญทองนี้ให้เล่ยจื่อ?”
เขาไม่เข้าใจ จึงแตะหน้าจอต่อไป
【คุณมองเหรียญทองในมือ ซ่อนความหวาดกลัวไว้ใต้สีหน้า แล้วรีบเก็บมันลงกระเป๋า】
【ของแบบนี้อย่าหยิบออกมาอีก ไม่อย่างนั้นถ้าผู้ลาดตระเวนคนอื่นเห็นเข้า มีหวังโดนฆ่าปิดปากแน่】
【คุณเร่งฝีเท้าออกจากป่า ออกจากที่แห่งนั้นโดยไม่หันกลับ เหรียญทองนิรโทษคือสิ่งมีค่าที่สุดที่คุณได้มาในวันนี้】
【เมื่อกลับถึงหมู่บ้านอวิ๋นหมิง ฟ้าก็มืดสนิท ถนนเงียบราวกับหลับใหล】
【ระหว่างลาดตระเวน คุณหยุดอยู่หน้าบ้านผู้ใหญ่บ้าน แล้วต้องชะงัก เมื่อเห็นว่าร่างของเขาแขวนเครื่องบูชาที่ปนเปื้อนสิ่งชั่วร้ายเต็มไปหมด!】