เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 44 โรงงานอายุขัย

บทที่ 44 โรงงานอายุขัย

บทที่ 44 โรงงานอายุขัย


【คุณบอกพันจื่ออย่างตรงไปตรงมาว่าหากถึงเวลาจำเป็น คุณยินดีที่จะเป็นผู้ช่วยของเขา ร่วมต่อสู้กับความอันตรายนั้นไปด้วยกัน】

【พันจื่อยิ้มบางแล้วตอบกลับว่าเขาได้เข้าร่วมจุ่ยกว่าง(องค์กรไล่แสง)ของคุณไปก่อนหน้านี้แล้วและพร้อมจะร่วมทุกข์ร่วมสุขเคียงข้างกัน】

【จากนั้นคุณเล่าเป้าหมายของตัวเองให้เขาฟัง ว่าคุณต้องการกำจัดผู้ลาดตระเวนชั่วร้ายคนหนึ่งในหมู่บ้านถู่โกว เพื่อความปลอดภัยของสายลับในเครือของคุณ พันจื่อฟังแล้วพยักหน้าเห็นด้วย เขามองว่าคุณเป็นคนที่ปกป้องพวกพ้องเก่งและรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ทำงานร่วมกัน】

【ทั้งสองจึงเริ่มวางแผนด้วยกันอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่คุณจะเอ่ยถามถึงวิธีควบคุมมัมมี่ ซึ่งเป็นหุ่นเชิดที่อยู่ในความครอบครองของคุณ】

【พันจื่ออธิบายว่ามัมมี่เป็นประเภทหุ่นเชิด หากต้องการเรียนรู้วิธีควบคุม ควรไปหาผู้เชี่ยวชาญที่เรียกว่านักเชิดหุ่น ซึ่งสามารถขายเทคนิคการควบคุมให้ได้ในราคาที่ไม่สูงนักและในหมู่บ้านถู่โกวนี้ก็มีนักเชิดหุ่นอยู่คนหนึ่งพอดี】

【เมื่อไปถึงหน้าบ้านของนักเชิดหุ่น คุณเห็นบ้านไม้หลังใหญ่ตั้งตระหง่านโอบล้อมด้วยกลไกและโครงสร้างซับซ้อน ตัวบ้านทั้งหลังเหมือนหุ่นจักรกลยักษ์ หากถูกกระตุ้นให้ทำงาน มันอาจกลายเป็นอาวุธสงครามได้ในทันที】

【ภายในบ้านนั้น คือที่อยู่ของนักเชิดหุ่นที่คุณกำลังตามหาอยู่】

【คุณหลบเลี่ยงวงแหวนป้องกันหุ่นเชิดที่วางไว้รอบประตู ผ่านซุ้มประตูมังกรเข้าไปข้างใน】

【ตามแนวเสาและคานมีหุ่นเชิดรูปร่างมังกรปีนเกาะเรียงรายอยู่ทุกมุม ส่วนนอกชายคาทั้งสี่มุมก็มีหุ่นเชิดโลหิตหน้าตาอำมหิตฝังอยู่ มันแผ่ออกซึ่งพลังอาฆาตดุจจะฆ่าคุณได้ในพริบตา หากถูกกระตุ้นขึ้นมา หุ่นเชิดพวกนี้สามารถสังหารคุณได้ภายในวินาทีเดียว】

【แม้นักเชิดหุ่นเองจะไม่มีพลังต่อสู้มากนักแต่หุ่นเชิดที่พวกเขาควบคุมนั้นกลับทรงพลังเหนือคาด】

【คุณได้พบกับนักเชิดหุ่นคนนั้น เด็กสาววัยรุ่นหน้าตาอ่อนเยาว์ น่าทึ่งจนคุณแปลกใจอย่างยิ่ง ไม่อยากจะเชื่อว่าเหล่าหุ่นงดงามประณีตเหล่านี้จะถูกสร้างขึ้นจากมือของเธอจริงๆ】

【คุณสอบถามถึงวิธีควบคุมหุ่นมัมมี่ เธอเรียกราคาอยู่ที่คริสตัลวิญญาณสามก้อน แลกกับหนังสือ สารานุกรมการควบคุมหุ่นเชิดฉบับคัดลอกที่เธอมอบให้】

【เมื่อเปิดอ่าน คุณพบส่วนที่อธิบายวิธีควบคุมหุ่นมัมมี่ผ่านกระดิ่งวิญญาณอย่างละเอียด】

【อย่างไรก็ตาม คุณไม่สะดวกจะทดลองควบคุมหุ่นในเขตหมู่บ้าน เพราะอาจสร้างความเข้าใจผิดหรือเป็นเหตุให้ผู้คนตื่นตระหนก จึงเลือกออกไปยังเขตสุสานรกร้างรอบนอกแทน】

【บริเวณนั้นมีข่าวลือว่าอาจพบคุณยายแมวหน้าบึ้ง ผีหญิงชราที่เผากระดาษเหลืองในยามค่ำคืน หากใครกล้าแตะไหล่เธอแล้วเธอหันกลับมา ใบหน้าที่เห็นจะกลายเป็นใบหน้าของแมวแทน】

【คุณยายแมวหน้าบึ้งเป็นสิ่งลึกลับระดับสองดาว แต่ตอนนี้พลังของคุณยังรับมือได้เพียงระดับหนึ่งดาวเท่านั้น คุณจึงหลีกเลี่ยงไม่เข้าใกล้เงาใดที่อาจเป็นหญิงชรา แล้วหาที่โล่งสงบเพื่อฝึกแทน】

【คุณทำตามคำแนะนำในหนังสือ เริ่มจากเพ่งจิตเข้าไปในกระดิ่งวิญญาณ พร้อมท่องคาถาในใจว่า “มัมมี่จงลุกขึ้น”】

【เสียงกระดิ่งดังขึ้นเบาๆทันใดนั้นคุณรู้สึกได้ถึงพลังจิตของตนที่ถูกดูดออกไปครึ่งหนึ่ง ทำให้ร่างกายอ่อนแรงจนแทบไม่อาจป้องกันตนเองได้แต่ในเวลาเดียวกัน คุณสามารถควบคุมมัมมี่ให้ปกป้องคุณแทนได้】

【นี่คือเวลาที่คุณจะได้เห็นพลังของมัมมี่อย่างแท้จริง】

【คุณสั่งให้ฝันร้ายยามราตรีปกป้องร่างของตนเองไว้ก่อน แล้วจึงควบคุมมัมมี่ให้พุ่งเข้าโจมตีรังหมัดที่อยู่ไม่ไกล】

【ทันทีที่มัมมี่พุ่งเข้าใส่ มันถูกฝูงหมัดจำนวนมากกรูเข้ารุมกัด ฟันคมดำเงาของพวกมันขบเข้ากับผ้าพันแผลบนตัวมัมมี่จนขาด แต่กลับไม่อาจทำอันตรายได้เลยแม้แต่น้อย】

【ถึงจะเป็นสิ่งลึกลับระดับเดียวกันแต่หุ่นเชิดอย่างมัมมี่ถือเป็นอาวุธที่มีพลังคงที่ ไม่เหมือนสิ่งมีชีวิตทั่วไป】

【มัมมี่เหวี่ยงแขนอันแข็งแรงออกไป ปลายผ้าพันแผลที่พันไว้แน่นหนากลายเป็นเส้นแส้ ฟาดกวาดหมัดรอบข้างด้วยแรงมหาศาล】

【เพียงครู่เดียว พื้นดินก็เปรอะไปด้วยเลือดและเศษเนื้อ หมัดจำนวนมากร่วงลงกับพื้นอย่างแห้งเหี่ยว หัวของมันระเบิดกระจายออกทั้งแดงทั้งขาว】

【คุณมองเห็นพลังของหุ่นเชิดระดับหนึ่งดาวอย่างชัดเจน มันกำจัดฝูงหมัดได้ง่ายราวกับหญ้าแห้งที่ถูกไฟลาม นั่นทำให้คุณเริ่มมีความมั่นใจขึ้น】

【แต่ถึงอย่างนั้น คุณก็ยังไม่ประมาท เพราะหุ่นตัวนี้เคยเป็นของผู้ลาดตระเวนผู้ชั่วร้ายคนหนึ่งมาก่อน และนั่นหมายความว่าคนผู้นั้นต้องมีอาวุธที่ร้ายกาจกว่านี้อยู่ในมืออย่างแน่นอน】

【ในกระเป๋าของคุณยังมีสเปรย์แห่งพรของเทพรัตติกาลเหลืออยู่ครึ่งขวด ซึ่งเป็นของที่ได้รับพรจากเทพรัตติกาล มันสามารถมอบภูมิต้านทานแห่งความมืดให้คุณได้ ถือเป็นไพ่ตายสำคัญยามจำเป็น】

【ยิ่งไปกว่านั้น คุณไม่ได้อยู่เพียงลำพัง ยังมีพันจื่อเป็นผู้ช่วย การต่อสู้แบบสองต่อหนึ่งไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับคุณ】

【แต่แท้จริงแล้ว ตั้งแต่ต้นแผนของคุณก็ไม่ได้มุ่งเน้นการต่อสู้ตรงๆเลย จุดประสงค์หลักคือการลอบสังหาร ส่วนการปะทะแบบซึ่งๆหน้าก็เป็นเพียงการปิดฉากเท่านั้น】

【เมื่อเห็นว่ารังหมัดเหลือเพียงสามถึงห้าตัว คุณจึงเรียกมัมมี่กลับมาในร่างเดิม พร้อมท่องคาถาในใจเพื่อดึงพลังจิตกลับคืนสู่ร่างของตน】

【จากนั้นคุณหยิบกริชเปื้อนเลือดออกมา ตั้งใจจะใช้หมัดที่เหลืออยู่เป็นคู่ซ้อมมือ】

【ไม่นานมานี้ ตอนที่คุณอยู่ในหมู่บ้านเหมืองถล่มเคยใช้กริชโจมตีคนงานเหมืองมาก่อน ตอนนั้นคุณแสดงฝีมือได้ยอดเยี่ยม นั่นยืนยันได้ว่าคุณเคยเป็นผู้ลาดตระเวนที่ชำนาญการต่อสู้ด้วยกริชมาก่อนสูญเสียความทรงจำอย่างแน่นอน】

【สัญชาตญาณการต่อสู้ที่ฝังลึกในร่างกายถูกปลุกขึ้นอีกครั้ง ทุกท่วงท่าของคุณแม่นยำและลื่นไหลราวกับปลาว่ายในน้ำ】

【เพียงห้าวินาที คุณก็จัดการศัตรูได้หมดสิ้น การพลิกหลบและฟันแทงของคุณคล่องแคล่วจนตัวเองยังอดทึ่งไม่ได้ อาจเพราะตอนเด็กคุณเคยฝึกกลิ้งในกองข้าวเปลือกอยู่เสมอก็เป็นได้】

【เมื่อฝึกเสร็จ คุณเดินกลับเข้าหมู่บ้านถู่โกว ระหว่างทางผ่านหน้าโรงงานช่างฝีมือ คุณหยุดยืนมองอย่างตกตะลึง เพราะภาพที่เห็นตรงหน้าเหนือความคาดหมายเกินบรรยาย】

【ภายในโรงงาน ช่างฝีมือคนหนึ่งกำลังถือมีดเชือดที่แปดเปื้อนคำสาปและมลทิน เขาฟันผ่านศีรษะของชายคนหนึ่ง เลือดสาดกระเด็นไปเปื้อนแผ่นไม้ที่ตั้งอยู่ ขณะที่ตัวหนังสืออายุขัย 65 ปีปรากฏขึ้นช้าๆ บนผิวไม้นั้น】

【ศีรษะของชายคนนั้นกลิ้งตกพื้น ก่อนจะเปลี่ยนร่างเป็นหมัดตัวหนึ่ง มันถูกเด็กชายหัวโตอ้วนท้วนถือกลองโยกหลอกล่อ เสียงกลองสะกดให้หมัดตัวนั้นกระโดดเข้ากระสอบผ้าไปเอง เด็กชายรีบมัดปากถุงแน่น แล้วลากไปไว้ด้านหลัง】

【ร่างกายของชายคนนั้นค่อยๆสลายเป็นผงเถ้า ล่องหายไปกับอากาศ คุณจึงเข้าใจทันทีว่าที่แท้หมัด ที่เห็นทั่วบริเวณนั้น ล้วนเกิดจากหัวมนุษย์ที่ถูกสาปและกลายร่างนั่นเอง】

【นี่แหละคือโรงงานผลิตแผ่นไม้บันทึกอายุขัยที่พันจื่อเคยพูดถึง ช่างฝีมือที่อยู่ข้างในมือเปื้อนเลือดเน่า พลังสาปแช่งรอบกายหนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก พวกเขาคงเป็นที่โปรดปรานของเทพเจ้า เพราะเลือดเน่านี้คือปุ๋ยชั้นดีสำหรับเทพ แต่ในสายตาของคุณ ช่างพวกนี้คงไม่มีทางจบชีวิตได้ดีนัก เมื่อเทียบกันแล้ว ผู้ลาดตระเวนยังถือว่าโชคดีกว่ามาก】

【คุณเริ่มสงสัยว่าคนที่ถูกนำมาทำเป็นแผ่นไม้บันทึกอายุขัยมาจากไหนและที่สำคัญไปกว่านั้น แผ่นไม้ที่คุณเคยซื้อมา จะถูกนับเป็นของแปดเปื้อนเช่นเดียวกันหรือไม่】

【คุณรู้ดีว่าต้องหาความจริงให้มากกว่านี้ เพราะมันจะมีผลต่อการแลกเปลี่ยนกับเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งในอนาคต】

【แม้ในใจจะรู้สึกขนลุกกับบรรยากาศอันมืดหม่นของโรงงานแต่คุณก็ยังตัดสินใจเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง】

【สิ่งที่ทำให้คุณประหลาดใจก็คือช่างเชือดที่เลือดเยิ้มอยู่ตรงหน้ากลับยิ้มให้คุณอย่างเป็นมิตร เหมือนพนักงานต้อนรับที่เห็นลูกค้าขาประจำ อาจเพราะในสายตาพวกเขา คุณคือผู้ซื้อ ไม่ใช่วัตถุดิบในการผลิตสินค้า】

【ความคิดนั้นทำให้คุณรู้สึกโล่งใจขึ้นมานิดหนึ่ง อย่างน้อยตอนนี้คุณคงไม่โดนเชือดกลางโรงงาน คุณจึงเข้าไปถามราคาของแผ่นไม้บันทึกอายุขัย】

【ช่างเชือดเช็ดเลือดบนหน้าด้วยผ้าขนหนูสีแดงพลางตอบว่าแผ่นไม้บันทึกอายุขัยแลกกับคริสตัลวิญญาณในอัตราหนึ่งต่อหนึ่ง หมายความว่าหากต้องการซื้อแผ่นไม้ที่มีอายุขัยห้าสิบปี ก็ต้องจ่ายคริสตัลวิญญาณห้าสิบก้อน】

【ราคานั้นไม่ทำให้คุณตกใจเลย เพราะสิ่งที่มีค่าที่สุดในโลกนี้คือชีวิต แต่ลึกๆในใจคุณก็ยังรู้สึกต่อต้านการซื้อขายอายุขัยเช่นนี้อยู่ดี】

【แน่นอน ตอนนี้คุณไม่มีคริสตัลวิญญาณพอจะแลกซื้อได้】

【ช่างเชือดถามว่าอยากได้อายุขัยกี่ปี คุณเพียงส่ายหัวแล้วยิ้มเจื่อน เขาเข้าใจทันที แล้วเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมออกมาอย่างช้าๆ…】

จบบทที่ บทที่ 44 โรงงานอายุขัย

คัดลอกลิงก์แล้ว