- หน้าแรก
- ฉันกินเทพเจ้าเป็นอาหาร
- บทที่ 11 หลินผู้หิวโหย
บทที่ 11 หลินผู้หิวโหย
บทที่ 11 หลินผู้หิวโหย
ความเงียบแผ่ปกคลุมห้องครัวอันกว้างใหญ่ จนแม้เข็มตกก็ยังได้ยิน
นักท่องเที่ยวทั้ง 93 คนที่ติดอยู่ในนั้น ต่างจ้องมองไปที่หลินไป๋สือ
ไอ้หมอนี่กล้าดียังไงไปหาเรื่องแม่ครัวคนนั้น
หรือว่าเขาบ้าไปแล้ว?
ทุกคนได้เห็นกับตาแล้วว่าแม่ครัวที่แขนใหญ่ราวกับม้าวิ่งได้คนนั้นน่ากลัวแค่ไหน เธอฟันคอคนง่ายดายราวกับหั่นแตงโม
แต่เมื่อสายตาของพวกเขาเหลือบไปเห็นเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังตัวสั่นเทาเหมือนนกกระทาด้วยความกลัว ทุกคนก็ถอนหายใจ
พวกเขาเข้าใจแล้วว่าชายหนุ่มคนนี้กำลังพยายามช่วยเธอ
“โอปป้า!”
คิมยองจินลุกขึ้นยืน พร้อมจะเผชิญหน้าไปกับหลินไป๋สือ
หัวเยว่ยวี๋เห็นสาวต่างชาติกล้าหาญถึงเพียงนี้ เธอก็ไม่อยากน้อยหน้า จึงลุกขึ้นยืนบ้าง
"พี่หลิน เราลุยมันเลย!"
หัวเยว่ยวี๋ตะโกน
เหมือนตอนเล่นเกม จะชนะหรือไม่ไม่สำคัญ แต่ต้องไม่แพ้เรื่องกำลังใจ ลุยก่อนเลย
แม่ครัวหันมามองหลินไป๋สือ "เจ้าต้องการชามที่สองรึ?"
แผนเดิมของหลินไป๋สือคือดึงความสนใจของแม่ครัว แล้วใช้คบเพลิงไม้สนสู้ แต่หลังจากที่เขาซดโจ๊กไป เทพนักชิมก็เอ่ยปาก
[โจ๊กมงคล ปรุงด้วยพุทราแดง เก๋ากี้ ลำไยแห้ง ตังกุย เมล็ดบัว เห็ดหูหนูขาว... รวม 28 ชนิด ผ่านกรรมวิธี 9 ขั้นตอน เคี่ยวไฟอ่อน 15 ชั่วโมง!]
[เมื่อโจ๊กสุก กลิ่นหอมฟุ้งไปไกลถึงสิบลี้!]
[ซดโจ๊กนี้แล้ว ลืมความทุกข์ สุขใจ อายุยืน มีชีวิตยืนยาว!]
สามประโยคสั้นๆ แสดงให้เห็นถึงความเป็นนักชิมระดับเทพอย่างสมบูรณ์
หลินไป๋สือรีบเปลี่ยนกลยุทธ์ทันที
"โจ๊กดีขนาดนี้ ถ้าผมซดหมดคนเดียวคงเสียดายเกินไป ควรให้คนอื่นได้ลิ้มลองด้วย!"
หลินไป๋สือยิ้มบางๆ
คุณตาแอบกลอกตา คิดในใจว่าถ้าแกซดคนเดียวจนหมดก็ดีแล้ว
"ไม่ได้! เจ้าบอกว่าจะซดชามที่สอง ก็ต้องซด!"
แม่ครัวก้าวขาใหญ่ราวเสาหินสองข้างเดินมาหาหลินไป๋สือภายในสามก้าว ก้มหน้าลงมองเขาด้วยสีหน้าดุดัน
"ถ้าซดไม่หมด ข้าจะงัดปากเจ้าแล้วกรอกเข้าไป!"
"ไปตักโจ๊กมา!"
หลินไป๋สือนั่งลง ท่าทางสง่าผ่าเผยไม่หวั่นเกรง
แม่ครัวเดินจากไป
"พี่หลินของฉัน นี่มันเวลาอะไร ยังจะมาทำเท่อีก?"
ซือหม่ามู่ยิ้มขื่น "นายนี่ไม่เห็นชีวิตเป็นของมีค่าเลยจริงๆ!"
"ขอบคุณค่ะ! ขอบคุณมากๆ ค่ะ!"
แม่ของเด็กหญิงอุ้มลูกสาวไว้ พลางก้มขอบคุณหลินไป๋สือไม่หยุด
"พี่คะ ตอนที่พี่เผชิญหน้ากับแม่ครัวประหลาดนั่น ดูเท่มากเลย!"
คิมยองจินมองด้วยสายตาชื่นชม
"ใช่!"
หัวเยว่ยวี๋พยักหน้าหงึกๆ เห็นด้วย
"ต่อให้เท่เหมือนไดโนเสาร์ทีเร็กซ์ก็ต้องตายอยู่ดี!"
คุณตายิ้มสมใจ รู้สึกสบายใจขึ้นมาหน่อย อย่างน้อยไอ้น่ารำคาญนี่ก็จะตายก่อนเขา
"พี่ชาย..."
เด็กหญิงรู้ว่าพี่พ่อรูปหล่อคนนี้โดนแม่ครัวเล็งหัวเพราะช่วยเธอ เธอจึงรู้สึกผิด
"ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวก็ได้ออกไปแล้ว!"
หลินไป๋สือยิ้มอย่างไม่ถือสา รอยยิ้มอบอุ่นสดใสเหมือนแสงแดดในเดือนมีนาคม ช่างอบอุ่นหัวใจ
แม่ครัวถือชามโจ๊กใบใหญ่เดินกลับมา ก้าวยาวๆ มายืนตรงหน้าหลินไป๋สือ
"ซด!"
มือซ้ายของเธอพร้อมที่จะงัดปากหลินไป๋สือได้ทุกเมื่อ
"ซดหมดแล้ว ผมก็ไปได้ใช่ไหม?"
หลินไป๋สือรับชามใหญ่มา
ร้อนนิดหน่อย!
"ไม่ได้!"
แม่ครัวจ้องหลินไป๋สือ "โจ๊กบ้านข้ามีไว้มอบให้สหาย หากไม่ใช่สหาย ซดแล้วต้องจ่ายเงิน!"
"เท่าไหร่คะ?"
คิมยองจินแทรกขึ้น
จ่ายเงิน?
ก็บอกแต่แรกสิ
แค่นี้ฉันไม่เคยขาดแคลนเลย
"หนึ่งชีวิต!"
คำพูดชัดถ้อยชัดคำของแม่ครัวทำให้ทุกคนสะท้านไปถึงกระดูก
"แล้วจะนับว่าเป็นสหายได้ยังไง?"
หัวเยว่ยวี๋ถามต่อ
"ต้องบอกได้ว่าในโจ๊กนี้มีวัตถุดิบกี่อย่าง!"
แม่ครัวชำเลืองมองทุกคน ชักมีดทำครัวที่เหน็บไว้ที่เอวออกมาชี้ไปที่หลินไป๋สือ "เริ่มจากเขาก่อน แล้วข้าจะถามทีละคน ใครตอบไม่ได้ ข้าจะเอาไปทำฟืนต้มโจ๊ก!"
ผู้ชายหลายคนแอบส่งสายตาถึงกัน
ถ้าจะต้องนั่งรอความตาย สู้ลองเสี่ยงดูดีกว่า!
ซดโจ๊กแล้วทายส่วนผสม?
แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารมาก็คงทำไม่ได้
"พูดมา!"
แม่ครัวเร่ง
"ข้าวเหนียว ข้าวดำ ข้าวเหลือง ข้าวฟ่าง ถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วลาย ดอกลิลลี่ เห็ดหูหนูขาว เมล็ดบัว ตังกุย เก๋ากี้ พุทราแดง ลำไยแห้ง น้ำตาลกรวด..."
หลินไป๋สือพูดเสียงดังฟังชัด
วัตถุดิบที่เขาพูดถึงมีทั้งถั่ว ข้าว สมุนไพร...
ล้วนเป็นวัตถุดิบทั่วไป แต่เมื่อนำมาต้มรวมกันเป็นโจ๊ก การจะชิมแล้วบอกได้ทั้งหมดนั้นเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน
"เดาส่งเดชละมั้ง?"
"แน่นอน ต้องลองเสี่ยงดูก่อนตายน่ะ"
"ล้อเล่นเหรอ ถ้าเดาถูก คงจะเหลือเชื่อยิ่งกว่าถูกรางวัลที่หนึ่งอีก"
นักท่องเที่ยวซุบซิบกัน แต่เมื่อเทียบกับยี่สิบกว่าคนที่เดาส่วนผสมก่อนหน้านี้ หลินไป๋สือกลับดูมั่นใจผิดปกติตอนบอกชื่อวัตถุดิบ
"ยี่สิบแปดอย่างแล้วค่ะ!"
เด็กหญิงนับตาม พอหลินไป๋สือพูดจบก็รีบมองไปที่แม่ครัว
"แค่นี้แหละ!"
หลินไป๋สือยิ้มบางๆ
ขอบคุณพรเทพ จำได้ในครั้งเดียว ถ้าไม่ได้พรนี้มาก่อน วัตถุดิบยี่สิบแปดอย่างที่เทพนักชิมพูด หลินไป๋สือฟังครั้งเดียวคงจำไม่ได้
แม่ครัวมองหลินไป๋สือ สีหน้าเคร่งขรึมพลันละลายเหมือนหิมะต้องแสงอาทิตย์ เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้าง
"ส่งแขกผู้มีเกียรติ ยินดีให้กลับมาซดโจ๊กอีก!"
แม่ครัวทำท่าเชื้อเชิญ
เอี๊ยด!
ประตูใหญ่ของครัวเปิดออก
"เขาพูดถูกจริงๆ เหรอ?"
ซือหม่ามู่ตาโต อ้าปากค้าง
"นี่คงใช้โชคทั้งชีวิตไปแล้วละมั้ง?"
ป้าแก่พึมพำ
"......"
คิมยองจินไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกตอนนี้ยังไง ความเก่งกาจของหลินไป๋สือทำให้เธอต้องเปลี่ยนมุมมองอีกครั้ง
นักท่องเที่ยว 93 คนก็รู้สึกเช่นเดียวกัน
หนุ่มคนนี้พูดถูกจริงๆ เหรอ?
จากนั้นพวกเขาก็เริ่มเสียดาย
บ้าชะมัด!
จำไม่ได้เลยสักอย่าง
"ใครจำได้บ้าง?"
"นายคิดว่าฉันมีความจำแบบเห็นปุ๊บจำปั๊บเหรอ?"
"ถามเขาอีกรอบก็ได้นี่?"
นักท่องเที่ยวซุบซิบกันอย่างตื่นเต้น หลายคนมองประตูใหญ่ที่เปิดอยู่ อยากวิ่งออกไปสุดแรง แต่สุดท้ายก็อดกลั้นไว้
มีดของแม่ครัวเร็วเกินไป
คุณตายืนงง ไอ้หมอนี่พูดถูกจริงๆ เหรอ?
แล้วเขาก็เสียใจที่หมอนั่นไม่ตาย!
แม่งเอ๊ย!
ไปหาเรื่องคนที่ไม่ควรหาเรื่องซะแล้ว!
แย่แล้ว!
ไม่รู้ว่าถ้าคุกเข่าขอโทษ เขาจะยกโทษให้ไหม?
"พี่ใหญ่เป็นเทพแห่งอาหารเหรอคะ?"
เด็กหญิงกะพริบตาโตแวววาว มองหลินไป๋สืออย่างชื่นชม
"ไม่ใช่ พี่เป็นคนหิว!"
หลินไป๋สือคิดในใจว่าตั้งแต่เข้ามาในวัดหลงฉาน ความหิวแทบไม่เคยหายไปเลย จนแทบทนไม่ไหวแล้ว
พอออกไปได้
ต้องไปกินหม้อไฟก่อน!
เอาแต่เนื้อ ไม่เอาผัก
"คนร้ายหรอ?"
เด็กหญิงสงสัย แล้วก็ส่ายหน้าอย่างมั่นใจ "พี่ใหญ่ไม่ได้ร้ายสักหน่อย เป็นฮีโร่! ฮีโร่ผู้ยิ่งใหญ่!"
"เป็นหิวที่แปลว่าอยากกินต่างหาก*!"
(มุกเล่นคำครับ พระเอกพูดว่าหิวแต่เด็กได้ยินว่าผู้ร้าย)
หลินไป๋สือหัวเราะเยาะตัวเอง
"หิว? เป็นคนกินจุนั่นเอง?"
เด็กหญิงหัวเราะคิกคัก "หนูว่าเทพแห่งความหิวฟังดูเพราะกว่า พี่ใหญ่ซดแล้วบอกได้ทุกอย่างในโจ๊ก ต้องเป็นเทพแห่งความหิวกลับชาติมาเกิดแน่ๆ!"
"น้องหลิน อย่าเพิ่งคุยเล่นเลย!"
ซือหม่ามู่เรียกเบาๆ "รีบบอกส่วนผสมให้พวกเราเร็ว!"
รอดแล้ว!
ป้าแก่ตื่นเต้น แต่ก็แอบมองแม่ครัวด้วยความกังวล โกงกันโจ่งแจ้งแบบนี้ มันจะไม่ว่าอะไรจริงๆ เหรอ?
นักท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้ๆ ได้ยินคำพูดของซือหม่ามู่ก็รีบตั้งใจฟัง
หลินไป๋สือได้แต่อึ้ง พวกนายคิดว่าแม่ครัวตาบอดหรือไง!
ถ้าทำให้มันโกรธจนฆ่าคนขึ้นมาจะทำยังไง?
"แขกผู้มีเกียรติได้เปิดเผยส่วนผสมของโจ๊กมงคลห้าประการไปแล้ว ดังนั้นต่อให้พวกเจ้าพูดออกมาก็ไม่มีความหมาย ข้าจะกลับเข้าครัวใส่วัตถุดิบใหม่ลงไปในโจ๊ก!"
คำพูดของแม่ครัวทำให้เกิดเสียงครวญครางและด่าทอทันที
"แขกผู้มีเกียรติไปได้แล้ว!"
แม่ครัวเตรียมจะปิดประตูหลังจากหลินไป๋สือออกไป
"น้องหลิน อย่าทิ้งพวกเราไปนะ!"
ซือหม่ามู่อ้อนวอน
"ไป๋สือ ช่วยพวกเราด้วย!"
ป้าแก่ยังร้องไห้
คิมยองจินกับหัวเยว่ยวี๋ไม่พูดอะไร แต่มองหลินไป๋สือด้วยสายตาน่าสงสาร
นักท่องเที่ยวคนอื่นๆ เห็นแบบนั้นก็เริ่มวิงวอนบ้าง
"ในเมื่อผมเป็นสหายของบ้านท่าน จะพาพวกเขาออกไปด้วยได้ไหม?"
หลินไป๋สือถามยิ้มๆ
แม่ครัวลังเลสองสามวินาที "เมื่อเจ้าพูดแบบนี้ ข้าจะให้สิทธิพิเศษเจ้าอย่างหนึ่ง!"
"โจ๊กหม้อนี้ของข้า ต้มนานเท่าไหร่ ถ้าเจ้าตอบถูก ก็พาพวกมันไปได้ ถ้าตอบผิด ข้าจะตัดหัวเจ้า เอาศพเจ้าไปทำฟืน!"
"เจ้าจะว่าอย่างไร?"
แม่ครัวถือมีดยืนตรงหน้าหลินไป๋สืออีกครั้ง
ฉิ้ง!
ทุกคนมองไปที่หลินไป๋สือ กังวลจนแทบตาย
ชายหนุ่มคนนี้พูดแค่ประโยคเดียวก็ตัดสินชะตาชีวิตของทุกคนได้
"โอปป้า ยอมแพ้เถอะนะ?"
คิมยองจินคิดว่าการเดาเวลาเป็นเรื่องยากเกินไป
หลินไป๋สือเพิ่งผ่านเกมแห่งเทพนี้มาได้ ไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงเพื่อคนแปลกหน้าพวกนี้
"หุบปาก!"
คุณตาได้ยินคำพูดของคิมยองจินก็ระเบิดอารมณ์ขึ้นมาทันที จากนั้นก็ยิ้มประจบ อ้อนวอนหลินไป๋สือ "เดาสักอย่างก็ได้ เดาอะไรก็ได้!"
เผื่อจะถูกนะ!
คุณตารู้ว่าด้วยสภาพร่างกายของเขา ถ้าทุกคนต่อสู้กับแม่ครัว เขาต้องตายแน่
"ไป๋สือ ถ้านายไม่มั่นใจก็ยอมเถอะ!"
หัวเยว่ยวี๋เกาะขอบโต๊ะแน่น พร้อมจะพลิกโต๊ะ ถึงจะตาย ก็ต้องทำให้แม่ครัวประหลาดนี่เจ็บตัวให้ได้.
"สิบห้าชั่วโมง!"
หลินไป๋สือพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ในใจกลับหัวเราะร่า
ขอโทษที
แม้แต่อยากแพ้ก็ยังแพ้ไม่ได้!
มีคำวิจารณ์อาหารของเทพนักชิม ก็ทำอะไรได้ตามใจชอบแบบนี้แหละ!
ฉิ้ง!
ทุกคนพร้อมใจกันมองไปที่แม่ครัว รอฟังคำตัดสิน
(จบบท)
(อนึ่ง นิยายเรื่องนี้ผมแปลตรงจากภาษาจีน ถ้ามีคำไหนแปลกไปหรืออื่นๆ ขออภัยด้วยครับ)