- หน้าแรก
- เกมข้อความพิศวง
- บทที่ 44 โรงงานอายุขัย
บทที่ 44 โรงงานอายุขัย
บทที่ 44 โรงงานอายุขัย
【คุณบอกพันจื่ออย่างตรงไปตรงมาว่าหากถึงเวลาจำเป็น คุณยินดีที่จะเป็นผู้ช่วยของเขา ร่วมต่อสู้กับความอันตรายนั้นไปด้วยกัน】
【พันจื่อยิ้มบางแล้วตอบกลับว่าเขาได้เข้าร่วมจุ่ยกว่าง(องค์กรไล่แสง)ของคุณไปก่อนหน้านี้แล้วและพร้อมจะร่วมทุกข์ร่วมสุขเคียงข้างกัน】
【จากนั้นคุณเล่าเป้าหมายของตัวเองให้เขาฟัง ว่าคุณต้องการกำจัดผู้ลาดตระเวนชั่วร้ายคนหนึ่งในหมู่บ้านถู่โกว เพื่อความปลอดภัยของสายลับในเครือของคุณ พันจื่อฟังแล้วพยักหน้าเห็นด้วย เขามองว่าคุณเป็นคนที่ปกป้องพวกพ้องเก่งและรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ทำงานร่วมกัน】
【ทั้งสองจึงเริ่มวางแผนด้วยกันอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่คุณจะเอ่ยถามถึงวิธีควบคุมมัมมี่ ซึ่งเป็นหุ่นเชิดที่อยู่ในความครอบครองของคุณ】
【พันจื่ออธิบายว่ามัมมี่เป็นประเภทหุ่นเชิด หากต้องการเรียนรู้วิธีควบคุม ควรไปหาผู้เชี่ยวชาญที่เรียกว่านักเชิดหุ่น ซึ่งสามารถขายเทคนิคการควบคุมให้ได้ในราคาที่ไม่สูงนักและในหมู่บ้านถู่โกวนี้ก็มีนักเชิดหุ่นอยู่คนหนึ่งพอดี】
【เมื่อไปถึงหน้าบ้านของนักเชิดหุ่น คุณเห็นบ้านไม้หลังใหญ่ตั้งตระหง่านโอบล้อมด้วยกลไกและโครงสร้างซับซ้อน ตัวบ้านทั้งหลังเหมือนหุ่นจักรกลยักษ์ หากถูกกระตุ้นให้ทำงาน มันอาจกลายเป็นอาวุธสงครามได้ในทันที】
【ภายในบ้านนั้น คือที่อยู่ของนักเชิดหุ่นที่คุณกำลังตามหาอยู่】
【คุณหลบเลี่ยงวงแหวนป้องกันหุ่นเชิดที่วางไว้รอบประตู ผ่านซุ้มประตูมังกรเข้าไปข้างใน】
【ตามแนวเสาและคานมีหุ่นเชิดรูปร่างมังกรปีนเกาะเรียงรายอยู่ทุกมุม ส่วนนอกชายคาทั้งสี่มุมก็มีหุ่นเชิดโลหิตหน้าตาอำมหิตฝังอยู่ มันแผ่ออกซึ่งพลังอาฆาตดุจจะฆ่าคุณได้ในพริบตา หากถูกกระตุ้นขึ้นมา หุ่นเชิดพวกนี้สามารถสังหารคุณได้ภายในวินาทีเดียว】
【แม้นักเชิดหุ่นเองจะไม่มีพลังต่อสู้มากนักแต่หุ่นเชิดที่พวกเขาควบคุมนั้นกลับทรงพลังเหนือคาด】
【คุณได้พบกับนักเชิดหุ่นคนนั้น เด็กสาววัยรุ่นหน้าตาอ่อนเยาว์ น่าทึ่งจนคุณแปลกใจอย่างยิ่ง ไม่อยากจะเชื่อว่าเหล่าหุ่นงดงามประณีตเหล่านี้จะถูกสร้างขึ้นจากมือของเธอจริงๆ】
【คุณสอบถามถึงวิธีควบคุมหุ่นมัมมี่ เธอเรียกราคาอยู่ที่คริสตัลวิญญาณสามก้อน แลกกับหนังสือ สารานุกรมการควบคุมหุ่นเชิดฉบับคัดลอกที่เธอมอบให้】
【เมื่อเปิดอ่าน คุณพบส่วนที่อธิบายวิธีควบคุมหุ่นมัมมี่ผ่านกระดิ่งวิญญาณอย่างละเอียด】
【อย่างไรก็ตาม คุณไม่สะดวกจะทดลองควบคุมหุ่นในเขตหมู่บ้าน เพราะอาจสร้างความเข้าใจผิดหรือเป็นเหตุให้ผู้คนตื่นตระหนก จึงเลือกออกไปยังเขตสุสานรกร้างรอบนอกแทน】
【บริเวณนั้นมีข่าวลือว่าอาจพบคุณยายแมวหน้าบึ้ง ผีหญิงชราที่เผากระดาษเหลืองในยามค่ำคืน หากใครกล้าแตะไหล่เธอแล้วเธอหันกลับมา ใบหน้าที่เห็นจะกลายเป็นใบหน้าของแมวแทน】
【คุณยายแมวหน้าบึ้งเป็นสิ่งลึกลับระดับสองดาว แต่ตอนนี้พลังของคุณยังรับมือได้เพียงระดับหนึ่งดาวเท่านั้น คุณจึงหลีกเลี่ยงไม่เข้าใกล้เงาใดที่อาจเป็นหญิงชรา แล้วหาที่โล่งสงบเพื่อฝึกแทน】
【คุณทำตามคำแนะนำในหนังสือ เริ่มจากเพ่งจิตเข้าไปในกระดิ่งวิญญาณ พร้อมท่องคาถาในใจว่า “มัมมี่จงลุกขึ้น”】
【เสียงกระดิ่งดังขึ้นเบาๆทันใดนั้นคุณรู้สึกได้ถึงพลังจิตของตนที่ถูกดูดออกไปครึ่งหนึ่ง ทำให้ร่างกายอ่อนแรงจนแทบไม่อาจป้องกันตนเองได้แต่ในเวลาเดียวกัน คุณสามารถควบคุมมัมมี่ให้ปกป้องคุณแทนได้】
【นี่คือเวลาที่คุณจะได้เห็นพลังของมัมมี่อย่างแท้จริง】
【คุณสั่งให้ฝันร้ายยามราตรีปกป้องร่างของตนเองไว้ก่อน แล้วจึงควบคุมมัมมี่ให้พุ่งเข้าโจมตีรังหมัดที่อยู่ไม่ไกล】
【ทันทีที่มัมมี่พุ่งเข้าใส่ มันถูกฝูงหมัดจำนวนมากกรูเข้ารุมกัด ฟันคมดำเงาของพวกมันขบเข้ากับผ้าพันแผลบนตัวมัมมี่จนขาด แต่กลับไม่อาจทำอันตรายได้เลยแม้แต่น้อย】
【ถึงจะเป็นสิ่งลึกลับระดับเดียวกันแต่หุ่นเชิดอย่างมัมมี่ถือเป็นอาวุธที่มีพลังคงที่ ไม่เหมือนสิ่งมีชีวิตทั่วไป】
【มัมมี่เหวี่ยงแขนอันแข็งแรงออกไป ปลายผ้าพันแผลที่พันไว้แน่นหนากลายเป็นเส้นแส้ ฟาดกวาดหมัดรอบข้างด้วยแรงมหาศาล】
【เพียงครู่เดียว พื้นดินก็เปรอะไปด้วยเลือดและเศษเนื้อ หมัดจำนวนมากร่วงลงกับพื้นอย่างแห้งเหี่ยว หัวของมันระเบิดกระจายออกทั้งแดงทั้งขาว】
【คุณมองเห็นพลังของหุ่นเชิดระดับหนึ่งดาวอย่างชัดเจน มันกำจัดฝูงหมัดได้ง่ายราวกับหญ้าแห้งที่ถูกไฟลาม นั่นทำให้คุณเริ่มมีความมั่นใจขึ้น】
【แต่ถึงอย่างนั้น คุณก็ยังไม่ประมาท เพราะหุ่นตัวนี้เคยเป็นของผู้ลาดตระเวนผู้ชั่วร้ายคนหนึ่งมาก่อน และนั่นหมายความว่าคนผู้นั้นต้องมีอาวุธที่ร้ายกาจกว่านี้อยู่ในมืออย่างแน่นอน】
【ในกระเป๋าของคุณยังมีสเปรย์แห่งพรของเทพรัตติกาลเหลืออยู่ครึ่งขวด ซึ่งเป็นของที่ได้รับพรจากเทพรัตติกาล มันสามารถมอบภูมิต้านทานแห่งความมืดให้คุณได้ ถือเป็นไพ่ตายสำคัญยามจำเป็น】
【ยิ่งไปกว่านั้น คุณไม่ได้อยู่เพียงลำพัง ยังมีพันจื่อเป็นผู้ช่วย การต่อสู้แบบสองต่อหนึ่งไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับคุณ】
【แต่แท้จริงแล้ว ตั้งแต่ต้นแผนของคุณก็ไม่ได้มุ่งเน้นการต่อสู้ตรงๆเลย จุดประสงค์หลักคือการลอบสังหาร ส่วนการปะทะแบบซึ่งๆหน้าก็เป็นเพียงการปิดฉากเท่านั้น】
【เมื่อเห็นว่ารังหมัดเหลือเพียงสามถึงห้าตัว คุณจึงเรียกมัมมี่กลับมาในร่างเดิม พร้อมท่องคาถาในใจเพื่อดึงพลังจิตกลับคืนสู่ร่างของตน】
【จากนั้นคุณหยิบกริชเปื้อนเลือดออกมา ตั้งใจจะใช้หมัดที่เหลืออยู่เป็นคู่ซ้อมมือ】
【ไม่นานมานี้ ตอนที่คุณอยู่ในหมู่บ้านเหมืองถล่มเคยใช้กริชโจมตีคนงานเหมืองมาก่อน ตอนนั้นคุณแสดงฝีมือได้ยอดเยี่ยม นั่นยืนยันได้ว่าคุณเคยเป็นผู้ลาดตระเวนที่ชำนาญการต่อสู้ด้วยกริชมาก่อนสูญเสียความทรงจำอย่างแน่นอน】
【สัญชาตญาณการต่อสู้ที่ฝังลึกในร่างกายถูกปลุกขึ้นอีกครั้ง ทุกท่วงท่าของคุณแม่นยำและลื่นไหลราวกับปลาว่ายในน้ำ】
【เพียงห้าวินาที คุณก็จัดการศัตรูได้หมดสิ้น การพลิกหลบและฟันแทงของคุณคล่องแคล่วจนตัวเองยังอดทึ่งไม่ได้ อาจเพราะตอนเด็กคุณเคยฝึกกลิ้งในกองข้าวเปลือกอยู่เสมอก็เป็นได้】
【เมื่อฝึกเสร็จ คุณเดินกลับเข้าหมู่บ้านถู่โกว ระหว่างทางผ่านหน้าโรงงานช่างฝีมือ คุณหยุดยืนมองอย่างตกตะลึง เพราะภาพที่เห็นตรงหน้าเหนือความคาดหมายเกินบรรยาย】
【ภายในโรงงาน ช่างฝีมือคนหนึ่งกำลังถือมีดเชือดที่แปดเปื้อนคำสาปและมลทิน เขาฟันผ่านศีรษะของชายคนหนึ่ง เลือดสาดกระเด็นไปเปื้อนแผ่นไม้ที่ตั้งอยู่ ขณะที่ตัวหนังสืออายุขัย 65 ปีปรากฏขึ้นช้าๆ บนผิวไม้นั้น】
【ศีรษะของชายคนนั้นกลิ้งตกพื้น ก่อนจะเปลี่ยนร่างเป็นหมัดตัวหนึ่ง มันถูกเด็กชายหัวโตอ้วนท้วนถือกลองโยกหลอกล่อ เสียงกลองสะกดให้หมัดตัวนั้นกระโดดเข้ากระสอบผ้าไปเอง เด็กชายรีบมัดปากถุงแน่น แล้วลากไปไว้ด้านหลัง】
【ร่างกายของชายคนนั้นค่อยๆสลายเป็นผงเถ้า ล่องหายไปกับอากาศ คุณจึงเข้าใจทันทีว่าที่แท้หมัด ที่เห็นทั่วบริเวณนั้น ล้วนเกิดจากหัวมนุษย์ที่ถูกสาปและกลายร่างนั่นเอง】
【นี่แหละคือโรงงานผลิตแผ่นไม้บันทึกอายุขัยที่พันจื่อเคยพูดถึง ช่างฝีมือที่อยู่ข้างในมือเปื้อนเลือดเน่า พลังสาปแช่งรอบกายหนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก พวกเขาคงเป็นที่โปรดปรานของเทพเจ้า เพราะเลือดเน่านี้คือปุ๋ยชั้นดีสำหรับเทพ แต่ในสายตาของคุณ ช่างพวกนี้คงไม่มีทางจบชีวิตได้ดีนัก เมื่อเทียบกันแล้ว ผู้ลาดตระเวนยังถือว่าโชคดีกว่ามาก】
【คุณเริ่มสงสัยว่าคนที่ถูกนำมาทำเป็นแผ่นไม้บันทึกอายุขัยมาจากไหนและที่สำคัญไปกว่านั้น แผ่นไม้ที่คุณเคยซื้อมา จะถูกนับเป็นของแปดเปื้อนเช่นเดียวกันหรือไม่】
【คุณรู้ดีว่าต้องหาความจริงให้มากกว่านี้ เพราะมันจะมีผลต่อการแลกเปลี่ยนกับเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งในอนาคต】
【แม้ในใจจะรู้สึกขนลุกกับบรรยากาศอันมืดหม่นของโรงงานแต่คุณก็ยังตัดสินใจเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง】
【สิ่งที่ทำให้คุณประหลาดใจก็คือช่างเชือดที่เลือดเยิ้มอยู่ตรงหน้ากลับยิ้มให้คุณอย่างเป็นมิตร เหมือนพนักงานต้อนรับที่เห็นลูกค้าขาประจำ อาจเพราะในสายตาพวกเขา คุณคือผู้ซื้อ ไม่ใช่วัตถุดิบในการผลิตสินค้า】
【ความคิดนั้นทำให้คุณรู้สึกโล่งใจขึ้นมานิดหนึ่ง อย่างน้อยตอนนี้คุณคงไม่โดนเชือดกลางโรงงาน คุณจึงเข้าไปถามราคาของแผ่นไม้บันทึกอายุขัย】
【ช่างเชือดเช็ดเลือดบนหน้าด้วยผ้าขนหนูสีแดงพลางตอบว่าแผ่นไม้บันทึกอายุขัยแลกกับคริสตัลวิญญาณในอัตราหนึ่งต่อหนึ่ง หมายความว่าหากต้องการซื้อแผ่นไม้ที่มีอายุขัยห้าสิบปี ก็ต้องจ่ายคริสตัลวิญญาณห้าสิบก้อน】
【ราคานั้นไม่ทำให้คุณตกใจเลย เพราะสิ่งที่มีค่าที่สุดในโลกนี้คือชีวิต แต่ลึกๆในใจคุณก็ยังรู้สึกต่อต้านการซื้อขายอายุขัยเช่นนี้อยู่ดี】
【แน่นอน ตอนนี้คุณไม่มีคริสตัลวิญญาณพอจะแลกซื้อได้】
【ช่างเชือดถามว่าอยากได้อายุขัยกี่ปี คุณเพียงส่ายหัวแล้วยิ้มเจื่อน เขาเข้าใจทันที แล้วเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมออกมาอย่างช้าๆ…】