- หน้าแรก
- ฉันกินเทพเจ้าเป็นอาหาร
- บทที่ 20 จีวรของพระโพธิสัตว์
บทที่ 20 จีวรของพระโพธิสัตว์
บทที่ 20 จีวรของพระโพธิสัตว์
หลินไป๋สือไม่สนใจคนอื่น เขาจ้องมองเรือมุงที่แล่นอยู่บนทะเลสาบ พร้อมกับสังเกตผิวน้ำบริเวณรอบๆ ความรู้สึกหิวที่รุนแรงบ่งบอกว่าต้องมีวัตถุต้องมลทินอยู่แถวนี้แน่ และอาจเกิดการแพร่กระจายของกฎต้องมลทินได้ทุกเมื่อ หรืออาจเกิดขึ้นไปแล้วก้ได้
เสียงคนว่ายน้ำดังแหวกผิวน้ำ ทำลายความเงียบสงบของทะเลสาบบัว
"พายเร็วๆ หน่อย!" ชายจมูกเหยี่ยวเห็นคนที่กำลังว่ายน้ำข้ามไป เขาหัวเราะเยาะ ถ้าพวกนี้ไม่รู้จักประสาและแซงหน้าเขาไป ก็อย่าโทษว่าเขาไม่ปรานี
เรือมุงแล่นไปอย่างรวดเร็ว เหลือระยะห่างจากเกาะกลางน้ำแค่สิบกว่าเมตร
"ซวยแล้ว คาดการณ์ผิด!" เจียงหงกำลังกลุ้มใจว่าจะทำอย่างไรดี ทันใดนั้นเรือมุงก็พลิกคว่ำจมหายวับไปในน้ำ
ตูม! ตูม! คนในกลุ่มจมูกเหยี่ยวตกน้ำพรึ่บเหมือนเทเกี๊ยวลงหม้อ
"เกิดอะไรขึ้น?"
"อะไรกัน?"
"ทำไมเรือคว่ำ?"
คนบนฝั่งยังดีอยู่ แต่คนที่กำลังว่ายน้ำอยู่แทบช็อก ทุกคนหยุดชะงัก
เรือมุงจมลงอย่างไร้สัญญาณเตือน ราวกับของเล่นที่ถูกมือยักษ์ฉุดลงไปใต้น้ำ
คนบนเรือเล็กสองลำตกใจ ลำหนึ่งรีบพายกลับฝั่ง แต่วินาถัดมาก็จมวูบลงไป ผู้โดยสารตกน้ำร้องตะโกนสองสามครั้งแล้วก็เงียบหาย
อีกลำเห็นท่าไม่ดีจึงพายสุดแรงไปทางเกาะกลางน้ำ เพราะอยู่ใกล้กว่า คิดว่าขึ้นฝั่งก่อนค่อยว่ากัน แต่พายไปได้ไม่ถึงสามสี่เมตรก็จมเช่นกัน
พวกที่ว่ายน้ำอยู่ตกใจสุดขีด พากันว่ายกลับด้วยความเร็วสุดชีวิต แต่ก็สายไปแล้ว
ตูม! โครม!
พวกเขาถูกฉุดลงไปใต้น้ำราวกับถูกผีน้ำคร่าชีวิต
"ช่วยด้วย!"
"ช่วยผมที!"
"อย่าฆ่าผม!"
เสียงตะโกน เสียงร้องขอความช่วยเหลือ และเสียงสบถด่า หายไปภายในสิบวินาที คนที่ลงน้ำไปกว่าห้าสิบคนหายไปหมด เหลือเพียงระลอกคลื่นที่ค่อยๆ แผ่วงกว้างออกไปบนผิวน้ำ
คนที่ยืนอยู่บนฝั่งรู้สึกเย็นยะเยือกไปทั้งตัว หลายสิบชีวิตดับสิ้นในพริบตา ช่างน่าสยดสยองเหลือเกิน
เจียงหงที่เมื่อครู่เสียดายที่ไม่ได้ไป ตอนนี้กลับรู้สึกโล่งอก
"สวรรค์คุ้มครอง! สวรรค์คุ้มครอง!"
เจียงหงช้อนตามองหลินไป๋สือ ตามเด็กคนนี้มาเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องจริงๆ
ผ่านไปสองสามนาที เรือมุงและเรือเล็กสองลำก็ลอยขึ้นมา ค่อยๆ ล่องกลับไปที่ท่า แต่คราวนี้ไม่มีใครกล้าแย่งกันแล้ว
"ไป๋สือ เราจะทำยังไงดี?" ป้าแก่เหงื่อท่วมตัว ไม่รู้ว่าเพราะร้อน ตื่นเต้น หรือตกใจกลัว จนเสื้อผ้าเปียกแนบเนื้อ
"ต้องหาวัตถุต้องมลทินแถวนี้ให้เจอ แล้วทำลายมัน!" หลินไป๋สือพูดจบก็เดินเลียบทะเลสาบบนพื้นหญ้าเขียว
ต้นหลิวที่ปลูกไว้แถวนี้เขียวชอุ่ม กิ่งก้านพลิ้วไหวเหมือนใยแมงมุมที่เพิ่งถัก
ทุกคนรีบตามไป หลินไป๋สือไม่สนใจพวกเขา เขาใช้ความรู้สึกหิวนำทางหาวัตถุต้องมลทิน ถ้าความหิวรุนแรงขึ้นแสดงว่ามันอยู่แถวนั้น
ตอนนี้ที่น่ากลัวที่สุดคือถ้าวัตถุต้องมลทินอยู่บนเกาะกลางน้ำ นั่นจะยุ่งยากมาก
เสี่ยวหลีกะจะพูดอะไรซักอย่างแต่ถูกหัวเยว่ยวี๋ห้ามไว้
"อย่าไปรบกวนเขา!"
หัวเยว่ยวี๋หันไปพูดกับคนอื่น "ทุกคนช่วยกันหาวัตถุต้องมลทินดีกว่า ไม่ต้องตามเขา!"
ไม่มีใครขยับ ทุกคนกลัวว่าถ้าแยกย้ายกันไป พวกเขาจะแอบขึ้นเกาะเอง
"ไม่ต้องพูดแล้ว ตอนนี้ทุกคนหวังพึ่งพี่เขาอย่างเดียว!" คิมยองจินเงยหน้ามองหาดอกไม้ป่าที่อื่นนอกจากบนเกาะ แต่มองไปรอบๆ ก็ไม่พบ
หลินไป๋สือรู้สึกหิวมากขึ้น เขาหันไปทางทิศสิบนาฬิกา ห่างจากฝั่งสามสิบกว่าเมตรมีพระพุทธรูปหินราวสามสิบองค์
พระพุทธรูปหินสูงหนึ่งเมตร ไม่ถึงเอวหลินไป๋สือ ลำตัวผอมแห้ง แขนขาเล็กบาง ดูเหมือนคนที่ขาดอาหารอย่างรุนแรงจนใกล้ตาย แต่กลับมีศีรษะใหญ่โต โดยเฉพาะลูกตาที่โปนออกมา
"รูปปั้นพวกนี้น่าขยะแขยงจัง!" ป้าแก่รู้สึกไม่สบายใจ
หลินไป๋สือและคณะเดินเข้าไปใกล้ พระพุทธรูปหินเหล่านี้มีร่องรอยถูกแดดลมกัดกร่อน
"พวกมันจะไม่ขยับตัวขึ้นมาหรอกใช่ไหม?" หัวเยว่ยวี๋กังวล
"อย่าทำให้ฉันกลัวสิ!" ป้าแก่เริ่มตัวสั่น ขยับเข้าไปใกล้หลินไป๋สือ
"เข้าไปดูกัน!" หลินไป๋สือเห็นพระพุทธรูปองค์หนึ่งแตกต่างจากองค์อื่น มันสวมจีวรอยู่
ทุกคนตามไป แต่พอเข้าใกล้กลุ่มพระพุทธรูป...
ครืด!
พระพุทธรูปทุกองค์หันมามองพวกเขาพร้อมกัน
"ผี!"
"เฮ้ย!"
"วิ่งเร็ว!"
ทุกคนตกใจ ยกเว้นหลินไป๋สือที่ถอยหลังหนึ่งก้าว คนอื่นๆ หันหลังวิ่งหนี
คิมยองจินวิ่งไปได้ไม่กี่ก้าวเห็นหลินไป๋สือไม่วิ่ง ก็เลยหยุด "อปป้า?"
[พระพุทธรูปหินหัวโตที่กำลังจะอดตาย เต็มไปด้วยความอาฆาตและความโลภต่ออาหารทุกอย่าง แต่เพราะเคลื่อนไหวไม่ได้ จึงได้แต่มอง กินไม่ได้!]
"เคลื่อนไหวไม่ได้? นั่นหมายความว่าถ้าไม่เข้าใกล้ก็ไม่เป็นไร?"
หลินไป๋สือโล่งใจ สายตาจับจ้องที่จีวรสีแดง มันเป็นผ้าแดงเย็บ เหมือนจีวรที่เจ้าอาวาสในวัดทั่วไปสวมใส่ แต่บนจีวรผืนนี้มีอักขระสีทองเรียงเป็นแถว น่าจะเป็นตัวอักษรบางชนิด
ช่างมันเถอะ เผาทิ้งดีกว่า
หลินไป๋สือถือคบไม้สนเดินเข้าไปใกล้พระพุทธรูปองค์หนึ่ง ใช้แรงขีดบนตัวมัน
ฉึ่ก!
คบไฟลุกขึ้น แสงสีส้มแดงขับไล่ความเย็น
ทุกคนยืนอยู่ที่เดิม มองหลินไป๋สือเดินเข้าไปในกลุ่มรูปปั้น
นี่...กล้าจริงๆ!
ทันใดนั้น พระพุทธรูปหัวโตทุกองค์เงยหน้า ห่อปาก แล้วส่งเสียงกรีดร้องสุดกำลัง
อ๊า!
เสียงประหลาดดังก้องทะเลบัว แม้แต่ผิวน้ำยังเป็นระลอกคลื่นเพราะเสียงนี้
เจ็บจัง!
หลินไป๋สือเอามือปิดหู
คนอื่นยิ่งแย่กว่า เสียงร้องนี้เหมือนเหล็กแหลมที่ถูกยักษ์ใช้ค้อนทุบทะลุกะโหลกพวกเขา แทงทะลุสมอง
แต่ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ พร้อมกับเสียงร้อง น้ำในทะเลสาบก็พุ่งขึ้นฟ้า สัตว์ประหลาดสูงสามเมตรตัวหนึ่งกระโจนออกมา พุ่งตรงมาที่พวกเขา
สัตว์ประหลาดนั้นน่าจะเป็นพระพุทธรูป บนศีรษะมีปุ่มเนื้อเป็นแถว หูห้อยยาน คอสวมลูกประคำ แต่นอกจากนี้ก็ไม่มีลักษณะของพระพุทธรูปเหลืออยู่เลย
ร่างกายของมันเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ราวกับกินอาหารเสริมโปรตีนมาตลอด เส้นเลือดและเส้นเอ็นปูดโปนใต้ผิวหนัง
มันสวมกางเกงหนังขาสั้นรัดรูป
เมื่อมันวิ่งมา กล้ามเนื้อขยับยืดหดตามจังหวะ เท้าใหญ่ย่ำพื้น แต่ละก้าวทำให้ดินและหญ้ากระเด็น ทิ้งรอยลึกครึ่งนิ้ว
ท่าทางนี้เต็มไปด้วยพลังปะทุและน่าตื่นตาตื่นใจ
ฮึ่ม!
นักท่องเที่ยวหันหลังวิ่งหนี
ล้อเล่นหรือไง สัตว์ประหลาดนี่แข็งแรงพอจะไปประกวดเพาะกายได้เลย จะฆ่าคนที่อยู่ตรงนี้หมด หนึ่งนาทีก็มากไปด้วยซ้ำ.
"อปป้า วิ่งเร็ว!" คิมยองจินตะโกน
หลินไป๋สือเหลือบมองสัตว์ประหลาดแวบเดียวก็วิ่งสุดแรง
เขาต้องไปเผาจีวรนั่นให้ได้ ของชิ้นนี้ต้องเป็นตัวการแน่ๆ
ตึง! ตึง! ตึง!
พระพุทธรูปยักษ์วิ่งไล่หลังหลินไป๋สือมาติดๆ
โชคดีที่เขาอยู่ใกล้จีวรพอสมควร รีบวิ่งไปถึงได้ทัน แต่ตอนที่เขายื่นคบไฟจะจุดเผาจีวร เทพนักชิมก็พูดขึ้น
[นี่คือจีวรของพระโพธิสัตว์ สวมใส่แล้วสามารถเรียกพระพุทธรูปมาช่วยซักผ้า ทำอาหาร ผ่าฟืน เลี้ยงม้า ถ้าเจ้าอยากต่อสู้ มันก็ช่วยออกแรงและฝังศพให้ได้]
เทพนักชิมแนะนำ: [ในฐานะนักชิมมืออาชีพ ต้องมีผู้ติดตามคอยรับใช้บ้าง พระพุทธรูปผู้รับใช้ตนนี้ใช้ไปก่อนก็ได้]
"อะไรนะ?" หลินไป๋สืองงไปหมด
ของนี่เอาไว้เป็นผู้รับใช้? แค่หมัดเดียวของมัน ไม่ต้องร้องไห้นาน ได้ขึ้นสวรรค์เลย
หลินไป๋สือตั้งใจแน่วแน่ ไม่ว่าจะเป็นอะไร เผาทิ้งก่อน ไม่งั้นรอให้มันมาถึง ตายแน่
[สวมจีวรแล้วจะควบคุมมันได้ ง่ายดายและใช้งานได้ทันที]
คำอธิบายของเทพนักชิมทำให้หลินไป๋สือชะงักมือที่กำลังจะจุดไฟเผาจีวร
"ง่ายขนาดนั้นเลย?"
หลินไป๋สือไม่อยากเชื่อ เขานึกถึงพระพุทธรูปดำในหอพระใหญ่ ถ้ามีพระกล้ามโตตัวนี้เป็นองครักษ์ สู้กับพระองค์นั้นน่าจะมีโอกาสชนะ
คิดแล้วหลินไป๋สือก็รีบยื่นมือไปดึงจีวรจากรูปปั้น
พระพุทธรูปยักษ์พุ่งเข้ามาถึง ก้าวขา โน้มตัว กำปั้นขวาพุ่งเหมือนดาวตกใส่ศีรษะหลินไป๋สือ
"อปป้า!"
"ไป๋สือ!"
คิมยองจินกับหัวเยว่ยวี๋ไม่กล้ามอง
พรึ่บ!
หลินไป๋สือสะบัดข้อมือ คลุมจีวรบนไหล่ พอดีปกคลุมครึ่งตัว
อักษรสีทองส่องแสงเจิดจ้าท่ามกลางกลุ่มพระพุทธรูปหินใต้ต้นหลิว
ฟิ๊ว!
แรงหมัดพัดจนเสื้อแมนยูของหลินไป๋สือปลิวสะบัด
หมัดของพระพุทธรูปยักษ์หยุดนิ่งตรงหน้าผากเขา
"แม่เจ้า น่ากลัวชะมัด!"
หลินไป๋สือเพิ่งรู้สึกตัวว่าการกระทำเมื่อครู่อันตรายแค่ไหน ถ้าเทพนักชิมอธิบายผิด หรือเขาสวมจีวรช้าไปครึ่งวินาที ป่านนี้สมองกับเลือดคงกระเด็นไปแต่งสีให้รูปปั้นพวกนี้แล้ว
พระพุทธรูปยักษ์ยืนตรง พนมมือคำนับหลินไป๋สือเบาๆ แล้วร่างก็จางหายไป
"อปป้า!" คิมยองจินรีบวิ่งมาร้องไห้โฮ "พี่จะทำให้ฉันตกใจตายนะ!"
แม้จะเพิ่งเจอกันไม่นาน แต่ความฉลาดและกล้าหาญของหลินไป๋สือ รวมถึงที่สำคัญที่สุดคือหน้าตา ทำให้สาวสวยเกาหลีคนนี้รู้สึกดีกับเขา
ถ้าคืนนี้เขาไปส่งเธอที่บ้าน คิมยองจินจะต้องชวนเขาเข้าห้องนอนมากินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแน่นอน
หลินไป๋สือยักไหล่ สวมจีวรให้เรียบร้อย
จริงๆ ก็แค่ผ้าผืนหนึ่ง พาดบนไหล่กับแขนซ้าย ผูกเชือกให้แน่น
ทุกคนเห็นว่าอันตรายผ่านพ้นก็เข้ามาหา
"ไป๋สือ คราวหน้าอย่าทำแบบนี้อีกนะ อันตรายเกินไป!" ป้าแก่พูดเสียงสั่น เธอไม่เข้าใจว่าทำไมหลินไป๋สือถึงไม่กลัว
"พระกล้ามโตนั่น เป็นตัวการที่ฆ่าคนที่ลงน้ำไปใช่ไหม?" เจียงหงตื่นเต้น ถ้าใช่ ก็แปลว่าตอนนี้ข้ามทะเลสาบได้อย่างปลอดภัยแล้วสิ?
แล้วพระกล้ามโตนั่นไปไหน? ถูกหลินไป๋สือปราบแล้ว?
เจียงหงจ้องจีวรบนตัวหลินไป๋สือ นี่ต้องเป็นของดีแน่ๆ
อยากได้!
"พี่คะ จีวรนี่เป็นวัตถุต้องมลทิน ถ้าพี่สวมมันอาจถูกมลทินได้นะ!" คิมยองจินเป็นห่วง
"ไม่มีทางเลือกแล้ว!" หลินไป๋สือคาดว่าเขาน่าจะต้านทานกฎต้องมลทินแบบนี้ได้บ้าง ไม่งั้นเทพนักชิมคงไม่ให้เขาใช้
[เจ้าจะไม่ถูกมลทิน แต่อาจโดนมันซัดได้!]
(จบบทที่ 20)