- หน้าแรก
- เกมข้อความพิศวง
- บทที่ 36 จำใจต้องใช้ไพ่ตาย
บทที่ 36 จำใจต้องใช้ไพ่ตาย
บทที่ 36 จำใจต้องใช้ไพ่ตาย
“ฮวานฮวาน!”
หยางเฉินไอแห้งๆหลายครั้ง เขารู้ทันทีว่าเมื่อเกือบตาย ก็เป็นแมวดำที่ปรากฏตัวออกมาจากความมืดในวินาทีสุดท้าย ใช้กรงเล็บตัดผ้าพันแผลที่พันอยู่รอบคอของเขาออก
แมวดำกลับกลายเป็นความมืดอีกครั้ง ซ่อนตัวอย่างไร้ร่องรอย ส่วนหยางเฉินก้าวถอยหลังไปไม่กี่ก้าว หลังพิงผนังเย็นและหยาบกร้าน หายใจแรง
เขารู้สึกถึงความว่างเปล่าที่คอ เครื่องรางที่ห้อยอยู่บนหน้าอกถูกทำลายและตกลงพื้นจากการถูกมัมมี่โจมตีรุนแรงอย่างต่อเนื่อง
ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าการถูกบีบคออย่างต่อเนื่อง ก็เปรียบเสมือนการถูกโจมตีหลายครั้ง เครื่องรางไม่สามารถทนต่อแรงโจมตีทั้งหมดได้
ตอนนี้หยางเฉินไม่มีเครื่องรางแล้ว เขาต้องพึ่งพาเพียงฝูงแตน 19 ตัวที่อยู่รอบตัวเขาและแมวดำที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดเพื่อสู้กับมัน
ภายใต้การควบคุมของหยางเฉิน ฝูงแตนพันรอบมัมมี่ หมุนวนรอบตัวมัน รอโอกาสโจมตี
มัมมี่แกว่งแขนแข็งๆของมัน ผ้าพันแผลสีเหลืองเก่าเหมือนแส้ฟาดใส่แตนกลางอากาศ
แตนหลายตัวถูกตีตกลงบนพื้น กระตุกก่อนตายลง
พิษของแตนไม่สามารถทำอะไรกับมัมมี่ได้ มัมมี่ไม่ใช่สิ่งมีชีวิต มันคือหุ่นที่ถูกเวทมนตร์ชั่วร้ายควบคุม
“นี่คือระฆังที่เทพเจ้าให้มา มีเพียงเทพเจ้าเท่านั้นที่มีพลังขนาดนี้ คนธรรมดาอย่างแก ไม่มีทางเข้าใจความยิ่งใหญ่ของเทพเจ้าได้!”
เจ้าของบ้านผีหัยิ้มร้ายยิ้มใหญ่ เขาโบกระฆังด้วยความสุข เสียงระฆังที่เคยไพเราะกลับกลายเป็นเสียงบ้าคลั่งเหมือนเสียงผู้หญิงที่กรีดร้องออกมา
มัมมี่เหมือนถูกกระตุ้นเป็นอย่างมาก การเคลื่อนไหวรุนแรงกว่าที่เคย พุ่งเข้าหาผนังที่หยางเฉินอยู่
หยางเฉินหลบด้วยการขยับตัวอย่างฉุกละหุก หลีกเลี่ยงการพุ่งเข้ามาของมัมมี่ เขาพยายามใช้แตนช่วยแต่ตกใจที่พบว่าแตนที่รอดชีวิตอยู่นั้น ในตอนนี้ไม่มีเหลือแล้ว
“เมี๊ยว!”
เสียงร้องของแมวจากความมืดดังขึ้น เงาดำคลุมศีรษะของมัมมี่ มันใช้กรงเล็บคมจิกทำลายผ้าพันแผลบนหัวมัมมี่จนฟู
ของเหลวสีแดงคล้ำและกลิ่นเหม็นเน่าไหลออกจากแผล มันดูน่ากลัวยิ่งขึ้นไปอีก
แมวดำใช้แรงกระโดดถอยหลัง ก่อนที่แขนของมัมมี่จะพุ่งเข้ามา มันหายตัวไปในอากาศ กลายเป็นความมืดมิดอีกครั้ง ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด
ด้วยช่วงเวลาหายใจสั้นๆที่แมวดำช่วยหยางเฉินไว้ เขาถอยห่างออกไปไกลมาก พร้อมที่จะออกจากห้องทางประตู
เจ้าของบ้านผีสิงไม่ยอมให้หนีง่ายๆ เขาโบกระฆังวิ่งตามมา ขณะโบกระฆังเหมือนแบ่งพลังควบคุมมัมมี่ ทำให้สมาธิลดลง
หยางเฉินคาดว่าระฆังในมืออาจเป็นเครื่องรางลึกลับ แหล่งที่มาของมันน่าสงสัย เจ้าของบ้านผีสิงอาจเป็นสายของผู้ลาดตระเวนจากโลกอื่น
หยางเฉินออกไปถึงประตูแล้ว เขาปิดประตูอย่างรวดเร็ว ขัดขวางเจ้าของบ้านผีสิงชั่วคราว
เมื่ออีกฝ่ายเตะประตูออกไป หยางเฉินวิ่งไปได้กว่าสิบกว่าเมตรแล้ว เจ้าของบ้านผีสิงตามมาอย่างไม่ลังเล
มัมมี่เร็วกว่าตัวของเจ้าของบ้านผีสิง พริบตาเดียว ลมเหม็นของเลือดก็พัดโชยมาจากด้านหลังของหยางเฉิน เขาล้มตัวลงโดยอัตโนมัติ หลีกเลี่ยงแขนแข็งๆของมัมมี่ที่ฟาดลงมา
เขาม้วนตัวไปด้านข้าง หลบการเหยียบ
ตอนนี้ไม่มีเครื่องรางแม้แต่ชินเดียว โดนตีเพียงครั้งเดียว ก็อาจเสียชีวิต จากโลกนี้ไปได้
แมวดำปรากฏตัวทันเวลา ดึงดูดความสนใจของมัมมี่อีกครั้ง
แต่ครั้งนี้ไม่ได้โชคดีนัก แมวดำถูกฟาดด้วยแขนของมัมมี่ ถูกแรงมหาศาลฟาดไปจนชนผนัง ตายทันที
มันก็แค่แข็งแกร่งกว่าพวกแมวจรทั่วไปนิดหน่อยเท่านั้นแต่เมื่อเผชิญหน้ากับมัมมี่ที่ถูกเวทมนตร์ชั่วร้ายควบคุม หากเผลอเพียงนิดเดียวก็อาจต้องตายได้
แมวดำที่ฟื้นตัวขึ้นใหม่แนบตัวไปตามผนัง หลังโก่งตัว ขนพองตั้ง ระวังมัมมี่อย่างเต็มที่และไม่โจมตีอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าเหมือนก่อนหน้านี้อีก
“ตอนแรกฉันก็คิดว่าเจ้าแมวดำตัวนี้น่ารัก ตอนนี้ตามทีเห็น มันคงมีสถานะพิเศษ เจ้าแมวดำตัวนี้น่าจะมาจากโลกนั้น ส่วนแกเองก็น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับเทพเจ้าจากโลกนั้นด้วยใช่ไหม?”
สายตาของเจ้าของบ้านผีสิงมองไปที่หยางเฉินอย่างนุ่มนวลขึ้นบ้าง
แต่แรกเขาแค่ถือหยางเฉินเป็นวัตถุดิบในการสร้างผลงานแต่ตอนนี้เมื่อพบว่าหยางเฉินอาจเป็นคนแบบเดียวกับเขา เขาก็เริ่มมีความรู้สึกเห็นใจคนที่คล้ายกัน
“นายสามารถรอดได้นะแต่นายต้องให้แมวตัวนั้นกับฉัน” หลังหยุดคิดไปไม่กี่วินาที เจ้าของบ้านผีพูดด้วยนํ้าเสียงโทนสั่งการ
ตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องฆ่าหยางเฉินแล้ว เขาสามารถปล่อยอีกฝ่ายได้ แต่เงื่อนไขคือหยางเฉินต้องมอบแมวดำให้กับเขา
แน่นอนว่าหากหยางเฉินไม่ยอม ต่อให้เขาจะให้แมวแก่อีกฝ่าย แต่สุดท้ายเขาก็คงจะโดนฆ่าอย่างไร้ความปราณีอยู่ดี
การเปลี่ยนท่าทีอย่างกะทันหันของเจ้าของบ้านผีสิงทำให้หยางเฉินตกใจเล็กน้อยแต่เขาไม่ได้คิดตอบโต้
แมวดำสามารถปล่อยไปได้แต่เด็กสาวที่ถูกมัดอยู่จะปล่อยให้เป็นอันตรายไม่ได้ หากเขากลัวตายก่อน เขาก็คงไม่เลือกช่วยใครตั้งแต่แรก
แมวดำซ่อนตัวอีกครั้งในความมืด หยางเฉินถอยหลังอย่างช้าๆ
เจ้าของบ้านผีสิงหยุดโบกระฆัง มัมมี่ยังคงอยู่ในท่าทางยกแขนขึ้น
“ไม่ตอบ แสดงว่าไม่ยอมรับใช่ไหม?”
ความอดทนของเจ้าของบ้านผีสิงมีจำกัด แทนที่จะรอคำตอบ เขากลับชอบใช้กำลังโดยตรงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการมากกว่า
เขากระโจนอย่างกะทันหัน เดินเร็วเข้าหาหยางเฉิน ไม่กี่ก้าว ใบมีดใกล้คอหยางเฉินในชั่วพริบตา
ในชั่วพริบตานั้น หยางเฉินได้สัมผัสความกลัวที่เหมือนเคียวยมเทพมาขูดข้างตัวอีกครั้ง แต่แมวดำก็ได้ปรากฏตัวมาช่วยเขาไว้ได้ทันอีกครั้ง
เจ้าของบ้านผีสิงมีรอยข่วนบนใบหน้า เลือดสีแดงสดซึมไหลลงมา ใบหน้าซีดไม่เรียบเหมือนเดิม ดูคล้ายตัวตลกเลือดสาด
เขาเอานิ้วจุ่มเลือดบนหน้าแล้วเลีย รอยยิ้มร้ายบนใบหน้าของเจ้าของบ้านผีสิงดูสิ้นหวัง บางทีสิ่งที่เขาหมายถึงคือ“รอยยิ้มสิ้นหวังของผู้หวาดกลัว”
“ครั้งล่าสุดที่ฉันถูกทำร้าย ก็เป็นตอนที่ฉันสร้างเด็กผู้หญิงให้กลายเป็นหุ่น เธอใช้เล็บข่วนหน้าฉันแต่ฉันก็ฆ่าเธอไป ช่วงเวลาแห่งความสิ้นหวังสุดท้ายของเธอกลายเป็นผลงานศิลปะที่สวยที่สุดของบ้านผีสิงทั้งหมด”
“ฉันไม่ได้ถูกทำร้ายมาหลายปีแล้วแต่ตอนนี้นายทำให้ฉันโกรธได้สำเร็จ!”
แมวดำปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งจากความมืดแต่ครั้งนี้ยังไม่ทันโจมตี มันถูกมือใหญ่จับไว้ จนต้องหยุดอยู่กลางอากาศ
“ฉันจะไม่ทำร้ายเธอนะ เจ้าตัวเล็ก เมื่อเจ้าของของเธอเสียชีวิต ฉันจะเป็นเจ้าของใหม่ของเธอเอง”
แมวดำหยุดดิ้นอีกครั้ง แล้วหายตัวไปในความมืด เจ้าของบ้านผีสิงมีสีหน้าประหลาดใจ เขาชอบแมวดำที่สามารถหายตัวได้ตลอดเวลาเพิ่มขึ้นไปอีก
“ตัวเล็ก ฉันยิ่งชอบเธอมากขึ้นทุกที”
แสงเรืองสีฟ้าในความมืดปรากฏขึ้น หยางเฉินไม่มีเวลามากนักในการคิดแผน เมื่อแน่ใจว่าเขาไม่สามารถทำอะไรได้ เขาจึงเปิดโทรศัพท์ เปิดเกมตัวอักษรลี้ลับแล้วเปิด “ป้ายเชิญวิญญาณ” ที่ผู้เรียกวิญญาณให้มา นี่คือไพ่ตายสุดท้ายของเขา
และเป็นเครื่องรางป้องกันตัวสุดท้ายของเขา
ถ้าไม่จำเป็นจริงๆเขาก็จะไม่ใช้มันในโลกนี้เพราะหมายความว่าเขาจะเปิดเผยตัวเองต่อผู้เชิญวิญญาณและผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น เขาไม่สามารถรับมือกับมันได้